“เธอคือบทเรียนที่ผมยอมผิดศีล”

    ตอนที่ 49 ​ใต้อาณัติของความปรารถนา

    พี่กรยกมือขึ้นลูบผมแพรเบา ๆ แล้วก้มลงจูบหน้าผากแพรแผ่ว ๆ  

    “หนูรู้สึกยังไงบ้างครับ... ที่ได้มานั่งตรงนี้กับพี่.. แพรคิดอะไรอยู่เหรอ..”


    แพรเงยหน้าขึ้นมองพี่กรใต้แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาบนใบหน้าของพี่กร ทำให้ดวงตาของอ.ธนากร ดูคมและอบอุ่นยิ่งขึ้นในความมืด  

    “พี่กำลังทำให้หนูหลง..” 

    หลุดออกจากปากแพรเบา ๆ แต่ชัดเจนพอที่จะทำให้พี่กรชะงัก หัวใจเต้นแรงขึ้นทันที


    พี่กรยังไม่ทันได้ตอบอะไร  

    แพรก็ก้าวเข้าไปใกล้ โน้มตัวขึ้นเล็กน้อย แล้วประทับริมฝีปากนุ่ม ๆ ลงบนปากพี่กรอย่างแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความรู้สึก 

     

    จูบแรกใต้แสงจันทร์... ไม่เร่งรีบ ไม่รุนแรง แต่ลึกซึ้งจนพี่กรต้องยกมือขึ้นโอบรอบเอวแพรแน่นขึ้นทันที เพื่อพยุงไม่ให้แพรเซ  


    พี่กรตอบรับจูบนั้นอย่างอ่อนโยน ลิ้นแตะกันเบา ๆ เหมือนกลัวจะทำให้แพรตกใจ แต่ก็ค่อย ๆ ลึกขึ้นตามจังหวะที่แพรเริ่ม


    ลมเย็นพัดผ่านสวน ใบไม้ไหวเบา ๆ แต่ทั้งคู่เหมือนไม่ได้ยินอะไรอีกแล้ว นอกจากเสียงหัวใจที่เต้นดังขึ้นเรื่อย ๆ


    เมื่อถอนจูบออก แพรยังซุกหน้าที่อกพี่กร หายใจหอบเบา ๆ หน้าแดงก่ำจนรู้สึกได้ถึงความร้อนที่แผ่ขึ้นมาถึงใบหู  


    พี่กรก้มลงซุกที่ผมแพร หายใจเข้าลึก ๆ เหมือนกำลังเก็บกลิ่นของแพรไว้ในปอด  


    “หนู... ทำให้พี่หลงก่อนนะครับ”  

    เสียงแหบพร่า กระซิบข้างหูแพรเบา ๆ  


    “พี่คิดว่าตอนนี้..พี่หลงหนูมากกว่าที่หนูหลงพี่เสียอีก... หนูรู้ไหม ว่าพี่อยากจูบหนูแบบนี้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นหนูยิ้มให้พี่แล้ว”


    พี่กรยกมือขึ้นลูบแก้มแพร นิ้วโป้งลูบริมฝีปากที่เพิ่งจูบกันเมื่อกี้  

    “คืนนี้... พี่อยากให้หนูนอนในอ้อมกอดพี่ทั้งคืนเลยนะครับ ไม่ต้องกลัวอะไรทั้งนั้น พี่จะกอดหนูแน่น ๆ จนพระจันทร์ลับขอบฟ้า แล้วเราจะตื่นมาดูกันอีกทีตอนเช้า  

    หรือถ้าหนูยังอยากนั่งดูพระจันทร์ต่อ พี่ก็ยอมนั่งเป็นเพื่อนทั้งคืนเลย... ขอแค่หนูยังอยู่ในอ้อมกอดพี่แบบนี้”


    พี่กรก้มลงจูบหน้าผากแพรอีกครั้ง แล้วโอบแพรแน่นขึ้น  

    ทั้งคู่ยืนกอดกันเงียบ ๆ ใต้แสงจันทร์ดวงโต  

    ลมพัดเบา ๆ ใบไม้ไหว พระจันทร์ยังส่องสว่างอยู่เหนือหัว


    แพรค่อย ๆ ยกมือทั้งสองข้างขึ้น จับใบหน้าพี่กรเบา ๆ นิ้วเรียวยาวลูบไล้จากโหนกแก้มลงมาที่กราม แล้วเลื่อนลงช้า ๆ ตามแนวคอ ลงไปที่ไหล่กว้าง หน้าอกกำยำที่ยกขึ้นลงตามลมหายใจถี่ขึ้นของพี่กร  

    แพรรู้สึกถึงความร้อนจากผิวพี่กรผ่านเสื้อยืดบาง ๆ หัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุอก แต่ความกล้าที่พุ่งขึ้นมาจากแสงจันทร์และคำพูดของพี่กรเมื่อกี้ ทำให้แพรไม่หยุด


    นิ้วแพรเลื่อนลงต่ำเรื่อย ๆ ผ่านกล้ามท้องตึงแน่น ลงไปที่เอว แล้วค่อย ๆ ลงต่ำกว่านั้นอีก  

    จนถึงตรงนั้น... ที่กำลังตึงแข็งขึ้นอย่างเห็นได้ชัดผ่านกางเกงขาสั้นบาง ๆ ของพี่กร  

    แพรหยุดชั่วครู่ มองขึ้นสบตาพี่กรด้วยสายตาที่ทั้งเขินและหิวกระหาย  

    พี่กรกลืนน้ำลายลงคอแรง ๆ ดวงตาที่มองแพรมืดลงกว่าเดิม หายใจถี่ขึ้นชัดเจน


    “แพร...”  

