โนะฮิเมะถามด้วยอาการร้อนรน
ยามนี้เด็กชายหน้าซีด ปากสั่น ตัวแข็ง เธอไม่เคยเห็นเขาเป็นแบบนี้มาก่อน หากปล่อยเนิ่นช้าเกิดศัตรูบุกมาคงได้แย่กันทั้งคู่
ไม่อาจปล่อยผ่าน โนะฮิเมะตัดสินใจในทันใด
เพียะ!
“โอะ โอยยยย เจ็บนะ”
โคทาโร่ถูกตบหน้าหัน อาการก่อนหน้าหายเป็นปลิดทิ้ง เมื่อรู้สึกตัวอดส่งสายตาพิฆาตกลับไปไม่ได้ มือซ้ายลูบแก้มไปมา
“แค่ผลักก็พอ ทำไมต้องตบกันด้วย” ต้าหมินโอดครวญ
“ไม่ต้องขอบคุณหรอก เกิดอะไรขึ้นกันแน่”
โนะฮิเมะไม่สนใจคำพูดของเขาแม้แต่น้อย
“แย่แล้ว ต้องหนีทันที เร็ว!”
เด็กชายทำท่ามุทราเรียกนกพิราบยักษ์ออกมาทันที ลากเด็กหญิงให้โดยสารอย่างไว
“ไป”
สิ้นเสียงคำสั่ง นกพิราบโผบินสูงเสียดฟ้า
นี่คงเรียกว่าหนีไปตั้งหลักกระมัง
นกร่อนลงเหนือชายป่า เด็กชายค่อยหายใจได้ทั่วท้อง เพื่อความรอบคอบเขาสั่งให้นกบินอยู่เหนือพื้น เผื่อเกิดอะไรขึ้นจะได้ชิ่งหนีทันท่วงที
“ฟู่ มาถึงนี่คงปลอดภัยแล้ว” เด็กชายรำพึงกับตัวเองเบา ๆ ภาพอันน่าสยดสยองเมื่อครู่ยังติดตาไม่หาย
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” โนะฮิเมะสอบถามด้วยความสงสัย
โคทาโร่ถึงกับหนีโดยไม่บอกไม่กล่าว ดูท่าศัตรูคงตึงมือไม่เบา
“คือ เออ คือ อา...”
“เป็นอะไรอ้ำอึ้งอยู่ได้”
“จะว่ายังไงดีล่ะ”
และแล้วโคทาโร่องเมียวจิอัจฉริยะ (ตามความเข้าใจของเจ้าตัว) ก็บอกเล่าทุกสิ่งทุกอย่างที่เห็นไปตามตรง
“หา!”
“หา!”
โนะฮิเมะร้องลั่น
“แค่แมวเนี่ยนะ…”
“อย่าพูดว่า ‘แค่’ สิ ‘ตั้ง’ ต่างหาก ไม่รู้กี่ตัวต่อกี่ตัว แค่ตัวเดียวข้าก็แย่แล้ว นี่เล่นมาเป็นกองทัพจะไม่ให้กลัวได้ยังไง ยังดีที่พวกเราอยู่ห่างจากศาลเจ้านั่น ไม่อย่างนั้น… บรื่อสส!”
