Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

พลังรบใหม่

        ภายในห้องเงียบสงบ   แสงเวทมนต์เจ็ดสีสว่างวูบวาบสอดรับกับท่วงทำนองเสียงของวงแหวนเวทมนต์ที่กรีดร้องดังวิ้งๆคล้ายเสียงโซ่ลากพื้น  ดังกึกก้องราวกับกำลังขับร้องบทเพลงหนึ่ง

        ศิลายังคงจมอยู่ในสมาธิด้วยสีหน้าปั้นยาก  เม็ดเหงื่ออาบทั่วใบหน้า  บ่งบอกถึงความทรมาน  ความเหน็ดเหนื่อยที่กำลังเผชิญ   รอบกายปรากฎอักขระร้อยเรียงเป็นวงกลมลอยอยู่ในอากาศโดยมีศิลาเป็นศูนย์กลาง  มันคือวงแหวนเวทมนต์   เรียงขยายออกมาจากวงเล็กและวงใหญ่ขึ้นตามลำดับเป็นชั้นๆ  วงแหวนที่หนึ่งสีม่วง  วงแหวนที่สองสีคราม  วงแหวนที่สามสีน้ำเงิน  วงแหวนที่สี่สีเขียว  วงแหวนที่ห้าสีเหลือง  วงแหวนที่หกสีแสด  วงแหวนที่เจ็ดสีแดง   

        อีฟหรี่ตามองอย่างสงสัย  “ทำไมถึงไม่ใช่สีตามลักษณะของธาตุล่ะ  หรือมีอะไรผิดปกติ” 

        ในขณะที่อีฟกำลังสงสัยอดัมก็ติดต่อเข้ามา   เธอรีบกดรับสาย     ปลายสายพูดอย่างเร่งรีบว่า  

        “นีท   บอกศิลาให้มาที่เมืองสุริยันโดยด่วน  ฟ้าครามแค่คนเดียวเอาพาลีไม่อยู่  ตอนนี้อาชญากรทั้งหมดถูกพาลีสังหารเรียบทั้งสองแสนนาย  ไม่เหลือเลยสักคน

        ห่ะ....!!      อีฟแทบไม่เชื่อหู   หัวใจเหมือนถูกอะไรกระชากออกจากร่าง   กระแสพลังความร้อนวิ่งพล่าน

        “วะ..ว่าไงนะ   ฉันไม่ได้หูฝาดใช่ไหม  พาลีตนเดียว   ล้มอาชญากรถึงสองแสนคนได้  ทั้งที่มีฟ้าครามอยู่ด้วยเนี่ยนะ”

        “ใช่น่ะซิ   ตอนนี้มันกำลังหนีจากสนามรบเมืองสุริยันเพื่อไปยังตำหนักศิลา”

        อีฟยิ่งตกใจ   ไอ้เจ้าลิงตนนี้ไม่รู้จักคำว่าเหนื่อยหรือยังไง  สู้กับคนมากมายขนาดนั้น  ร้ายกว่าคือสู้กับจันทราเทพ  และไดอาโบ  สดายุ  สัมพาที  หงอคง  ภุชคินทร์   แล้วนี่ยังคิดจะมาตำหนักศิลา   บ้าบิ่นหาญกล้าอะไรอย่างนี้   

        “วงแหวนโลกากับเศษวิญญาณธรรมชาติ?”  อีฟเปรยออกมา

        “ใช่  ศีลล่ะ  ฉันติดต่อหมอนั่นไม่ได้”

        “ศีล   ทำพิธีอยู่  ต่อให้เลิกทำพิธีเขาก็ยังต่อสู้ไม่ได้  อย่าลืมซิผลกระทบเขตแดนห้วงเวลาแห่งศิลายังแสดงผลอยู่  ต่อให้ไม่มีผลกระทบนั่นศีลก็ยังต่อสู้ไม่ได้  ฉันเฝ้าอยู่ตลอดเห็นชัดเลยว่าเขาเหนื่อยหล้ามากแค่ไหน    แค่นั่งสมาธิร่างกายยังโซเซจะล้มฟุบลงไปตอนไหนก็ขึ้นอยู่กับเวลา”

        “แล้วเอาไง   จะปล่อยให้มันไปตำหนักศิลาเลอะ”  

        เสียงนุ้มแฝงอำนาจดังขึ้น  “ปล่อยให้มันมา”  

        นีทหันมองศิลาคอแทบหัก   ศิลาบอกทั้งที่ยังคงอยู่ในห้วงสมาธิ  เธอจึงไม่อยากถามถึงสาเหตุเพราะจะกวนเขาเปล่าๆ  

