“ว่ายังไงนะ ข่าวนี้เป็นเรื่องจริงงั้นเหรอ เจียงหย่าหรูถูกไอคนไร้ค่านี้….ท้อง” นักเรียนชายคนหนึ่งถอนหายใจเฮือกใหญ่ น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างราวกับถูกของแข็งๆ ทุบมาที่หัวใจ ก่อนจะลมหมดสติไปทั้งยืน
“เซี่ยปิงมันชั่วร้ายเกินไปแล้ว มันไม่มีความเป็นมนุษย์เลยด้วยซ้ำ อายุแค่นี้แต่กลับทำนักเรียนหญิงท้อง มันยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า บอกฉันหน่อยสิ ทุกคนยังคิดว่าไอ้เวรตะไลนี่ยังเป็นมนุษย์อีกงั้นเหรอ”
นักเรียนร่างสูงแสดงความเคียดแค้นจนแทบจะวิ่งไปบนสนามประลองเพื่ออัดเซี่ยปิงให้สาสมแก่ใจ ซึ่งหลายๆ คนในที่นั้น ต่างคิดแบบเดียวกัน ครู่เดียวก็มีคนเริ่มตะโกนขึ้นไปบนลานประลอง
“มันดูไร้เหตุผลจริงๆ ไอ้สารเลวเซี่ยปิงมันมีอะไรดี”
“หลับตาเลือกใครสักคนที่นี่ก็ยังดีกว่าเซี่ยปิงร้อยเท่า”
“ไม่ว่าจะภูมิหลังครอบครัว หรือด้านรูปร่างหน้าตา มันไม่มีอะไรที่ดีกว่าพวกเราเลย”
นักเรียนกลุ่มหนึ่งป่าวประกาศความในใจของพวกเขา พร้อมกับแสดงความโกรธเคืองออกมา
“ฉันชักเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมเถาหยุนและเกาเซิงที่มีฝีมือขนาดนั้นถึงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเซี่ยปิง ต่อให้ทุ่มพลังออกไปมากแค่ไหน เขาก็ไม่สะทกสะท้าน เพราะร่างกายเขาแข็งแกร่งราวกับเหล็กกล้า จึงสร้างรอยขีดข่วนให้กับเขาไม่ได้” นักเรียนที่สวมแว่นตาเอ่ยวิเคราะห์ อย่างกับว่าเขาเพิ่งไขปริศนาที่หลายคนสงสัยออกมาได้หนึ่งข้อ
มีคนถามต่อทันที “มันมีอะไรกันแน่ รีบพูดมาเร็วๆ หน่อย”
“นายไม่ได้ยินที่เซี่ยปิงพูดเมื่อครู่นี้?”
นักเรียนที่สวมแว่นวิเคราะห์ต่อ “เจียงหย่าหรูกำลังท้องอ่อนๆ และผู้หญิงที่อุ้มท้องส่วนใหญ่มักจะมีอารมณ์ณ์แปรปรวน ฉันบอกไว้เลยว่ามันน่ากลัวกว่าตอนผู้หญิงมีรอบเดือนเสียอีก ดังนั้นเธอจึงทุบตีเซี่ยปิงทุกครั้งที่อารมณ์ของเธอไม่ปกติ”
“ลองนึกภาพตามดูสิ เจียงหย่าหรูเป็นคนแบบไหน เธอเป็นเหมือนเทพธิดาของสวรรค์ และยังเป็นนักสู้ขั้นเจ็ด ถูกเรียกวางให้เป็นอันดับหนึ่งของโรงเรียน เพราะไม่เคยมีใครเอาชนะเธอได้ หรือพูดให้เข้าใจง่ายๆ เธอคือไทรันโนซอรัสเร็กซ์เพศเมียในร่างมนุษย์ ขนาดสงป้าเทียนที่ว่าแน่เมื่ออยู่ต่อหน้าเธอก็เหมือนกับกระสอบทราย”
“แล้วลองคิดต่ออีกหน่อย หากมีใครโดนเจียงหย่าหรูทุบตีทุกวันๆ และตราบใดที่ยังไม่ตาย ต่อให้เป็นเต้าหู้นิ่มก็ยังถูกหลอมเป็นเหล็กได้”
