เอี๊ยด! เสียงเบรกเสียดสีสองล้อปั่นดังขึ้นก่อนเท้าแตะถึงพื้น ชายหนุ่มมองช่างขณะเอารถไปเก็บแล้วมองหารถของรุ่นพี่ที่จอดอยู่หน้าร้านแต่เห็นช่างง่วนอยู่กับรถคันอื่น
“เสร็จหรือยังครับพี่อ้วน”
“โอ้มาพอดี เสร็จนานแล้วล่ะ แต่งานพี่ยุ่งลูกค้ามาต่อเนื่องเลยไม่ได้โทรบอก ขอโทษที”
“อ๋อ ไม่เป็ไรครับเสร็จก็ดีแล้ว ว่าแต่ทำอะไรไปบ้างเหรอครับพี่อ้วน ค่าเสียหายเท่าไหร่”
“น้ำมันเครื่องแห้งปัญหาหลัก หัวเทียนก็ใกล้แล้วพี่เลยเปลี่ยน ส่วนโซ่ใช้ได้อีกไม่นานนะ ระวังมันขาดกลางทางอีกสักสองอาทิตย์ให้มาเปลี่ยนสเตอร์ ยางนอกล้อหลังก็ใกล้เต็มทนแล้วล่ะ พี่เลยเปลี่ยนให้เลย”
“โห หนักนะเนี่ย”
“อืม ยังเหลือล้อหน้านะ ค่อยมาเปลี่ยนพร้อมสเตอร์ก็แล้วกันทั้งหมดก็เจ็ดร้อยยี่สิบบาท” ช่างอ้วนบอก
กรินทร์จ่ายเงินแล้วก็ขับกลับเข้ามหาวิทยาลัยอีกครั้ง เมื่อไปถึงก็เห็นญาณินท์นั่งอยู่ใต้ตึกกับอรุณรัศม์เพื่อนสนิทของเธอ ชายหนุ่มจอดรถดับเครื่องแล้วเดินเข้าไปหาสองสาวทันที
“อะ แฮ่ม ทำอะไรกันอยู่ครับ”
“กินข้าวมั้ง” กรินทร์เลิกคิ้วห่อปากเมื่อเธอตอบออกมาแบบนั้น แต่ยังไม่ทันได้โต้ตอบเพื่อนของเธอก็ปรามเสียก่อน
“ยัยตาล ปากเธอนี่นะ ทำไมร้ายกาจกับผู้ชายจัง เป็แบบนี้เมื่อไหร่จะมีแฟน”
“ใครบอกฉันอยากมีล่ะ”
“แหม แล้วก็บ่นว่าเหงา” อรุณรัศม์ว่า
“ยัยเอม” ญาณินท์ลากเสียงมองเพื่อนสายตาค้อนหน้ามุ่ย
“ก็มันจริงนี่นา นั่งก่อนสิน้องช้าง” อรุณรัศม์เชื้อเชิญ
“ขอบคุณครับ แต่ว่าเพื่อนพี่เอมจะไม่กัดหัวผมกินเหรอครับ”
“เอ๊ะ” ญาณินท์หันมาค้อนให้เขาแล้วหันไปค้อนเพื่อนอีกครั้งเพราะเห็นเธอกำลังแอบหัวเราะ
“ไม่หรอก ผู้หญิงดุน่ะ ใจดี รักจริงด้วยนะ คิก”
“ยัยเอม” อรุณรัศม์ยกมือปิดปากหัวเราะคิกคัก กรินทร์ได้ทีถลาเข้านั่งร่วมโต๊ะทันควัน พร้อมถามสำทับ
“จริงเหรอครับพี่เอม”
“อืม”
“หือ ยัยเอม พอได้แล้ว” ญาณินท์ค้อนหนักจนหน้างอเริ่มแสดงท่าทีงอแง
“โอ๋ๆ รักหรอกถึงหยอกเล่น” อรุณรัศม์ลูบหลังเพื่อนก่อนหันไปถามกรินทร์ “ว่าแต่ช้างศึกเถอะไปไหนมาล่ะ เรียนเสร็จแล้วเหรอ”
