ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 5 ตอนที่ 127 ผู้ชายไม่เลว ผู้หญิงไม่รัก

           “ปึง!”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดยังไม่ทันพูดจบ ก็ถูกหมัดอีกหมัดอัดใส่หน้าอีกแล้วเลือดกบปากร่องฟันเต็มไปด้วยสีโลหิต

           “ปึง!”

           จากนั้นก็มีอีกหมัดปล่อยใส่ดั้งอีกครั้ง

           “ช่วยด้วย.......”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองร้องโอดครวญอย่างน่าสงสารเขาเองก็เป็นผู้ฝึกฌานขั้นเบิกนภาในระดับขั้นสัมผัสพลังลี้ลับทว่าในขณะนี้เมื่อต้องอยู่ต่อหน้าตู้เซ่าฝู่ เขากลับไม่มีพลังใดๆ ต่อต้านได้เลยเขาเหมือนเป็นเพียงกระสอบทรายเนื้อคนที่รอคอยให้คนมาต่อยในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวล้มพับไปกับพื้น

           “ปึงปึงปึง!”

           ตู้เซ่าฝู่ไม่เกรงใจเลยแม้แต่น้อยยังใช้เท้ากระทืบใส่ท้องและหน้าอกของชายหนุ่มชุดเหลืองอีกหลายครั้งอย่างแรงเหยียบกระทืบจนชายหนุ่มชุดเหลืองพ่นโลหิตออกมาปริมาณมากผู้คนรอบข้างมองด้วยความตะลึง

           หลังจากกระทืบร่างที่ล้มอยู่กับพื้นสักพักตู้เซ่าฝู่ก็หยุดเท้า มองสำรวจร่างอันบอบช้ำนั้นแววตาที่ดุดันเริ่มกลับมาอ่อนโยนขึ้นมา เอ่ยถามว่า “ตอนนี้เอาบัตรสมาชิกมาให้ข้าได้หรือยัง”

           “ให้ข้าให้.......”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองที่ถูกต่อยและกระทืบหลายครั้งจนนอนเลือดท่วม สภาพยับเยินน่าสงสารทนต่อไปไม่ไหวอีกแล้วเขาอดกลั้นฝืนทนต่อความเจ็บปวดพยายามล้วงเอาบัตรมรกตที่มีประกายสีเงินวิบวับใบหนึ่งออกมาจากถุงหยินหยาง

           บัตรมรกตใบนี้มีประกายแสงอักษรยันต์อยู่ด้วยแค่มองแวบเดียวก็ทราบว่ามันถูกสร้างโดยนักเวทยันต์

           “ถุงหยินหยางใบนี้ก็ดูไม่เลวข้าขอแล้วกันนะ”

           ตู้เซ่าฝู่คว้าเอาบัตรมรกตและถุงหยินหยางออกไปจากมือชายหนุ่มชุดเหลืองพร้อมกันอย่างไม่เกรงใจจากนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยสีหน้าที่พอใจมาก กล่าวว่า “เจ้าดูสิข้าบอกแล้วว่าถ้าไม่ให้บัตรสมาชิก ข้าจะอัดเจ้าทำไมเจ้าไม่เชื่อและให้ข้าตั้งแต่ทีแรกล่ะ?ตอนนี้เจ้าให้ข้าแล้วข้าก็รับประกันว่าจะไม่อัดเจ้าแล้วล่ะ”

           เมื่อพูดจบ ตู้เซ่าฝู่ก็ลุกขึ้นยืนจากนั้นเดินไปที่เด็กหนุ่มเฝ้าประตูใหญ่หน้ายิ้มคนนั้นที่ตอนนี้สีหน้าตะลึงมากจากนั้นก็แกว่ง บัตรมรกตที่อยู่ในมือที่เพิ่งแย่งชิงมา กล่าวว่า“นี่น่าจะเป็นบัตรสมาชิกนะ ตอนนี้ข้ามีบัตรสมาชิกแล้ว ให้ข้าเข้าไปได้แล้วหรือยัง?”

           “เอ่อ.......”