        “ออเกล  ศีลบอกว่าปล่อยให้มันมา  ฉันเองก็คิดว่าสู้กับพาลีที่ตำหนักศิลาเราจะได้เปรียบ  ทั่วทั้งเมืองมีกลไกเวทมนต์  กับดักเวทมนต์  และระบบอาร์ติเฟค”

        “โอเค”

        อีฟวางสายหันมามองศิลา    

        เมืองสุริยัน  พาลีถือเป็นอสูรที่ร้ายกาจที่สุดเท่าที่โลกนี้เคยมีมา   พญาวานรยังคงสู้ยิบตาอย่างสูสีกับจันทราเทพ  สดายุ  สัมพา  ซุนหงอคง  ภุชคินทร์   และไดอาโบ   โดยไม่สนใจพวกอดัมและบูรพาเลยแม้แต่น้อย   การโจมตีของสองหนุ่มเหมือนการสะะกิดยิกๆเท่านั้น

        พญาวานรเคลื่อนที่ต่อเนื่องมุ้งหน้ามาทางนครตำหนักศิลาหมายจะมาจัดการศิลาแย่งชิงวงแหวนโลกาและเศษวิญญาณธรรมชาติ      เป็นไปตามที่ไดอาโบคิดเอาไว้ทุกอย่าง

        ฟ้าครามแอบลอบถอนหายใจยาว  เธอเคยคิดว่าโลกนี้คงไม่สัตว์อสูรตนใดแล้วที่เธอไม่สามารถสู้ได้   ยอมรับเลยว่าต่อให้เป็นพี่ศิของเธอมาอยู่ในสถานการณ์นี้บางทีคงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง   พาลีเก่งเกินไป    สามารถใช้พลังธาตุได้อย่างช่ำชอง  และใช้ลมปราณได้อย่างชำนาญ  บวกกับความคล่องตัวตามแบบฉบับชาติกำเนิดวานรทำให้ลิงตนนี้มีกระบวนท่าการต่อสู้อันแยบยลและหลากหลาย   แข็งแกร่งทั้งรุกและรับ  ไร้จุดอ่อน  ไร้จุดบกพร่อง   ใครจะไปคิดกันเล่าว่าพาลีจะร้ายกาจได้ถึงเพียงนี้  ขนาดผู้สุดยอดของโลกหล้ารุมต่อหนึ่งยังโค่นพาลีลงไม่ได้   ต่อให้โจมตีสักเท่าไหร่ก็ไม่สามารถสยบพาลีได้เลย  ราวกับว่าพลังของพวกเธอนั้นมันเล็กกระจ่อยเมื่อเทียบกับอีกฝ่าย  เหมือนเอาไม้จิ่มฟันไปงัดไม้ซูง   ที่หวั่นใจมากกว่านั้นคือ  พญาวานรตนนี้ยังไม่ได้ใช้เวทมนต์เลยสักกระบทเดียว  นั่นหมายความว่าพลังวิญญาณยังมีเหลือเฟือ  กลับกันพวกเธอตางหากที่พลังวิญญาณกำลังจะหมด   ยิ่งพาลีเข้าใกล้ตำหนักศิลามากเท่าไหร่  เธอยิ่งร้อนรน 

        คงต้องเผยไพ่ใบสุดท้ายจริงๆ  ฟ้าครามตัดสินใจ   ตวาดเสียงใส  “สดายุ  สัมพาที  หงอคง  ภุชคินทร์  ผสานวิญญาณ”

        !!...  

        ทุกคนเบิกตาค้าง   เกิดคลื่นพลังระเบิดขนาดใหญ่   ร่างของพวกหงอคงสาดแสงออกมาก่อนจะแตกกลายเป็นละอองแสงซึมหายเข้าร่างฟ้าคราม     ด้านหลังของเจ้าหล่อนปรากฎปีกปักษาสีรุ้ง  ผิวหนังและแก้มมีรอยเกล็ดมังกรสีแดงเลือด  มีเขี้ยวเล็กน้อย  นัยน์ตาดำเรียวยาวแบบฉบับสัตว์ร้าย  เส้นผมกลายเป็นสีทองเหมือนขนของซุนหงอคง  พร้อมพญานาคสีดำรัดเป็นผ้าพันคอ  และรัดที่เอวเป็นเข็มขัด   

