คุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    ตอนที่ 44 :มีทุกชนชาติถึงจะรวมเป็นโลกได้

    ตอนที่ 44:มีทุกชนชาติถึงจะรวมเป็นโลกได้

     

            "เบญจมาศตกต้องจันทร์กระจ่าง

             

            รวดร้าวในใจใครล่วงรู้

             

            เมามายอิงแอบจวินหวาง

     

            ฝันหวนสู่ต้าถัง"

     

            ประโยคที่ว่านักร้องที่ดีที่สุดคือผู้ที่ราวกับนำตัวเองไปอยู่ในเพลง ไม่เกินจริงเลย

     

            หลิวจือเซียก็เป็นเช่นนั้นและไป่เหลียนเฉิงก็เป็นแบบนั้นด้วยในตอนนี้

     

            หลังจากประโยคสุดท้ายจบลงไปแต่ไป่เหลียนเฉิงที่ยังอินกับบทบาทนี้กลับยืนแข็งค้างแบบนั้นอยู่ครู่หนึ่ง

     

            ไป่เหลียนเฉิงราวกับกำลังซึมซับความรู้สึกของเพลง'กุ้ยเฟยเมามาย' จนลืมไปว่าตัวเองกำลังทำการแสดงอยู่ ขณะที่ตกอยู่ในภวังค์นั้นเขาก็คิดหวนกลับถึงตอนที่กำลังฝึกซ้อมอยู่ในโรงละครตอนที่เขายังเป็นเด็กเขาไม่เคยลืมความตั้งใจตอนนั้นของเขาเลย

     

            เขาจำได้ว่าตอนที่เขายังเด็ก ตอนที่อายุประมาณ 4-5 ขวบไม่ว่าจะร้อนหรือหนาวขนาดไหน เขาก็จะฝึกซ้อมอย่างหนักในโรงละครเล็ก ๆ แห่งหนึ่ง

     

            และเมื่อได้ขึ้นแสดงบนเวทีครั้งแรกความรู้สึกตื่นเต้นยินดีในตอนนั้นก็ยังจำฝังใจของเขาไม่ลืม

     

            และตอนนี้ ไป่เหลียนเฉิงได้พาตัวเองเข้าสู่บทบาทในเพลงได้อย่างสมบูรณ์แบบโดยไม่คำนึงถึงเนื้อร้องและทำนองมีเพียงอารมณ์ที่จริงใจในการแสดงและการร้องเพลงเท่านั้นในตอนนี้

     

            ผ่านไปสักพัก ไป่เหลียนเฉิงก็หายใจยาว ๆ ออกมาก่อนที่จะหันไปหาหลิวจือเซียและหวางหยิงหยิงที่อยู่ข้าง ๆ

     

            หลิวจือเซียยิ้ม เขาไม่คิดเลยว่าไป่เหลียนเฉิงจะตีความเพลง'กุ้ยเฟยเมามาย' ได้สมบูรณ์แบบถึงขนาดนี้

     

            หลิวจือเซียมั่นใจว่าตอนนี้จางหนิงคงแทบจะอยากแทรกแผ่นดินหนีเต็มทีแล้ว

     

            สำหรับหญิงสาวทั้งสามคนรวมถึงหวางหยิงหยิงดูเหมือนว่าจะประหม่ากว่าไป่เหลียนเฉิงซะอีกทั้งสี่คนยืนจับมือกันไม่กล้าเงยหน้ามามองผู้ชมเพราะกลัวว่าผลลัพธ์จะไม่เป็นตามที่พวกเธอต้องการ

     

            หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง ผู้ชมในโรงละครก็ลุกขึ้นยืนจากนั้นเสียงเชียร์และเสียงปรบมือที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นก็ดังขึ้นพร้อมกับเสียงชมต่าง ๆ นานา

     

            "ไป่เหลียนเฉิง ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปฉันขอเป็นแฟนคลับของคุณ ! "

     

            "สุดยอดไปเลยเพื่อน การแสดงของนายสุดยอดจริง ๆ ! "

     

             “นี่มันบ้าไปแล้วมีทั้งเครื่องดนตรีจากจีนและตะวันตกรวมกัน แต่มันกลับเข้ากันมาก ! ”

