ยังไม่ได้ตรวจคำผิด
++++++++++++++++++++
ไป๋ลู่เดินเข้ามาในบ้าน และได้กลิ่นของอาหารที่ลอยออกมาจากในครัวนางจึงเดินเข้าไปหาสองพ่อลูกที่กำลังช่วยกันทำอาหารมื้อเย็น
"ข้ากลับมาแล้วเ้าค่ะ"
"เป็อย่างไรบ้าง"
"พี่ชายของข้ากลับมาจากชายแดนแล้วเ้าค่ะ ท่านพี่...อาเหวินได้เล่าเื่บางอย่างให้ข้าฟังเกี่ยวกับหยางเจี้ยน"
ต้วนอี้ที่กำลังทำอาหารก็หยุดชะงักทันที
"เื่อะไรหรือ"
"อาหัวแม่จัดโต๊ะให้เอง แล้วก็นี่กระต่ายย่างของหยางมี่ตัวน้อย อาจื่อเอามาให้ที่หน้าบ้าน"
"หึหึ..ขอรับท่านแม่"
ต้วนอี้ถอนหายใจดังเฮือก พร้อมกับส่ายหน้าระอาให้ภรรยาของตน นิสัยเช่นนี้ช่างเหมือนกับพี่ชายของนางยิ่งนัก
"แล้วพี่ใหญ่ไม่กลับมาด้วยหรือขอรับท่านแม่"
"อาเทียนช่วยงานที่พรรคน่ะ"
"ลู่เอ๋อร์เ้าก็รีบเล่ามาสักทีเถอะ"
"หึหึ...เ้าค่ะๆ ก็ไม่มีอะไรมากหยางเจี้ยนเป็คนช่วยชีวิตอาเหวินไว้ ตอนอยู่ที่เกาะสุสานโบราณแคว้นหนาน แล้วพวกเขาก็เดินทางมาที่แคว้นตงด้วยกัน "
"จริงหรือ!!"
"จริงเ้าค่ะ อาเหวินสั่งให้คนตามสืบเื่ราวของลุงซ่งป้าซ่งและหยางเจี้ยนแล้ว พวกเขามีอาชีพเป็ผู้คุ้มกัน นายพรานล่าสัตว์ ทำนาปลูกผักทั่วไป "
"หื้ม!!..เป็นายพรานหรือ …ถ้าเป็นายพรานจริงๆ ก็คงเป็พรานที่เก่งกาจที่สุดถึงได้สามารถต่อสู้กับนักฆ่าได้ แต่ว่าพวกเราอย่าไปยุ่งเื่ราวในอดีตของพวกเขาเลยนะ"
เจี้ยนหัวที่ตั้งใจฟังเื่ราวของท่านอาเจี้ยน เขาเองก็เห็นว่าฝีมือการล่าสัตว์ของท่านอาและท่านปู่ซ่งในวันนี้แล้ว คงไม่ใช่แค่พรานธรรมดาอย่างแน่นอน
"เ้าค่ะท่านพี่ พี่ชายของข้าก็สั่งห้ามอาเหวินแล้วเช่นกัน"
ระหว่างที่ภรรยาเดินเอาของไปเก็บ เขาก็เอากระต่ายย่างของมี่เอ๋อร์ตัวน้อยเข้าปาก แล้วเขาก็ต้องตะลึงกับรสชาติที่ได้ลิ้มลอง
"ท่านพ่อ อร่อยหรือไม่"
"นี่มันอร่อยเกินไปแล้ว"
ไป๋ลู่เดินเข้ามาเห็นเช่นนั้นก็รีบดึงน่องกระต่ายออกมาแล้วนำเข้าปากทันที เมื่อลิ้นและฟันัักับหนังกระต่ายที่กรอบ มีความหอมกลิ่นควัน แล้วยังมีเนื้อที่หวานเด้งชุ่มฉ่ำ ทำให้นางไม่อยากจะกลืนเลย
"อร่อยมากเลยเ้าค่ะ อร่อยที่สุด"
เจี้ยนหัวเห็นพ่อกับแม่ของตนแล้วก็รีบคว้าน่องกระต่ายตัวที่สองมากินตาม แล้วเขาก็ต้องตาโต
'เหตุใดถึงได้อร่อยเช่นนี้น่ะ มี่เอ๋อร์ทำอาหารได้เก่งยิ่ง'
