เมื่อได้ยินครามพูดดังนั้น โสฬส ออกอาการโมโหอย่างเห็นได้ชัด
หนุ่มสาวที่เหลือรีบดึงแขนไว้ เมื่อไตร่ตรองแล้ว ก็ได้ประโยชน์ด้วยกันทุกฝ่าย เพราะต้องการเวลาเตรียมตัวในการเลื่อนระดับ ซึ่ง 8 วัน ทำให้พวกเขามีเวลาซ้อม หากจับพลัดจับผลูอาจจะทำให้เลื่อนจากระดับ 1 มาเป็นระดับ 2 หรือระดับ 2 มาเป็นระดับ 3 ได้ ถ้ามีเวลามากพอ”
“8 วันก็ 8 วัน พวกเราไม่ขัด ใช่ไหมพี่โสฬส” รวิสุทต ชายคนที่ได้ระดับหนึ่ง ที่เคยดูถูกครามเอาไว้ รีบห้ามรุ่นพี่เอาไว้ อย่างน้อยก็เป็นผลดีแก่ตัวเองในการเตรียมตัว ซึ่งมีเวลาเพิ่มจากเดิมอีกตั้ง 2 วัน นั่นก็เพราะตัวเองโดนคาดโทษเอาไว้
“ภายใน 8 วันข้าจะได้เหรียญนักปรุงยาระดับสามแน่นอน แล้วข้าอยากรู้เหลือเกินว่าเจ้าจะได้ระดับใด ฮึ ชื่ออะไรนะ คงคราม อย่างนั้นรึ ข้าจะจำเจ้าไว้ไม่ลบเลือน” โสฬสเน้นคำ
หลังจากนั้นพวกวัยรุ่นกลุ่มนั้นได้พาตัวเองออกไป พลางบ่นว่าจะไปหาซื้อหม้อปรุงยาใบใหม่ เอาที่แพงที่สุดวิเศษที่สุดในนคร
“เชอะ อวดรวย” เฌอปราง บ่นอุบ
ครามพลางหันมาสบตาเธออย่างยินดี
“เธอได้ระดับ 10 ทิ้งห่าง ระดับเดิมอย่างไม่เห็นฝุ่นเลยนะ”
เธอหัวเราะคิก ตลอด 5 ปีมานี่ เธอแอบพ่อไปเรียนรู้เรื่องสมุนไพรในป่าอสูรทำให้พ่อของเธอปวดหัวมาก จนถึงขั้นส่งคนสะกดรอยตามเธอไม่ห่าง
ในจังหวะนั้นเจ้าหอโอสถจึงก้าวเท้าเข้ามาแสดงความยินดีอย่างเป็นทางการ เขาสบสายตาไปที่ครามครั้งหนึ่ง และหันไปทางทางเฌอปราง “นี่คงเป็นคุณหนูเฌอปราง ธิดาของท่านศิลาสินะ ว่าแต่ทำไมถึงแต่งตัวแบบนี้ล่ะ แต่งหน้าสีสันอย่างกับนกแก้ว”
“ท่านรู้ได้อย่างไร” ปรางคิด ขนาดฟ้าประทานที่ขึ้นชื่อว่าเป็นคู่หมั้นยังดูไม่ออก
“ธิดาท่านศิลา มีรูปโฉมงดงาม แม้แต่งตัวอย่างไร ก็มิอาจบดบังรัศมีนั้นได้” เฌอปรางรู้สึกหน้าร้อนผ่าวในทันใด
“ข้าดีใจที่เป็นเจ้าทั้งสอง โดยเฉพาะเจ้า คราม เจ้าทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงของแท่นหินศิลา บัดนี้มันได้กลายเป็นผลึกใส บ่งบอกวิทยฐานะหอปรุงโอสถแห่งนครเนรดี ว่ามีผู้เป็นเลิศแล้ว”
ใช่ผู้เป็นเลิศ!!! ผู้อาวุโสทั้งหลายทวนคำ
อันที่จริงครามก็ยังไม่ทราบคะแนนของตัวเองว่าอยู่อันดับใด แต่เมื่อเฌอปรางเล่าให้ฟังถึงความตื่นเต้น ที่เห็นชื่อของครามติดอันดับที่ 1 จนเกิดแสงวูบวาบและกะเทาะหินจนมอดไหม้กลายเป็นผลึกใส ด้วยคะแนน 1,000 คะแนนทำลายสถิติสูงสุดในรอบ 100 กว่าปีลงได้