     

             “ในอนาคตจะต้องไม่มีใครมาดูถูกวัฒนธรรมการแสดงงิ้วของเราอย่างแน่นอน…”

     

            เสียงเชียร์จากเหล่าผู้ชมดังกระหึ่มขึ้นมาความกระตือรือร้นดูเหมือนว่าจะเหนือกว่าการแสดงของหลิวจือเซียด้วยซ้ำ

     

            ในกลุ่มของเหล่าผู้ชมมีเพียงใบหน้าของจางหนิงที่บูดเบี้ยวดูน่าเกลียด ความกังวลของเขาเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆเขาคิดว่าตอนนี้เขามีโอกาสที่จะพ่ายแพ้ถึง 80%

     

            ………………………

     

             “เพลง ‘กุ้ยเฟยเมามาย’เป็นเพลงที่ยอดเยี่ยมจริง ๆ ขอบคุณรุ่นพี่ไป่เหลียนเฉิงสำหรับการแสดงดี ๆในครั้งนี้”

     

            ผ่านไปสักพัก หลังจากที่อารมณ์ของเหล่าผู้ชมเริ่มสงบลง ซุ่ยเหมินรุ่ยและหลินเซียงหยางในที่สุดก็มีโอกาสพูดสักทีแต่ใบหน้าของทั้งสองคนก็ยังเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

     

            เพราะมันเป็นเพลงที่หลิวจือเซียแต่งขึ้นมาเองช่างน่าเหลือเชื่อมาก !

     

            หลินเซียงหยางเดินมาหาไป่เหลียนเฉิงและถามด้วยรอยยิ้มว่า“รุ่นพี่ไป่ ผมอยากจะถามคุณว่าทำไมคุณถึงตีความหมายของเพลงนี้ได้สมบูรณ์แบบขนาดนี้กัน? ”

     

            ไป่เหลียนเฉิงยิ้ม “อย่างแรกเลยต้องเป็นเพลงที่ดีและเนื้อเพลงที่ดี ! ประการที่สอง การร่วมมือกันของทุกคน !ประการที่สาม อาจจะเป็นเพราะตอนที่ผมยังเด็ก ผมได้เรียนการละครได้ฝึกร้องเพลงของต้านเจวี๋ย ที่เป็นเพลงที่มีคีย์สูงมากอีกทั้งยังเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ ของเพลงจากต้านเจวี๋ยดังนั้นจึงทำให้ทักษะการร้องเพลงของผมพัฒนาขึ้นมาก”

     

            “รุ่นพี่หลิวฉันอยากจะถามว่าอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณสร้างเพลงที่ยอดเยี่ยมแบบนี้ขึ้นมาได้กัน? ” ซุ่ยเหมินรุ่ยถามหลิวจือเซียที่ยืนข้าง ๆ ด้วยความอยากรู้อยากเห็นเพราะชายคนนี้ทำให้เธอประหลาดใจมากจริง ๆ

     

             “มันง่ายมาก ! ”หลิวจือเซียพูดพลางหันหน้ากวาดสายตามองผู้ชมในโรงละคร

     

             “มีคนดูหมิ่นละครงิ้ว  ดูหมิ่นวัฒนธรรมจีนดั้งเดิมของเราดังนั้นผมเลยอยากจะพิสูจน์ให้ทั่วโลกได้เห็นความสามารถของคนจีนต้องมีทุกชนชาติถึงจะรวมเป็นโลกได้ นี่แหละคือแรงบันดาลใจของผม ! ”

     

            เรียบง่าย ตรงไปตรงมา แต่กินใจมาก !

     

            นี่คือสามคำที่สรุปคำตอบของหลิวจือเซีย !

