“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ”

    ตอนที่ 46 – แสงสุดท้ายก่อนสงคราม

    Episode 46 Part1

    เสียงลมเช้าแรกของวันสุดท้ายก่อนสงคราม พัดผ่านยอดหอคอยของอัลเทียร์ อีเทอเรีย ท้องฟ้าถูกย้อมด้วยสีทองอ่อนที่ไหลเลาะเหนือแนวเมฆตัดกับยอดปราสาทและธงสัญลักษณ์แห่งพันธสัญญาแสงที่โบกไหวอยู่เหนือกำแพงราชวัง

    เรย์เดินมาถึงลานฝึกกลาง หอบลมหายใจสม่ำเสมอหลังจากผ่านการเดินทางจากหอเงา แววตาของเขาไม่ได้เปลี่ยน… แต่แฝงความนิ่งลึกที่ไม่เคยมีมาก่อน ไม่นานนัก เอลร่าในชุดคลุมเวทจันทรา และโมกะที่สวมผ้าคลุมสั้นลายสัญลักษณ์ของเลอาน่า ก็เดินเข้ามาสมทบพร้อมรอยยิ้มบางบนใบหน้า

    "เฮ้... กลับมาทันเวลาพอดีเลยนะ" เอลร่ากล่าว น้ำเสียงยังคงกึ่งล้อกึ่งอบอุ่นเช่นเดิม

    เรย์ยิ้มกลับบาง ๆ และพยักหน้า ก่อนจะถามด้วยแววตาหนักแน่น “เป็นยังไงบ้าง... การฝึก?”

    โมกะร้อง "หงึ~" พร้อมกระโดดขึ้นไปเกาะไหล่เรย์ เส้นขนบางส่วนรอบตัวเปล่งแสงสีทองจาง ๆ

    “อื้อ... พอได้แล้วล่ะ” เอลร่าตอบ “แต่อาจมีเรื่องที่อยากเล่าให้ฟัง… หลังจากนี้”

    ไม่ทันไร เสียงฝีเท้าของใครอีกคนก็ดังขึ้นจากทางเดินด้านตะวันออก — ไอริส ลูเมียร์ ปรากฏตัวในชุดอาภรณ์ขาวเงินที่ถูกปรับแต่งใหม่ แสงที่แผ่ออกจากร่างเธอไม่ใช่เพราะเวท หากเป็นเพราะจิตใจที่มั่นคงและสว่างกว่าเดิม

    “ทุกคนมากันครบแล้วสินะ” ไอริสเอ่ยเบา ๆ ก่อนจะสบตากับเรย์

    กลุ่มทั้งสี่มองหน้ากัน... ไม่มีคำพูดมากมาย แต่เพียงหนึ่งรอยยิ้ม หนึ่งพยักหน้า... พวกเขารู้ทันทีว่า ความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นกับทุกคน

    เรย์เป็นฝ่ายเริ่มต้นเล่าเรื่องของตนก่อน ขณะพวกเขาเดินเข้าสู่ลานฝึกกลางพระราชวังที่ถูกสงวนไว้เฉพาะกลุ่ม

    “ฉันได้เจอกับสิ่งที่ไม่คิดว่าจะกล้าสู้ในหัวใจตัวเองอีกครั้ง” เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น “มันเหมือนกับต้องยืนต่อหน้าตัวเองในอดีต... และตัดสินใจจะก้าวข้ามมันไป”

    “สนามไร้เสียง...?” ไอริสถาม

    เรย์พยักหน้า “ไม่มีเสียง ไม่มีคำแนะนำ ไม่มีแม้แต่เสียงหัวใจ... ฉันต้องเชื่อใน ‘สัมผัสที่หก’ ของตัวเองทั้งหมด”

    เขาเปิดหน้าต่างระบบขึ้นกลางอากาศ แสดงสเตตัสและสกิลใหม่ที่ได้

    【Shadow Blitz Requiem】
    ▶ เพิ่ม AGI +25% ชั่วคราว
    ▶ เคลื่อนที่ด้วยความเร็วสูงไร้เสียง โจมตีต่อเนื่อง 5 ครั้งในพริบตา