        “ประสานวิญญาณสี่ดวง?”  อินาริแทบไม่อยากเชื่อสายตา

         “ให้ตายซิ  นี่พวกเจ้าจะขัดขวางข้าไปถึงไหน”  พาลีบ่น

        ทว่าไร้เสียงตอบกลับ   ทุกสายตาจับจ้องไปยังสตรีหมดเคล้าอดีตจันทราเทพกลายเป็นเทพีแห่งอสูรผู้เลอโฉม

        “พาลี   ฉันคงให้แกไปยังตำหนักศิลาไม่ได้  ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม”  ฟ้าครามกล่าวเสียงแข็ง  พาลีชักสีหน้าเล็กน้อย  ขมวดคิ้วมองหญิงสาว  

        ทำไมพรแห่งพระอิศวรถึงไม่สามารถลดพลังของจันทราเทพ?   เพราะอะไร  

        “ไม่ต้องแปลกใจ   พรแห่งพระอิศวรของนายมีผลกับแค่สิ่งมีชีวิตใช่ไหมล่ะ  แต่ทว่า  พวกหงอคงในตอนนี้เปรียบเสมือนดวงวิญญาณที่สถิตในร่างฉัน  พลังไร้เทียมทานของนายมันเลยไม่ได้ผล”

        พาลีเคร่งเครียดเกิดความลังเล

        “ฉันยอมรับว่าแม้แต่ในสภาวะนี้ก็ยังไม่สามารถเอาชนะนายได้  แต่ฉันก็มั่นใจว่าหากฉันตายก็สามารถลากนายไปด้วยกันได้อย่างแน่นอน   คิดเอา  นายจะยอมจบแค่ตรงนี้หรือจะยอมแพ้เพื่อไปต่อ”

        “ฟ้า”  อดัมเข้ามากระซิบ  “ศีลบอกว่าให้พาลีไปยังตำหนักศิลา”  

        ฟ้าครามหรุบตาลงเล็กน้อย  ก่อนจะตอบกลับ  “ไม่ได้   พี่ศิยังไม่รู้ถึงพลังความร้ายกาจของพาลี   อย่าลืมซิพี่ศิกลับไปตอนที่พาลียังใช้พลังไม่ถึงครึ่ง   คงคิดจะใช้กลไกกลเวทมนต์และกับดักเวทย์จัดการพาลีซินะ  แต่ไม่ไหวหรอก  พาลีทำลายได้สบายๆ  อีกอย่างถ้าพาลีไปถึงตำหนักศิลาก็เท่ากับว่าพี่ซิอยู่ใกล้แค่เอื้อม   โอกาสจะถูกชิงไอเท็มไปยิ่งมีสูง   สุดท้ายพี่ศิในตอนนี้ต่อสู้ไม่ได้จากผลเขตแดน  และอยู่ในช่วงทำพิธี  เราไม่รู้เลยว่าหากเขาหยุดพิธีกลางคันจะเกิดอะไรขึ้น  มันเสี่ยงเกินไป”  เจ้าหล่อนอ่านสถานการณ์ได้อย่างรอบครอบ  สมกับเป็นสตรีคู่กายเพียงหนึ่งของจอมมาร

        “เฮ่..”  ไดอาโบเรียก  “เดี๋ยวซิ  จันทราเทพ  มาถึงขนาดนี้แล้วจะยอมปล่อยไอ้ลิงมหาประลัยนี่ไปเลอะ  รับรองครั้งหน้ามันร้ายกาจกว่านี้แน่  ถึงตอนนั้นคงอยากที่จะกำจัด”  หากพาลีรอดไปได้ทั้งหมดมันจะผิดแผนกับที่วางเอาไว้   เขาจะเสียไอเท็มให้กับศิลาไปฟรีๆ  ยังไงก็ต้องให้พาลีบุกไปยังตำหนักศิลา   เขาเชื่อว่าหากคับขันจริงคนอย่างศิลาต้องก้าวข้ามขีดกำจัดมาได้

        “นายกลัว?”  ฟ้าครามเลิกคิ้วสูงมองชายหนุ่ม  

        “กลัว?   ข้าเนี่ยนะกลัว   แค่หวาดๆเท่านั้นแหละ”

        “ดี  งั้นก็เงียบไป  ไม่งั้นฉันจะให้นายหนึ่งต่อหนึ่งกับพาลี”

        อ่ะจึ๋ย!!..     ไดอาโบผงะยิ้มแห้ง   เม็ดเหงื่อปรากฎ     ไม่กล้าเถียงฟ้าครามต่อ

         “ว่าไง  พาลี  ดูๆแล้วนายก็ไม่ใช่ลิงโง่ที่จะดูไม่ออกว่าฉันในตอนนี้สามารถพานายตายไปพร้อมกันได้”