"เห็นทีข้าต้องไปหากระต่ายมาให้มี่เอ๋อร์ทำแบบนี้ให้บ่อยๆ แล้วล่ะ"
"ท่านต้องจ่ายค่าจ้างให้หลานด้วยนะเ้าคะ"
"ขอรับฮูหยิน"
เช้าวันต่อมา
"จื่อเอ๋อร์วันนี้พ่อจะไปที่หอการค้านะ ท่านปู่และท่านย่าก็ไปด้วย เ้าอยู่ทางนี้ก็ดูแลน้องให้ดี อย่าออกไปไหนเด็ดขาด เข้าใจหรือไม่ "
"เข้าใจขอรับท่านพ่อ"
หลังจากที่ท่านพ่อออกไปแล้ว เขาเดินเข้าไปที่ห้องของน้องสาว ก็เห็นน้องสาวยังคงนอนอ้าปากน้ำลายไหลกางแขนกางขาไม่เรียบร้อย เขาจึงส่ายหน้าอย่างระอา
น้องของข้าเป็สตรีแน่หรือ เห็นทีต้องบอกท่านย่าซ่งสั่งสอนเื่ของสตรีบ้างแล้ว
เมื่อเห็นว่าน้องสาวยังไม่ยอมตื่น ก็เดินไปดูน้องชายที่ห้องของท่านพ่อ ที่ตอนนี้นอนได้เรียบร้อยร้อยเป็อย่างมาก
"ทำไมนิสัยสลับกันเช่นนี้นะ"
หลังจากที่ดูน้องๆ แล้ว เขาเดินไปตักน้ำที่ลำธารมาใส่โอ่งดินจนกระทั่งเต็ม จากนั้นก็เข้าครัวต้มข้าวเอาไว้ และเดินไปเอาหมูสามชั้นในรถม้าของน้องสาวออกมาส่วนหนึ่ง
นำมาหันเป็ชิ้นๆ หลังจากนั้นก็นำไปคั่วให้เหลือง พอหมูเริ่มเหลืองแล้ว เขาจึงเอาเกลือใส่ให้พอเค็มแล้วก็ตักใส่จาน
"ข้าก็ทำได้แค่นี้แหละ น้องๆ จะกินได้หรือไม่นะ"
"พี่ใหญ่!!"
หยางมี่เดินหัวยุ่งเกาตูดแล้วก็ขยี้ตาเข้ามาในครัว เมื่อคืนนางนอนดึกทำให้วันนี้นางตื่นสายมาก ถ้าไม่ได้ยินเสียงกระทะกับตะหลิวก็คงยังไม่ตื่น
หยางจื่อเห็นกิริยาท่าทางของน้องสาวก็ต้องส่ายหัวอย่างอ่อนใจ ตัวเขาเป็บุรุษยังไม่เคยทำกิริยาเช่นนี้เลย
"ตื่นแล้วก็ไปล้างหน้าเปลี่ยนผ้าให้เรียบร้อย"
"เ้าค่ะ...อันนี้พี่ใหญ่ทำเองหรือเ้าคะ"
"ใช่แล้ว ไม่รู้จะกินได้หรือไม่"
"ดมจากกลิ่นก็น่าจะกินได้นะ เดี๋ยวข้าไปดูน้องก่อนเ้าค่ะ"
หลังจากที่หยางมี่พาน้องชายไปล้างหน้าทำผมเปลี่ยนชุดใหม่ นางก็แบกน้องขึ้นหลังแล้วเดินมาด้านนอก
"หอมมากเลยขอรับ"
"วันนี้พี่ใหญ่ทำอาหารเองด้วยแหละ"
"โอ๊ะ...จะกินได้หรือขอรับ"
"ชู่ววว...เบาๆ เดี๋ยวพี่ใหญ่ได้ยิน"
หยางจื่อที่ได้ยินน้องชายนินทาเต็มสองรูหูถึงกับอมยิ้มทันที ตัวเขาเป็ผู้ฝึกวรยุทธต่อให้คุยกันหน้าบ้านเขาก็ได้ยินเต็มสองหู
"ทั้งสองคนมากินข้าวได้แล้ว กินเสร็จก็ไปให้อาหารเ้าสี่ตัวด้วย ั้แ่เช้าพ่ยังไม่เห็นเลย เฉินเอ๋อร์นี่ยาของเ้า พี่ตั้งใจต้มยาให้เ้าเป็พิเศษเลยนะ"
"บู้วว.."
