ทักษะใหม่
เมื่อพวกเย่เทียนได้ฟังเรื่องราวของฟางเฉินพวกเขาก็เกิดเห็นใจแต่ในขณะเดียวกันพวกเขาก็พอรับรู้ได้ว่าทำไมฟสงเฉินถึงได้ฝึกฝนอย่างหนักแบบนั้น ในบรรดาศิษย์หลักที่เย่เทียนรู้จักไม่มีใครเลยที่ฝึกฝนอย่างหนักหน่วงแบบฟางเฉินแม้แต่เย่เซียนก็ไม่สามารถเทียบได้ในเรื่องนี้“แล้วผู้อาวุโสพอจะรู้เบื้องหลังของกลุ่ที่จับตัวน้องสาวของฟางเฉินไปหรือไม่” เย่เซียนกล่าว“ไม่รู้ ข้ารู้แค่ว่าคนกลุ่มนั่นใช้พลังน้ำแข็งเพราะพื้นที่รอบ ๆการต่อสู้มีกลิ่นอายน้ำแข็งอยู่” ชายชรากล่าว“เดี๋ยวนะ ฟางเฉิน แซ่ฟาง ไม่ใช่คนของทวีปฉางลั่ว หรือว่า ฟางเฉินมาจากตระกูลแห่งนั้น” หญิงชราแสดงสีหน้าแตกตื่น“ตระกูลใหน” เย่เทียนแสดงสีหน้าสับวน“ครั้งนึงข้าเคยไปยังทวีปพฤกษา ซึ่งเป็นทวีปขนาดใหญ่และแข็งแกร่งกว่าพวกเรามาก ที่นั่นมีขุมกำลังมากมายอยู่นับไม่ถ้วนและหนึ่งในตระกูลที่แข็งแกร่งที่สุดในทวีปแห่งนั้นมีแซ่ว่าฟางและผู้คนในตระกูลก็มีจิตวิญญาณที่มีชื่อว่า เนตรสวรรค์ ทั้งหมดอีกด้วย” หญิงชรากล่าว“นี่มัน แต่ว่าจิตวิญญาณดวงตาของฟางเฉินไม่ใช่เนตรสวรรค์แน่ ๆเพราะกลิ่นอายและระดับของจิตวิญญาณเนตรสวรรค์นั้นมันอยู่แค่ระดับสวรรค์เท่านั้น” ชายชรากล่าว“ใช่แล้วเพราะจิตวิญญาณดวงตาของฟางเฉินคือระดับเทวะในตำนานเพราะงั้นในตอนแรกข้าถึงไม่เอะใจในเรื่องนี้แต่แซ่ของเขาคือฟางเรื่องนี้ก็ไม่น่าใช่เรื่องบังเอิญ” หญิงชรากล่าว“เรื่องนี้อย่าพึ่งบอกฟางเฉินจะดีกว่าเพราะเรื่องนี้จะต้องซับซ้อนกว่าที่พวกเราคิดอย่างแน่นอน” ชายชรากล่าวแต่พวกเขาไม่รู้ว่าฟางเฉินรู้เรื่องพวกนี้ดีแต่ฟางเฉินในตอนนี้ยังอ่อนแอเกินไปและการที่จะไปต่อกรกับตระกูลฟางได้อย่างน้อยก็ต้องอยู่ระดับกึ่งเซียนหรือเซียนเป็นอย่างน้อยฟางเฉินได้แรกทรัพยากรบ่มเพาะด้วยแต้มทั้งหมดจากนั้นฟางเฉินก็เริ่มบ่มเพาะอย่างจริงจังแต่ว่าเมื่อใช้ทรัพยากรทั้งหมดไปฟางเฉินก็เลื่อนระดับมาแค่ 1 ระดับเท่านั้น“ขนาดแต้มทั้งหมดที่ข้าเก็บมา 1 ปียังทำให้ข้าเพิ่มขึ้นมากแค่ 1 ระดับเท้านั้นเหรอ” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าท้อแท้“เจ้าบ้า ด้วยความเร็วระดับนี้ของเจ้าถือว่าดีกว่าคนอื่น ๆมากแล้ว คนอื่น ๆต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะเลื่อนขั้นได้แต่ละระดับ แต่เอาเถอะตอนนี้ถึงเวลาที่เจ้าจะได้ฝึกฝนทักษะใหม่ของข้าแล้วเมื่อก่อนเป็นเพราะเพลิงของข้ายังอ่อนแอทำให้ไม่สามารถสร้างการโจมตีแรงๆได้เพราะงั้นข้าจึงให้เจ้าฝึกทักษะด้าย แต่ตอนนี้ไม่จำเป็นอีกแล้ว จากนี้ไปทักษด้ายจะเป็นแค่ตัวช่วยเท่านั้นส่วนทักษะที่ข้าจะมอบให้กับเจ้าคือทักษะโจมตีที่ทรงพลังและเหมาะกับเพลิงที่ทรงพลังอย่างข้า” ความโลภกล่าว“ทักษะที่ทรงพลังงั้นเหรอ???” ฟางเฉินกล่าวด้วยสีหน้าสงสัย“ทักษะนี้มีชื่อว่าทักษะดาบอัคคีผลาญสวรรค์ เป็นทักษะการใช้ดาบควบคู่กับเพลิงอย่างข้า และจุดเด่นของมันไม่ใช่ความเร็วแต่เป็นพลังโจมตีเพราะงั้นด้วยย่างก้าวกระเรียนของเจ้าในตอนนี้จึงสามารถใช้ทักษะนี้ได้อย่างเหมาะสม