“เอ่อ ผมเอารถมาให้พี่ลูกตาลครับ แล้วก็จะขอติดรถเธอกลับด้วย” ญาณินท์ได้ยินก็หันขวับ
“แผนสูงนะเนี่ย” ญาณินท์พูดอย่างรู้ทัน แต่อรุณรัศม์ดึงไว้ ขมวดคิ้วเข้ามองตาปรามเพื่อนอย่างไร้เสียง
“เพื่อนพี่เอมไปกินดีหมีมาจากไหนครับเนี่ย” กรินทร์ถามแล้วหันมองทางอรุณรัศม์ เพราะคิดว่าเธอน่าจะเป็คนให้คำตอบได้ดีกว่า
“ก็ไม่รู้สิ คงหงุดหงิดมั้ง วันนี้ ั้แ่เที่ยงเจอทั้งรุ่นน้อง รุ่นพี่ รุ่นเดียวกันวนเวียนเทียวไล้เทียวขื่อ” อรุณรัศม์บอก
“หา” กรินทร์อ้าปากค้างหันไปมองหน้าญาณินท์ เธอเหลือบมองเขาชั่วขณะก่อนพ่นลมออกจมูก
“แล้วทำไมวันนี้ได้เอารถมาให้ยัยตาลล่ะน้องช้าง” อรุณรัศม์เปลี่ยนเื่
“อ๋อ จริงสิ คือรถพี่ตาลเสียครับ น้ำมันเครื่องแห้งสนิท หัวเทียนขึ้นสนิมแล้วก็ล้อหลังเสื่อมทั้งหมดเจ็ดร้อยยี่สิบ อ้อแล้วก็นี่ครับเงินทอน ผมบอกคุณพ่อแล้วว่าจะฝากไว้กับพี่” เขายื่นเงินให้เธอโดยมีอรุณรัศน์นั่งมองอยู่ สิ่งที่กรินทร์ทำให้เพื่อนสนิทของเธอตอนนี้ ช่างน่าประทับใจจนรู้สึกว่าอยากให้ทั้งสองลองคบกันดู
“แล้วก็ช่างอ้วนบอกว่า มีอีกสองอย่างที่ต้องเปลี่ยน คือสเตอร์และล้อหน้า ให้เปลี่ยนในสองอาทิตย์ไม่งั้นโซ่จะขาด อาจเกิดอุบัติเหตุได้ เื่สำคัญคือสเตอร์นะพี่ตาล”
“หืม จริงเหรอ” คราวนี้ญาณินท์ถึงหันมาสนใจเขา ชายหนุ่มพยักหน้า
“แล้วทำไมไม่เปลี่ยนเลยล่ะ”
“ก็ ผมบอกว่าจะใช้รถ่บ่ายสองโมงครึ่ง เลยทำให้ได้แค่นี้ พี่เองก็เอาแต่ขับไม่เช็กสภาพเลย”
“เอ๊า” ญาณินท์ขมวดคิ้ว ส่วนอรุณรัศม์นั่งเท้าคางกับม้าหินอ่อน อมยิ้มดูสองคนคุยกัน
“จริง อย่าลืมล่ะ ถ้าไม่ว่างบอกผม ผมจะเอาไปดูให้”
“ไม่เป็ไร แค่นี้ก็เกรงใจจะแย่อยู่แล้ว”
“งั้น ก่อนเธอกลับให้น้องขับไปส่งฉันที่หอพักได้ไหม” อรุณรัศม์แทรก
“ได้สิ ไม่ไปส่งได้ยังไงล่ะ อุตส่าห์นั่งเป็เพื่อนฉัน” ญาณินท์กล่าว
“ซ้อนสามไปเลยก็ได้ครับ”
“จะดีเหรอ” ญาณินท์ค้าน
“ดีเลย” อรุณรัศม์รีบพูด ฉีกยิ้มกว้างแล้วเก็บของใส่กระเป๋า “ไปกันเถอะ”
