ว่ากันว่าเต๋าของแต่ละคนนั้นจะอยู่ในใจของแต่ละคนมันจะเกิดขึ้นตอนที่คนๆนั้นเริ่มฝึกฝนมันคือความตั้งใจแรกเริ่ม อู๋เซิ่งในตอนนี้ได้เข้าใจตัวเองแล้วเขาอยากจะเป็อิสระแม้ตอนนี้เขาจะไม่ถูกควบคุมโดยคำสาบานแล้วแต่ในอนาคตหากเขาอ่อนแอเขาก็อาจจะถูกผู้แข็งแกร่งควบคุมอีกครั้งก็ได้ดังนั้นเขาจึงต้องแข็งแกร่งให้มากขึ้นเพียงพอจะทำลายศัตรูที่คิดจะเข้ามาขัดขวางเขา
“วิ้ง!!!!!!!!!!!!!!!”
รอบๆร่างของอู๋เซิ่งปรากฏดอกบัวสีทองขึ้นทีละดอกดอกบัวที่งดงามนี้แผ่กลิ่นอายที่แปลกประหลาดออกมากลิ่นอายของมันมีพลังของเต๋าอัดแน่นอยู่ไม่นานดอกบัวก็ปรากฏออกมา 9 ดอกพร้อมกับแบ่งบานอย่างงดงาม
ในตอนนี้คัมภีร์บงกชส่อง์ถูกอู๋เซิ่งโคจรอย่างรวดเร็วพลังฟ้าดินรอบๆถูกดูดกลืนโดยอู๋เซิ่งอย่างรวดเร็ว
“ในที่สุดข้าก็ฝึกฝนคัมภีร์บงกชส่อง์ขั้นที่1 ได้สมบูรณ์ ต่อไปคือการสร้างลอยประทับดอกบัวทั้งเก้า” อู๋เซิ่งคิด
ดอกบัวทั้งเก้าที่ลอยอยู่รอบๆร่างของอู๋เซิ่งพุ่งเข้าสู่หน้าผากของอู๋เซิ่งทันทีจากนั้นก็ซ้อนทับกันกลายเป็ดอกบัวที่มีทั้งหมด9 ชั้นมีกลีบทั้งหมด 72 กลีบ สัญลักษณ์ดอกบัว 9 ชั้นปรากฎบนหน้าผากของอู๋เซิ่งก่อนสักพักก่อนจะหายไปขณะเดียวกันพลังของอู๋เซิ่งก็ทะยานขึ้นกลายเป็ก่อกำเนิดทันที
“ในที่สุดข้าก็ทำสำเร็จ”อู๋เซิ่งถอนหายใจขอแค่ผ่านขั้นตอนนี้ไปได้ย่างก้าวต่อไปก็ไม่ได้ยากมากนักสำหรับหลายคนมักจะหลงทางในขั้นตอนนี้ในอดีตระกูลอู๋เองก็เช่นกันหากพวกเขาไม่สามารถฝึกฝนเต๋าที่เหมาะสมได้ อนาคตของพวกเขาก็ถูกจำกัดเอาไว้ไม่สามารถถึงระดับสูงได้ทำให้ตระกูลอู๋ตกต่ำลงมาเรื่อยๆ
“ได้เวลาทดลงพลังใหม่ของข้าแล้ว”อู๋เซิ่งกล่าว
อู๋เซิ่งเดินออกจากถ้ำและพุ่งออกไปไม่นานอู๋เซิ่งก็เจอกับสัตว์อสูรหมาป่า 5 ตัว ทั้ง 5ตัวมีระดับพลังก่อกำเนิดขั้นสูงทั้งนั้น
“ดีเลยหลังจากที่ฝึกฝนคัมภีร์บงกชส่อง์ขั้นที่ 1 สมบูรณ์แล้วข้าก็ได้รับทักษะโจมตีมาหนึ่งอย่างแม้จะยังไม่เชี่ยวชาญแต่กับพวกเ้าก็น่าจะเพียงพอแล้ว” อู๋เซิ่งผสานมือดอกบัว9 ชั้นปรากฏด้านหลังก่อนที่กลีบจะค่อยๆหลุดออกมา
“บงกช์โปรยปราย”
กลีบดอกบัวกลายเป็คมมีดพุ่งเข้าโจมตีสัตว์อสูรทั้ง5 ตัวทันที สัตว์อสูรทั้งห้ารับรู้ได้ถึงอันตรายและวิ่งหลบการโจมตีแต่เมื่อมือของอู๋เซิ่งขยับกลีบดอกบัวก็ติดตามหมาป่าทั้ง 5 ตัวไปและสังหารลงในเสี้ยวพริบตา
