2 วันต่อมาหลังจากตกลงแต่งงาน
ณ สวนสาธารณะ XX
ท่ามกลางบรรยากาศที่แสนสดใสท้องฟ้าโปร่งโล่งไร้เมฆหมอก แสงแดดยามสายสาดส่องลงมายังม้านั่งยาวในสวนสาธารณะที่ซึ่งชายหญิงคู่หนึ่งนั่งเคียงข้างกัน ทว่ารังสีแห่งไออุ่นกลับมิอาจหลอมละลายน้ำแข็งที่เกาะกุมหัวใจที่เย็นเฉียบของคนทั้งคู่
“หยางชวน...เรากลับไปเป็แค่เพื่อนกันเถอะ พ่อหาคนแต่งงานให้ฉันแล้ว” ชิงหลีเอ่ยด้วยน้ำเสียงแ่เบาจนแทบปลิวไปกับสายลมเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะไม่สบตากับชายหนุ่มเพียงคนเดียวในชีวิตที่ปฏิบัติกับเธอราวกับเป็ยอดขวัญที่มีลมหายใจไม่ใช่เพียงแค่หุ่นเชิด
“ชิงหลี...เธอล้อเล่นใช่ไหม? นี่เป็การซ้อมบทละครใช่ไหม” หยางชวนคว้ามือบางไปกุมไว้แน่นดวงตาเต็มไปด้วยความสับสนและตื่นตระหนก “เราสัญญากันแล้วไง...ว่าถ้าเธอได้เป็นักแสดงตามที่ฝัน เราจะแต่งงานกัน”
ชิงหลีก้มมองมือที่แสนอบอุ่นคู่นั้นมือที่เธอเคยปรารถนาจะไปตลอดชีวิตทว่าตอนนี้เธอกลับไม่มีสิทธิ์แม้แต่จะััมันอีกต่อไปน้ำตาที่พยายามสะกดกลั้นไว้เริ่มเอ่อล้นออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
“ฉะ...ฉันขอโทษนะหยางชวน...ฉันขอโทษจริงๆ” เธอตัดสินใจตัดใจสลัดพันธนาการที่แสนอบอุ่นนั้นทิ้งอย่างไม่ใยดี แล้วรีบเดินหนีออกมาทันทีเพื่อหลบหนีความเ็ปในอกที่ตีตื้นขึ้นมาอย่างบ้าคลั่งลำคอแห้งผากจนตีบตันราวกับอากาศรอบกายหายไปเสียดื้อๆ หัวใจดวงน้อยถูกบีบเค้นจนร้าวรานดุจจะแหลกสลายราวกับมันจะหยุดเต้นไปในวินาทีนั้น
หยางชวนนั่งจมดิ่งอยู่ใต้ก้นบึ้งแห่งความโศกเศร้าที่ไร้ก้นบึ้งที่เข้ากัดกินดวงใจความทรมานจากการถูกคนที่รักสุดหัวใจบอกเลิกทำเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดสูญสิ้นท้องฟ้าที่เคยสดใสกลับดูหม่นหมองไร้สีสันราวกับโลกทั้งใบกำลังทอดทิ้งเขาไว้ในเงาของความผิดหวังเพียงลำพัง
กลางดึก....
กลางดึกที่มืดมิด ชิงหลีข่มตานอนท่ามกลางความปวดร้าวที่กรีดลึกที่แสนทรมานในอกเธอร้องไห้จนดวงตาบวมช้ำและเหนื่อยล้าจนผลอยหลับไปทว่าเสียงโทรศัพท์กลับปลุกให้เธอตื่นขึ้นเพื่อแจ้งข่าวให้เธอทราบเพราะทุกคนรอบตัวยังคงเข้าใจว่าเธอกับหยางชวนยังรักกันดี
เมื่อรับทราบว่าชายหนุ่มหนีไปดื่มจนเมามายอาละวาดที่คลับชื่อดังด้วยความรักที่ยังปักใจและเป็ห่วงจนลืมตัวว่าเพิ่งบอกเลิกเขาไป ชิงหลีจึงรีบรุดตรงไปยังที่เกิดเหตุด้วยหัวใจที่ร้อนรุ่มดุจไฟแผดเผา
เมื่อไปถึง เธอเห็นหยางชวนกำลังคลุ้มคลั่งทุบตีเพื่อนร่วมคณะการแสดงที่พูดจาดูถูกเธออย่างรุนแรง
เพี๊ยะ!