เฉินเอ๋อร์ยู่หน้าทันทีที่ได้ยินพี่ชายหยอกล้อ พร้อมกับจับตะเกียบด้วยมือเล็กๆ พยายามคีบข้าวต้ม
"เฉินเอ๋อร์พี่เอาช้อนมาให้"
"ขอบคุณขอรับ"
"กินเสร็จแล้วก็ไปฝั่งเข็มกับลุงอี้นะ"
"ขอรับ"
หยางมี่คีบหมูคั่วเกลือเข้าปากก็ทำตาโตทันที พร้อมกับซดข้าวต้มตามไปด้วย นี่ถ้าหากได้น้ำปลาจะอร่อยมากว่านี้อีก
"อร่อยมากเ้าค่ะ"
"อร่อยก็กินเยอะๆ นะ จะได้อ้วนๆ"
หยางจื่อลูบแก้มของน้องสาวและน้องชายด้วยความรัก หลังจากที่ท่านแม่จากไปท่านพ่อก็ไปทำงานที่สำนักคุ้มภัย ก็เป็เขาที่คอยดูแลน้องทั้งสองคนไม่เคยปล่อยให้อดอยาก พอเห็นน้องผอมเช่นนี้เขาเองก็ปวดใจ
หอการค้าภูผามายา
ทั้งสามคนขี่ม้าเดินทางมาที่หอการค้าซึ่งเป็กิจการของพรรคภูผามายา ภายนอกเป็อาคารไม้สีดำเงา 5 ชั้นขนาดใหญ่ตั้งอยู่ติดกับป่าหมอกมายาและประตูทางเข้าพรรค อีกทั้งยังใกล้กับท่าเรือน้ำจืด
"ข้ามาขายสมุนไพรและมาติดต่อซื้อที่ดินขอรับ"
"พวกท่านเดินไปที่ห้องทางนั้นได้เลยขอรับ"
หยางเจี้ยนพยักหน้าแล้วก็เดินเข้าไปข้างในห้องนั้นทันที ตามด้วยท่านลุงซ่งแล้วป้าซ่ง
"ท่านมาติดต่อด้วยเื่อันใดขอรับ"
"ข้ามาขายสมุนไพรขอรับ"
หยางเจี้ยนเปิดถุงผ้าที่มีดอกบัวหิมะมากถึง14ดอก ให้กับทางคนงานดู เมื่อคนงานเห็นก็รีบเข้าไปตามผู้าุโที่ชำนาญด้านสมุนไพรออกมาตรวจสอบดู
"ข้าขอตรวจสอบดูก่อนนะ"
"ขอรับผู้าุโ"
"โอ๊ะ!!..เป็ดอกบัวหิมะของจริงอีกทั้งยังสดอยู่ไม่มีรอยช้ำและเก็บได้อย่างถูกต้องสมบูรณ์ ข้าให้เ้าดอกละ5ตำลึงทอง 50 เงิน พวกเ้าเห็นเป็เช่นไร"
"พวกข้าเห็นด้วยขอรับ"
"รวมทั้งหมดเป็ 77 ตำลึงทอง พวกเ้า้าตั๋วเงินหรือ ตำลึงทองล่ะ"
หยางเจี้ยนหันกลับไปมองท่านลุงและท่านป้า ส่วนท่านลุงเองก็หันมองท่านป้าเช่นกัน
"ข้าขอเป็ตั๋วแลกเงิน30ตำลึงทอง2ใบ ที่เหลือขอเป็ตำลึงทองเ้าค่ะ"
เป็ซ่งลี่อิงที่เอ่ยปากบอกกับท่านผู้าุโ หลังจากนั้นท่านผู้าุโก็นำตั๋วเงิน30ตำลึงทอง2ใบ และ อีก17ตำลึงทอง ส่งให้กับซ่งลี่อิง
"พวกเ้าเก่งมากที่สามารถหาดอกบัวหิมะเจอ น้อยคนนักที่จะสามารถขึ้นไปอยู่บนยอดเขาหิมะเช่นนี้ได้ ชาวบ้านส่วนใหญ่มักจะตกหน้าผาตายเพราะทนต่อความหนาวเย็นมันกัดกินมือไม่ได้"
"อ่อ..เป็เช่นนี้นี่เอง ข้าเองก็สงสัยอยู่เช่นกัน ในเมื่อดอกบัวหิมะก็มีมากมาย เหตุใดถึงขึ้นชื่อว่าเป็ของหายาก"
"หึหึ...นั้นแหละคือสาเหตุที่ทำให้ไม่มีใครออกตามหาบัวหิมะ พอหมดฤดูหนาวดอกบังเ่าั้ก็จะตายไปถ้าหากพวกเ้ามีสมุนไพรดีๆเช่นนี้อีกก็มาขายที่นี่ได้นะ"
"ขอรับผู้าุโ"
หลังจากที่ผู้าุโเข้าไปด้านในแล้ว หยางเจี้ยนก็ได้ถามพนักงานคนเดิมเื่ที่ดินทันที