           เด็กหนุ่มเฝ้าประตูหน้ายิ้มตะลึงสถานการณ์เช่นนี้เขาเองก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรดีประตูทางเข้าของสวนโบราณไม่เคยเกิดเรื่องเช่นนี้มาก่อน

           “หากเจ้าไม่ให้ข้าเข้าไปเท่ากับจงใจทำให้ข้ารู้สึกแย่ งั้นข้าคงต้องอัดเจ้าด้วยแล้ว” ตู้เซ่าฝู่มองหน้าเด็กหนุ่มเฝ้าประตูหน้ายิ้มขณะกล่าว

           แม้ตู้เซ่าฝู่ยิ้มให้ทว่าเด็กหนุ่มเฝ้าประตูเพิ่งสัมผัสถึงสีหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วของเด็กหนุ่มชุดม่วงมาเขามองไปที่ชายหนุ่มชุดนักสู้ที่ถูกอัดกระเด็นลุกขึ้นยืนไม่ขึ้นสุดท้ายก็ตัดสินใจพยักหน้าอย่างแรก กล่าวว่า คุณชายน้อยท่านนี้ “เชิญครับ!”

           “หวงที่สาม พวกเราเข้าไปกันเถิด”

           ตู้เซ่าฝู่หันไปตะโกนเรียกข้างหลังจากนั้นก็ยืดอกทำท่าทางเข้าประตูโอ่อ่าของสวนโบราณอย่างมั่นใจแสร้งทำเป็นคนมีประสบการณช่ำชอง ในใจแอบคิดว่าจะต้องไม่ให้คนอื่นรู้ว่าเขามาสถานเริงรมย์เช่นนี้เป็นครั้งแรก

           “แบบนี้จะดีหรือ.......”

           หวงที่สาม หัวหน้ากองจางและคนอื่นๆ จ้องหน้ากันสีหน้าแต่ละคนยังคงตะลึงและงงงวยมากพวกเขามองไปมองคนที่ถูกอัดกระจายคนละทิศละทางที่นอนเลือดกบปากอยู่บนพื้นจากนั้นแอบสูดหายใจเข้าเฮือกแรงๆ และรีบเดินตามคุณชายน้อยเข้าไปข้างใน

           “คุณชายน้อยคนนี้มีที่มาที่ไปอย่างไรนะลงมือได้ป่าเถื่อนจริงๆ”

           “เจ้าหมอนี่คิดจะถล่มที่นี่หรือเปล่า?”

           “คงไม่ได้อัดกัวคุนกับเฮ่อจวินจริงๆหรอกมั้ง ฝีมือต่อสู้ของคุณชายน้อยคนนี้แข็งแกร่งมากจริงๆ คาดเดาเขาไม่ออกเลย”

           “.......”

           จากนั้นตู้เซ่าฝู่ หวงที่สามและคนติดตามคนอื่นๆก็เข้ามาในสวนโบราณได้ คนบริเวณรอบๆ ประตูต่างถกเถียงกันถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต่างถอนหายใจ เข้าสวนโบราณไปเช่นนี้ได้ด้วยหรือวันนี้ได้เห็นเป็นประสบการณ์ใหม่จริงๆ

           “ไอ้สารเลวข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่ ข้าจะให้เจ้าชดใช้ ให้เจ้าต้องตกนรกทั้งเป็น!”

           ชายหนุ่มชุดเหลืองมองตามเงาหลังของตู้เซ่าฝู่ขณะนี้เขากระดูกหักไปหลายท่อนจนลุกขึ้นยืนไม่ไหว ถูกกระทืบจนดูไม่ได้เจ้าบ้านี่ทำให้เขาต้องเสียหน้าจนหมดสิ้น แม้ขนาดถุงหยินหยางยังถูกแย่งไปเลยความแค้นนี้จะไม่แก้แค้นได้อย่างไร..............

           หลังจากที่ตู้เซ่าฝู่ หวงที่สามและผู้ติดตามคนอื่นเข้ามาในสวนโบราณแล้วพวกเขาก็ได้เห็นสถานที่ที่ตกแต่งประดับประดาหรูหราอลังการราวกับพระราชวังทุกคนต่างรู้สึกตื่นเต้นและตะลึงกับความโอ่อ่าของที่นี่

           แม้แต่หลังคาก็ยังถูกประดับด้วยอัญมณีหินเลอค่าเต็มไปหมดความระยิบระยับสะท้อนแสงของของประดับสถานที่แยงตามาก มองจนตามัว ทุกคนรู้สึกเคลิบเคลิ้มไปกับบรรยากาศที่นี่

