ตอนที่ 198
“อะไรกันมาอีกแล้วเรอะ !!” สตีฟบ่นออกมาพลางเดินไปที่ประตูของเฮลิคอปเตอร์อีกครั้งมองไปยังท้องฟ้าที่อยู่ห่างออกไปหลายกิโลเมตรตรงนั้นมันมีมังกรดำกว่าสามสิบตัวกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้
“ฝากด้วยนะครับคุณสตีฟ” อิจิยะพูด
“ไม่เป็นไรแต่บอกไว้ก่อนนะศพของพวกมันผมไม่ให้หรอกนะอยากได้มาซื้อต่อเอาแล้วกัน” สตีฟพูดก่อนจะเปิดประตูและกระโดดลงไปทันที
“นี่กี่ตัวแล้วชีน่า” อิจิยะหันไปถามชีน่า
“ใกล้จะสี่ร้อยตัวแล้ว” ชีน่าบอกเธอนั้นคอยนับให้อยู่ตลอด
“อืม...แล้วการอพยพเป็นไงบ้าง” อิจิยะถาม
“จากสัญญาณวิทยุคลื่นสั้นที่ส่งต่อๆกันมาตอนนี้อพยพใกล้จะเสร็จแล้ว” ชีน่าบอกเธอนั้นคอยฟังเสียงสัญญาณจากคลื่นวิทยุตลอดตอนนี้รัฐบาลนั้นติดต่อสื่นสารระหว่างรัฐกันด้วยวิทยุคลื่นสั้นที่ส่งต่อกันไปเป็นทอดๆ
“อืมถ้าคุณสตีฟยังจัดการพวกมังกรระหว่างทางอยู่แบบนี้ไม่แน่ว่าบางทีเลเวลคุณสตีฟอาจจะขึ้นถึงสี่ร้อยก่อนที่จะเจอกับมังกรดำตัวแม่มันก็ได้” อิจิยะพูด
“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีไม่แน่ว่าบางทีพวกเราอาจจะไม่ต้องใช้นิวเคลียร์ก็ได้ถ้าคุณสตีฟจัดการมันได้ เพราะถึงแม้นิวเคลียร์ที่เราพัฒนาขึ้นมานั้นจะไม่มีกัมมันตภาพรังสีตกค้างแต่ความร้อนจากการระเบิดหลายล้านองศานั้นจะเปลี่ยนทัศนียภาพของจุดที่ระเบิดไปทันที แถมรัศมีมันก็กินพื้นที่มากกว่าหนึ่งร้อยกิโลเมตรจากจุดที่ระเบิด” ชีน่าพูด
“ฉันเองก็ไม่อยากจะใช้หรอกนะ จากประวัติศาสตร์มนุษย์ชาตินั้นที่ผ่านมาการใช้ระเบิดนิวเคลียร์นั้นไม่เคยส่งผลดีต่อโลกเลย” อิจิยะเองก็ไม่อยากใช้นิวเคลียร์เท่าไหร่
“หวังว่าจะไม่เกิดอะไรขึ้นตอนที่พวกเราไม่อยู่นะ” ชีน่าบอกเธอนั้นมีความรู้สึกว่ามันจะต้องมีเรื่องอะไรไม่ดีเกิดขึ้นแน่ๆ
ส่วนอิจิยะนั้นก็เหล่มองไปยังซานตาน่าที่นั่งเงียบมาตลอดทางเล็กน้อยในหัวของอิจิยะนั้นคิดอะไรอยู่ไม่สามารถบอกได้เลย
อีกด้านหนึ่ง
ในห้องพักแห่งหนึ่งมีชายสองคนอาศัยอยู่ด้วยกันที่หน้าต่างนั้นถูกแปะเต็มไปด้วยเทปกาวสีดำชายคนแรกลุกจากเก้าอี้ก่อนจะเดินไปที่หน้าต่างเขาค่อยๆใช้มือแกะเทปกาวออกก่อนจะหัวเราะออกมา
เคี๊ยกๆๆๆ !! เสียงหัวเราะอันเป็นเอกลักษณ์ดังออกมาใช่แล้วชายคนนี้คือโจ๊กเกอร์วายร้ายที่สตีฟเคยจัดการไปตอนที่มันมาบุกโรงเรียนฮีโร่และฆ่าอาจารย์ป้อมไปนั่นเอง