     

            เพราะมันคือความจริงที่เลี่ยงไม่ได้มีทุกชนชาติถึงจะรวมเป็นโลกได้

     

            และผู้ชมในโรงละครแห่งนี้ก็เข้าใจความหมายที่หลิวจือเซียต้องการจะสื่อได้ทันที

     

            ซุ่ยเหมินรุ่ยที่กำลังตกตะลึงกับคำถามก็นิ่งค้างไปเพราะเธอรู้ว่าที่หลิวจือเซียพูดต้องการจะบอกกับใครบางคนอย่างเฉพาะเจาะจง

     

            เธอก็รีบเปลี่ยนเรื่องทันที “อืม ขอบคุณพี่ไป่สำหรับการแสดงดี ๆแบบนี้ และเนื่องจากการแสดงสุดท้ายจบลงไปแล้ว ต่อไปเราจะทำการ…”

     

            “พิธีกร เดี๋ยวก่อน ! ”

     

            คราวนี้เป็นหลิวจือเซียที่ขัดจังหวะซุ่ยเหมินรุ่ยเขาก้าวไปข้างหน้าสองก้าวและโค้งคำนับให้ทุกคน “สวัสดีนักศึกษา กรรมการและอาจารย์ทุกท่าน ผมมีเรื่องส่วนตัวอยากจะขอพูดสักหน่อยหวังว่าทุกคนจะไม่ว่าอะไร”

     

            ไม่ว่าจะเป็นหลิวฉีฉี หลี่อ้ายกัง เฉินซี หรือคนอื่น ๆพวกเขาต่างก็มีความประทับใจที่ดีต่อหลิวจือเซีย เพราะอีกฝ่ายทั้งมีความสามารถสุภาพ อีกทั้งยังซื่อสัตย์อีกต่างหาก คนหนุ่ม ๆที่ครบเครื่องแบบนี้จะหาที่ไหนได้อีก ?

     

             “เชิญ ! ” เฉินซีกล่าว

     

             “ขอบคุณอาจารย์มากครับ! ” หลิวจือเซียโค้งคำนับอีกครั้งแล้วพูดว่า “พี่ชายของผมเป็นคนที่จริงใจมากแต่เขากลับถูกใครบางคนรังแก ! และตอนนี้การแสดงของคนคนนั้นและพี่ชายของผมก็จบลงไปแล้ว ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินแพ้ชนะสักที! ”

     

            หลิวจือเซียเป็นคนแบบนี้ จะต้องตาต่อตา ฟันต่อฟันเท่านั้น !

     

            “มีเครื่องลงคะแนนเสียงบนที่นั่งในโรงละครของเราปุ่มสีเขียวก็คือคนคนนั้น และปุ่มสีแดงก็คือพี่ไป่เหลียนเฉิง ! ”หลิวจือเซียหยุดและพูดต่อ “ทุกคนโปรดเปิดหน้าจอ LED ขึ้นมาและลงคะแนนเสียงเสียงของทุกคนมีค่า เลือกตามที่ตัวเองชอบได้เลย ! ”

     

            เมื่อหลิวจือเซียพูดจบ ผู้ชมในโรงละครต่างก็เปิดหน้าจอขึ้นมา

     

             “ไอ้หลิวจือเซีย ! ”

     

            ในกลุ่มของผู้ชม ใบหน้าของจางหนิงบูดบึ้งน่าเกลียดดวงตาก็แทบจะลุกเป็นไฟ

     

            จางหนิงมองขึ้นไปบนเวทีด้วยใบหน้ามืดมน และพูดด้วยเสียงต่ำ“ฝากไว้ก่อนเถอะไอ้หลิวจือเซีย ! ”

     

            “ทุกท่าน ได้โปรดเริ่มลงคะแนนได้ ! ”หลิวจือเซียพูดขึ้นอีกครั้ง

     

            บนหน้าจอขนาดใหญ่ด้านหลังของทุกคนตัวหนังสือขนาดใหญ่ที่เป็นชื่อของจางหนิงและไป่เหลียนเฉิงก็ปรากฏขึ้นพร้อมทั้งกราฟคะแนนเสียง

     

            เมื่อมีจำนวนคะแนนเสียงเพิ่มขึ้น แท่งกราฟก็จะสูงขึ้นตามไปด้วย

     

            ผู้ชมทุกคนในตอนนี้ต่างเต็มไปด้วยความตื่นเต้นลุ้นว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

     

            ในไม่ช้า คนในโรงละครที่มีเกือบ 4,000 คนก็โหวตจนครบและจำนวนคะแนนโหวตของทั้งสองคนก็ปรากฏบนหน้าจอขนาดใหญ่