“นี่คือเหตุผลว่าทำไมร่างกายของเซี่ยปิงถึงแข็งแกร่งนัก”
ทุกคนที่ได้ฟังเริ่มเข้าใจว่าทำไมร่างกายเซี่ยปิงจึงแข็งแกร่งผิดมนุษย์มนา ทั้งที่เมื่อก่อนเขาเป็นเหมือนเศษไม้ที่ไม่มีสังเกตเห็น จึงถูกทุกคนในโรงเรียนมองข้าม
แต่พอได้เจอเจียงหย่าหรู เขาก็ถูกเธอทุบตีอยู่เป็นประจำ และมันทำให้เขาได้พัฒนาฝึกฝนร่างกายของตัวเอง โดยธรรมชาติแล้ว ถ้าคุณอยากมีชีวิตรอดจากการถูกไทรันโนซอรัสตัวเมียทุบตี สิ่งที่ต้องทำคือคุณจะต้องแข็งแกร่งขึ้น
“พี่ใหญ่คนนี้พูดได้ดี ฉันสามารถนึกภาพตามได้เป็นฉากๆ และทุกอย่างดูสมเหตุสมผล”
“บัดซบเอ๊ย ชีวิตไอ้บ้านี่มันโชคดีอะไรขนาดนั้น ถูกเทพธิดาของโรงเรียนซ้อมเช้าซ้อมเย็น จนฝึกร่างกายของตัวเองมาถึงรอบสุดท้ายได้ เรื่องนี้มันเหลือจะเชื่อ”
“ฉันคนหนึ่งที่ไม่เชื่อเรื่องแบบนี้ พูดตามตรง ฉันเคยโดนแฟนของฉันที่หนักกว่าร้อยกิโลตีอยู่บ่อยๆ แต่ไม่เคยทำให้ร่างกายฉันแข็งแกร่งขึ้นสักนิด กลับกันแล้ว ฉันต้องเข้าห้องฉุกเฉินไม่รู้ตั้งกี่ครั้ง จริงๆ แล้วเธอก็ไม่ได้ตั้งใจให้เป็นแบบนั้น แต่บางครั้งเธอก็ยั้งแรงของตัวเองไว้ไม่อยู่”
“นี่แฟนของนายน่ะเทียบได้กับเทพธิดาเจียงประจำโรงเรียนเราได้หรือเปล่า ตอนเธอทุบแฟนหนุ่ม เธอคงลงมือสุดกำลังจนอาการปางตาย ซึ่งมันเป็นวิธีกระตุ้นศักยภาพแฝงในร่างกายมนุษย์ได้อย่างเห็นผล มันคนละระดับกันเลย”
นักเรียนหลายคนกำลังถกเถียงกันอย่างจริงจัง พวกเขาเริ่มเข้าใจว่าทำไมเซี่ยปิงถึงแข็งแกร่งขึ้นมาก น้ำแข็งหนาสามฟุตไม่ได้ก่อขึ้นในวันเดียวแต่อาจต้องใช้เวลาหลายปีเพื่อฝึกฝนจึงจะได้ความแข็งแกร่งนี้มา
เพื่อนร่วมชั้นของเซี่ยปิงก็สับสนมึนงงไปตามๆ กัน ถึงแม้ข่าวเจียงหย่าหรูท้องกับเซี่ยปิงจะมาจากพวกเขาเป็นต้นเหตุ แต่สุดท้ายแล้วมันก็แค่ข่าวลือลอยๆ และยังไม่ได้รับการยืนยัน
ตอนนี้เรื่องราวกลับตาลปัตร เมื่อเซี่ยปิงยืนยันออกมาด้วยตัวเอง
ด้านอาจารย์ชิวซุยตกใจยิ่งกว่าใคร เธอเป็นอาจารย์ประจำชั้นของห้อง 36 มาครึ่งปี แต่กลับมีเรื่องราวมากมายไม่หยุดหย่อน เริ่มจากมีนักเรียนชายสองคนวิ่งแก้ผ้ารอบโรงเรียนจนโดนตำรวจจับคุมขังเจ็ดวัน แค่เหตุการณ์นี้ทำให้เธอเครียดพอแรงแล้ว
แต่ครั้งนี้ นักเรียนดีเด่นที่เป็นถึงเทพธิดาของโรงเรียนตั้งท้อง และพ่อของเด็กก็ยังเป็นนักเรียนในชั้นของเธออีก ใครบ้างจะไม่ปวดหัว ความคิดของเด็กยุคนี้ซับซ้อนเกินกว่าจะเข้าใจได้
“เซี่ยปิง!”