    【Passive: Echo Silence】
    ▶ ลดโอกาสตรวจจับจากเวทสำรวจ 50%

    “ฉันไม่ได้เร็วขึ้นแค่ร่างกาย… แต่เร็วขึ้นทั้ง ‘ใจ’ และ ‘การตัดสินใจ’ ด้วย”

    โมกะกระโดดลงมา ยืนสองขาพร้อมยืดอก “หงึ~!” ก่อนจะปล่อยแสงสีทองจากปลายหางวูบเบา ๆ

    “โอ้... โมกะก็มีอะไรใหม่สินะ?” ไอริสย่อตัวลง ถามอย่างสนใจ

    เอลร่าตอบแทน “มันเรียนรู้การควบคุมพลังของเลอาน่าได้ดีขึ้น แถมยังเริ่ม ‘พูด’ ผ่านกระแสจิตได้สั้น ๆ ด้วยนะ”

    “พูดได้?” เรย์หันมา

    โมกะยืนตรง หลับตา แล้วกระแสจิตอ่อน ๆ ก็ถ่ายทอดคำว่า

    『ข้าจะไม่ยอมแพ้... ข้าจะปกป้องมิจัง』

    เสียงในหัวของทุกคนได้ยินพร้อมกัน ดวงตาของไอริสไหววูบเล็กน้อย

    “...แม้แต่โมกะยังเลือกจะสู้… ฉันคงไม่มีสิทธิลังเลอีกแล้ว” ไอริสลุกขึ้น ก่อนจะยื่นมือออกไปด้านหน้า แสงสีขาวทองรวมตัวขึ้นรอบคฑาเวทของเธอ

    เธอเปิดหน้าต่างระบบของตนบ้าง:

    【Lux Genesis】
    ▶ เวทแสงศักดิ์สิทธิ์ระดับสูงสุด
    ▶ ฟื้นฟู/ชำระล้าง/โจมตี/ต้านทานเวทมืดในวงกว้าง

    【Passive: Heart of Aether】
    ▶ เมื่ออยู่ในสมาธิระดับสูง จะเสริมพลังเวทแสง 30%

    เรย์พึมพำเบา ๆ “...น่ากลัวชะมัด”

    “อะไร?” ไอริสถามด้วยคิ้วขมวด

    “พวกเธอทั้งสามคนเก่งขึ้นเยอะมาก... แล้วแบบนี้จะเหลือหน้าที่อะไรให้ฉันเท่ ๆ อีกล่ะ?” เรย์แกล้งถอนหายใจแบบติดตลก

    “อย่าเพิ่งพูดแบบนั้นสิ...” เอลร่าพูดกลั้วหัวเราะ ก่อนเปิดสเตตัสของตนขึ้นมา

    “ฉันฝึกที่ ‘หอเงาจันทรา’ จนสามารถปลุกพลังของตัวเองในวัยเด็กได้บางส่วน...”

    【Lunaris Seal】
    ▶ เวทผนึกระดับสูง สามารถชะลอการฟื้นพลังของศัตรู และยับยั้งเวทมืดระดับต้นถึงกลาง

    【Moonshade Dominion】
    ▶ สร้างสนามเวทจันทราที่ลดพลังเวทของศัตรูในรัศมี 30 เมตร

    “ถ้าเงานิรันปรากฏตัว... ฉันจะเป็นแนวป้องกันระยะกลางให้เอง” เอลร่ายิ้มเล็ก ๆ แต่แววตาแน่วแน่

    ทั้งหมดเงียบไปชั่วครู่ ก่อนที่เรย์จะพูดขึ้น “ซ้อมกันไหม? ครั้งสุดท้าย ก่อนสงครามจริง?”