     

            จางหนิง: 690 คะแนน

     

            ไป่เหลียนเฉิง: 3,875 คะแนน

     

            ด้วยคะแนนเสียงที่ห่างกันมากถึง 3,000 คะแนนไป่เหลียนเฉิงจึงเอาชนะจางหนิงไปอย่างขาดรอยไร้ข้อกังขา

     

             “ไป่เหลียนเฉิง ! ”

     

             “กุ้ยเฟยเมามาย ! ”

     

             “ไป่เหลียนเฉิง ! ”

     

            เมื่อเห็นผลลัพธ์เช่นนี้ผู้ชมต่างพากันโห่ร้องอย่างกระตือรือร้นทันที เพราะบางคนที่ชอบเพลงร็อค แต่พวกเขาก็ต้องการเพลงร็อคที่มีกลิ่นอายของประเทศจีนไม่ใช่ที่เลียนแบบมาจากยุโรปและอเมริกา

     

            และสำหรับการแสดงจบการศึกษา พวกเขาก็ต้องการเพลงร็อคสนุก ๆที่เป็นสไตล์เพลงจีนอีกด้วย

     

    ท้ายที่สุด ‘ มีทุกชนชาติถึงจะรวมเป็นโลกได้ !’

     

            เชื่อว่าอีกไม่นาน เพลงสไตล์จีนเพลงนี้จะต้องแพร่หลายไปทั่วทั้งประเทศจีนอย่างแน่นอน!

     

             “ขอบคุณทุกคนขอบคุณมากจริง ๆ ที่สนับสนุนผม ! ”

     

            ไป่เหลียนเฉิงและหวางหยิงหยิงรู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมากทั้งสองคนจับมือกันและโค้งคำนับให้ผู้ชมครั้งแล้วครั้งเล่า

     

            เมื่อมองไปที่จางหนิงอีกครั้ง การแสดงออกของเขาก็ทำให้ต้องตกใจกลัวเพราะไม่เพียงมีใบหน้าซีดเซียวเท่านั้นแต่ร่างกายยังแข็งค้างราวกับมะเขือยาวที่ถูกแช่แข็งอีกด้วย

     

            แพ้ เขาแพ้แล้ว มันจบแล้ว !

     

             “ผมหวังว่าคุณจะรักษาคำสัญญาที่ตัวเองให้ไว้ได้นะ! ” หลิวจือเซียเหลือบมองจางหนิง จากนั้นก็เดินลงจากเวทีไป

     

            ไป่เหลียนเฉิงและคนอื่น ๆ ก็หยิบเครื่องดนตรีของตนและเดิมตามหลังหลิวจือเซียไป

     

            จากนั้นในโรงละครก็มีเสียงของผู้ชมดังขึ้น

     

             “จางหนิงฉันจะไปรอนายวิ่งแก้ผ้าที่สนามนะ ! ”

     

             “ฮ่าฮ่าฮ่า น่าสนุกจริงๆ ฉันก็จะไปด้วย ! ”

     

             “นั่นคือการแสดงรอบสองหรือ? ฮ่าฮ่าฮ่า จางหนิง ฉันรออยู่นะ ! ”

     

            ผู้ชมในโรงละครต่างพูดเสียดสีต่าง ๆ นานามีเพียงบางส่วนเท่านั้นที่แสดงความเห็นใจจางหนิง

     

            ดูเหมือนว่าชื่อเสียงของจางหนิงในวิทยาลัยแห่งนี้จะไม่ค่อยดีนักไม่เช่นนั้นเขาคงไม่โดนคนหลายพันคนแสดงความสะใจกับความพ่ายแพ้ของเขามากถึงเพียงนี้

     

            …………………….