“คราวนี้แหละพวกฮีโร่ทั้งหลายพวกแกจะต้องไปอยู่ในความมืดส่วนพวกเราเหล่าวายร้ายน่ะจะออกมาอยู่ในแสงสว่างแทนพวกแก เคี๊ยกๆๆๆ !!” โจ๊กเกอร์หัวเราะออกมาตอนนั้นเองแสงจากดวงอาทิตย์ก็ส่องลอดเข้ามาจนสัมผัสกับร่างของโจ๊กเกอร์
“อ๊าก !!!” โจ๊กเกอร์ร้องออกมาพลางกระโดดหลบแสงอาทิตย์อย่างไว
“แกนี่นะโจ๊กเกอร์จะไปยืนตรงหน้าต่างทำไมแกก็รู้พวกเราไม่สามารถออกไปสัมผัสแสงจากดวงอาทิตย์ได้อีกแล้ว” ชายอีกคนที่นั่งอยู่ด้านในพูด
“หุบปากน่าบอมเบอร์แกไม่ต้องยุ่งเรื่องของฉัน !!” โจ๊กเกอร์ตวาดใส่เพื่อนของตนใช่แล้วชายอีกคนที่อยู่ในห้องนี้ก็คือบอมเบอร์มือระเบิดที่ใช้สกิลสร้างตุ๊กตาระเบิดในวันที่ไปบุกโรงเรียนนั่นเอง
หน้าต่างชื่อ : แจ๊ค เนเปียร์ Level : 235อาชีพ : วายร้ายอายุ : 33ฉายา : โจ๊กเกอร์ Rank : อภิมหาวายร้าย SSS
หน้าต่างชื่อ : เอ็ดเวิร์ด บรอสมัน Level : 228อาชีพ : วายร้ายอายุ : 31ฉายา : บอมเบอร์Rank : อภิมหาวายร้าย SSS
ใช่แล้ววายร้ายทั้งสองคนนี้นั้นยังไม่ตายเพราะในวันนี้โจ๊กเกอร์ได้ใช้สกิลตัวตายตัวแทนกับทั้งสามคนซึ่งก็คือตัวเอง บอมเบอร์ และจีเซลผู้ใช้พิษ สกิลของโจ๊กเกอร์นั้นจะทำงานก็ต่อเมื่อพวกเขาตาย และหลังจากนั้นจะฟื้นคืนชีพในอีก 72 ชั่วโมงให้หลังแต่ทว่าเมื่อฟื้นคืนชีพขึ้นมาแล้วนั้นเงาของพวกเขาจะหายไปไม่สามารถอาศัยอยู่ภายใต้แสงอาทิตย์ได้อีกตลอดกาลส่วนจีเซลที่ถูกจับไปนั้นยังไม่สามารถช่วยออกมาได้ โจ๊กเกอร์และบอมเบอร์นั้นฟื้นขึ้นมาในห้องเก็บศพก่อนจะหนีออกมาและทำการเผาห้องเก็บศพแห่งนั้นให้เหมือนกับเกิดอุบัติเหตุ
ตอนนั้นเองจู่ๆมือถือของบอมเบอร์ก็ดังขึ้น
“เข้าใจแล้วหัวหน้าใหญ่” ทันทีที่บอมเบอร์รับสายก็ฉีกยิ้มออกมาทันที
“เฮ่ !! โจ๊กเกอร์ได้เวลาแล้ว” บอมเบอร์บอกเพื่อนวายร้ายโรคจิตของตน
“เคี๊ยกๆๆ !! ได้เวลาไปช่วยหัวหน้าจีเซลแล้วงั้นเหรอแผนการใหญ่กำลังจะเริ่มแล้วสินะ” โจ๊กเกอร์หัวเราะออกมา
“ใช่ตอนนี้พวกรัฐบาลกำลังรับมือกับฝูงมังกรดำอยู่ และตอนนี้คุกที่ใช้ขังพวกวายร้ายอย่างพวกเรานั้นมีกองกำลังทหารป้องกันอยู่น้อยมากแถมพวกสิบผู้ก่อตั้งไม่มีใครอยู่สักคน” บอมเบอร์พูดพลางหยิบตุ๊กตาระเบิดของตนออกมาจากกระเป๋าเป็นจำนวนมาก
ส่วนโจ๊กเกอร์เองก็มองไปยังหน้าต่างที่เขาแกะเทปสีดำเอาไว้ ภาพภายนอกหน้าต่างนั้นคือภาพของทำเนียบขาวนั่นเองรัฐบาลนั้นสร้างคุกที่ใช้กักขังมันถูกสร้างเอาไว้ที่ชั้นใต้ดินของทำเนียบขาวโจ๊กเกอร์หยิบมีดออกมาเตรียมพุ่งออกไปเต็มที่แต่ทว่าบอมเบอร์ก็เดินมาคว้าไหล่เขาเอาไว้ก่อน
หมับ !!
