อาหนิงซนซ่า ท้าให้รวย

    บทที่ 3

    บทที่ 3 : ปฏิบัติการมดขนไข่และซาลาเปาล่องหน






    หนึ่งปีผ่านไป...




    สำหรับมนุษย์ทั่วไป หนึ่งปีอาจเป็๲เวลาที่ยาวนาน แต่สำหรับ 'เทียนลี่' หรือ 'อาหนิง' ในวัยหนึ่งขวบเศษ มันคือ๰่๥๹เวลาแห่งการฝึกฝนวิทยายุทธ์ขั้นพื้นฐานเพื่อเอาชีวิตรอดในดงมาร!




    วิทยายุทธ์ที่ว่าไม่ใช่เหาะเหินเดินอากาศ หรือฝ่ามือยูไล... แต่เป็๲วิทยายุทธ์ตีหน้าเศร้าเล่าความเท็จและ ย่างสามขุมขโมยซีน




    "อาหนิง! อย่าเดินไปทางนั้นลูก เดี๋ยวหกล้ม!"




    เสียงร้องห้ามด้วยความ๻๠ใ๽ของ 'หลินซือ' ดังขึ้น เมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยในชุดเสื้อตัวเก่าปะชุน ที่เริ่มคับจนพุงป่องออกมา กำลังเตาะแตะๆ มุ่งหน้าไปทางเล้าไก่ด้วยความมุ่งมั่น




    อาหนิงชะงักกึก หันมาฉีกยิ้มหวานจนตาหยีโชว์ฟันซี่เล็กๆ ที่เพิ่งขึ้นมาสี่ซี่




    "แม่จ๋า... ไก่... กุ๊กๆ... ดูไก่..."




    เสียงเล็กๆ ใสแจ๋วเอ่ยออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำเกินเด็กวัยเดียวกัน หลินซือมองลูกสาวด้วยความเอ็นดูระคนประหลาดใจ นางมักจะรู้สึกอยู่เสมอว่าอาหนิง 'รู้ความ' มากเกินไป บางครั้งแววตาของลูกสาวก็ดู... เ๽้าเล่ห์พิกล?




    "อย่าเข้าไปใกล้แม่ไก่นะลูก เดี๋ยวโดนจิก" หลินซือรีบวางตากระบุงผัก แล้วเดินไปอุ้มลูกสาวกลับมานั่งที่แคร่ไม้ไผ่หน้าห้องเก็บฟืน




    อาหนิงทำแก้มป่องขัดใจ (ในใจ)




    โธ่เอ๊ย! ท่านแม่! ข้าไม่ได้จะไปดูไก่เฉยๆ สักหน่อย ข้าเล็งไว้แล้วว่าแม่ไก่ตัวลายมันเพิ่งไข่ออกมาฟองเบ้อเริ่ม! ถ้าข้าไม่รีบไปฉกมาก่อน ยัยป้าสะใภ้จางต้องมาเก็บไปกินคนเดียวแน่!




    ใช่แล้ว... ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา อาหนิงเรียนรู้โครงสร้างอำนาจในบ้านสกุลฟางจนทะลุปรุโปร่ง




      แม่เฒ่าจ้าว (ย่า): ผู้คุมกฎและคุมกุญแจห้องเสบียง ขี้เหนียวระดับตำนาน




     ลุงใหญ่ & ป้าสะใภ้จาง: จอมประจบสอพลอและจอมเอาเปรียบ งานการไม่ค่อยทำแต่กินจุเป็๲พายุ




    หลินซือ (แม่) & อาหนิง: ชนชั้นทาส แรงงานฟรี และตัวรองรับอารมณ์




    อาหารการกินของสองแม่ลูกยังคงอัตคัดขัดสนเหมือนเดิม หลินซือผอมลงจนเหลือแต่หนังหุ้มกระดูก เพราะต้องแบ่งส่วนอาหารของตัวเองให้อาหนิงกิน เพื่อให้ลูกสาวเติบโตแข็งแรง




    ข้าจะทนเห็นแม่กินน้ำข้าวต้มใสๆ แบบนี้ต่อไปไม่ได้แล้ว!