    ไอริสยิ้ม “ดีเหมือนกัน”

    “หงึ~!” โมกะยกอุ้งเท้าหน้าเหมือนจะบอกว่า พร้อมแล้ว

    กลุ่มทั้งสี่ถอยออกไปยังลานฝึกกลาง พื้นหินเวทเริ่มเรืองแสงรอบรัศมี กระแสลมเวทค่อย ๆ ลอยวนเหมือนมิติเองก็รู้... ว่าผู้กลุ่มนี้ได้เติบโตขึ้นมากแค่ไหน

    เสียงรองเท้ากระทบพื้นเวทดังแผ่วจากหลากทิศในลานฝึกกว้างหลังปราสาทอัลเทียร์ อีเทอเรีย — ลานที่ถูกจัดเตรียมเป็นพื้นที่เฉพาะสำหรับ "การฝึกซ้อมครั้งสุดท้าย" ก่อนเข้าสู่ศึกจริง

    ลมเย็นพัดแทรกผ่านผืนธงของพันธมิตรทั้งสี่ที่ปักไว้รอบขอบลาน ฝุ่นเล็ก ๆ ลอยตัวเป็นประกายสะท้อนแสงอาทิตย์ยามบ่าย เสียงคริสตัลบันทึกเวททำงานกึกก้องเบา ๆ เพื่อเก็บข้อมูลของพลังเวทจากผู้ฝึกซ้อม เรย์ยืนประจันหน้ากับเอลร่า ไอริส และโมกะ

    “พร้อมหรือยัง?” เรย์ถามพลางกระตุกยิ้มเล็ก ๆ ด้านมุมปาก

    เอลร่าควงหอกแสงจันทราในมือหมุนเบา ๆ พร้อมยืนท่าเตรียมโจมตี “พร้อมพอจะจับนายเหวี่ยงใส่พื้นนะ!”

    ไอริสยิ้มบาง ๆ มือแตะคฑาแห่งแสงที่ตอนนี้แผ่แสงขาวนวลอย่างอ่อนโยนจากแกนกลางสีทองอำพัน “การทดสอบพลังร่วมกันสำคัญกว่าการล้อเล่นนะ เรย์”

    โมกะกะพริบตาสองที ก่อนจะหมุนตัวหนึ่งรอบ ขนฟูเปล่งแสงทองวาบแล้วกลายร่าง — กึ่งลอยตัวเหนือพื้น กลายเป็นรูปร่างกึ่งจิ้งจอกเวทขนาดเล็กที่เต็มไปด้วยแถบพลังงานเรืองแสงสีเงิน

    “หงึ…! โมกะพร้อม!!” เสียงกระซิบผ่านคลื่นจิตดังขึ้นในหัวทุกคนอย่างคมชัด

    ครู่เดียว — แสงจากวงเวทกลางลานเปล่งขึ้น แผ่นหินลอยจากพื้น สร้างเป็น "เวทีลอยฟ้า" ขนาดใหญ่ในใจกลางลานฝึก ล้อมด้วยเสาเวททั้งสี่ทิศ

    ไอริสเป็นผู้กล่าวขึ้น “นี่คือสนามทดลองแห่งพันธสัญญา ข้าได้ประยุกต์มันให้สอดคล้องกับพลังปัจจุบันของพวกเรา — ไม่ใช่แค่การวัดพลัง แต่เพื่อ ‘จังหวะ’ ร่วมกัน”

    “งั้นเริ่มเลยมั้ย?” เอลร่ากระตุกยิ้มเล็ก ๆ พร้อมตั้งท่าพุ่ง

    เรย์ยืนกลางลาน หลับตา... สูดลมหายใจลึก วินาทีต่อมา — การเคลื่อนไหวเริ่มขึ้น เอลร่าพุ่งเข้าจากซ้าย ปลายหอกเรืองแสงจันทราพลิ้วไหว โค้งต่ำหมายแทงทะลุแนวรับ เรย์หมุนตัวหลบด้านขวา ชักมีดคู่ขึ้นปัดฉับ ฉัวะ! เสียงคมอาวุธกระทบกันแผ่วเบาแต่มีแรงสะท้อนมากพอให้เอลร่าต้องผงะเล็กน้อย ทันใดนั้น — ลำแสงศักดิ์สิทธิ์จากไอริสพุ่งแทรกกลางเวที! “Lux Bind!”

