บทที่13-1 โปรโมชัน
หวังิซินกลับไปยังเรือนนอนเพื่อเปลี่ยนอาภรณ์ของตนเองแล้วรีบขึ้นรถม้าไปหาพี่สาวที่จวนท่านรองเ้าเมืองเฉิงตือ หวังิซินจำได้ว่า พี่สาวเคยกล่าวกับนางว่าดรีมได้สอนเื่การลดราคาสินค้า โดยให้ทำโปรโมชันของสินค้าแต่ละอย่างเพื่อเป็การเรียกยอดขายให้กลับคืนมาจากคู่แข่งแต่ก่อนนางมิเคยใส่ใจในเื่นี้สักเท่าใด แต่ตอนนี้ดูจากคู่แข่งของนางที่ทำได้แม้แต่เื่สกปรกลับหลังในฐานะของเ้าของกิจการหวังิซินจึงต้องระวังและต้องตื่นตัวให้มากขึ้นเพราะยังมีคนงานอีกจำนวนมากที่นางต้องดูแล
เมื่อไปถึงจวนของท่านรองเ้าเมืองเฉิงตือนายหญิงของจวนกำลังนั่งพักอยู่ที่ศาลากลางน้ำ ซึ่งเป็สถานที่โปรดของครอบครัวหลานรักทั้งสองคนของนางกำลังนอนกลางวันอยู่ จึงทำให้พี่สาวมีเวลาว่างมานั่งพักผ่อนชมวิวสุขอุราอยู่ที่นี่หลังจากหวังิซินคารวะทักทายพี่สาวของตนแล้วจึงได้บอกเล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นให้กับพี่สาวได้รับฟัง
“ซินเอ๋อร์ อยากให้พี่ช่วยคิดโปรโมชันของร้านให้เ้าหรือ”ผู้เป็พี่สาวเอ่ยถามน้องเล็กของตนเอง
“ใช่เ้าค่ะข้าคงต้องรบกวนพี่สามแล้วเ้าค่ะ”
หวังิเยว่ผู้มาจากศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดย่อมเคยเห็นแผนการตลาดทำโปรโมชันดึงดูดลูกค้าจากผู้ประกอบการมามากทั้งลด แลก แจก แถม นางจึงนำแผนการตลาดมาปรับเปลี่ยนเพื่อให้เข้ากับกิจการการค้าของยุคสมัยนี้
“ได้สิงั้นพี่ขอเริ่มจากร้านเครื่องหอมฟางซินก่อนนะ ในทุกวันที่หนึ่ง วันที่สิบเอ็ด และวันที่ยี่สิบเอ็ดของเดือนให้เ้านำสินค้าหนึ่งอย่างมาลดราคาสองส่วน จากนั้นทุกวันที่สอง สิบสองและยี่สิบสอง นำสินค้าอีกหนึ่งอย่างออกมาลดราคาสองส่วนเช่นกัน เ้าทำเช่นนี้กับสินค้าของเ้าทุกตัวจะทำให้ในหนึ่งเดือน เ้าจะมีสินค้าลดราคาไว้เรียกลูกค้าทุกวัน”
“ส่วนร้านเครื่องหอมฉิงเล่อลูกค้าของร้านเป็คนที่มีฐานะดี เ้าจะทำเช่นเดียวกับร้านเครื่องหอมฟางซินมิได้จะต้องทำโปรโมชันแบบอื่น”
“พี่เคยสอนการแต่งหน้าให้กับเ้าและสาวใช้ไปแล้วจงไปสอนการแต่งหน้าให้กับคนงานของร้านเ้า แล้วป่าวประกาศออกไปว่าลูกค้าที่ซื้อสินค้าห้าชิ้นขึ้นไป จะได้รับการสอนการแต่งหน้าโดยมิคิดเงินส่วนลูกค้าที่ซื้อสินค้ามากกว่าสิบชิ้นขึ้นไปจะได้รับการสอนการแต่งหน้าและได้รับการนวดหน้าที่ร้านเหมยลี่ของพี่หนึ่งครั้ง”