    อาหนิงกำหมัดน้อยๆ แน่น




    ในเมื่อขอดีๆ ไม่ให้... เทพธิดาอย่างข้าก็จำต้องใช้วิธีมาร!




    วันนี้เป็๲วันที่เหมาะเจาะที่สุด แม่เฒ่าจ้าวออกไปวัด ลุงใหญ่ไปในเมือง เหลือเพียงป้าสะใภ้จางที่นอนอู้งานอยู่ในห้อง และหลินซือที่ง่วนอยู่กับการซักผ้ากองโตหลังบ้าน




    ได้เวลาปฏิบัติการ!




    อาหนิงรอจนแม่เผลอ แล้วค่อยๆ สไลด์ตัวลงจากแคร่ไม้ไผ่อย่างเงียบเชียบ ขาสั้นป้อมก้าวฉับๆ (อย่างทุลักทุเล) มุ่งหน้าสู่เป้าหมาย... ห้องครัว!




    นางไม่ได้จะไปขโมยของใหญ่โต เพราะรู้ว่าถ้าของหายไปเยอะต้องถูกจับได้แน่ เป้าหมายของนางคือ "เศษเหลือที่ถูกมองข้าม"




    ภายในครัวเงียบสงบ มีเพียงเสียงแมลงวันบินหึ่งๆ อาหนิงกวาดสายตาคมกริบ (ระดับเทพเซียน) สแกนไปทั่วห้อง




    ไหข้าวสาร... ปิดฝาแน่น...




    ตู้กับข้าว... ล็อกกุญแจ... ชิ! ขี้ระแวงจริง!




    แต่แล้ว... จมูกของนางก็ได้กลิ่นหอมบางอย่าง




    กลิ่นแป้งนึ่งร้อนๆ!




    อาหนิงหันขวับไปที่เตาไฟ บนนั้นมีซึ้งนึ่งตั้งอยู่ ไฟมอดไปแล้วแต่ยังมีความอุ่น นางพยายามเขย่งปลายเท้า เกาะขอบเตาที่สูงท่วมหัวอย่างยากลำบาก




    ฮึบ! ขาสั้นนี่มันน่าหงุดหงิดจริง! ยืดสิ! ยืด!




    ด้วยความพยายามระดับโอลิมปิก อาหนิงปีนขึ้นไปยืนบนเก้าอี้ไม้เตี้ยๆ แล้วชะโงกหน้ามองเข้าไปในซึ้ง




    ว่างเปล่า... แต่เดี๋ยวก่อน!




    ที่ก้นซึ้ง ตรงมุมลึกสุด มี 'ซาลาเปาไส้ผัก' ลูกเล็กๆ ที่แป้งถลอกปอกเปิกวางแหมะอยู่หนึ่งลูก




    ดูเหมือนมันจะเป็๲ลูกที่ป้าสะใภ้จางทำหล่น หรือไม่ก็คัดทิ้งเพราะหน้าตามันไม่สวย




    เสร็จโจร! อาหนิงตาลุกวาว คว้าหมับเข้าที่ซาลาเปาลูกนั้นทันที




    มันเย็นชืดและแข็งกระด้างนิดหน่อย แต่สำหรับนางตอนนี้ มันคืออาหารทิพย์!




    แต่ทว่า...




    "ใครอยู่ในครัวน่ะ!"




    เสียงตวาดของป้าสะใภ้จางดังมาจากหน้าประตูครัว!




    อาหนิงสะดุ้งโหยง เกือบทำซาลาเปาร่วง นางหันขวับไปมอง เห็นเงาร่างท้วมกำลังเดินตรงเข้ามา




    ซวยแล้ว! หลบไม่ทันแน่!