    เส้นแสงสีทองฟ้าแตกตัวกลางอากาศ พันธนาการพื้นที่รอบเรย์ไว้ราวกับสายฟ้าที่มองเห็นด้วยตาเปล่า แต่เรย์... หายตัวไปในพริบตา

    “Shadowflow Reflex” — เสียงระบบกระซิบในหัวทุกคน เรย์ปรากฏตัวเหนือหัวเอลร่า ลงดาบฟาดเบา ๆ ที่ไหล่เธออย่างแกล้ง ๆ

    “โดนละนะ”

    “อ๊ากกก! ไม่ยุติธรรมเลย!!” เอลร่ากรี๊ดก่อนจะโถมพลังเงาออกจากมือ

    สนามสั่นไหวอีกครั้ง เสียงระเบิดเวทขนาดเล็กกระแทกกลางเวที และ... โมกะ! โมกะโผล่มาอยู่กลางสนาม ร่าย Emotional Pulse LV.3 ร่างเปล่งแสงแบบซิงโครไนซ์กับพลังไอริสและเรย์ พลังเวท 3 สายประสานกันรอบตัวมัน กลายเป็นลำแสงทรงกลมแผ่คลื่นบัฟรอบสนาม

    เสียงระบบแจ้งทันที:

    【บัฟกลุ่มเปิดใช้งาน: Light Sync Field】
    ▶ เพิ่มพลังโจมตีทั้งหมด +20%
    ▶ เร่งการฟื้นพลังเวท
    ▶ เพิ่มความไวในการรับรู้การโจมตี

    “แหม... โมกะนี่สุดยอดเลยนะ” เรย์หลุดหัวเราะ

    “หงึ~!” โมกะหมุนตัวโชว์ก่อนจะส่ง Emotional Echo ไปที่เอลร่า

    เธอกระโดดกลางอากาศ หมุนตัวพร้อมใช้ Moonshade Lance ปล่อยหอกเวททะลุม่านพลังกลางสนาม พลังงานกระแทกไอริสเล็กน้อย แต่อีกฝ่ายเพียงชูคฑาขึ้น

    “Lux Parry” — คลื่นแสงผลักพลังเวทกลับไปอย่างนุ่มนวล

    แสง ฟาด เงา - เงา สะท้อน แสง - แสง พุ่งสวน เงาอีกที

    ช่วงหนึ่ง — พวกเขาทั้งหมดขยับตัวพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย มีดของเรย์ ปลายหอกของเอลร่า คลื่นเวทของไอริส และแสงของโมกะ — พุ่งตัดผ่านกลางสนาม โค้งเป็นรูป "จันทราไขว้" บนพื้นเวที

    “เรา...” ไอริสพูดเบา ๆ ขณะยืนสงบกลางสนามหลังซ้อม

    “...เข้ากันได้ดีแล้วนะ”

    เรย์พยักหน้า “ใช่... แต่อย่าลืมว่าศัตรูจริงไม่ใช่กันเอง... แต่เป็น ‘คนของพวกเรา’ ที่ถูกเงานิรันดร์ครอบงำ”

    ทันใดนั้น — ทุกคนเงียบ ชื่อของมิจัง ไม่ได้พูดออกมา... แต่ทุกคนรู้ และโมกะ... ก็ค่อย ๆ ลอยมานั่งตรงกลางระหว่างพวกเขา เสียงกระซิบเบา ๆ ผ่านคลื่นจิตอีกครั้ง

    “พวกเรา... จะช่วยมิจังให้ได้ใช่มั้ย...?”

    ไอริสหลับตาแน่น “…ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น”

    เรย์มองพวกเขาทั้งหมดทีละคน แล้วพูดเบา ๆ

    “เราจะไม่สูญเสียใครไปอีกแล้ว”

    ลมพัดอ่อน ๆ ผ่านลานเวที เส้นธงแห่งแสงโบกไหวเหนือหอคอยอัลเทียร์ — วันสุดท้ายก่อนศึกใกล้จะสิ้นสุดลง... และความเงียบสงบนี้ จะถูกแทนที่ด้วยเสียงของสงครามในไม่กี่ชั่วโมงข้างหน้า