“อ้อ อา ข้าลืมไปเจ้ากลัวแมวนี่นา ฮะ ฮ่า ๆๆๆ” เด็กหญิงหัวเราะคิก หัวเราะจนท้องคัดท้องแข็ง
เวลานี้โนะฮิเมะใส่ชุดตัวในของพระแต่ดัดแปลงรูปทรงกับสีสันให้งดงามตามแบบเด็กผู้หญิง พอหัวเราะแบบนี้มวยผมที่มัดไว้อย่างหลวม ๆ พลันหลุดออก เผยให้เห็นผมยาวสลวย ดูไปดูมาคล้ายศิษย์สตรีสำนักง้อไบ๊อยู่เหมือนกัน… ความคิดเหลวไหลทำงานทันที ช่วยให้เขาหลีกหนีจากภาพอันน่ากลัวก่อนหน้า
หนึ่งในกลไกการป้องกันตัวเอง
“หึ ๆ เจ้าหนีมาแบบนี้เท่ากับยังไม่เห็นหน้าศัตรูล่ะสิ เห็นแค่เค้าโครงน่าจะเป็นคน ชาวบ้านนอนเรียงรายไร้ลมหายใจ ดวงตาวาววับ แมวเป็นฝูง คิดว่าข้อมูลเท่านี้พอรึ คิดว่าข้าเป็นใครกัน”
โนะฮิเมะทำเสียงฮึดฮัดเหมือนไม่พอใจ
“โทษที เห็นพวกนั้นแล้วแข้งขามันอ่อนน่ะ” เด็กชายก้มหน้าท่าทางสำนึกผิด
“เฮ้อ ดีนะที่เป็นข้า หากเป็นคนอื่นไม่มีทางเข้าใจเงื่อนงำที่เจ้าบอกหรอก หึ ๆ ท่านหญิงโนะฮิเมะขอเฉลยเลยแล้วกัน”
โนะฮิเมะยกยิ้มอย่างอารมณ์ดี
“จริงอ่ะ มันเป็นปีศาจหรือเปล่า”
“จะให้พูดยังไงดีล่ะ” เด็กหญิงเอานิ้วจับใต้คางทำท่าครุ่นคิด
“อย่ามัวอ้ำอึ้งอยู่เลย ป่านนี้มันคงรู้ตัวแล้วว่ามีคนสงสัย หากชักช้าเดี๋ยวก็หนีไปก่อนหรอก” ต้าหมินเอ่ยเร่งด้วยท่าทางร้อนรน ในใจรู้สึกผิดอยู่เหมือนกัน เกิดศัตรูหนีไปก่อนแล้วสามีของนิชิจะเป็นเช่นไร อย่างนี้เท่ากับไม่มีคำตอบให้เธอสิ
“มันเป็นปีศาจ แบบที่เป็นคู่ปรับของข้าเลยล่ะ”
ในใจเด็กชายนึกไปถึงปีศาจหนู หากพูดถึงคู่ปรับ แมวกับหนูยังไงก็เป็นคู่ปรับกันมานาน
“ปีศาจหนู?”
“ไม่ใช่ ตามที่เจ้าเห็นนั่นแหละ มันคือปีศาจแมว”
“หา!”
ต้าหมินรู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมา งานนี้ขอผ่านแล้วกัน
“อืม ฟังไม่ผิดหรอก ปีศาจแมว” โนะฮิเมะทำสีหน้าจริงจัง
“มันไม่หนีหรอก ภูตอัญเชิญผีเสื้อของเจ้าเป็นวิชาธรรมดา องเมียวจิไร้สังกัดก็ทำได้ ไม่ใช่วิชาลับอะไร ตอนนี้มันเห็นฝีมือเจ้าแล้ว เผลอ ๆ มันกำลังรอพวกเราบุกเข้าไปด้วยซ้ำ”
“หมายความว่า?”
“ถ้าเจ้าเป็นองเมียวจิมากฝีมือ อย่างน้อยต้องลองหยั่งเชิงบ้าง องเมียวจิขึ้นชื่อว่าช่ำชองการต่อสู้ระยะไกล ยังไงต้องส่งภูตรับใช้สักตัวสองตัวไปสู้กับมัน จะได้รู้ว่าฝีมือกล้าแข็งหรืออ่อนแอ ไม่มีทางหนีโดยไม่สู้หรอก เมื่อครู่เจ้าหนีอย่างไม่คิดชีวิตแสดงว่าฝีมืออ่อนด้อย แล้วมันควรกลัวหรือ?
อีกอย่างหนึ่งหากมันหนีจริงต้องเก็บกวาดสถานที่ก่อน ศพพวกนั้นยังไงมันต้องเอาไปด้วย”
“ศพ?”