“ใจเย็นๆรอให้ฟ้ามืดลงก่อนอีกชั่วโมงเดียวเอง” บอมเบอร์บอกเพราะถ้าปล่อยให้โจ๊กเกอร์พุ่งออกไปตอนนี้มีหวังโดนแสงอาทิตย์เผาตายกันก่อนพอดี
“ชิ !!” โจ๊กเกอร์สบถออกมาก่อนจะเก็บมีดลงไป
รัฐอิลลินอยส์
“แอร์คัท !!” ฮีโร่คนหนึ่งใช้สกิลใส่เพื่อนของตนจากข้างหลัง
ฉัวะ !! ฮีโร่ที่เป็นเพื่อนของเขาซึ่งอยู่ข้างหน้าโดนมันเข้าไปเต็มๆหลัง
“อ๊าก !! นะ นะ นายทำอะไรของนาย” เขาล้มลงไปข้างหน้าอยู่ในท่าคุกเข่าเขาค่อยๆหันกลับมาถามเพื่อนของเขาทันที
“โทษทีเพื่อนหลายปีมานี้นายเป็นคู่หูที่ดีนะ แต่ตอนนี้คำสั่งจากหัวหน้าใหญ่ลงมาแล้วหมดเวลาเล่นเป็นคู่หูฮีโร่แล้วล่ะ !!” ฮีโร่คนที่พึ่งจะทำร้ายเพื่อนตัวเองพูดก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาและปรับแก้ไขอะไรบางอย่าง
“นะ นะ นายเป็นวายร้าย !!” ฮีโร่คนที่โดนทำร้ายอุทานออกมาหลังจากเห็นสถานะของเพื่อนของเขาที่จับคู่ล่าสัตว์กลายพันธ์ด้วยกันมาหลายปีจู่ๆก็เปลี่ยนสถานะจากฮีโร่เป็นวายร้าย
“อ่าใช่แล้วล่ะ” ชายคนที่เป็นวายร้ายพูดก่อนจะยกมือขึ้นทันที
“ยะ ยะ อย่า....” เขาพูดยังไม่ทันจบชายคนที่เป็นวายร้ายก็ฟันมือลงมาทันที
ฉัวะ !! มีลมพุ่งลงมาตัดคอของฮีโร่คนนั้นจนหลุดออกจากร่างของเขาทันที
ตุ่บ !! เสียงหัวของฮีโร่คนนั้นหลุดลงมาก่อนร่างของเขาจะล้มลงและแน่นิ่งไปทันที
เหตุการณ์แบบนี้นั้นเกิดขึ้นทั่วทุกหัวมุมถนนอีกทั้งยังเกิดขึ้นทั่วทุกรัฐในอเมริกา
รัฐบาลนั้นไม่รู้เลยว่าเหล่าฮีโร่นั้นถูกองค์กรวายร้ายใช้คนของพวกเขาแทรกซึมเข้ามาหลายปีแล้ว ประชากรฮีโร่กว่าครึ่งนั้นเป็นพวกวายร้ายแทบทั้งหมด
บัดนี้ได้เวลาแล้วที่องค์กรวายร้านจะโค่นล้มรัฐบาลและปกครองอเมริกาเสียเอง ทุกอย่างจะถูกเปลี่ยนจากสีขาวเป็นสีดำ เหล่าวายร้านจะออกมาสู่แสงสว่างเหล่าฮีโร่จะต้องกลับไปอยู่ในความมืด
กลับมาที่สตีฟ
ครืด !! สตีฟบินมาที่เฮลิคอปเตอร์ก่อนจะเปิดประตูและกลับเข้าไปด้านในเพื่อประหยัดพลังงานให้ได้มากที่สุด
“จัดการได้รวดเร็วมากครับคุณสตีฟเพียงแค่สามนาทีก็จัดการพวกมันกว่าสามสิบตัวได้หมด” อิจิยะพูดหลังจากสตีฟกลับมา