“ลูกค้าของข้าเหตุใดจึงให้นวดหน้าโดยไม่คิดเงินที่ร้านของพี่สามล่ะเ้าคะข้าไม่อยากเอาเปรียบท่านเ้าค่ะ” หวังิซินเอ่ยขัดพี่สาวของตน
“เ้าไม่ได้เอาเปรียบพี่หรอกน้องเล็กทำเช่นนี้ถือว่า เป็การโปรโมตร้านเหมยลี่ของพี่ด้วย อีกอย่างการนวดหน้ามีต้นทุนเพียงเล็กน้อยมิทำให้ร้านของพี่ขาดทุนหรอกน้องเล็ก”
“เช่นนั้น ข้าขอขอบคุณพี่สามมากนะเ้าคะ”
“ยินดีจ้ะเย็นนี้เ้าอยู่กินอาหารที่นี่เถิดพี่จะให้คนไปบอกน้องสี่ให้มากินอาหารมื้อเย็นด้วยกัน พี่จะเข้าครัวทำอาหารเอง”
“เยี่ยมยิ่งนักเ้าค่ะ อาหารของพี่สามอร่อยที่สุดเ้าค่ะ”
“เช่นนั้น ประเดี๋ยวพอหลานๆ ตื่นนอนเ้าก็ไปเล่นกับพวกหลานเถิด ฟางเอ๋อร์บ่นคิดถึงแต่เ้า นางบอกว่า ฝีมือการวาดรูปของท่านแม่เทียบไม่ติดกับของท่านน้า”
“ฮาฮ่า ได้เ้าค่ะข้าจะวาดรูปให้หลานแลกกับอาหารมื้อเย็นแสนอร่อยของพี่สามเ้าค่ะ”
ระหว่างที่รอให้หลานๆ ตื่นนอน หวังิซินจึงเตรียมสีน้ำให้กับหลานสาวของตนเองเมื่อฟางเอ๋อร์ตื่นนอนและได้รู้ว่า น้าสาวรออยู่ที่ลานเครื่องเล่น เด็กหญิงจึงรีบวิ่งอย่างกระหืดกระหอบไปหาน้าสาวด้วยความดีใจ
“คารวะท่านน้าเ้าค่ะ”หลานสาวยอบกายคารวะและส่งรอยยิ้มน่ารักไปให้ผู้เป็น้าสาว
หวังิซินเดินเข้าไปอุ้มหลานสาวขึ้นมาแนบอกพร้อมกับหอมไปยังแก้มยุ้ยน่ารักหนึ่งครั้งผู้เป็หลานสาวจึงซบหน้าไปที่อกของน้าสาวพร้อมกับกล่าวด้วยน้ำเสียงออดอ้อนว่า
“ฟางเอ๋อร์คิดถึงท่านน้ามากเ้าค่ะท่านแม่วาดรูปไม่สวยเลยเ้าค่ะ ข้าขอให้ท่านแม่วาดรูปดอกกุหลาบ แต่ท่านแม่วาดออกมาเหมือนดอกบัวเลยเ้าค่ะ”
“คนเราย่อมมีสิ่งที่ถนัดและชำนาญแตกต่างกันท่านแม่ของฟางเอ๋อร์มิชำนาญในการวาดรูป แต่เก่งกาจในเื่การทำอาหารใช่หรือไม่”
“ใช่เ้าค่ะท่านแม่ทำอาหารอร่อยมากเ้าค่ะ”
“นอกจากท่านแม่ของฟางเอ๋อร์จะเก่งกาจเื่การทำอาหารแล้วยังเก่งกาจเื่ทำการค้าด้วย เพราะฉะนั้นคนเราย่อมแตกต่าง ไม่มีใครเก่งกาจกว่าใครอยู่ที่ว่า ใครจะเก่งกาจในเื่ใดเท่านั้น”
“เ้าค่ะท่านน้า”
“น้าเตรียมสีน้ำไว้ให้ฟางเอ๋อร์แล้วน้าจะวาดรูปดอกกุหลาบให้ดีหรือไม่”
“ดีเ้าค่ะ ขอบคุณเ้าค่ะท่านน้า”