"มีคนบอกว่าที่แห่งนี้ขายที่ดินริมผาด้านหลังหมู่บ้านต้าซู่"
"เป็เช่นนั้นขอรับ ท่านทั้งสามรอข้าน้อยสักครู่ขอรับ"
"ได้"
คนงานเอาแผนที่ตั้งของที่ดินมาให้หยางเจี้ยนได้ดูและราคาก็สมเหตุสมผลไม่ได้แพงจนเกินไป เขาจึงให้คนงานพาเขาไปดูพื้นที่ให้แน่ใจ
หลังจากไปดูที่ดินกับคนงานแล้ว เขาก็กลับมาที่หอการค้าอีกครั้ง แล้วให้ลุงซ่งทำสัญญาซื้อขายที่ดิน
บนเขาจำนวน15หมู่ทันที
"ท่านลุง...ขะ "
"เ้าไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น เื่ที่ดินข้าจะจ่ายเอง อยู่เงียบๆไปซ่ะเ้าเด็กหน้าเหม็น"
"ก็ได้ขอรับ"
หยางเจี้ยนมีสีหน้าบูดบึ้งเมื่อโดนด่าว่าหน้าเหม็น ลี่อิงจึงทำเพียงตบไหลพร้อมกับพร้อมกับหลุดขำออกมา
อาเจี้ยนกับสามีของนางชอบถกเถียงกันเป็เด็กน้อย
เมื่อทำสัญญากันแล้วหยางเจี้ยนก็สอบถามเื่เช่าพื้นที่ขายของให้กับลูกสาวตัวน้อย
"เหลือเพียงที่เดียวขอรับจะอยู่ด้านหลังสุด ท่าน้าหรือไม่นี่ขอรับแผนที่ตั้งร้าน"
หยางเจี้ยนมองแผนที่ตั้งร้านค้าต่างๆ พื้นที่ด้านหน้าใกล้กับประตูทางเข้าพรรคถูกคนจับจองไปหมดแล้ว เหลือเพียงพื้นที่ด้านหลังติดริมแม่น้ำแต่ก็อยู่ใกล้กับท่าเรือ
"ข้า้าตรงนี้ แล้วข้าต้องจ่ายอย่างไร"
" ข้าคิดเป็รายวันและรายเดือนขอรับ พื้นที่ขายของตรงท้ายสุดราคาจะถูกกว่าด้านหน้ามากนักขอรับ ราคา 1 ตำลึงเงินต่อวัน 25 ตำลึงเงินต่อเดือนขอรับ ถ้าเช่าเป็เดือนจะถูกกว่ามาก"
"ข้าเอาเป็รายเดือนก็แล้วกัน จ่ายหนึ่งเดือนก่อน"
"ขอรับ...ตลาดท่าเรือจะเริ่มเปิดขายของในวันที่1 เดือน2 นะขอรับ"
"ทำไมเปิดวันนั้นล่ะ ข้าคิดว่าหลังปีใหม่"
"ท่านประมุขให้ปรับปรุงสถานที่ใหม่ขอรับ เพื่อรองรับการเปิดสำนักศึกษาของพรรภูผามายาขอรับ"
"ไม่ใช่ว่าพรรคภูผามายาก็สามารถสมัครเรียนได้หรือ"
"เมื่อก่อนเป็เช่นนั้นขอรับ แต่ท่านประมุขเปลี่ยนรูปแบบใหม่ โดยการให้แยกสถานที่เรียนกับพรรคออกจากกันขอรับ ถ้าหากว่าลูกศิษย์คนไหนอยากจะเข้าทำงานในพรรค จะต้องทดสอบความสามารถเพื่อให้ได้แต้มตามที่ท่านประมุขกำหนด ถึงจะเข้าพรรคได้ขอรับ"
"เป็เช่นนั้นหรือ!!"
"ขอรับ"
หยางเจี้ยนเป็กังวลเพราะกลัวว่าลูกชายคนโตของเขาจะไม่ผ่านการทดสอบ ดูเหมือนทางพรรคภูผามายาจะเข้มงวดมากกว่าเดิม
"อาเจี้ยนอย่าได้กังวล อาจื่อต้องทำได้แน่"
"ขอรับท่านลุง"
หยางเจี้ยนทำสัญญารายเดือนกับคนงานในพรรคเรียบร้อยและกำลังจะกลับ เขาก็เห็นอวี่เหวินมารออยู่ตรงทางเดิน
"คารวะท่านลุงท่านป้าซ่งขอรับ คารวะพี่เจี้ยนขอรับ"
"มาหาข้าหรือ"
"ขอรับ..ข้าจะชวนพวกท่านไปหาท่านพ่อของข้า"
"ได้ๆ "
++++++++++++++++++++
ขอบคุณค่า