“นั่นก็ต้องขอบใจสกิลใหม่ผมนั่นแหละครับถ้าไม่มีมันคงต้องเสียเวลามากกว่านี้” สตีฟพูด
“สกิลชำแหละที่เพิ่มขึ้นมาหลังจากคุณถือมีดสินะครับผมล่ะอยากรู้จริงๆว่าอะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้สกิลของคุณพัฒนาขึ้นไปอีกขั้น” อิจิยะสงสัย
“ผมเองก็ไม่รู้สิครับอาจจะเป็นที่เลเวล หรืออะไรสักอย่างไม่น่าจะเกี่ยวกับสกิลทำอาหารเลเวลเต็มเพราะสกิลผมมันเต็มมาหลายปีแล้ว” สตีฟตอบ
“อาจจะเป็นที่เลเวลก็ได้นะคะเพราะสกิลฉันเองตอนนี้ก็ทำอะไรได้มากกว่าเดิมแล้วหลังจากเลเวลมากกว่าสองร้อย” ชีน่าพูด
“หือสกิลเธอก็มีเพิ่มขึ้นมางั้นเหรอ” สตีฟถามชีน่า
“ใช่แต่สกิลใหม่ของฉันยังไม่ได้ขึ้นโชว์ในหน้าต่างระบบ อาจจะเป็นเพราะมันยังพัฒนาไม่สมบูรณ์ อาจจะขาดเงื่อนไขบางอย่างเช่นต้องให้สกิลมิติของฉันเลเวลเต็มก่อนอะไรประมาณนั้น” ชีน่าตอบ
“เหรอถ้าอย่างนั้นสกิลของเธอมันพัฒนาเป็นไงบ้าง จะว่าไปสกิลของซาร่าก็พัฒนาเหมือนกันนะ” สตีฟนึกถึงซาร่าที่ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องสัมผัสตัวเวลาจะใช้สกิลกับคนอื่นแล้ว
“ตอนนี้สกิลของฉันสามารถบันทึกจุดที่จะเปิดประตูมิติเอาไว้ได้หนึ่งจุด หรือฉันตั้งชื่อให้มันสั้นๆก็คือจุดเซฟ” ชีน่าบอก
จุดเซฟเนี่ยนะเหอะๆสงสัยจะอยู่กับพวกสองแฝดมากไปสินะ นี่มันศัพท์ในเกมชัดๆ” สตีฟคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
จากนั้นเฮลิคอปเตอร์ก็มุ่งหน้าไปเรื่อยๆโดยมีมังกรดำมาบินอยู่ในเส้นทางบ้างแต่สตีฟก็จัดการมันได้ไม่ยากเย็นในที่สุดพวกเขาก็มาถึงอุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตนหรือหุบเขามังกร
“วิ้ว !! ข้างล่างนั้นเป็นหมื่นตัวเลยนะเนี่ยก็ไม่แปลกที่พวกมังกรดำรุ่นแรกจะต้องออกไปหาที่อยู่ใหม่” สตีฟผิวปากออกมาพลางมองมังกรดำรุ่นสองที่อยู่บนพื้น
หน้าต่างมังกรดำ Level : 385
“โหเลเวลใกล้แตะสี่ร้อยจริงๆด้วยลงไปจัดการมันก่อนดีมั้ยเนี่ยเพราะจัดการระหว่างทางมาเลเวลเราขึ้นมาแค่สองเลเวลเอง” สตีฟพูดอย่างเสียดายตอนนี้เขาพึ่งจะเลเวล 372 เท่านั้น