แต่ว่าในอนาคตเจ้าจะต้องหาทักษะเคลื่อนใหวที่ดีกว่านี้ฝึก” ความโลภกล่าว“งั้นเหรอแต่ข้าไม่มีดาบเลยนะแถมแต้มสำนักก็ไม่เหลือแล้วด้วย” ฟางเฉินกล่าว“ก็สร้างขึ้นมาเองซะซี่เจ้าเป็นตีเหล็กนะ” ความโลภกล่าว“เจ้าคิดว่าข้าเคยสร้างดาบใหมละ แต่ก็เอาเถอะไปขอให้ผู้อาวุโสคงช่วยก็ได้นี่นา จากนี้ก็ถือโอกาสไปให้ผู้อาวุโสไคช่วยสอนการปรุงยาระดับสูงเลยด้วย” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินก็ได้เดินทางไปยังเขตศิษย์สายนอกและตรงไปหาผู้อาวุโสคงทันที ฟางเฉินมีวัตถุดิบในการสร้างดาพร้อมแล้วแต่ฝีมือของฟางเฉินในตอนนี้ยังไม่พอในการสร้างอาวุธที่ทรงพลังได้ดังนั้นฟางเฉินจึงได้ขอร้องให้ผู้อาวุโสคงสร้างดาบของตนขึ้นมา“เจ้าหนู เจ้าหายหัวไปนานเลยนะพอกลับมาก็มาขอร้องให้ข้าสร้างดาบที่ดีที่สุดให้เลยงั้นเหรอ” ผู้อาวุโสคงกล่าวด้วยสีหน้าไม่พอใจ“เอาน่าผู้อาวุโสใช่ว่าข้าจะให้ท่านทำงานฟรีๆซะเมื่อไหร่กัน ดูนี่ข้ามีวัตถุดิบของอสูรระดับ 4 เพียบเลยนะ” ฟางเฉินกล่าวพร้อมกับนำซากศพของอสูรระดับที่ออกมา“นี่มันตะขาบเหล็กเย็นนี่ ฮ่า ฮ่า ดีข้ากำลังตามหามันอยู่พอดี ตกลงข้าจะสร้างดาบที่ดีที่สุดให้กับเจ้า ข้าขอเวลา ครึ่งเดือนเท่านั้น” ผู้อาวุโสคงกล่าว“ถ้างั้นอีกครึ้งเดือนข้าจะมาหาท่านอีกที” ฟางเฉินกล่าวจากนั้นฟางเฉินก็ตรงไปหาผู้อาวุโสไค ซึ่งแน่นอนว่าผู้อาวุโสไคเต็มใจที่จะสอนฟางเฉิน จากนั้นฟางเฉินก็ช่วยผู้อาวุโสไคปรุงยาระดับต่ำและเรียนรู้การปรุงยาระดับสูงไปด้วยพริบตาเวลา 15 วันก็ผ่านไปฟางเฉินนั้นสามารถปรุงยาระดับสูงออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบชนแม้แต่ผู้อาวุโสไคยังต้องชื่นชม แต่นี่เป็นเพราะจิตวิญญาณเพลิงของฟางเฉินนั้นยกระดับแล้วทำให้การปรุงยาของฟางเฉินนั้นยกระดับขึ้น“เอาละไปรับดาบดีกว่า” หลังจากบอกลาผู้อาวุโสไคแล้วฟางเฉินก็ตรงไปหาผู้อาวุโสคง ซึ่งเมื่อไปถึงด้านหน้ามีป้ายเขียนไว้ว่าห้ามรบกวนส่วนดาบของฟางเฉินก็ฟางอยู่ข้างๆป้าวเห็นได้ชักว่าผู้อาวุโสคงกำลังยุ่งอยู่กับการสร้างอะไรสักอย่าง“นี่มัน!!!!!!” ฟางเฉินดึกดาบขนาดใหญ่ออกมาซึ่งตัวดาบเป็นสีแดงดำเพราะสร้างมาจากเขาของกระดิงอัคคีระดับ 4 ตัวดาบมันวาวและคมกริบทำให้ฟางเฉินรู้สึกตื่นเต้น“หนักมาก!!!!!” ฟางเฉินยกดาบด้วยมือข้างเดียวและรู้สึกหนักจึงจำเป็นต้องใช้สองมือ“จากนี้เจ้าจะต้องฝึกอย่างหนักเลยละ” ความโลภกล่าวพร้อมกับยิ้มเหี้ยมจากนั้นฟางเฉินก็กลับไปที่พักในเขตศิษย์สายใน ซึ่งวู่เฟยซีต้องการชวนฟางเฉินออกไปทำภารกิจแต่ฟางเฉินก็ตอบปฏิเสธเพราะเขามีเรื่องที่จะต้องทำในอีก 1 เดือน ฟางเฉินฝึกฝนกวัดแกว่งดาบใหญ่ตั้งแต่เจ้าจนถึงเย็นอย่างบ้าคลั่ง ด้วยการเสริมของกายามังกรระดับ 3 ทำให้ฟางเฉินสามารถฝึกฝนได้ยาวนานยิ่งขึ้น“เจ้านั่นทำได้ยังไง กวัดแกว่งดาบที่ดูยังไงก็หนักโครต ๆทั้งวันได้ เป็นข้าแค่ 1 ชั่วโมงก็หมดแรงแล้ว” ศิษย์สายในกล่าว“นั่นสินะ จะต้องมีพลังใจที่แข็งแกร่งแค่ใหนถึงจะทนการฝึกแบบนี้ได้” ศิษย์สายในอีกคนอดไม่ได้ที่จะนับถือฟางเฉิน พวกเขาจ้องมองฟางเฉินที่เปลือยท้อนบนและฝึกแกว่งดาบจนเหงื่อท่วมตัวอย่างตั้งใจ