           สถานที่กว้างใหญ่ก่อสร้างด้วยวัสดุชั้นดีกับของประดับที่หรูหราสถานที่นี้สมกับเป็นที่ที่ทำให้คนหลงใหลและใฝ่ฝันถึงจริงๆ

           ห้องโถงของที่นี่มีพื้นที่กว้างใหญ่มากตระการตามองจนตามัว ในนั้นมีผู้คนรวมตัวกันอยู่มากสมกับเป็นที่ที่ได้นับขนามนามเป็นสถานเริงรมย์ที่ดีเลิศและค่าใช้จ่ายสูงที่สุด

           “คุณชายน้อยนายท่านทั้งหลาย เชิญด้านในค่ะ!”

           ขณะที่ตู้เซ่าฝู่และผู้ติดตามทั้งหกคนกำลังกวาดสายตามองสถานที่แห่งนี้ก็มีกลุ่มหญิงสาวหน้าตาสะสวยกลิ่นน้ำหอมหอมฟุ้งเรียงแถวกันออกมาต้อนรับหญิงสาวเจ็ดคนนี้มุ่งหน้าเข้ามาเกาะแขนชายทั้งเจ็ดคนนี้แสดงท่าทางราวกับเป็นคนรักที่พรากจากกันมานานทำให้พวกเขาสัมผัสได้ถึงความรู้สึกอบอุ่นราวกับว่าที่นี่ก็คือบ้านของตัวเอง

           “แม่นาง ข้ามาเพื่อพบแม่นางมู่หรงโยวรั่ว”

           ตู้เซ่าฝู่เป็นครั้งแรกที่มีสถานเริงรมย์เช่นนี้จู่ๆ ก็มีหญิงสาวเข้ามาคว้าแขนของเขา เขาตกใจจนรีบดึงแขนตัวเองออก

           “คุณชายน้อยท่านทำเช่นนี้ไม่ถูกนะ แม้ข้าจะไม่ได้มีเสน่ห์เท่าน้องโยวรั่วแต่อย่างน้อยท่านก็น่าจะถามชื่อของข้าก่อนค่อยถามหาน้องโยวรั่วสิ”

           หญิงสาวท่าทางสวยสดงดงามอายุประมาณยี่สิบสองยี่สิบสามเมื่อเห็นการกระทำของตู้เซ่าฝู่ก็จ้องหน้าตู้เซ่าฝู่อย่างไม่พอใจจากนั้นก็คว้าแขนตู้เซ่าฝู่ต่อ ทำท่างอนน้อยใจ จากนั้นหันไปพูดกับหวงที่สาม หัวหน้ากองจางและคนอื่นๆที่เดินตามหลังตู้เซ่าฝู่ “นายท่านทั้งหลาย ข้าพูดถูกใช่หรือไม่?”

           “ใช่แล้วแม่นางพูดถูก”

           หัวหน้ากองจางและคนอื่นๆรีบช่วยง้อพูดเอาใจแม่นางคนนั้น แต่เดิมคุณชายน้อยคนนี้มาเพื่อพบแม่นางมู่หรงโยวรั่วอายุแค่ขนาดนี้แต่ไม่ธรรมดาเลย ขณะนี้พวกเขารู้สึกว่ารู้จักและสนิทกันมากขึ้นไม่ได้รู้สึกแปลกหน้าเหมือนเจอกันตอนแรก

           ตู้เซ่าฝู่เห็นว่าหวงที่สามหัวหน้ากองจางและคนอื่นหัวเราะ ก็รีบยืดอกและยื่นมือเข้าไปบีบสะโพกหญิงสาวคนนั้นกล่าวว่า “แน่นจริงๆ ไว้ต่อไปข้ามาอีกค่อยถามชื่อของเจ้าก็ยังไม่สาย”

           “คุณชายน้อยสุดยอดไปเลย”

           หวงที่สาม หัวหน้ากองจางและคนอื่นๆตะลึงสักครู่ จากนั้นก็หัวเราะเสียงดังออกมา ทว่าตู้เซ่าฝู่ก็แสดงจุดยืนอย่างจริงใจต่อแม่นางที่เข้ามาหาเข้าคนนี้