    เสียงแหบพร่า ต่ำจนแทบเป็นกระซิบ 

    “หนู... จะทำอะไรต่อเหรอครับ...”


    แพรไม่ตอบด้วยคำพูด  

    แพรค่อย ๆ ก้มลงจูบที่คอพี่กรเบา ๆ ก่อน แล้วเลื่อนริมฝีปากลงตามทางที่มือเพิ่งลูบไล้  

    มือข้างหนึ่งเลื่อนเข้าไปใต้ขอบกางเกงขาสั้นของพี่กร จับส่วนที่แข็งขึงนั้นออกมาเบา ๆ  

    นิ้วเรียวยาวลูบไล้ขึ้นลงช้าๆ แต่แรงขึ้นเรื่อย ๆ จนพี่กรครางต่ำในลำคอ หัวพิงต้นมะม่วงใหญ่ด้านหลัง


    “แพร... พี่... เสียวมากครับ”  

    พี่กรยกมือขึ้นจับผมแพรเบา ๆ ไม่กด แต่ก็ไม่ผลักออก  

    “หนู... ทำแบบนี้ พี่จะทนไม่ไหวแล้วนะครับ”


    แพรเงยหน้าขึ้นมองพี่กรใต้แสงจันทร์อีกครั้ง  

    “หนูก็ทนไม่ไหวเหมือนกันค่ะพี่กร... คืนนี้หนูอยากให้พี่... ทำให้หนู..”


    พี่กรครางต่ำ แล้วดึงแพรเข้ามาจูบลึกทันที ลิ้นพันกันยุ่งเหยิง หิวกระหาย  

    มือใหญ่ของพี่กรเลื่อนลงไปใต้เสื้อนอนของแพร ลูบไล้เนินอกกลมกลึง แล้วบีบเบา ๆ จนแพรครางในปากพี่กร  

    อีกมือเลื่อนลงไประหว่างขาแพร ลูบไล้ตรงจุดที่เปียกชุ่มจนแพรแอ่นสะโพก ครางชื่อพี่กรไม่หยุด


    “พี่กร... อ๊ะ... หนู... เสียวค่ะ...”


    เสียงลมหายใจของทั้งคู่ดังประสานกับเสียงใบมะม่วงที่เสียดสีกันตามแรงลม แต่ในวินาทีนี้ไม่มีอะไรดึงดูดใจได้เท่ากับสัมผัสที่ร้อนผ่าวใต้อาภรณ์บางเบา 

    พี่กรขบกรามแน่นจนเป็นสันนูน แววตาที่เคยอบอุ่นตอนนี้กลับโชติช่วงไปด้วยความหิวกระหายที่แพรเป็นคนจุดมันขึ้นมาเอง


    พี่กรถอนจูบออก หายใจหอบรน แล้วอุ้มแพรขึ้นแบบเจ้าหญิงทันที  

    “ไม่รอแล้วนะครับ... พี่พาหนูกลับห้องเดี๋ยวนี้เลย”


    ​พี่กรช้อนตัวแพรขึ้นอย่างง่ายดาย 

    อ้อมแขนแกร่งที่โอบอุ้มเธอไว้ให้ความรู้สึกมั่นคงจนแพรต้องซุกใบหน้าที่คอของเขา สูดดมกลิ่นกายผสมกลิ่นน้ำหอมจางๆ ที่ทำให้สติของเธอเลอะเลือน 


    พี่กรกึ่งเดินกึ่งวิ่งกลับขึ้นบันไดไม้สัก เสียงฝีเท้าที่ลงน้ำหนักอย่างรวดเร็วแต่พยายามเงียบที่สุดเพื่อไม่ให้พ่อแม่ตื่น ยิ่งเพิ่มความตื่นเต้นท้าทายให้กับค่ำคืนนี้

    ​

    เมื่อบานประตูห้องนอนถูกปิดลงและล็อกสนิท พี่กรไม่ได้วางแพรลงบนเตียงทันที แต่เขากลับกดเธอลงกับบานประตูไม้เย็นเฉียบ พร้อมกับจู่โจมด้วยจูบที่ร้อนแรงราวกับจะหลอมละลายเธอไปตรงนั้น


    ​"แพร... คืนนี้พี่จะไม่ปล่อยให้หนูนอนเลย" เสียงแหบพร่าข้างหูเป็นคำสั่งประหารสติที่แสนหวานที่สุดเท่าที่แพรเคยได้ยินมา