“ยังไงคืนนี้ยังมีโอกาส อย่างน้อยคงไม่คิดว่าองเมียวจิอ่อนหัดที่หนีไป กลับย้อนมาอีกครั้ง”
“เดี๋ยว ๆ ศพอะไรน่ะ ไม่ไปนะ ไม่ เด็ดขาดยังไงก็ไม่ ไม่ แค่คิดถึงก็ขนลุกแล้ว” เด็กชายชี้ให้ดู ขนแขนตั้งชันมองเห็นเป็นตุ่ม ๆ
“เชอะ! ไม่อยากไปก็ไม่ต้องไป งานนี้ข้าจัดการเองคนเดียวได้ แต่ยังไงต้องขอความช่วยเหลือจากเจ้าด้วย แต่ก่อนอื่นต้องเข้าใจจุดอ่อนจุดแข็ง และจุดกำเนิดของปีศาจแมวก่อน” เด็กหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง
“เจ้าคงรู้ใช่ไหมสัตว์เมื่ออายุมากขึ้น หากปัจจัยถึงพร้อมสามารถกลายร่างเป็นปีศาจ”
“อืม” เด็กชายพยักหน้า
“ตัวข้าก็เป็นเช่นนั้น แต่ตาแก่ใช้วิชาลับ เปลี่ยนชะตาให้ข้าได้เกิดใหม่เป็นสัตว์เทพ”
สีหน้าเด็กหญิงเปลี่ยนเป็นภูมิใจอย่างปิดไม่มิด
“พลังของมันเหมือนเจ้าเคยบอกแล้ว แต่ข้าลืมล่ะ”
โนะฮิเมะทำหน้าปลง อยากตวาดอยู่เหมือนกัน ทำไมไม่หัดจำเรื่องสำคัญบ้าง แต่พอมานึก ๆ ดู คนกลัวแมวย่อมไม่อยากจดจำอะไรพวกนี้อยู่แล้ว
“ธาตุประจำตัวคือธาตุไฟ หากสู้กับมันต้องใช้ธาตุอื่นกำราบ เกิดเผลอใช้ไฟรังแต่เพิ่มความแข็งแกร่งให้มัน อีกอย่างมันสามารถแปลงกายกลับเป็นร่างปีศาจ ถ้าเป็นเช่นนั้นยิ่งยากฆ่าให้ตายด้วยอาวุธ เพราะขนทั่วตัวแข็งแกร่งดั่งเกราะเหล็ก ยกเว้นจุดอ่อนอย่าง ดวงตา ทว่ามันเคลื่อนที่ว่องไวเกินกว่าคนธรรมดาจะทำร้ายมันได้ ที่สำคัญ...” เด็กหญิงเงียบไปครู่หนึ่ง
“มันสามารถบงการซากศพ”
“หมายความว่า?”