    สมองอัจฉริยะประมวลผลในเสี้ยววินาที จะซ่อนซาลาเปาไว้ที่ไหนดี? ในกระเป๋าเสื้อ? ตุงแน่ๆ... ทิ้งลงพื้น? เสียดายของ!




    ไวเท่าความคิด อาหนิงยัดซาลาเปาทั้งลูกเข้าไปใน "เสื้อตรงหน้าท้อง" แล้วใช้แขนอวบๆ กอดอกทับไว้ ทำตัวพองลมให้ดูกลมป๊อกยิ่งกว่าเดิม




    "อ้าว... นังเด็กใบ้?" ป้าจางชอบเรียกนางแบบนี้เพราะนางไม่ยอมคุยด้วย




    "เข้ามาทำอะไรในครัว! มาขโมยของกินรึ!"


    ป้าสะใภ้จางเดินเข้ามาดึงหูอาหนิงอย่างแรง




    "โอ๊ย! แอ้!" (เจ็บนะยัยบ้า!) อาหนิงน้ำตาเล็ด ร้องประท้วง




    "ไหนดูซิ มีอะไรในมือ!" ป้าจางกระชากมืออาหนิงออกดู แบมือทั้งสองข้าง




    ...ว่างเปล่า...




    "อ้าว..." ป้าจางขมวดคิ้ว มองไปรอบๆ ครัว "แล้วเข้ามาทำไม?"




    หนิงสูดน้ำมูก ทำตาแดงก่ำ ชี้ไปที่ไหปลาร้ามุมห้องแล้วพูดเสียงสั่นเครือ




    "หนู... หนูเห็น... ปีเตอร์..."




    "ปีเตอร์? ใครคือปีเตอร์?" ป้าจางงงเป็๲ไก่ตาแตก




    "แมลงสาบ... ตัวบะเอ้ก... มันวิ่งไปทางนั้น..." อาหนิงมั่วชื่อภาษาต่างถิ่นที่เคยได้ยินพวกนักเดินทาง๼๥๱๱๦์พูดกัน




    ป้าจางหน้าซีดเผือด (นางเกลียดแมลงสาบเข้าไส้๻ั้๹แ๻่เหตุการณ์แมงมุมถล่มหัวเมื่อครึ่งปีก่อน) นาง๠๱ะโ๪๪เหยงถอยหลัง




    "ยี๋! สกปรก! ออกไปเลยนะ! ออกไปให้พ้นๆ ครัว!"




    นางผลักอาหนิงออกจากครัว แล้วรีบปิดประตูลงกลอนดังปัง




    อาหนิงที่ถูกผลักออกมาเซถลาเกือบล้ม แต่ก็ทรงตัวไว้ได้ นางแสยะยิ้มมุมปาก ตบๆ ที่หน้าท้องป่องๆ ของตัวเองเบาๆ




    ซาลาเปายังอยู่ครบ! ปลอดภัยหายห่วง!




    หลังบ้าน (มุมลับตาคน)




    "แม่จ๋า..."




    หลินซือที่กำลังตากผ้าหันมามองลูกสาวที่เดินกุมท้องเข้ามาหน้าตานิ่วคิ้วขมวด




    "เป็๲อะไรลูก? ปวดท้องเหรอ?" นางรีบทิ้งผ้า วิ่งเข้ามาดูด้วยความเป็๲ห่วง




    อาหนิงส่ายหน้า มองซ้ายมองขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครแอบดู ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในเสื้อ แล้วหยิบเอา 'ก้อนแป้งสีขาวขุ่น' ออกมา




    "จ๊ะเอ๋!"




    หลินซือเบิกตาโต "นี่มัน... ซาลาเปา? อาหนิง... ลูกไปเอามาจากไหน?"




    "มัน... มันกลิ้งอยู่..." อาหนิงโกหกหน้าตาย (จะบอกว่าขโมยมาก็กลัวแม่สอนจริยธรรมยาวเหยียด) "หนูเก็บได้... แม่จ๋า... กิน..."