     

             “เนื่องจากรุ่นพี่หลิวจัดการเรื่องส่วนตัวของเขาแล้ว”

     

            เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เลยเถิดไปกันใหญ่หลินเซียงหยางก็รีบดึงความสนใจของทุกคนกลับมา “ต่อจากนี้ คือวินาทีที่ทุกคนรอคอยนั่นก็คือการตัดสินของคณะกรรมการ ! ”

     

            ซุ่ยเหมินรุ่ยพูดด้วยรอยยิ้มกับเฉินซีและคนอื่น ๆ“กรรมการและอาจารย์ทุกท่าน หลังจากการแสดงกว่าสองชั่วโมงคาดว่าทุกท่านคงจะมีคนที่ถูกใจแล้ว ขอเชิญทุกท่านตัดสินด้วย ! ”

     

            ตรงที่นั่งของเหล่ากรรมการ หลายคนก็เริ่มพูดคุยกัน

     

             “เป็นยังไงบ้างพวกคุณเลือกกันได้หรือยัง ? ” เฉินซีถามขึ้นเป็นคนแรก

     

            เฝิงเจิ้ง เฉิงกัง และหลิวฉีฉี พูดขึ้นพร้อมกัน “หลิวจือเซีย !”

     

             “จางหนิง ! ”ต่งลี่พูดขึ้น

     

             “ไป่เหลียนเฉิง ! ”หลี่อ้ายกังพูดต่อ

     

            หลี่อ้ายกังแสดงความคิดเห็นว่า “ส่วนตัวแล้วผมชอบเสียงของไป่เหลียนเฉิง และสไตล์การร้องเพลงที่ไม่เหมือนใครของเขา ! ”

     

            หลี่อ้ายกังพูดออกมาตรง ๆ ถ้าชอบก็ชอบ ถ้าไม่ชอบก็ไม่ชอบ

     

            แต่อย่างไรก็ตาม หากไม่มีเพลงดี ๆ อย่าง ‘กุ้ยเฟยเมามาย’หลี่อ้ายกังก็คงจะลงคะแนนให้หลิวจือเซียไปแล้ว

     

            แต่สำหรับจางหนิงทุกคนต่างขมวดคิ้วและมองเป็นตาเดียวไปที่ต่งหลี่ที่พูดชื่อนี้ขึ้น

     

            ต่งลี่ดูไม่สะทกสะท้านอะไร เธอกล่าวว่า “เช่นเดียวกับอ้ายกังฉันชอบการร้องเพลงของจางหนิงและมันเป็นเพียงความคิดเห็นส่วนตัวของฉันเท่านั้น”

     

            “เอาล่ะ ไป่เหลียนเฉิงมีหนึ่งเสียง จางหนิงมีหนึ่งเสียงและโหวตของฉันก็ให้หลิวจือเซียด้วย สี่โหวตผ่าน ! ”เฉินซีมองไปที่เวทีและพูดเสียงดัง “พิธีกร พวกเราได้ตัดสินใจกันแล้วหลิวจือเซียจะเป็นผู้ชนะในการแสดงรายการนี้ ! ”

     

            อันที่จริงแล้ว ดูเหมือนว่าผลการแข่งขันจะออกตั้งแต่หลิวจือเซียร้องเพลง‘คุณพ่อ จะไปไหน ? ’ แล้ว เพราะไม่ว่าจะในแง่ของภาพลักษณ์ อารมณ์เพลงหรือความสามารถ หลิวจือเซียถือได้ว่ากินขาดเลยก็ว่าได้

     

            “ตอนนี้คณะกรรมการได้ตัดสินแล้ว ! ”ซุ่ยเหมินรุ่ยกล่าวด้วยรอยยิ้ม “ฉันขอประกาศว่า หลิวจือเซียคือผู้ชนะในการแสดงรายการนี้อย่างเป็นทางการ ขอเสียงปรบมือให้กับรุ่นพี่ของเราด้วย! ”

     

             “ยอมเยี่ยมไม่ผิดหวังเลยที่ฉันเป็นแฟนคลับของเขา ! ”

     

             “ฮ่าฮ่า มันต้องแบบนี้ถ้าเกิดรุ่นพี่หลิวไม่ชนะ เจอพวกเราประท้วงแน่ ! ”

     

             “จือเซียฉันรู้อยู่แล้วว่าคุณจะชนะ ดีใจด้วยนะ ! ”

     

            ภายในโรงละครเสียงเชียร์ของเหล่าผู้ชมก็ดังขึ้นอีกครั้ง…

    คล้ายกับเรื่องคุณพ่อยอดซุปเปอร์สตาร์ (นิยายแปล) **จบแล้ว** ที่คุณอ่าน