“ไม่ได้นะคะคุณสตีฟเราไม่มีเวลามากขนาดนั้นเพราะตอนนี้พระอาทิตย์ใกล้จะตกแล้วถ้าเกิดฟ้ามืดลงเมื่อไหร่ล่ะก็จะเป็นอุปสรรค์แก่ฉันที่เป็นคนสร้างประตูมิตินะคะ” ชีน่าพูดเพราะถ้าฟ้ามืดลงล่ะก็ความแม่นยำในการสร้างประตูมิติของเธอจะลดลงเพราะทัศนวิสัยไม่โปร่งนั่นเอง
“เข้าใจแล้วน่าก็แค่เสียดายเฉยๆที่มังกรพวกนี้จะโดนนิวเคลียร์กวาดหมดน่ะ” สตีฟพูด
ฉันรู้นะคะถ้าไม่ห้ามคุณลงไปจริงๆแน่ ชีน่าคิดในใจแต่ก็ไม่ได้พูดออกมา
“นี่ครับคุณสตีฟ !!” อิจิยะหยิบหูฟังไร้สายออกมาให้สตีฟ
“ผมต้องไปคนเดียวแล้วสินะ” สตีฟยิ้มแห้งๆออกมา
“ครับคุณต้องล่อมันให้บินขึ้นมาให้ชีน่าเห็นเป้าได้ชัดที่สุดส่วนเราก็คงต้องอยู่แถวนี้เพราะถ้าเข้าไปใกล้กว่านี้จะหลบไม่พ้นรัศมีระเบิดเอา” อิจิยะพูด
“เข้าใจแล้วถ้ายังไงเจอมันแล้วจะพยายามล่อมันไปที่เขาลูกนั้นเป็นไง” สตีฟชี้ไปที่ภูเขาสูงในอุทยานแห่งชาติเยลโล่สโตนที่อยู่ไกลออกไปไกลจะแทบจะสุดสายตา
“ตรงนั้นก็ดีค่ะไม่มีอะไรบังทัศนวิสัย” ชีน่าพยักหน้าเห็นด้วย
“เอาล่ะถ้าอย่างนั้นผมไปก่อนนะ” สตีฟเอาหูฟังไร้สายติดไว้ที่หูตัวเองก่อนจะกระโดดลงจากเฮลิคอปเตอร์และบินเข้าไปทันที
ฟู่ม !! สตีฟบินหาอยู่เกือบยี่สิบนาทีในที่สุดเขาก็เจอมังกรดำตัวใหญ่ตัวหนึ่งนอนอยู่มันเป็นมังกรดำตัวเดียวกันกับที่สตีฟเคยเห็นตอนที่มันยังจำศีลอยู่ตัวนั้น
หน้าต่างเทียแมท Level : 638ว่ากันว่ามันเป็นมารดาแห่งมวลมังกร
“บ้าน่าทำไมเราตรวจสอบได้แล้วล่ะตอนอยู่ที่เมืองบาดาลยังตรวจสอบสัตว์กลายพันธ์ที่ระดับเกินห้าร้อยไม่ได้อยู่เลยแถมหนึ่งปีมานี้มันขึ้นมาตั้งร้อยเลเวล !!” สตีฟอุทานออกมาเขาไม่เข้าใจทำไมตัวเขาในตอนนี้นั้นถึงสามารถตรวจสอบมันได้แล้ว (อ้างอิงเลเวลจากตอนที่ 111)
ก๊าซ !! ดูเหมือนมันจะรู้ว่าสตีฟมองมันอยู่มันค่อยๆลุกขึ้นมาก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาบนฟ้ามันอ้าปากออกและพ่นไฟสีเงินออกมาทันที
ฟู่ม !! เปลวไฟสีเงินถูกพ่นออกมาจากปากของมันสตีฟไม่รอช้ารีบหลบทันทีแต่ถึงแม้สตีฟจะหลบพ้นแต่ความร้อนที่เกิดจากเปลวไฟสีเงินนั้นถึงกับทำให้สตีฟเหงื่อแตกพลั่ก