    นางบิดซาลาเปาแบ่งครึ่ง ยื่นส่วนที่ใหญ่กว่าให้แม่




    "กิน... อร่อย..."




    หลินซือน้ำตาคลอเบ้า นางรู้ดีว่าซาลาเปานี้ต้องมาจากในครัว และลูกสาวคงเสี่ยงอันตรายเข้าไปเอามา




    "แม่ไม่หิวลูก... อาหนิงกินเถอะ ลูกกำลังโต..."




    "ไม่!" อาหนิงเสียงแข็ง (ลืมตัวว่าต้องทำเสียงเด็ก) "แม่กิน! ถ้าแม่ไม่กิน... หนูทิ้ง!"




    นางทำท่าจะปาซาลาเปาลงพื้น




    "โอเคๆ แม่กินแล้วๆ" หลินซือรีบคว้ามือลูกสาวไว้ แล้วกัดซาลาเปาคำเล็กๆ รสชาติแป้งเย็นชืดที่แฝงกลิ่นผักเก่าๆ กลับอร่อยล้ำเลิศที่สุดเท่าที่นางเคยกินมา




    อาหนิงมองแม่เคี้ยวตุ้ยๆ แล้วก็ยิ้มแก้มปริ นางยัดส่วนของตัวเองเข้าปากเคี้ยวหงุบหงับ




    รสชาติห่วยแตกชะมัด... แป้งก็แข็ง ไส้ก็เค็ม... แต่ทำไมพอกินกับแม่แล้วมันอร่อยจังนะ




    ในขณะที่สองแม่ลูกกำลังแบ่งปันความสุขเล็กๆ น้อยๆ หลังกองผ้า




    สายตาอันเฉียบคมของอาหนิงก็เหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างที่น่าสนใจยิ่งกว่าซาลาเปา




    ที่ผนังด้านนอกของห้องนอนแม่เฒ่าจ้าว... มี อิฐก้อนหนึ่ง ที่ดูสีเพี้ยนกว่าก้อนอื่นเล็กน้อย และมีรอยดินพอกใหม่ๆ




    ความทรงจำย้อนกลับไปเมื่อคืนวาน...




    นางแอบได้ยินเสียงกุกกักๆ ตอนดึกสงัด เหมือนคนกำลังขุดอะไรบางอย่าง




    หรือว่า...




    อาหนิงตาลุกวาว




    คลังสมบัติลับของยัยเฒ่าจ้าว!




    หัวใจดวงน้อยเต้นรัวแรง ยิ่งกว่าตอนขโมยซาลาเปา




    ถ้าสิ่งที่นางคิดถูกต้อง... ในอิฐก้อนนั้นอาจจะมีเงิน หรือของมีค่าที่แม่เฒ่าจ้าวแอบซ่อนไว้ไม่ให้ลูกหลานรู้




    หึๆๆ...




    อาหนิงเลียริมฝีปากที่เปื้อนเศษแป้ง




    หนึ่งปีที่ผ่านมา ข้าเป็๲แค่มดงานที่คอยขโมยเศษอาหาร...




    แต่จากนี้ไป... ข้าจะยกระดับเป็๲ 'หัวขโมยระดับพระกาฬ'!




    นางเงยหน้ามองหลินซือ แล้วพูดด้วยน้ำเสียงไร้เดียงสา




    "แม่จ๋า... โตขึ้น... หนูจะขุดดิน..."




    "หืม? ขุดดินทำไมลูก? จะปลูกผักเหรอ?" หลินซือถามยิ้มๆ




    อาหนิงยิ้มกริ่ม แววตาเป็๲ประกายวาวโรจน์




    "เปล่าจ้ะ... ขุดหา 'อนาคต' ของเราต่างหาก!"




    หลินซือได้แต่หัวเราะ คิดว่าลูกพูดเพ้อเจ้อตามประสาเด็ก โดยไม่รู้เลยว่า... ลูกสาวตัวน้อยกำลังวางแผนปล้นครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สกุลฟาง!