ญาณินท์เก็บของแบบงงๆ ลุกตามเพื่อนและกรินทร์ เมื่อเดินถึงรถชายหนุ่มวาดขาขึ้นคร่อม เอมจึงผายมือให้ญาณินท์ขึ้นนั่ง แต่พอเพื่อนรักจะซ้อนท้ายหนุ่มรุ่นน้องอรุณรัศม์กลับดึงไว้
“อะไรล่ะเอม”
“นั่งตรงนั้นไม่ได้ ฉันใส่กระโปรงสั้นมา นั่งซ้อนไม่ถนัดกลัวตกรถ ลูกตาลไปนั่งข้างหน้ากรินทร์นะ” ชายหนุ่มได้ยินถึงกับเบิกตาโพลง หันมองเพื่อนสาวของญาณินท์
อรุณรัศม์เหลือบมองเขาก่อนจะขยิบตาหนึ่งครั้ง โดยที่ญาณินท์ไม่ทันสังเกต เพราะมัวก้มมองกระโปรงสั้นเพื่อนอยู่ ทำให้ชายหนุ่มรู้ทันเจตนารมณ์
หญิงสาวเกาหัวเดินไปหน้ารถอย่างเสียไม่ได้ ทั้งคิดว่าจะนั่งกันไปยังไง ขณะที่คิดอยู่กรินทร์ก็ลดมือลง พอญาณินท์นึกได้ในภายหลังก็ถอยกรูดหน้าตาตื่น
“บะ แบบนี้ไม่ได้นะ”
“ได้” อรุณรัศม์ลากเสียงแล้วดึงเพื่อนไปนั่งหน้ากรินทร์ ชายหนุ่มแอบเม้มปากไม่ให้หลุดขำท่าทีตลกโก๊ะๆ เงอะงะของญาณินท์ที่เสียท่าเพื่อน สุดท้ายแผนของอรุณรัศม์ก็สำเร็จ
“ก้มลงหน่อยครับ ผมมองไม่เห็น”
“เอ๊ะ” ญาณินท์หันขวับขณะที่กรินทร์หันมองใบหน้าทั้งสองเกือบชนกัน อรุณรัศม์เห็นทุกอย่างเธอยกมือปิดปากแอบหันหน้าหนีไปยิ้มทางอื่น นึกขำท่าทีของเพื่อนและหนุ่มรุ่นน้อง ก่อนเธอจะขึ้นซ้อนท้ายรถและบอกทางให้กรินทร์
ระหว่างทางไปหอพักของอรุณรัศม์ต้องผ่านร้านรวงหลายร้าน ทั้งร้านชา ร้านขนม ร้านถ่ายเอกสาร ร้านอาหารต่างๆ ภาพของทั้งสามผ่านสายตาหลายคน หลายคณะ ทุกคนต่างมองผ่านไม่ได้สนใจอะไร
บางคนก็ทักทายคนซ้อนท้าย ทว่า มีสายตาคู่หนึ่งที่หันมาเห็น่ชะลอรถพอดี นราธิปที่นั่งอยู่กับหญิงสาวรุ่นน้องนักศึกษาต่างคณะใน Cafe ขนมหวานและเครื่องดื่ม
เขามองจนแน่ใจว่าใครที่นั่งอยู่หน้ากรินทร์ ใบหน้าและแววตาหม่นลงเมื่อรู้ว่านั่นคือญาณินท์ คนซ้อนคือเอม อรุณรัศม์ เรืองพาณิชย์ เพื่อนรักของเธอที่เคยได้ตำแหน่งดาวคณะคู่กับเขาตอนปีหนึ่ง นราธิปจ้องนานจนอีกคนหันตาม
“มีอะไรเหรอคะ” ชายหนุ่มยิ้มส่ายหน้าตักขนมป้อนเธอ