เมื่อได้ยินเสียงพูดคุยของนักเรียนหลายกลุ่ม เจียงหย่าหรูก็เข้าใจทันทีว่า ก่อนหน้านี้เซี่ยปิงพูดอะไรเอาไว้ ความโกรธแล่นไปทั่วหัวใจ และใช่! เธอโกรธจนขนหัวลุก ใบหน้าที่เคยแสดงแต่ด้านงดงามอ่อนโยนเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ
นับตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน เธอไม่มีความเกี่ยวข้องอะไรกับไอ้คนไร้ยางอายอย่างเขา นอกจากเป็นเพื่อนบ้านที่รู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก แล้วเธอจะไปท้องกับคนสารเลวอย่างเขาได้ยังไง
ข่าวลือนี้มาจากไหนกันแน่
ที่ผ่านมาเธอไม่เคยปะทะกับเซี่ยปิงมาก่อน แต่ตอนนี้เธอชักอยากอัดไอ้คนไร้ยางอายตรงหน้าให้นอนกองไปกับพื้น
เซี่ยปิงกลอกตาแล้วพูดว่า “อ่า….ใช่แล้ว อยู่ๆ ฉันก็ปวดฉี่ขึ้นมา ฉันไปห้องน้ำก่อนนะ” พูดจบเขาก็สับขาวิ่งออกไปทันที
“ไอ้คนสารเลว กลับมาเดี๋ยวนี้นะ”
เจียงหย่าหรูโกรธจนอกจะระเบิด เธอจะปล่อยให้ตัวร้ายแบบเขาหนีไปได้อย่างไร แต่ก่อนที่เจียงหย่าหรูจะทำตามที่คิดไว้ อาจารย์ผู้ตัดสินเดินมาจับมือเธอชูขึ้น พร้อมกับประกาศเสียงดัง
“ฉันขอประกาศว่า เจียงหย่าหรูคือผู้ชนะการประลองในปีนี้”
“อาจารย์ ฉัน….ฉัน” ใจของเจียงหย่าหรูตอนนี้อยากไล่ตามเซี่ยปิงไป แต่กลับถูกอาจารย์ผู้ตัดสินรั้งไว้ จะขยับไปไหนก็ขยับไม่ได้สักก้าวเดียว เพราะหลังจากประกาศผลการประลอง เธอยังต้องขึ้นไปรับรางวัลบนแท่นพิธี ทุกอย่างจึงดูยุ่งยาก
เจียงหย่าหรูกัดฟัน กดเท้าแรงๆ ลงพื้นระงับความโกรธ วาดภาพไว้ในใจว่า ไม่ช้าก็เร็ว เธอจะต้องสั่งสอนคนสารเลวผู้นี้ให้สมกับที่ทำกับเธอไว้ หากไม่เป็นเช่นนั้นอย่าเรียกเธอว่าเจียงหย่าหรู
เซี่ยปิงออกวิ่งมาจนถึงห้องน้ำ เขาปวดจนฉี่จะราดอยู่รอมร่อ จึงรีบจัดการธุระ และใช้โอกาสนี้ซ่อนตัวสักพักเพื่อกันไม่ให้คนอื่นเห็นเขา เพราะสถานการณ์ในตอนนี้ค่อนข้างเสี่ยงต่อการถูกรุมยำ
ติ๊ง!
เสียงของระบบดังขึ้นดับความคิดเซี่ยปิง “ขอแสดงความยินดีกับคุณที่กระตุ้นความโกรธแค้นและความเกลียดชังได้เป็นจำนวนมาก ตอนนี้คุณมีคะแนนความเกลียดชังทั้งหมดสามพันเจ็ดร้อยคะแนน ทางระบบหวังว่าคุณจะตั้งใจทำผลงานต่อไป”
สามพันเจ็ดร้อยคะแนนความเกลียดชัง
ด้วยจำนวนตัวเลขนี้ ทำเอาดวงตาเซี่ยปิงตาสว่างวาบ คะแนนที่เขาเคยสะสมไว้ถูกใช้แลกทักษะการป้องกันนรกกลืนกินเกือบหมดจึงเหลือคะแนนความเกลียดชังอยู่เล็กน้อย
แต่เมื่อเริ่มการประลอง ตัวเขาเองกระตุ้นความเกลียดชังจากผู้เข้าชมนับไม่ถ้วน และได้คะแนนความเกลียดชังมากกว่าสามพันคะแนนในครั้งเดียว ซึ่งถือว่าเป็นการเก็บเกี่ยวครั้งใหญ่
สำคัญกว่านั้น ในเวลานี้เขากลายเป็นศัตรูของทุกโรงเรียนไปเสียแล้ว ชื่อเสียงเขาย่ำแย่เหม็นโฉ่ยิ่งกว่ามูลสุนัขหมา เดินบนถนนก็ต้องระวังตัวมากขึ้น เพราะคงมีคนจำนวนไม่น้อยที่รอปาไข่ใส่หน้าเขาอยู่
“ได้อย่างก็ต้องเสียอย่าง โลกเรามันก็เป็นแบบนี้แหละ” เซี่ยปิงพูดอย่างปลงตก ไม่อยากเก็บเรื่องเล็กน้อยมาใส่ใจ “ช่างหัวคนอื่นมันเถอะ นี่ก็เย็นแล้ว รีบกลับไปกินข้าวที่บ้านดีกว่า”
วุ่นวายกับการประลองมาตั้งแต่เช้า จนป่านนี้เวลาก็ปาไปเกือบหกโมงเย็น ท้องเริ่มส่งเสียงร้องท้วงด้วยความหิว
เซี่ยปิงจัดการธุระส่วนตัวในห้องน้ำจนเสร็จ เขาก็เดินออกจากโรงเรียน จังหวะที่เดินไปถึงประตูทางเข้าออก เขาก็ถูกชายหนุ่มในชุดฝึกสีขาวนับสิบคนล้อมไว้