        พาลีมองหญิงสาวตรงหน้าอย่างค้นหา  สิ่งที่เห็นสะท้อนออกมาผ่านแววตาคมกระจ่างพร่างพราวดุจหมู่ดาวดุร้ายมีแต่ความจริงจังเด็ดเดี่ยว   บอกถึงการตัดสินใจอันแน่วแน่

        เธอรู้ดีว่าหากปล่อยพาลีรอดไป  ครั้งหน้าที่เจอกันพญาวานรตนนี้ต้องเก่งกว่านี้มากมายมหาศาล   แต่ทว่าเธอก็เชื่อมั่นหัวสุดใจ  หากให้พี่ศิของเธอมีเวลาสักพัก  เขาจะต้องหาทางสยบพาลีได้อย่างแน่นอน

        พาลีมองร่างกายของตน   การผสานวิญญาณกำลังจะคลายในอีกไม่ช้า  จึงไม่มีทางเลือกมากนัก   “ได้  ครั้งนี้ข้าจะยอมลามือ   แต่ครั้งหน้า  จะเป็นวันตายของพวกเจ้าทั้งหมด   โดยเฉพาะท่าน  จันทราเทพ”  ปลายดาบทรงไทยชี้หน้าเจ้าหล่อน  “จำวันนี้เอาไว้ให้ดี  ท่านต้องชดใช้ในการที่ทำให้ข้าล่าถอย  และขัดขวางข้า”  พญาวานรหมายหัวจันทราเทพขึ้นบัญชีดำเป็นอันดับแรก   “ต่อให้บัลลังก์สูงสุดจะคอยปกป้องท่าน   แต่ข้าก็หาได้หวาดหวั่นไม่”  

        พญาวานรทยานร่างเหินสูงหายวับในพริบตา

        “คิดว่ามันจะไปไหน”  ไดอาโบกล่าว  ถามกับดินฟ้าอากาศ

        “เมืองขีดขินล่ะมั้ง”  ฟ้าครามตอบแบบไม่สนใจ

        “เฮ้..   ช่วยตอบให้มันมีอรรถรสหน่อยเถอะ  นี่ท่านไม่เห็นภาพคนรักซ่อนทับในตัวของข้าบ้างเลยเลอะ   โอ่ววว ละเหนอ..ข้าล่ะปวดใจแสนสาหัส  เหตุฉะไหนผู้หญิงถึงใจร้ายได้ถึงเพียงนี้”  ชายหนุ่มร้องกระซิกๆ  “ข้าก็ต้องการความรักความเมตตาบ้างไรบ้าง   ข้าก็มีหัวใจที่เหมือนคนทั่วไปวันที่ถูกทิ้งก็มีน้ำตาและยังหวั่นไหวกับคำล่ำลา”

        ฟ้าครามกุมขมับส่ายหัวเล็กน้อยก่อนจะหันมาถามอินาริ  “และเธอล่ะจะเอาไง”

        “กลับเมืองสุริยัน  รอพวกนีโอเกิด   จากนั้นจะหาลือกันว่าจะเอาไงต่อ   เรื่องของพาลีคงต้องมาเป็นอันดับหนึ่งเพราะลิงนั่นคิดจะสังหารผู้เล่นทั้งหมด”

        “ก็ดีที่ไม่คิดล้างแค้น”  เจ้าหล่อนกล่าว   “บูรพา  อดัม  เรากลับตำหนักศิลากัน”

        สงครามแย่งชิงดวงใจภูตแห่งแสงและเศษวิญญาณธรรมชาติชิ้นสุดท้ายได้จบลงด้วยประการชะนี้   โดยที่เมืองสุริยันแหลกเป็นจุล   ผู้เล่นอาชญกรตายเรียบ  ผู้เล่นยุคสองตายเรียบ  พาลีได้ดวงใจภูตแห่งแสงทั้งเจ็ดดวงและเศษวิญญาณธรรมชาติธาตุอัคคีไปครอบครอง   ศิลาได้วงแหวนโลกาและเศษวิญญาณธรรมชาติทั้งหกดวง  รวมถึงตำแหน่งบอสของโลก  

