บทที่ 3 น้องชาย น้องสาว
สวี่หรานรู้สึกหงุดหงิดอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็ไม่มีใครมารบกวนเธออีก เธอคิดไปคิดมา ก็ไม่รู้ว่าต่อไปจะทำอย่างไรดี จู่ๆ ประตูก็ถูกผลักออก
สวี่หรานคิดว่าเป็โจวฮวาจินที่กลับมารังแกเธออีก กำลังจะไล่ออกไป แต่พอเห็นว่าเป็เด็กสองคน เธอเลยไม่ได้พูดอะไรออกไป
เด็กผู้หญิงดูเหมือนจะอายุราว ๆ 11 - 12 ขวบ ส่วนเด็กผู้ชายน่าจะ 4-5 ขวบ ทั้งคู่ผอมจนตาโต ตัวเล็กเหมือนถั่วงอก ดูแล้วไม่สมส่วนเอาซะเลย
“พี่สะใภ้...” เด็กผู้หญิงพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน ในดวงตามีความคาดหวัง เด็กชายตัวน้อยดึงชายเสื้อของสวี่หราน ทิ้งรอยดำๆ ไว้ เด็กผู้หญิงจึงรีบดึงเขาไปด้านหลัง แล้วมองสวี่หรานอย่างระมัดระวัง กลัวว่าสวี่หรานจะโกรธ
สวี่หรานมองเด็กทั้งสองคน สายตาก็จับจ้องไปที่มือของพวกเขา มือเต็มไปด้วยาแและคราบดิน ดูแล้วน่าสงสาร
“พวกเธอเป็ใครเหรอ?” น้ำเสียงของสวี่หรานอ่อนโยนลงเล็กน้อย
“เหยียนฮ่าวเป็พี่ชายแท้ๆ ของพวกเรา หนูชื่อเหยียนเยว่ ส่วนนี่น้องชาย ชื่อเหยียนชิว” เหยียนเยว่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน เธอรู้สึกว่าพี่สะใภ้คนนี้สวยเหมือนนางฟ้าเลย!
“มือไปโดนอะไรมา?” สวี่หรานจับมือของเหยียนเยว่ขึ้นมาดู อากาศก็หนาว มือของเธอเย็นจนเขียวคล้ำ
เหยียนเยว่รีบเอามือไพล่หลัง “น้าสะใภ้ให้พวกเราขัดมันฝรั่ง ถ้าไม่ทำก็ไม่ให้กินข้าว...” พูดจบก็หยิบมันเผาร้อนๆ ครึ่งลูกออกมาจากอกเสื้อ แล้วพูดว่า “พี่สะใภ้กินนี่ก่อนสิคะ เช้านี้ยังไม่เห็นพี่สะใภ้กินอะไรเลย หนูแอบเก็บไว้ให้พี่สะใภ้ค่ะ”
สวี่หรานเห็นเด็กทั้งสองคนน่าสงสาร ยังอุตส่าห์เก็บของกินไว้ให้เธอ เธอก็รู้สึกะเืใจอยู่บ้าง “ฉันไม่หิวหรอก พวกเธอกินเถอะ” จริงๆ แล้วเธอไม่อยากจะยุ่งเื่ของบ้านนี้ แต่ก็ทนเห็นเด็กๆ เ็ปแบบนี้ไม่ได้ สุดท้ายก็เลยไปตักน้ำอุ่นมาให้เด็กๆ แช่มือ
ไม่ใช่แค่มือของเด็กๆ ที่แตก แต่เท้าก็ยังเป็แผลอีก รองเท้าที่เหยียนเยว่ใส่ก็เล็กเกินไป จนรองเท้าขาด ส่วนรองเท้าของเหยียนชิวก็ถูกพันด้วยเชือก ลมเข้าได้ทุกทิศทาง ไม่ช่วยให้เท้าอุ่นขึ้นเลย แต่ถึงอย่างนั้น เด็กๆ ก็ยังทนใส่
“ทำไมไม่เปลี่ยนรองเท้าใหม่ล่ะ?”
“น้าสะใภ้บอกว่าที่บ้านจน ไม่มีเงินซื้อ...” น้ำเสียงของเหยียนเยว่ค่อยๆ เบาลง เพราะเธอมักจะใส่เสื้อผ้าขาดๆ ไปโรงเรียนก็เลยโดนเพื่อนๆ หัวเราะเยาะอยู่เสมอ
เหยียนชิวถึงจะเด็ก แต่ก็น่ารัก เขาพูดด้วยน้ำเสียงซื่อๆ ว่า “น้าสะใภ้มีเงินตั้งเยอะแยะ!”
เหยียนเยว่ก้มหน้าเงียบ น้าสะใภ้ชอบซื้อเสื้อผ้าใหม่ๆ ให้ลูกของตัวเอง ส่วนพวกเขาก็ได้แต่ใส่ของเหลือๆ ที่บ้านก็ไม่ใช่ว่าไม่มีเงิน แต่น้าสะใภ้ไม่อยากให้พวกเขาใช้เงิน
หลังจากที่สวี่หรานล้างมือล้างเท้าให้เด็กๆ เสร็จแล้ว เธอก็ถามว่า: “แล้วเหยียนฮ่าวล่ะ? เขาไม่สนใจพวกเธอเลยเหรอ?” ทำไมถึงปล่อยให้น้องๆ ต้องมาทนทุกข์แบบนี้?
เหยียนเยว่ส่ายหน้า “ไม่ใช่ว่าพี่ไม่สนใจพวกเรา แต่พวกเราไม่กล้าบอกพี่ ถ้าพี่รู้ พี่ต้องกลับไปคุยกับน้าสะใภ้แน่ๆ ถึงตอนนั้น น้าสะใภ้ก็จะด่าพี่อีก”
สวี่หรานถอนหายใจ เด็กๆ ก็เป็เด็กดี แต่โจวฮวาจินช่างไม่รู้จักทำตัวให้มันดี ๆ บ้าง!
“ขึ้นมานั่งก่อนสิ” สวี่หรานบอกให้เด็กๆ ขึ้นไปนั่งบนเตียงให้อุ่นๆ แต่เด็กๆ กลับไม่ยอมขึ้นไป
เหยียนเยว่ลังเล “ผ้าห่มของพี่สะใภ้สะอาด...”
สวี่หรานหันกลับไปมอง ผ้าห่มสะอาดจริงๆ คาดว่าคงเตรียมไว้สำหรับวันแต่งงาน แต่ก็ช่างเถอะ “ไม่เป็ไร” พูดจบก็อุ้มเหยียนชิวขึ้นไปบนเตียง เธอหยิบฟืนมากำหนึ่ง แล้วเอาไปใส่ในเตา ควันไฟทำให้เธอสำลักไม่หยุด
สวี่หรานไม่เคยทำงานบ้านแบบนี้มาก่อน ั้แ่เด็กก็ไม่เคยใช้ชีวิตแบบคนบ้านนอก หลายๆ อย่างเธอก็ทำไม่เป็ จริงๆ แล้ว ที่เธอกลับมาจากต่างประเทศครั้งนี้ ก็เพื่อที่จะไปทำงานที่สถาบันวิจัย ใครจะไปคิดว่าจะมาเจอเื่แบบนี้?