ใน่ยามเย็น ณ ห้องโถงอาหารของจวนท่านรองเ้าเมืองเฉิงตือมีเสียงพูดคุยและหัวเราะอย่างสนุกสนานโดยเฉพาะเสียงพูดจาเจื้อยแจ้วระหว่างลูกสาวของท่านรองเ้าเมืองกับผู้เป็น้าสาวโดยมีท่านรองเ้าเมืองคอยเอ่ยชมฝีมือการระบายสีของลูกสาวตนเองอย่างภาคภูมิใจมิหยุดภายใต้สายตาที่บ่งบอกถึงความขบขันของผู้เป็ภรรยา
เช้าวันต่อมา หวังิซินจึงเรียกผู้ช่วยคนเก่งให้เข้าพบและบอกเล่าสิ่งที่พี่สาวของตนเองช่วยคิดโปรโมชันให้โดยใน่บ่ายของวันนี้ให้คนงานหญิงที่ร้านฉิงเล่อมาฝึกเรียนแต่งหน้ากับซิ่งฮวาที่จวนท่านนายอำเภอ
“ข้าจะส่งคนงานหญิงจำนวนสามคนที่มีพื้นฐานในการแต่งหน้ามาเรียนใน่บ่ายเ้าค่ะ” เพ่ยเฟินเอ่ยบอกผู้เป็เ้านาย
“ดีมากเพ่ยเฟินส่วนโปรโมชันของร้านเครื่องหอมฟางซิน ให้เ้าเขียนประกาศบอกไว้ที่หน้าร้านและให้คนงานคอยแจ้งแก่ผู้คนที่เดินผ่านไปมา โดยเราจะเริ่มโปรโมชันในสัปดาห์หน้าซึ่งเป็วันไหว้พระจันทร์พอดี”
“เ้าค่ะคุณหนูวันไหว้พระจันทร์เป็วันเกิดของฮูหยินิเยว่คุณหนูได้จัดเตรียมของขวัญให้ฮูหยินหรือยังเ้าคะ”
“ข้าคิดไว้แล้วว่า จะมอบสิ่งใดให้พี่สามขอบใจเ้ามากที่เอ่ยเตือนข้า”
“เช่นนั้น ข้าขอตัวกลับไปทำงานก่อนนะเ้าคะ”
หวังิซินพยักหน้าเป็การอนุญาตให้กับผู้ช่วยมือหนึ่งของตนเอง
ใน่บ่ายเพ่ยเฟินได้ส่งคนงานหญิงจำนวนสามคนมาที่จวนท่านนายอำเภอซิ่งฮวารับหน้าที่เป็ผู้สอนการแต่งหน้าที่ได้รับการถ่ายทอดมาจากฮูหยินิเยว่ที่เน้นการแต่งหน้าให้ดูเป็ธรรมชาติมากที่สุด หวังิซินนั่งดูการเรียนการสอนในครั้งนี้ด้วยความพึงพอใจผู้ช่วยมือหนึ่งของนางเลือกคนงานได้ถูกใจนางยิ่งนัก ทั้งหน้าตาสะอาดสะอ้านหมดจดและมีความสามารถนี่คือเหตุผลที่หวังิซินเลือกให้เพ่ยเฟินทำหน้าที่ในตำแหน่งนี้ดีกว่าให้เป็เพียงแค่สาวใช้ประจำตัวเท่านั้น
หวังิซินที่กำลังยุ่งวุ่นวายกับกิจการการค้าของตนเองในหลายวันนี้ไม่ได้รู้เลยว่า มีใครบางคนที่เก็บคำพูดของนางไปคิดจนทำให้กินไม่ได้นอนไม่หลับไปหลายวัน
‘นางบอกว่า ให้เวลาข้าทำใจก่อนแล้วจะมาหาข้าเหตุใดผ่านไปหลายวันแล้ว ข้าจึงยังไม่ได้เห็นหน้านางอีกเล่า’
ชายหนุ่มต่อว่าหญิงสาวในใจและคิดว่า พรุ่งนี้เป็วันเกิดของฮูหยินท่านรองเ้าเมืองซึ่งเป็พี่สาวของนางถ้าเขาพบนางจะมิยอมพูดคุยด้วยเป็อันขาด โทษฐานที่ปล่อยให้เขารอนานเกินไป