ชิงหลีฟาดฝ่ามือลงบนใบหน้าของหยางชวนเพื่อเรียกสติ“นายทำบ้าอะไรหยางชวน!”
“ชิงหลี...เราไม่เลิกกันได้ไหม? พรุ่งนี้เราไปจดทะเบียนกันเลยนะอย่าทิ้งฉันไปหาไอ้แก่ที่ไหนเลย!” หยางชวนร้องไห้โฮพลางกอดเธอไว้แน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไป
ชิงหลีที่หัวใจแตกสลายไม่แพ้กันจึงตัดสินใจประคองร่างที่ไร้เรี่ยวแรงของเขากลับสู่ที่พักส่วนตัว
เมื่อเปิดประตูเข้ามา เธอพาหยางชวนไปพักที่โซฟาและรีบหาผ้าชุบน้ำมาเช็ดตัวให้ด้วยความห่วงใยหญิงสาวนั่งลงบนพื้นพรมข้างๆ ชายหนุ่ม เธอทาบฝ่ามือบางลงบนใบหน้าคมสันอย่างรักใคร่
“หยางชวน...ฉันต้องทำยังไง ต้องทำยังไงต่อไปดี นายพาฉันหนีไปได้ไหม หนีไปไกลๆที่ไม่มีใครหาเราเจอ...”หยาดน้ำตาไหลอาบแก้มนวลด้วยความรู้สึกผิดและทรมานเกินจะรับไหวคืนนั้นเธอจึงนั่งเฝ้ามองใบหน้าคนที่เธอรักจนเผลอหลับไปข้างๆ เขา
เช้าวันต่อมา...
หยางชวนตื่นขึ้นมาพบร่างบางที่นั่งหลับอยู่ข้างโซฟาเขาพยุงตัวลุกขึ้นแล้วดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่นหวังให้ภาพตรงหน้าคือความจริงไม่ใช่เพียงความฝัน “เราหนีไปกันเถอะชิงหลี”
ชิงหลีงัวเงียตื่นขึ้นมาในอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นเธอซุกหน้าลงกับแผ่นอกกว้างที่เคยเป็วิมานเพียงหนึ่งเดียว“ฉันมีสิ่งที่ต้องเอาคืนจากพ่อ... ฉันหนีไปตอนนี้ไม่ได้หยางชวน”เธอกระซิบเสียงพร่าก่อนจะเงยหน้าสบตาเขาด้วยความหวังสุดท้าย “นะ...นายจะยอมจดทะเบียนสมรสกับฉันไหม?”
โชคชะตาที่ถูกขัดขวาง
สองวันต่อมา...
ชิงหลีลอบขโมยทะเบียนบ้านออกมาด้วยมือที่สั่นเทาเธอตัดสินใจนัดหยางชวนให้มาพบกันที่สำนักงานเขตด้วยความหวังอันริบหรี่หวังเพียงว่าการจดทะเบียนสมรสกับคนที่เธอรักจะกลายเป็เกราะคุ้มกันที่ช่วยพังทลายวิวาห์อัปยศที่ถูกยัดเยียดให้ได้
ทว่า...ทันทีที่ก้าวเท้ามาถึงด้านหน้าสำนักงานโลกที่เคยพยายามประคับประคองมาตลอดก็พังทลายลงต่อหน้า เมื่อร่างของเจิ้งยวนยืนตระหง่านกอดอกรออยู่ด้วยสีหน้าชาเย็นดุจไร้หัวใจท่ามกลางลูกน้องนับสิบคนที่ยืนคุมเชิงปิดทางหนีทุกทิศทาง
“ทำได้ดีนี่ชิงหลี...แต่แกยังฉลาดไม่พอ” เจิ้งยวนแสยะยิ้มเ็า แววตาไร้ความปรานีจดจ้องมาที่ลูกสาว“พาเธอกลับไป ขังไว้ในห้องจนกว่าจะถึงวันจดทะเบียนสมรสอย่าให้มดสักตัวเข้าถึงตัวนางเด็กนี่ได้!”