“ทรงพลังมากทักษะนี้เป็ทักษะสังหารอย่างเห็นได้ชัดคัมภีร์บงกชส่อง์มีทั้งหมด 9 ขั้น เพียงแค่ฝึกฝนขั้นที่ 1 สมบูรณ์ข้าก็ได้รับทักษะที่ทรงพลังขนาดนี้แล้วหากข้าฝึกฝนครบทั้ง9 ขั้นข้าจะได้รับทักษะที่แข็งแกร่งระดับไหนมากันแน่ สมกับเป็จักรพรรดิอู๋ซูทักษะที่เขาสร้างน่ากลัวจริงๆ” อู๋เซิ่งสลายพลังและแสดงสีหน้าตื่นเต้น
“หืม!!!!!”ทันใดนั้นเองอู๋เซิ่งก็รับรู้ได้ถึงคลื่นพลังที่แข็งแกร่ง 4สายกำลังต่อสู้กัน เรียกได้ว่าเป็ 3-1 มากกว่า อู๋เซิ่งเกิดความสนใจจึงพุ่งเข้าไป
ไม่นานอู๋เซิ่งก็พบว่ามีสัตว์อสูรระดับตัดิญญา3 ตัวซึ่งพวกมันตรงกับที่บันทึกของตระกูลต้วน าาของสัตว์อสูรในป่าแห่งนี้อสรพิษสามหัว ราชสีห์อัคคี ปักษาอสนี ทั้งสามล้วนแต่เป็สัตว์อสูรที่รับมือได้ยากแม้แต่ระดับตัดิญญาขั้นสมบูรณ์ยังไม่อยากยุ่งกับพวกมัน
“อีกฝ่ายเป็ใคร”อู๋เซิ่งมองไปยังอีกร่างที่กำลังเผชิญกับสัตว์อสูรทั้งสามซึ่งเป็หญิงสาวชุดฟ้านหนึ่งนางสวมผ้าปิดหน้าเอาไว้แต่กลับสามารถมองเห็นถึงความงดงามของนางได้ทั้งผิวพรรณที่ขาวเนียนเหมือนไข่มุก รูปร่างอันสมบูรณ์แบบผมสีน้ำเงาและดวงตาสีดำที่ดูมีเสน่ห์
“ระดับตัดิญญาขั้นสมบูรณ์งั้นเหรอ”อู๋เซิ่งหรี่ตาลง
การต่อสู้นั้นรุนแรงมากทำให้พื้นที่รอบๆถูกทำลายอย่างต่อเนื่องอู๋เซิ่งที่แอบซ่อนตัวยังไม่กล้าเข้าใกล้
“มนุษย์หากไม่อยากตายก็ทิ้งกล้วยไม้จันทราเอาไว้ซะไม่งั้นวันนี้อย่าหวังว่าจะออกไปอย่างมีชีวิตได้เลย”อสรพิษสามหัวกล่าว
“อย่าได้ฝันสิ่งนี้ข้าเป็คนเจอทำไมข้าต้องทิ้งมันให้สัตว์อสูรชั้นต่ำอย่างพวกเ้าด้วย”หญิงสาวชุดฟ้ากล่าว
“เหอะคิดว่าตัวเองเป็เซียนหรืออย่างไรถึงกล้าดูถูกพวกเรา” ราชสีห์อัคคีคำรามด้วยความโกรธ
“ไม่จำเป็ต้องพูดกับนางแล้วพวกเราร่วมมือกันสังหารนางเลยส่วนกล้วยไม้จันทราพวกเราค่อยมาแบ่งกันมีหลัง” สัตว์อสูรเมื่อฝึกฝนถึงระดับิญญาแล้วจะเริ่มมีสติปัญญาขึ้นมาและเมื่อถึงระดับตัดิญญาพวกมันจะสามารถพูดภาษามนุษย์ได้และหากทะลวงขั้นเซียนพวกมันถึงขั้นแปลงกายเป็มนุษย์ยังได้
“น่าเสียดายผู้หญิงคนนั้นคงไม่รอดแล้วละ”อู๋เซิ่งแอบเสียดายกล้วยไม้จันทรา มันเป็ถึงสมุนไพรล้ำค่าแม้แต่เซียนยังอยากได้หากเขาได้แม้เพียงเสี้ยวของดอกมันอู๋เซิ่งมั่นใจว่าจะสามารถทะลวงระดับิญญาได้ภายในไม่กี่เดือน