           เพราะใครๆ ต่างก็รู้ว่า หญิงสาวในสวนโบราณแสดงความสามารถทางด้านศิลปะหากินไม่ได้ขายตัวหากคุยกันถูกของพวกนางอาจจะยอมให้มากกว่านั้นก็เป็นสิทธิ์ส่วนตัวของนางหากไม่ได้เกิดความรู้สึกดีๆ ให้ ก็ไม่มีทางแตะต้องพวกนางได้

           ทว่าเพราะสวนโบราณมีกฎเกณฑ์เช่นนี้ไม่ชายใดได้ครอบครองหญิงสาวที่ชื่นชอบ ก็ทำให้พวกเขายิ่งรู้สึกโหยหาทำให้การค้าที่นี่ทำกำไรได้อย่างงาม

           ยิ่งไปกว่านั้นการมาที่สวนโบราณได้ถือเป็นการพิสูจน์ฐานะสถานภาพคนได้ด้วย

           หญิงสาวใบหน้าสะสวยคนนี้ตะลึงตอนแรกคิดว่าคุณชายน้อยชุดม่วงคนนี้มาเที่ยวสถานเริงรมย์เป็นครั้งแรกใบหน้าหล่อเหลาดี ดังนั้นอยากจะหยอกล้อสักหน่อย คิดไม่ถึงว่าคุณชายน้อยชุดม่วงคนนี้จะกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ทว่านางก็ไม่ได้โมโห แกล้งทำเป็นถลึงตาใส่ตู้เซ่าฝู่ แต่ก็ยังพูดจาระวังตัวกับตู้เซ่าฝู่เพื่อป้องกันไว้แสดงออกว่าไม่ยินยอม“คุณชายน้อยแย่มาก”

           ไม่ใช่ว่าผู้ชายไม่เลว ผู้หญิงไม่รักหรอกหรือ”

           ตู้เซ่าฝู่แสร้งทำเป็นผู้เชี่ยวชาญจากนั้นบอกกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยที่อยู่ข้างๆ ว่า “เอาล่ะ พาข้าไปหาแม่นางมู่หรงโยวรั่วทีเถิด”

           หญิงสาวคนงามคนนี้นัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นบอกกับตู้เซ่าฝู่ว่า “คุณชายน้อยท่านนี้น่าจะเพิ่งมาครั้งแรก แต่ว่าน้องโยวรั่วไม่ใช่ว่าใครก็สามารถพบได้หรอกนะ”

           “เพราะเหตุใดหรือ?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถามด้วยความสงสัย

           สาวสวยกล่าวตอบ “เพราะน้องโยวรั่วคือหญิงงามคนดังของสวนโบราณของเราสวนโบราณพวกเราขายศิลปะไม่ได้ขายเรือนร่าง ทว่าแต่ละวันน้องโยวรั่วจะพบแขกเพียงคนเดียวและวันนี้น้อง โยวรั่วก็มีแขกแล้ว”

           “เช่นนี้เอง.......”

           ตู้เซ่าฝู่ขมวดคิ้ว ในใจเริ่มคิดว่ามู่หรงโยวรั่วที่อยู่ในสวนโบราณใช่มู่หรงโยวรั่วที่ตนต้องการหาหรือไม่นางคงไม่ใช่หญิงงามคนดังประจำที่นี่หรอกกระมัง

           เมื่อเห็นว่าตู้เซ่าฝู่แสดงสีหน้าตะลึงหญิงสาวคนสวยก็กล่าวต่อไปว่า “หากคุณชายน้อยท่านนี้อยากพบน้องโยวรั่วจริงๆก็พอมีทางอยู่ อีกประเดี๋ยวน้องโยวรั่วจะแสดงการบรรเลงกู่เจิงที่หอข้างบน คุณชายน้อยสามารถเปิดห้องส่วนตัวที่ชั้นสองได้เช่นนี้ก็จะสามารถอยู่ใกล้น้องโยวรั่วยิ่งขึ้น หากโชคดีอาจจะมีโอกาสได้พบหน้านางจริงๆ”

           “ก็ได้พาข้าไปชั้นสอง”