หลังจากนั้นเจ้าหอก็ได้เล่าให้ฟังถึงความจำเป็นในการเลื่อนระดับการทดสอบปรุงโอสถ แม้ว่าเมื่อก่อนการเลื่อนระดับนักปรุงโอสถนั้นเพื่อรับทรัพยากรจากหอโอสถ แต่บัดนี้ไม่เหมือนกันแล้ว
การแข่งขันที่จักรวรรดิมโหสถ ผู้เข้าแข่งขันต้องได้ระดับอย่างน้อย 1 ระดับ จึงจะสามารถเข้าร่วมได้ หากไม่มีระดับการปรุงโอสถ มีเพียงรู้จักสมุนไพร ต่อให้ตอบได้ 1,000 ข้อเช่นคราม ก็ไม่มีสิทธิ์ในการแข่งขันดังกล่าวได้
ครามได้กล่าวขอบคุณปรมะด้วยไมตรี และบอกลาผู้อาวุโสทุกคน ก่อนจูงข้อมือของเฌอปรางเดินออกมาข้างนอก เพราะเกรงว่าอชิราจะรอนาน ซึ่งเธอก็รอนานจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ไม่ได้ปริปากบ่นอย่างไร ได้แต่แสดงความยินดีกับทั้งสอง โดยเฉพาะครามที่ทำให้เธอประหลาดใจ
เธอชี้ไปที่เสาศิลาผลึกสวรรค์ รายชื่อของครามโดดเด่นกว่ารายชื่ออื่น รายชื่อที่อยู่บนสุด ที่บัดนี้ผู้คนยังคงยืนจับจ้องว่าใครเป็นเจ้าของชื่อนั้น แต่บัดนี้ยังไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของชื่อที่อยู่บนสุดชื่อนั้น คือเด็กหนุ่มที่แต่งตัวแสนจะธรรมดา และกำลังยืนมองชื่อของเขาเช่นกัน มีหลายเสียงบ่นว่า แปลกที่หอโอสถไม่ประกาศชื่อและแนะนำบุคคลที่อยู่บนสุดนั่นให้ชาวเมืองรู้จัก แต่ก็ห้ามไม่ได้ที่จะทำให้คนคิดกันว่า ที่ไม่แนะนำ เพราะอันดับที่ 1 คนใหม่นั่น เขี่ยเจ้าหอโอสถตกลงมาที่อันดับสองน่ะสิ
ความเป็นจริงไม่ใช่อย่างนั้น ความลับนี้ เพราะอชิรา ได้พบกับปรมะโดยบังเอิญ เธอจึงเล่าให้กับปรมะฟังถึงความจำเป็นในการปกปิดตัวตน ตั้งแต่แรก แม้แต่ตอนนี้ ครามก็คงยังไม่อยากเปิดเผยตัวตน ปรมะได้ฟังอชิรา เชื่อมโยงได้ว่ามันเกี่ยวข้องกับโอสถคลายวิญญาณ จึงตกลงรับคำอชิรา
อชิรานับเป็นคนแรกๆ ที่ออกมาจากห้องทดสอบ เพราะข้ามบททดสอบไปหลายข้อ เธอรู้ดีว่าการเป็นนักปรุงโอสถไม่เหมาะกับเธอเลยจริงๆ และไม่สมควรเสียเวลากับมันมาก การทุ่มเทกับสิ่งที่เราไม่เชี่ยวชาญ และใช้ความพยายามมากกว่าสิ่งอื่น นับเป็นการกระทำที่โง่เขลา
เธอยอมรับว่าการฝึกศาสตราและการบำเพ็ญเพียร ที่ช่วยเกื้อหนุนพลังซึ่งกันและกันนั้น สิ่งที่นี้ต่างหากที่ควรค่าสำหรับเธอ หากเธอเอาเวลาไปทุ่มให้กับการเป็นนักปรุงโอสถ ย่อมเสียเวลามากกว่าผู้อื่นที่มีฐานอยู่ก่อนแล้ว สู้เอาเวลานั้นไปพัฒนาฝีมือในทักษะที่เธอเชี่ยวชาญอยู่ดีกว่า