“ฮึ!!!!!!”หญิงสาวชุดฟ้าผสานมือวงแหวนน้ำแข็งก็ปะทุออกมาและปกคลุมพื้นที่รอบๆทันที
“เขตแดนงั้นเหรอไม่คิดว่านางจะฝึกฝนเขตแดนได้ก่อนทะลวงขั้นเซียน ดูเหมือนพร์จะไม่ธรรมดา”อู๋เซิ่งแปลกใจ
“พฤกษาเหมันต์”
เสียงของหญิงสาวดังขึ้นพร้อมกับพฤกษาเหมันต์พุ่งออกมาจากพื้นและโจมตีไปยังสัตว์อสูรทั้งสาม
“ก็แค่พลังเหมันต์เล็กๆคิดจะต่อต้านเพลิงของข้าได้”ราชสีห์อัคคีะเิเปลวเพลิงออกมาจากร่างเข้าปะทะกับพฤกษาเหมันต์แต่ไม่นานเพลิงของราชสีห์อัคคีก็ถูกพฤกษาเหมันต์กดดันมากขึ้นเรื่อยๆ
“อะไนกัน”ราชสีห์อัคคีใ
“ข้าช่วยเ้า”ปักษาอสนีปลดปล่อยอสนีที่ทรงพลังออกมาโจมตีออกไปทำลายพฤกษาเหมันต์ทันที
“เจอกับหมอกพิษของข้าหน่อยเป็อย่างไร”อสรพิษสามหัวพ่นหมอกพิษออกมาทำให้สีหน้าของหญิงสาวชุดฟ้าเปลี่ยนไปนางพยายามจะถอยแต่ทันใดนั้นเองนางก็พบว่ามีลูกไฟขนาดใหญ่ตรงมาหานางแล้ว
“กระจกเหมันต์”หญิงสาวสร้างการป้องกันออกมา
“อ่อนหัด”ปักษาอสนีผสานอสนีและเพลิงของราชสีห์อัคคีเข้าด้วยกันทำให้หญิงสาวป้องกันไม่ได้และถูกพลังของทั้งสามทำให้ได้รับาเ็ในเสี้ยวพริบตาและนางยังถูกพิษของอสรพิษสามหัวอีกด้วย
“ชิน่าเสียดายจริงๆ” อู๋เซิ่งเห็นว่านางมีพร์ไม่เลวจึงเกิดความเสียดายและยิ่งนิสัยที่เ็าและเกลียดความพ่ายแพ้เหมือนกับศิษย์คนที่สามของเขา นางถูกขนาดนามว่าเซียนจันทราที่งดงามและเ็าและสิ่งที่ทำให้เขาปวดหัวคือความไม่ยอมแพ้ของนางมักจะทำให้นางาเ็อยู่เรื่อยๆ
“ข้าจะช่วยเปิดโอกาสให้เ้าก็แล้วกันจะรอดหรือไม่ขึ้นอยู่กับเ้าแล้ว”อู๋เซิ่งหลับตาลง
ห้องดวงจิตของอู๋เซิ่งแผ่กลิ่นอายพลังจิตที่แข็งแกร่งตอนนี้ห้องดวงจิตของอู๋เซิ่งเป็รูปร่างของดอกบัวเก้าชั้นและหมุนวนอย่างรวดเร็ว
“วิ้ง!!!!!!!!!!!!!!!!”
คลื่นพลังจิตที่แข็งแกร่งปะทุออกมาก่อนจะกลายเป็ใบมีดทั้งสามพุ่งตรงไปยังสัตว์อสูรทั้งสามสำหรับสัตว์อสูรที่มีร่างกายที่แข็งแกร่งกว่ามนุษย์จุดอ่อนของมันก็คือดวงจิต แม้ตอนนี้พลังจิตของอู๋เซิ่งจะเทียบได้กับระดับิญญาเท่านั้นแต่การโจมตีทีเผลอก็ทำให้สัตว์อสูรระดับตัดิญญาหยุดชะงักได้เช่นกัน
“อึก!!!!การโจมตีดวงจิต ใครกัน!!!!!!!!!!!!” สัตว์อสูรทั้งสามร้องคำรามด้วยความโกรธ
หญิงสาวชุดฟ้าได้โอกาสโจมตีออกไปก่อนที่จะหนีนางไม่รู้ว่าใครช่วยนางแต่นางไม่มีเวลาตรวจสอบและต้องรีบหนีเท่านั้น