    ค่ำคืนคลืบคลานเข้ามาอย่างเงียบงัน เหนือท้องฟ้าอัลเทียร์ อีเทอเรีย แสงจันทร์ทอดตัวผ่านกระจกคริสตัลเวทของหอคอยหลวง กลุ่มของเรย์นั่งล้อมวงอยู่บนลานชมจันทร์หลังปราสาท — จุดนัดพบที่ไอริสเคยใช้ฝึกเวทสมัยยังเป็นเด็ก

    แทนที่จะกลับไปพักหลังการฝึกซ้อม พวกเขาเลือกมาที่นี่ — เงียบ ๆ แต่เต็มไปด้วยบางสิ่งที่ไม่มีใครพูดตรง ๆ ... ความกลัว ความกังวล ความคิดถึง... และสายสัมพันธ์ โมกะนอนขดตัวในตะกร้ากลมข้างเรย์ หูขยับเล็กน้อยตามจังหวะลม เอลร่านั่งหนุนหลังกับเสาต้นคริสตัล มือเล่นกับเหรียญตราสัญลักษณ์ของอาณาจักรที่ห้อยอยู่ข้างเอว

    “...เงียบผิดปกติแฮะคืนนี้” เอลร่ากระซิบ

    “ก่อนพายุ มักจะเงียบเสมอ” ไอริสตอบเบา ๆ

    ไม่มีใครขำ ไม่มีใครเถียง บรรยากาศรอบตัวถูกกลืนไปด้วยความเงียบสงบ... และในนั้น มีกลิ่นอายของคำถามที่ไม่มีคำตอบลอยอยู่ เรย์เอ่ยขึ้นช้า ๆ พลางเงยหน้ามองท้องฟ้า “พรุ่งนี้... เราจะเดินเข้าสู่สงครามเต็มตัว”

    “ใช่” ไอริสตอบอย่างเรียบเฉย แต่เสียงของเธอสั่นน้อย ๆ

    “และในสนามรบ... อาจต้องเผชิญหน้ากับมิจัง... จริง ๆ”

    ประโยคนั้นแทงเข้ากลางใจทุกคน เอลร่าเม้มริมฝีปากแน่น ก่อนพูดว่า “ถ้าฉันต้องเลือกระหว่างช่วยเธอ หรือฆ่าเธอ... ฉันจะเลือกทางที่สาม — ทางที่ไม่มีในแผน”

    “ขอแค่เราทุกคนไม่หยุดเชื่อว่าเธอยังอยู่ในนั้น” ไอริสเสริม

    “เงานิรันดร์อาจแทรกซึมจิตเธอได้... แต่ความรักที่เรามีให้เธอ จะไม่มีวันปล่อยมือก่อน” เรย์กล่าวแน่วแน่

    โมกะส่งคลื่นจิตเล็ก ๆ สั่นไหวในหัวทุกคน

    “หงึ... ถ้ามิจังร้องไห้... โมกะจะวิ่งไปกอดเธอแรง ๆ เลย…”

    เอลร่าเผลอยิ้มหลุดเล็ก ๆ “แต่ระวังเธอจะฟาดกลับนะ…”

    ทุกคนหัวเราะเบา ๆ พร้อมกัน เสียงหัวเราะแบบไม่ประสาน... ไม่สมบูรณ์... แต่ก็เพียงพอที่จะชะล้างบางอย่างในใจ ไอริสมองพวกเขาทีละคน แล้วกล่าว

    “คืนนี้...เรามาผูกสัญญาไว้ด้วยกันเถอะ”

    เธอหยิบ “คริสตัลคำสัตย์” ขนาดเล็กออกมาจากถุงผ้า — มันคือคริสตัลเวทโบราณที่สามารถเก็บคำมั่นจากผู้ถือไว้ หากผู้ใดละเมิด คำสาบานจะย้อนคืนเข้าร่างเป็นคำสาป ไอริสวางคริสตัลไว้กลางวง ทุกคนยื่นมือลงแตะพร้อมกัน แสงจาง ๆ ส่องขึ้นเมื่อคำกล่าวเริ่มต้น