หยางชวนพยายามจะพุ่งตัวเข้าไปช่วยด้วยความบ้าคลั่งแต่ชิงหลีกลับส่ายหน้าทั้งหยดลงกระทบพื้นดินราวกับหยาดฝนแห่งความสิ้นหวัง “อย่า...หยางชวน อย่าทำอะไรเพื่อฉันอีกเลย”
ชิงหลีถูกลากตัวกลับไปยังคฤหาสน์ตระกูลเจิ้งอย่างหมดสภาพเธอถูกขังอยู่ในห้องมืดที่เย็นเยียบตลอดหลายวันที่เหลือ ไร้ซึ่งแสงสว่างไร้ซึ่งทางออก เธอทำได้เพียงกอดเข่าตัวเองร้องไห้ท่ามกลางความเงียบสงัดยอมรับความพ่ายแพ้อย่างราบคาบต่อโชคชะตาที่ถูกขีดไว้โดยมัจจุราช
จนกระทั่งเช้าวันที่ต้องไปจดทะเบียนสมรสกับหยางเป่ยประตูห้องที่ปิดตายมาหลายวันถูกเปิดออก พร้อมกับชายชุดดำที่ยืนรอเพื่อนำทางเธอไปสู่กรงเล็บของพยัคฆ์ร้ายที่รอขย้ำเหยื่อ...เป็การก้าวเดินที่ไร้ซึ่งจุดหมายและไม่มีโอกาสให้เธอได้หนีอีกเป็ครั้งที่สองในชีวิต
ห้องนอนชิงหลี คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 22:00 น.
ชิงหลีสะบัดหัวเบาๆ เพื่อเพื่อสลัดเศษซากความทรงจำที่แตกสลายที่สำนักงานเขตและใบหน้าของหยางชวน ออกไปจากหัว เพราะไม่ว่าอย่างไร ตอนนี้เธอก็มาหยุดอยู่ที่นี่แล้ว...ในฐานะภรรยาตามกฎหมายของมัจจุราชอย่างหยางเป่ย แม้จะยังรักและคิดถึงหยางชวนเพียงใดสิ่งเดียวที่เธอทำได้ในตอนนี้คือการตัดใจและดำเนินชีวิตต่อไปในฐานะอาสะใภ้เล็กของอดีตคนรัก
“อย่างน้อย...สมบัติของแม่ก็ยังอยู่กับเรา” เธอกระซิบเสียงแ่เพื่อปลอบโยนความรู้สึกที่ตีบตันพลางมองดูความวุ่นวายรอบห้องที่กำลังถูกรื้อเปลี่ยนจากสีชมพูเลี่ยนเอียนให้กลายเป็สีเทาตามตัวตนที่แท้จริงของเธอทว่าจู่ๆ เสียงห้าวทรงพลังก็ดังแทรกเข้ามาในความคิด
“อีโสเภณี!พรุ่งนี้กูไม่อยู่ มึงอย่าแส่หาเื่สร้างปัญหาล่ะ!” หยางเป่ยเดินมาหยุดที่หน้าประตูเพียงครู่เดียวเขาออกคำสั่งจบก็ทำท่าจะเดินจากไปราวกับลมพัดผ่าน
“เ้านายของพวกป้านี่...ท่าทางจะวัยทองแล้วนะคะ?” ชิงหลีหันไปถามแม่บ้านด้วยสีหน้าเรียบเฉยทว่าน้ำเสียงกลับเจือแววเย้ยหยันอย่างไม่เกรงกลัวความตาย
“อีชิงหลี!กูได้ยินที่มึงพูดนะ!” หยางเป่ยหมุนตัวกลับมาทันควัน เขาตวาดเสียงลั่น
จนเหล่าบริวารขวัญอ่อนต่างพากันลี้ภัยออกจากห้องไปทันทีเพื่อหลบหนีพายุอารมณ์ของเ้านายที่ถูกนายหญิงเอาเท้าไปแหย่เล่นเข้าให้แล้ว