        ไดอาโบเหาะกลับมายังตำหนักนิรนามของตน   ทิ้งร่างลงบนบัลลังก์ด้วยอาการเหนื่อยหล้าอ่อนเพลีย “ที่เหลือก็ปล่อยให้พาลีและศิลาฆ่ากัน   ส่วนเราแค่รอโอกาสที่พวกมันทั้งสองสาหัสทั้งคู่   การผสานวิญญาณของจันทราเทพในตอนนั้น?  เห็นชัดเลยว่าพลังอำนาจของนางไร้ขีดจำกัด  แต่ก็ยังทำได้เพียงลากพาลีตายไปพร้อมกัน  ไม่สามารถเอาชนะได้แบบเด็ดขาด”  ชายหนุ่มหลับตาพักผ่อนจากความเหน็ดเหนื่อย “และข้าควรทำเช่นไร  เพื่อให้ความปราถนาของข้าเป็นจริง  จะไม่มีวันที่ข้าจะได้พบเจ้าอีกจริงๆใช่ไหม  อลิส”

        นครตำหนักศิลาอันเงียบสงัด   ฟ้าครามและผู้ติดตามมาถึงเจ้าหล่อนรีบมุ้งหน้ามายังห้องทำพิธี

         ก่อนอื่นต้องบอกเรื่องของพาลีให้พี่ศิของเธอทราบ   เพื่อให้เขามีเวลาเตรียมพร้อมรับมือมากที่สุด   เธอรู้ดีว่าก่อนศึกตัดสินชายหนุ่มของเธอต้องการจำศีลเก็บตัวอยู่เงียบๆเพื่อเพิ่มสมาธิจิต   และสร้างสรรค์สกิลใหม่ๆ   แต่ก็ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไหร่   อีกอย่างพี่ศิของเธอต้องการให้สงครามที่จะเกิดขึ้นในครั้งถัดไปเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ   นั่นแปลว่าบอสทั้งหมด  ขุมอำนาจทั้งหมดจะต้องมาอยู่ในสนามรบเดียวกันรวมถึงไอเท็มพิชิตเกมทุกชิ้น   

        ศิลาต้องการให้ทั้งโลกเป็นศักดิ์ขีพยานถึงวันที่เขาขึ้นไปสู่จุดสูงสุดและทิ้งไว้เป็นตำนาน    ส่วนฟ้าครามเวลาที่เธออนไลน์ได้กำลังจะหมดไป  ไม่เช่นนั้นหากเธอยังฝืนออนไลน์ต่อมีความเป็นไปได้ว่าจะเกิดผลกระทบกับอีกหนึ่งชีวิต  เธอเองก็อยากพักผ่อนเตรียมความพร้อมเช่นกันเพราะงั้นสงครามครั้งหน้าจะต้องเป็นครั้งสุดท้ายจริงๆ

        แต่แบบนั้นก็มีความเสี่ยงสูงที่ทุกขุมกำลังจะร่วมมือกันแล้วหันมากำจัดอาชญากรก่อน  เพราะถึงยังไงในบรรดาผู้เล่นพี่ศิของเธอก็คือตัวอันตรายและร้ายกาจที่สุด  หรืออาจจะไม่เข้าร่วมสงครามเลยก็ได้เพราะรู้ว่าสู้ไปก็เปล่าประโยชน์    ดังนั้นจึงต้องให้อินาริช่วยพูดเกลี้ยกล่อมบรรดาผู้เล่นทั่วไป   ในบรรดาผู้เล่นอิสระ  และกิลด์อื่นๆอินาริถือเป็นผู้เล่นน้ำดีที่ทุกคนเคารพนับถือ  เธอค่อนข้างมีเพาว์เวอร์

        “นีท”  ฟ้าครามเปิดประตูห้องเข้ามาทักขึ้นเล่นเอาหญิงสาวตกใจสะดุ้งโหย่งกำลังคิดอะไรเพลินๆ

        “กลับกันมาแล้วหรอ  แสดงว่าจัดการพาลีได้สินะ”  

        ฟ้าครามส่ายหัว  “ป่าว  พาลียอมล่าถอย”  เจ้าหล่อนมองดวงใจของเธอ  “วงแหวนเวทมนต์สิบเอ็ดวง  อีกห้าวงคงเป็นวงแหวนจักรวาลซินะ  แสดงว่าพิธีการสร้างใกล้สำเร็จแล้ว”

        “แต่ศีลอยู่ในสภาวะนี้  ไม่มีการเปลี่ยนแปลงมานานและนะ  จะไม่เป็นอะไรแน่หรอ”  อีฟกังวลใจ

        “ไม่เป็นไร  นี่เป็นขั้นตอนการจารึกวงแหวน   หรือก็คือการซึมซับวงแหวน  พี่ศิกำลังนำสกิลและพลังทั้งหมดของเขาไปไว้ในวงแหวน”

        

คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน