พันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ)

    บทที่41 ลู่ซือหยาง ชายหนุ่มผู้มาใหม่

             หลางเทียนที่เข้าไปภายในห้องพักศิษย์สายนอก ลำดับที่21 ขนาดของห้องเท่ากับเสื่อหนึ่งผืน มีฉากกั้นผนังบางๆ ไว้ ให้เป็นการส่วนตัวเท่านั้น หากใครพูดอะไรเกรงว่าจะได้ยินชัดแจ๋ว พร้อมสภาพภายในห้องที่เกือบจะว่างเปล่า มีเพียงหีบเก็บของเก่ามุมห้องเท่านั้น 
     


             ครั้นหลางเทียนเปิดดู ภายในมีชุดศิษย์สายนอก สีเทาเรียบง่าย ตัดขอบด้วยสีดำดูสบายตา พร้อมด้วยป้ายประจำตัวศิษย์สายนอก เขาเปลี่ยนเสื้อผ้าเฉกเช่นคนอื่นๆ แล้วเลื่อนบานประตู ออกมาดูสถานการณ์ภายนอกทันที

     


             เสียงเลื่อนบานประตู ถัดจากห้องของหลางเทียนก็ดังขึ้นมาเช่นกัน หลางเทียนยิ้มตาหยี ให้เสี่ยวเฉา “เจ้าเองก็ออกมาดูสถานการณ์ ภายนอกเช่นนั้นหรือ?”

     


    “หลางเทียน เจ้าอย่าลืมความสามารถข้า การหาข้อมูลข่าวสารต่างๆ ของคู่แข่งเป็นงานถนัดของข้าเชียว”

     


             ในยามที่พวกเขาพบเจอกันคราวแรก เสี่ยวเฉาผู้นี้ก็บรรยายคู่แข่งของเขา ออกมาเป็น ฉากๆ แม้แต่หลางเทียนที่เห็น ยังต้องยอมใจ ในความพยายามของเสี่ยวเฉา

     


             บริเวณลานฝึกซ้อมยามนี้ จึงเต็มไปด้วยศิษย์สายนอก ผู้อยู่มาก่อนแทบทั้งสิ้น ศิษย์ผู้มาใหม่พวกเขายังมีความประหม่า จึงไม่กล้าย่างกรายสืบฝีเท้า เข้าไปภายในลานฝึกซ้อม เมื่อเห็นสายตา ความไม่ลงรอยของเหล่าศิษย์ที่อยู่มาก่อน มีท่าทีไม่ยินยอมให้ผู้มาใหม่ ข้ามหน้าข้ามตาพวกเขาไปได้

     


             ก่อนเด็กหนุ่มในกลุ่มลานฝึกซ้อม ลำดับ10 เหวินถิง จะหันปรายตาไปมองบริเวณที่หลางเทียนอยู่ ขณะเดียวกันเขาก็เผยสายตาคมกล้า กล่าวพูดออกมา “เจ้าเด็กผมเปียหางม้านั้น เป็นเป้าหมายของข้า เมื่อสัปดาห์วันท้าประลองมาถึง พวกเจ้าอย่าคิดแย่งข้าเชียว”

     


    เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่า ไต่ถามด้วยความแปลกใจ “พี่เหวินถิง จะดีหรือที่ท่านท้าประลอง กับคนลำดับต่ำกว่าเช่นนี้”

     


    เสียงแค่นเด็กหนุ่มภายในกลุ่มดังขึ้นจมูก ออกมาด้วยความไม่พอใจ หึ!! “ฉู่เก่า เจ้าคิดว่าข้าเหวินถิง จะพ่ายแพ้อย่างงั้นหรือ?”

     


             “ไม่ใช่อย่างนั้น พี่เหวินถิง” คนภายในกลุ่มต่างก็ส่ายหัว พวกเขาต่างก็รู้ดี เหวินถิง ชื่นชมความสามารถ ศิษย์พี่เจียวเหยียนลำดับ5 มากถึงเพียงใด เขาจึงอยากจะสั่งสอนเจ้าเด็กนั่นแทน ศิษย์พี่เจียวเหยียน

     


              ด้านของเสี่ยวเฉา เด็กหนุ่มยิ้มแหยงๆ ออกมาให้หลางเทียน “เกรงว่าพวกเขาจะซุบซิบนินทาอะไร เจ้าอยู่นะหลางเทียน จากสายตาของพวกเขา ข้ามองปราดเดียวก็มั่นใจได้เลยว่า ปัญหากำลังวิ่งมาหาเจ้า”

     


             หลางเทียนส่ายหัวเล็กน้อย ก่อนกวาดสายตาขึ้นไปด้านบนยอดเขา... เขาไม่ต้องการเป็นศิษย์สายนอก สิ่งที่เขาต้องการคือเป็นศิษย์สายใน อยากจะเรียนรู้อะไรต่างๆ อีกมากมาย ไม่ใช่มาหยุดอยู่ที่นี่

     


             ทว่าเมื่อเสียง เคร้ง!! ดังออกมาก้องสนั่นไม่ขาดสาย มาพร้อมกับเสียงลมระเบิด พวกเขาผู้มาใหม่ที่ดูผ่อนคลาย ก็พลันจริงจังขึ้นมาทันใด เมื่อเห็นหุ่นซ้อมต่อสู้ แตกกระจัดกระจาย จากคลื่นร่ายรำกระบี่ ที่ดุดันแข็งกร้าว ของศิษย์สายนอกลำดับที่1 ซูหมิง

     


            แม้หุ่นซ้อมจะอยู่ระดับความทนทาน ที่ขั้นพลังพวกเขายากจะทำลาย ทว่าเมื่ออยู่ต่อหน้าเด็กหนุ่ม สีหน้าเรียบนิ่งเย็นชา อายุราวๆ 14ปี มันก็แตกเป็นเศษเล็กเศษน้อย ในเสี้ยวพริบตาที่โดนคลื่นปราณกระบี่ ก่อนเขาจะเก็บกระบี่กลับเข้าฝัก เดินสืบฝีเท้าแหวกฝูงชน กลับเข้าไปภายในห้องพัก

     


            ก่อนเสียงกลืนน้ำลาย หมู่ชนจะดังออกมาอึกใหญ่ ภายในที่นี้ต่างก็ไม่มีใครอยากจะปะทะกับ ซูหมิง ซึ่งๆ หน้าเมื่อเห็นเพลงกระบี่ที่ร้ายกาจของเขา ทว่ามีเพียงเอิญจี ศิษย์สายนอกลำดับที่2เท่านั้น ที่นางอยากจะปะทะกับ ซูหมิง สักครั้งก่อนที่พวกเขา จะกลายเป็นศิษย์สายใน

     


             ช่วงสองสามวันที่เหตุการณ์ดูผ่านไปแบบปกติ ทว่าใครจะไปคาดคิดว่า จะมีศิษย์สายนอกคนใหม่มาเยือน ซึ่งมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แม้แต่เหล่าศิษย์สายนอกยังประหลาดใจ ไม่เว้นแม้กระทั่งผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน

     


              เมื่อผู้อาวุโส ลำดับที่1 หลี่เจียง สืบฝีเท้ามาสั่งการด้วยตนเอง พร้อมชายแก่หนวดเคราขาว ดูแล้วน่าคร้ามเกรงไม่น้อย ศิษย์สายนอกผู้มาใหม่ ดูท่าว่าจะเป็นลูกศิษย์ของชายแก่ผู้นั้น ทว่าใบหน้าเจ้าเด็กหนุ่มนี่ ขาวเนียนละเอียด นุ่มละมุนงดงาม ราวกับหยกกระเบื้องแก้ว ศิษย์สตรีสายนอกเห็นยังต้องหลงใหล แม้แต่ศิษย์ชายบางคน ยังเคลิบเคลิ้มเล็กๆ จากใบหน้างดงามของผู้มาใหม่ ไม่คิดว่าจะมีบุรุษหนุ่มใบหน้างดงามมากขนาดนี้

     


             ผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน เขารีบพยักหน้ารับคำอย่างรวดเร็ว เห็นได้ชัดว่า ศิษย์สายนอกผู้มาใหม่ ต้องมีภูมิหลังที่ไม่ธรรมดา เมื่อผู้อาวุโส ลำดับที่1 หลี่เจียง จากไปพร้อมกับชายแก่ หนวดเคราขาว

     


              เขาก็เดินพา ลู่ซือหยาง ไปบริเวณห้องพักศิษย์สายนอก ก่อนจะมาหยุดบริเวณห้องที่หลางเทียนอยู่ แล้วชี้นิ้วเอ่ยสั่ง ปรากฏความไม่พอใจเด็กหนุ่มออกมาเล็กๆ “เจ้าไปพักรวมกับ เพื่อนของเจ้าเสีย ที่ตรงนี้ เป็นของคุณชายท่านนี้แล้ว”

     


             หลางเทียนห่างคิ้วสั่นกระตุกน้อยๆ เมื่อเห็นผู้คุมกฎศิษย์สายนอก เสินเทียน เอ่ยสั่งก่อนที่เขาจะเดินจากไป ราวกับเป็นคำขาด ก่อนหลางเทียนจะยิ้มแยกเขี้ยวเล็กๆ ให้ ลู่ซือหยาง ชายหนุ่มหน้าหวานผู้มาใหม่ บ่งบอกถึงความไม่พอใจ ของเขาเท่าใดนัก

     


             ลู่ซือหยาง ยิ้มที่มุมปากอย่างมีเลศนัย เมื่อเห็นท่าที เด็กหนุ่มหวงห้องพัก “เจ้าไม่ได้ยิน ที่ผู้อาวุโสท่านนั้นสั่งการหรือ… หรือจะให้ข้าทวนซ้ำ ที่ตรงนี้ เป็นของคุณชายท่านนี้แล้ว”

     


              หลางเทียนยกฝ่ามือขึ้นให้หยุด เห็นได้ชัดว่า เจ้านี่ย้ำคำว่า ที่ตรงนี้ เป็นของคุณชายท่านนี้แล้ว กวนประสาทเขาอย่างเห็นได้ชัด หลางเทียนเขาจึงยอมถอย ให้ลู่ซือหยาง ทว่าไอ้เจ้านี่ กลิ่นตัวหอมไม่เบา เมื่อเดินผ่านไปห้องข้างๆ ที่เสี่ยวเฉา ขำแห้งๆ กวักมือเรียกหลางเทียน ความวุ่นวายของวันนี้ จึงจบลงไปได้ด้วยดี

     


    คล้ายกับเรื่องพันเส้นทาง หมื่นวิถี (จบ) ที่คุณอ่าน