           ตู้เซ่าฝู่พยักหน้า จากนั้นหันหลังไปบอกกับหวงที่สามหัวหน้ากองจางและคนอื่นๆ ที่ติดตามข้างหลังว่า “หัวหน้ากองจาง หวงที่สามพวกเจ้าไปเตร็ดเตร่ตามสบายอยู่ข้างล่างเถิด จะใช้จ่ายอะไรก็ลงบัญชีชื่อข้าไว้ข้าจะไปพบสหายที่ชั้นสอง”

           “ขอบคุณมากขอรับคุณชายน้อยเซ่าฝู่เช่นนั้นก็พวกเราจะรออยู่ข้างล่าง”

           หวงที่สามพยักหน้า ในใจแอบคิดว่าคุณชายน้อยไปหาสหายที่ไหนกันเห็นชัดๆ ว่าไปหา หญิงงามคนดังประจำที่นี่ต่างหาก

           “คุณชายน้อย เชิญค่ะ”

           หญิงสาวคนสวยคนนี้ได้พบแขกที่นิสัยและท่าทางหลากหลายอยู่ทุกวันดังนั้นนางจึงมีสายตาที่เฉียบคมสามารถมองคนเป็น นางเห็นหัวหน้ากองจางและคนอื่นๆที่มีบุคลิกสง่า เป็นยอดฝีมีที่มีพลังลมปราณที่แข็งแกร่งทว่าก็ยังแสดงท่าทางเกรงใจและเคารพคุณชายน้อยคนนี้เป็นพิเศษดังนั้นนางเองก็ต้องยิ่งเกรงใจมากกว่าปกติ

           ห้องส่วนตัวชั้นสองก็ถูกประดับประดาอย่างหรูหราสวยงามเช่นกันไม่มีความฉูดฉาด เปี่ยมด้วยความสง่างาม ไม่มีเสียงเซ็งแซ่รบกวน ดูสะอาดสงบเงียบและเป็นส่วนตัว

           เขาเปิดหน้าต่างของห้องส่วนตัวออกดูก็พบว่ามีเวทีที่แขวนระย้าไว้ขนาดสิบกว่าเมตร ขณะนี้กำลังมีสาวงามที่น่าจะเป็นระดับแนวหน้าของที่นี่เต้นรำส่ายสะโพกเอวบางๆอย่างอ่อนช้อยราวกับไร้กระดูก ท่าทางมีเสน่ห์เย้ายวนมีเสียงปรบมือจากคนที่อยู่ที่โถงข้างล่างดึงขึ้นมาเป็นระยะๆ

           “คุณชายน้อย ห้องส่วนตัวนี้เตรียมสุราชั้นเลิศ ผลไม้และของทานเล่นไว้ให้แล้วท่านให้ข้าเรียกหญิงสาวๆ มาคุยเล่นเป็นเพื่อนท่านหรือไม่หญิงสาวที่นี่แต่ละคนต่างมีความสามารถแพรวพราว ต้องทำให้ท่านประทับใจได้แน่นอน” หญิงสาวหน้าตาสะสวยเอ่ยถามตู้เซ่าฝู่

           “มีแม่นางที่เป็นนักเวทยันต์หรือไม่?” ตู้เซ่าฝู่เอ่ยถาม

           “เอ่อ.......” สาวน้อยเมื่อได้ฟังก็ตะลึง หน้าเริ่มเจื่อน ล้อเล่นหรือเปล่า นักเวทยันต์ที่มีสถานะสูงส่งเช่นนั้นจะมาอยู่ในสถานเริงรมย์เช่นนี้ได้อย่างไรจึงตอบไปว่า “คุณชายน้อยพูดล้อเล่นเก่งจริงเชียว”

           “ข้าไม่ได้ล้อเล่นหากไม่มีแม่นางที่เป็นนักเวทยันต์ก็ช่างมันแล้วกัน เจ้าออกไปเถิดข้าอยู่ที่นี่คนเดียวก็พอแล้ว” ตู้เซ่าฝู่กล่าว

           “ถ้างั้นคุณชายน้อยมีเรื่องอะไรเรียกข้าได้ตลอดเวลาเลยนะคะ” หญิงสาวหน้าคนสวยมองตู้เซ่าฝู่ด้วยสีหน้าแปลกๆ จากนั้นก็พยักหน้าและโค้งคำนับอย่างอ่อนช้อยและมารยาทก่อนปิดประตูและจากไป