ชายหนุ่มเดินตรงปรี่เข้าหาหญิงสาวราวกับพายุร้ายมือหนาเอื้อมไปบีบเค้นคางมนพลางบังคับให้ดวงตาคู่สวยจ้องมองเพลิงโทสะของเขาตามแรง“เื่ที่มึงพังห้องกูจนเละเทะ กูก็ยังไม่ได้คิดบัญชี...มึงยังกล้าปากดีด่ายั่วโมโหกูอีกเหรอ อีโสเภณี!” เขาก้มลงมากระซิบจนชิดริมฝีปากลมหายใจอุ่นจัดเป่ารดกันและกัน
กลิ่นบุหรี่ผสมกับกลิ่นน้ำหอมประจำกายที่เข้ามาปะทะทำให้ชิงหลีรู้สึกหน้าร้อนวูบอย่างห้ามไม่ได้“อื้อ...” เธอพยายามจะโต้ตอบแต่เสียงกลับอู้อี้เพราะแรงบีบมหาศาลที่กราม จึงทำได้เพียงส่ายหน้าขัดขืนไปมา
“ขืนมึงยั่วโมโหกูอีกแค่คำเดียว...คำเดียวเท่านั้น!” หยางเป่ยเน้นเสียงเหี้ยมเกรียม“กูจะเรียกลูกน้องขึ้นมาจับมึงกระแทกเรียงตัว ให้มึงหลับไม่ลงไปทั้งคืน!” เขาสะบัดมือออกอย่างแรงจนใบหน้าสวยหันไปตามแรงเหวี่ยงก่อนจะก้าวฉับๆ ก้าวฉับๆ ออกจากห้องไปพร้อมกับพายุอารมณ์ที่ยังไม่สงบ
ชิงหลีเอามือลูบกรามที่เริ่มขึ้นรอยแดงจางๆอย่างเบามือ สายตาที่ว่างเปล่ามองตามแผ่นหลังหนานั้นไปจนลับสายตา “...วัยทองจริงๆนั่นแหละ” เธอกระซิบย้ำความเห็นเดิมของตัวเองอย่างไม่สะทกสะท้านก่อนจะหันไปเรียกแม่บ้านที่แอบอยู่ข้างนอก “ป้าคะ มาเก็บของต่อเถอะค่ะ เขาไปแล้ว”
ห้องอาหาร คฤหาสน์ตระกูลหยาง เวลา 08:30 น.
แสงแดดยามเช้าสาดส่องเข้ามาในห้องนอนที่กลิ่นอายของห้องเปลี่ยนไปราวกับเป็คนละสถานที่จากการรื้อค้นและจัดใหม่ตลอดทั้งคืนชิงหลีงัวเงียตื่นขึ้นมาด้วยเสียงเคาะประตูจากแม่บ้านที่มาตามกำหนดเวลาเธอรีบจัดการธุระส่วนตัวอย่างรวดเร็วเมื่อพบว่าตื่นสายกว่าที่คิดเพราะเกรงว่าสามีในนามจะะเิอารมณ์ใส่เธออีกครั้ง
ร่างบางกึ่งวิ่งกึ่งเดินลงบันไดวนหินอ่อนอย่างรีบร้อนพุ่งตรงไปยังห้องอาหารเพียงเพื่อจะพบกับความว่างเปล่าหยางเป่ยไม่อยู่ที่นั่นแล้ว... ทว่าเขากลับอาหารเลิศรสหลากหลายเมนูถูกจัดวางจนละลานตาจนล้นโต๊ะ
“อะไรกัน...รีบวิ่งลงมาแทบตาย ไม่อยู่หรอกเหรอเนี่ย” เธอถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้พลางมองไปยังแม่บ้านที่ยืนอยู่ใกล้ๆ “เ้านายป้านี่... ช่างเป็คนวัยทองที่พยากรณ์อากาศได้ยากเหลือเกินบทจะโหดก็โหด บทจะใส่ใจก็ทำเอาคนอื่นงงไปหมด”
เธอพูดขำขันกับแม่บ้านก่อนจะกำชับเื่การเปลี่ยนผ้าม่านในห้องนอนให้เป็สีเทาตามความชอบของเธออย่างละเอียด
ครืน... ครืน...