“อืม… สามีของพี่สาวและชาวบ้านน่าจะตายกันหมด ที่เห็นคือซากที่เหลืออยู่”
“อา... เพราะอย่างนี้นายพรานที่รอดมาถึงได้หลบหนีไปทันที เขาคงรู้ความลับพวกนี้ รู้ว่าบอกไปคงไม่ใครเชื่อ จึงเลือกพาครอบครัวหนีไปดีกว่า”
ต้าหมินคล้ายคลี่คลายปริศนาได้ส่วนหนึ่ง ทว่ายังมีคำถามตามมา
“แล้วหัวหน้าหมู่บ้านรอดมาได้อย่างไร”
“อ้อ นั่นก็ศพน่ะ”
ดวงตาของโนะฮิเมะฉายแววรังเกียจขึ้นวูบหนึ่ง
“ปีศาจแมวนอกจากสามารถควบคุมศพได้แล้ว ยังใช้ผิวหนังของคนตายมาหุ้มตัวเพื่อปลอมเป็นคนเป็นได้ด้วย หากข้าเดาไม่ผิด ร่างเดิมของมันคงเป็นแมวป่าแล้วกลายร่าง”
“ทำไมล่ะ” เด็กชายถามด้วยความสงสัย
“เพราะหากเป็นแมวบ้าน มันมักสวมหนังของเจ้านายมันเองแล้วคอยดักกินคนผ่านทาง แมวบ้านเป็นพวกติดที่ ไม่มีทางก่อเรื่องใหญ่โตให้คนจับได้หรอก”
“อ้อ แมวบ้านรู้จักเข้าสังคม แมวป่าเป็นพวกป่าเถื่อน อย่างนี้นี่เอง”
คิกคัก
โนะฮิเมะหัวเราะคิกไปกับการให้คำนิยามของเขา
“จะว่างั้นก็ได้ แต่ข้ออันตรายอยู่ที่มันดิบเถื่อนกว่านี่แหละ”
แล้วเด็กหญิงก็เงียบไป คล้ายกำลังขบคิดอะไรบางอย่างจนเวลาผ่านไปพักหนึ่ง แววตาเปลี่ยนเป็นคมกล้าขึ้น
“เอียงหูมา พวกเราจะทำอย่างนี้นะ…”
ศาลเจ้าแห่งเทพขุนเขา
นกพิราบตัวใหญ่ยักษ์บินอยู่เหนือศาลเจ้า บนหลังของมันยืนอยู่ด้วยเด็กชายผู้หนึ่ง มองแต่ไกลเห็นเพียงเงาเลือนรางบนท้องฟ้าเท่านั้น
ฉับพลันทันใดเกิดแสงสว่างเจิดจ้า เปลวไฟสีขาวลูกมหึมาลอยเด่นอยู่บนท้องฟ้า แสงนวลราวกับแสงจันทร์ ร้อนแรงดุงดั่งแสงตะวัน
[ดวงไฟวิญญาณภาคอัปเกรด: ファイアボール Fireball]
ขณะเขียนยันต์นี้ ต้าหมินนึกภาษาญี่ปุ่นคันจิไม่ออกเลยใช้อักษรคาตาคานะ อักษรที่ถูกสร้างขึ้นในสมัยเฮอันนี่เองเดิมใช้เพื่อย่ออักษรจีนบางคำ ต่อมาในสมัยปัจจุบันคนญี่ปุ่นใช้อักษรนี้เพื่อเลียนเสียงภาษาต่างประเทศ
พลังธาตุที่เป็นข้ออ่อนด้อยขององเมียวจิขั้นมนุษย์ ต่อเมื่อบรรลุเขตขั้นต่อไปถึงสามารถใช้ธาตุทั้งห้าได้ตามใจปรารถนา แต่ทว่าเด็กน้อยกลับสามารถใช้พลังธาตุสำหรับโจมตี แต่น่าเสียดายที่ใช้ได้เพียงธาตุไฟเท่านั้น และเฉพาะไฟวิญญาณอีกด้วย
สำหรับเวลานี้ เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว
ดวงไฟร้อนแรงสาดแสงไปทั้งหมู่บ้าน หากใครยังตื่นอยู่ละก็ต้องเข้าใจผิดว่าอรุณรุ่งมาถึงแล้วแน่นอน
“ไป ถล่มมารดามัน”
ลูกไฟดำดิ่งลงสู่พื้น ตกลงตรงกลางศาลเจ้าพอดี ลำพังขนาดของลูกไฟก็ใหญ่กว่าขนาดศาลเจ้าแล้ว
ตูมมมมม!
เสียงกึกก้องกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหว พื้นดินสั่นสะเทือน ศาลเจ้าถูกระเบิดเป็นเศษซาก เศษไม้และฝุ่นควันปลิวว่อน
ต้าหมินไม่รอดูผลอะไรทั้งนั้น เขารีบออกคำสั่งให้นกพิราบพาตัวออกจากพื้นที่ในทันที
นับแต่นี้คือศึกระหว่างแมวเทพและแมวปีศาจ
มนุษย์อย่างเขาไม่เกี่ยว