“จานิสความร้อนนั่นประมาณกี่องศา !!” สตีฟรีบถามจานิสทันที
จากเซ็นเซอร์ตรวจจับความร้อนคาดว่าอุณภูมิน่าจะสูงประมาณสองล้านองศาครับเจ้านาย จานิสตอบ
“สองล้านบ้าไปแล้วขนาดใจกลางดวงอาทิตย์ยังร้อนแค่สิบห้าล้านองศาเองนะเฟ้ยนี่ถ้าตรูโดนไปนี่กลายเป็นผงในชั่วพริบตาแน่ๆ” สตีฟอุทานเขาไม่นึกว่าไฟนั่นจะร้อนขนาดนี้ (ข้อมูลความร้อนของดวงอาทิตย์จาก Google)
ไม่ต้องเป็นห่วงครับเจ้านายจากข้อมูลที่เจ้านายสามารถทนกระแสไฟฟ้าหลายแสนโวลต์ได้จากการคำนวณเจ้านายจะกลายเป็นผงในศูนย์จุดสองห้าวินาทีครับไม่ใช่ชั่วพริบตาเพราะการกระพริบตานั้นใช้เวลาเพียงแค่หนึ่งร้อยมิลลิวินาทีเท่านั้นครับหรือก็คือเจ้านายจะกลายเป็นผงจากความร้อนนั่นได้ช้ากว่าการกระพริบตาถึงยี่สิบสองเท่าครับ จานิสตอบ
“ตรูไม่ได้ให้เอ็งคำนวณเฟ้ย !!!” สตีฟตะโกนด่าเจ้าจานิสแต่ก็อดทึ่งไม่ได้ว่าเขาสามารถทนความร้อนสูงสองล้านองศาได้ถึง 0.25 วินาที
นี่ถ้าเปลี่ยนเป็นหนูแอนนาล่ะก็เธอคงทนได้หลายสิบนาทีไม่สิเผลอเธออาบมันเล่นได้เลยมั้ง สตีฟคิดในใจ
ทางด้านซาร่า
“กล้าหนีเที่ยวเรอะสตีฟคอยดูเถอะกลับมาจะให้นอนนอกบ้าน !!” ซาร่าพูดออกมาหลังจากนั่งรอสตีฟมาหลายชั่วโมง
“ใช่คุณลุงหนีเที่ยวพี่สาวต้องให้นอนนอกบ้าน” ไอรี่พยักหน้าเห็นด้วย
“ใช่นอนนอกบ้านไปเลยคุณลุงอ่ะ ไปเที่ยวไม่ยอมชวนพวกหนู !!” ไอวี่เองก็ไม่ยอม
“ให้หนูออกไปตามหามั้ยคะ” ซาช่าถาม
“ไม่ต้องหรอกนี่ก็จะมืดแล้วเดี๋ยวตานั่นก็กลับมาเองแหละอย่างตานั่นไม่มีใครทำอันตรายอะไรได้หรอก” ซาร่าพูด
(ซาร่ายังไม่รู้เรื่องฟังก์ชั่นจับคู่สัญญาณฉุกเฉินของชุดนะครับเพราะจีเวลไม่ได้บอกเอาไว้)
“ว่าแต่หนูแอนนาล่ะ” ซาร่าถามเพราะไม่เห็นหนูแอนนามาสักพักแล้ว
“อยู่หลังบ้านค่ะ” ซาช่าชี้ไปที่สวนหลังบ้านซาร่ามองออกไปก่อนจะเห็นหนูแอนนากำลังนั่งและมองไปยังบ้านหลังข้างๆซึ่งเป็นบ้านของเธอนั่นเอง
คงคิดถึงพ่อสินะ ซาร่าคิดในใจหลังจากเห็นแอนนามองไปยังบ้านของตัวเองที่เคยอาศัยอยู่กับพ่อของเธอที่ตอนนี้ติดคุกอยู่
จบ...