เสียงสั่นจากสมาร์ทโฟนที่วางอยู่ข้างตัวดังขึ้นเป็ข้อความจากหยางชวนที่ส่งมาหาเธอ
[ “ชิงหลีออกมาเจอกันหน่อยไหม ฉันคิดถึงเธอจริงๆ นะ” ]
ชิงหลีลังเลอยู่ครู่หนึ่งพลางลอบมองไปรอบตัวเธอจำได้ว่าเมื่อคืนหยางเป่ยบอกว่าวันนี้เขาไม่อยู่บ้านจึงตัดสินใจที่จะออกไปพบหยางชวนอีกครั้ง ด้วยความโหยหาที่ยังคงฝังรากลึกอยู่ในก้นบึ้งของหัวใจและใจหนึ่งเธอก็อยากจะไปจบเื่ราวทุกอย่างให้เด็ดขาดเสียทีในเมื่อตอนนี้สถานะของเธอคืออาสะใภ้เล็กของเขาไปแล้ว
[ “สิบเอ็ดโมงที่ห้างสรรพสินค้า XX” ]
เมื่อกดส่งข้อความเสร็จเธอก็กลับมาสนใจอาหารตรงหน้า ทว่าเธอทานอาหารไปได้เพียงครู่เดียวก็มีสิ่งเข้ามาขัดจังหวะเธอ
ลูกน้องของหยางเป่ยก็อุ้มกล่องพัสดุใบใหญ่เข้ามาหานายหญิงของบ้านด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความงุนงง เพราะน้ำหนักของมันไม่น้อยเลยทีเดียว “นายหญิงครับ พัสดุของนายหญิงมาถึงแล้วครับ”
ชิงหลีกะพริบตามองกล่องพัสดุใบั์พลางนึกทบทวนแล้วเธอก็นึกออกว่าหยางเป่ยจัดการกวาดซื้อสินค้าทุกชิ้นที่เธอเคยกดทิ้งไว้ในรถเข็นทั้งหมดไม่ใช่แค่เพียงไม่กี่ชุดที่เธอตั้งใจจะซื้อจริงๆ “ช่วยเอาไปไว้ข้างบนห้องให้หน่อยได้ไหมคะ”
ลูกน้องรับคำก่อนจะอุ้มกล่องหันหลังกลับเพื่อนำไปเก็บไว้บนห้องให้นายหญิงตามคำสั่ง
ห้องนอนชิงหลี คฤหาสน์ตระกูลหยาง | เวลา 10:00 น.
ชิงหลีทานอาหารมื้อเช้าอย่างเชื่องช้าพลางชวนแม่บ้านพูดคุยเพื่อฝากบอกว่ามื้อต่อๆ ไปขอให้ทำเพียงเล็กน้อยก็พอเพราะเธอทานไม่หมดและไม่อยากให้เสียของหลังจากนั้นจึงกลับขึ้นมาบนห้องเพื่อเตรียมตัวอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าสำหรับออกไปตามนัด
หญิงสาวลงมือแกะกล่องพัสดุใบั์ออกดูเพื่อสำรวจเสื้อผ้าด้านในร้านนี้เป็ร้านประจำที่เธออุดหนุนบ่อยครั้งซึ่งทางร้านจะรู้ดีว่าหากเป็ชื่อเธอสั่งซื้อจะต้องรีบแก้ไขขนาดหน้าอกของชุดให้พอดีกับรูปร่างของเธอทันที และก็เป็ไปตามคาดเพราะทุกชุดมีรอยตะเข็บที่ถูกปรับแก้มาอย่างพิถีพิถันไร้ที่ติเรียบร้อยแล้ว
“อาจจะเยอะไปหน่อยแต่ก็ขอบคุณนะ... ได้มาตั้งหลายชุด ใส่ได้ทั้งเดือนโดยไม่ต้องซักเลยนะเนี่ย ฮ่าๆ” ชิงหลีพึมพำกับตัวเองพลางหัวเราะแห้งๆเธอหยิบกางเกงยีนส์สีซีดกับคอเซ็ทสีแดงไวน์ซึ่งเป็สีโปรดขึ้นมาทาบกับตัว คอเซ็ทสีแดงไวน์เข้มที่ทาบลงบนตัวขับเน้นผิวขาวผ่องให้ยิ่งดูโดดเด่นปกติเธอไม่เคยแต่งตัวแนวนี้ แต่เห็นโฆษณาผ่านตาบ่อยๆ เลยลองกดเลือกมาใส่ดูเล่นๆในตะกร้า ไม่คิดว่าหยางเป่ยจะเหมาจ่ายมาให้หมดจริงๆ
“เอาชุดนี้แหละ...ดูเรียบร้อยและปลอดภัยที่สุดแล้วล่ะ” เธอรีบร้อนเข้าไปอาบน้ำแต่งตัวอย่างรวดเร็วโดยทิ้งกล่องพัสดุไว้กลางห้องอย่างนั้นเพราะอีกสักพักแม่บ้านที่จะเข้ามาเปลี่ยนผ้าม่านคงจะช่วยเก็บกวาดให้เธอเอง