    “เราขอสาบาน…” ไอริสเริ่มเป็นคนแรก

    “...ว่าจะไม่ทิ้งกัน ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น” เอลร่าต่อ

    “จะไม่ฆ่าเพื่อน แม้โลกจะสั่งให้ทำ” เรย์พูดช้า ๆ ดวงตานิ่ง

    “หงึ… จะปกป้องมิจัง... ให้หัวใจของเธอกลับมา…” โมกะส่งคลื่นจิตแรงขึ้น

    แสงจากคริสตัลลอยสู่ฟ้า แตกตัวเป็นเกล็ดแสงสีขาวทองลอยวนรอบพวกเขาอย่างอ่อนโยน แล้วหายลับไปกับสายลมยามค่ำคืน

    ...เป็นคืนสุดท้าย ที่จะมีความสงบ เพราะรุ่งเช้า — โลกทั้งใบจะเปลี่ยนไป ทุกคนยังไม่พูดลา เพราะพวกเขารู้ดีว่า...

    พรุ่งนี้ พวกเขาจะ "ลุกขึ้น" อีกครั้ง... ไม่ใช่เพื่อรบเท่านั้น — แต่เพื่อ "นำพาใครบางคนกลับคืน"

    รุ่งเช้าของวันที่หก... วันที่โลกทั้งใบกำลังจะเปลี่ยนไป แสงแรกของอรุณพาดผ่านยอดหอคอยสูงสุดของพระราชวังอัลเทียร์ อีเทอเรีย สะท้อนกับธงสัญลักษณ์ของ “พันธสัญญาแห่งแสง” ที่โบกสะบัดเหนือฟากฟ้า แผ่นดินใต้พระอาทิตย์เช้านี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป

    เสียงระฆังศักดิ์สิทธิ์จากหอแสงดังขึ้นเจ็ดครั้ง — สัญญาณรวมพลทั่วเมืองหลวง ทหารจากทั้ง 4 อาณาจักร รวมกับกองกำลังของอัลเทียร์ เรียงแถวหน้ากระดานตามหน่วยที่ตนสังกัด เสื้อคลุม สีโล่ และสัญลักษณ์เวทสะท้อนแสงอรุณในจังหวะเดียวกันราวกับท่วงทำนองแห่งการตื่นรู้

    บนลานพิธีราชวัง — เหล่าผู้นำยืนเรียงกันอย่างสง่างาม

    ราชาไลออส อัลทิอุส ในนามผู้นำสูงสุดแห่งแนวพันธมิตร

    เซอร์อัลวา เรนฮอลต์ แห่งเหล็กกล้าสะท้านแผ่นดิน

    เฟเรนเซีย วาลิอันท์ แห่งเวทลึกล้ำประดุจแสงดารา

    คราส ดารัน แห่งกำแพงทะลวงฟ้า

    อาเดลิส ฟินาริน แห่งเสียงกระซิบจากป่าเทพ

    และ กลุ่มของเรย์ ผู้ไร้ตำแหน่งแต่แบกรับความหวังของโลก


    เสียงระบบในหัวของพวกเขาดังขึ้นพร้อมกัน

    【การเตรียมพร้อมเข้าสู่ศึก: เงานิรันดร์ - Day 6】

    【เวลาเหลือก่อนกองทัพเงาเคลื่อนพล: 24 ชั่วโมง】

    【คำแนะนำ: จัดการเตรียมพลัง เวท สื่อสาร และกลยุทธ์ขั้นสุดท้าย】

    เรย์เงยหน้ามองธงพันธสัญญาไหวพลิ้ว รอยแผลจากการฝึกเมื่อวานยังไม่หายดี แต่แววตาของเขามั่นคงเกินกว่าความกลัว

    “อีกวันเดียว…”

    เสียงหนึ่งพูดขึ้นข้าง ๆ

    “และจากนั้น… โลกอาจไม่เหมือนเดิมอีกเลย” ไอริสยืนเคียงข้าง ชุดนักพรตศักดิ์สิทธิ์สีขาวเงินของเธอปลิวตามลม แสงจากคฑาแห่งแสงส่องเลื่อมจาง ๆ อย่างสงบ เอลร่าเดินเข้ามาพร้อมโมกะบนบ่า

    “หวังว่าเราจะยังได้กลับมานั่งกินซุปข้าวโพดในห้องฝึกกันเหมือนวันแรกนะ”

    “ข้าวโพดคือความหวังงง~” โมกะส่งคลื่นจิตกึ่งจริงกึ่งเล่น พร้อมเสียง "หงึ!" ที่ทำให้ทุกคนอมยิ้ม

    เสียงกลองศึกจากแนวหน้าเริ่มดังมาเป็นจังหวะ — ไม่ใช่แค่สั่งรวมพล… แต่มันคือ “จังหวะเต้นหัวใจ” ของโลกในวันนี้

    พลันแสงจากเวทพิเศษพาดผ่านท้องฟ้า — ทะลวงผ่านม่านเมฆ เผยให้เห็น “รอยแยกมิติขนาดใหญ่” บนฟากฟ้าตะวันออกเฉียงเหนือ ราวกับเส้นรอยแผลที่ถูกกรีดบนผืนสวรรค์ แสงสีดำสาดออกมาเป็นประกายแหลมคม

    เสียงจากระบบดังกระหึ่มในหัวของทุกผู้กล้า

    【กองทัพเงานิรันดร์เริ่มเคลื่อนพล】

    【ระดับภัยพิบัติ: Shadow Calamity - Phase 1】

    【ศัตรูหลัก: เงานิรันในร่างของ “มิจัง” และกองทัพอสูรดวงตานับพัน】

    เสียงเงียบลง ทุกคนหันไปมองหน้า “กลุ่มของเรย์” ที่ยืนอยู่นอกแถวทหารตรงแนวหน้าสุด ราชาไลออสโบกมือให้พวกเขาก้าวขึ้นสู่แท่นประกาศ เรย์ก้าวขึ้นเป็นคนแรก พร้อมไอริส เอลร่า และโมกะที่ก้าวตามขึ้นไปข้างกัน เขาหยุดชั่วครู่ หันไปมองเพื่อนทั้งสาม — แล้วหันกลับมาสบตากับทหารนับหมื่นที่จ้องมองเขาอยู่เงียบ ๆ

    “...พวกเราคือแสงสุดท้าย ที่จะยับยั้งความมืดที่เคยกลืนกินทุกสิ่งในอดีต”

    เสียงของเรย์ไม่ดัง... แต่ชัด

    “เราอาจไม่ใช่ฮีโร่… อาจไม่ใช่กษัตริย์… แต่เราคือคนที่ ‘ไม่ยอมปล่อยมือ’ จากคนที่เรารัก แม้ในความมืดที่สุด”

    ไอริสก้าวออกมาข้าง ๆ

    “วันนี้… ไม่ใช่แค่เพื่อโลก… แต่เพื่อ ‘ตัวเธอ’ ที่เรารู้ว่ายังอยู่ในนั้น”

    เอลร่า: “ไม่ว่าศัตรูจะใหญ่แค่ไหน… หัวใจของเราใหญ่กว่าเสมอ”

    โมกะ: “หงึ!... ถ้ามิจังยังไม่ตื่น… ก็โดนบ่นแน่ ๆ เลย!”

    เสียงหัวเราะผสมเสียงตะโกนให้กำลังใจจากแนวทัพ เสียงกลองเร่งจังหวะ เรย์ชูดาบขึ้นสู่ฟ้า — ประกายเงาผสานแสง

    “เตรียมตัวให้พร้อม… เพราะพรุ่งนี้... พวกเราจะ ‘เดินเข้าสู่สนามรบพร้อมกัน’—เพื่อจบเรื่องนี้ด้วยมือของพวกเราเอง!!”

    เสียงเฮดังกระหึ่มฟ้า



    คล้ายกับเรื่อง“โลกแฟนตาซีหรอ? ก็แค่เกมที่ผมจะปั้นกิลด์ฮาเร็มให้ติดอันดับ 1 เท่านั้นแหละ” ที่คุณอ่าน