กลุ่มแสงยังคงอยู่ภายในจิตวิญญาณของเย่เทียนดังนั้นเมื่อวิญญาณของเขากลับสู่ร่างจริง กลุ่มก้อนแสงนี้ก็ไม่ได้หายไป
เย่เทียนจดจ่ออยู่กับกลุ่มแสงและเริ่มตรวจสอบมัน
หลังจากนั้นไม่นาน ดวงตาของเขาก็เปิดกว้างด้วยความประหลาดใจ
เนื้อหาในกลุ่มก้อนแสงนี้ไม่ใช่ทักษะดาบแต่เป็นเส้นทางสู่การเป็นเทพ และยังเป็นเส้นทางที่มีเนื้อหาชัดเจน รวมไปถึงในนั้นยังมีเทคนิคการขัดเกลาร่างกายระดับเทพเทคนิคการควบแน่นพลังศักดิ์สิทธิ์ และเทคนิคการรวบรวมจิตวิญญาณ
ก่อนหน้านี้เย่เทียนได้รับทักษะลับการควบแน่นพลังศักดิ์สิทธิ์มาแล้ว แต่เขากลับไม่มีเทคนิคการขัดเกลาร่างกายระดับเทพและเทคนิครวบรวมจิตวิญญาณ แต่สิ่งที่เขาได้รับมาในตอนนี้นั้นกลับเป็นเทคนิคลับที่สอดคล้องกันดังนั้นด้วยเทคนิคเหล่านี้ การทะลวงผ่านไปยังระดับเทพของเขานั้นจะรวดเร็วกว่าเดิมมาก
แต่สิ่งที่เย่เทียนให้ความสำคัญที่สุดไม่ใช่เทคนิคลับทั้งสามแต่เป็นข้อมูลเส้นทางสู่การเป็นเทพตามคำแนะนำของกลุ่มแสงนี้
โดยทั่วไปแล้วการจะกลายเป็นระดับเทพได้นั้นจะต้องทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ครบ10 ครั้ง เพื่อที่จะขัดเกลาร่างกายไปยังระดับเทพได้ต้องควบแน่นพลังศักดิ์สิทธิ์และรวบรวมจิตวิญญาณเพื่อทะลวงผ่านระดับเทพ
และนี่เป็นวิธีที่ง่ายที่สุด!
หลังจากทำลายขีดจำกัดของร่างกายไป10 ครั้ง ทุกครั้งที่เขาทำลายขีดจำกัดของร่างกาย ความแข็งแกร่งของร่างกายจะเพิ่มขึ้นเป็น10,000 มังกรโดยพื้นฐานแล้ว ระดับจักรพรรดิจำนวนมากที่มีศักยภาพจะทะลวงถึงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่13 หรือครั้งที่ 14 ก่อนที่จะยกระดับกลายเป็นระดับเทพ
หลังจากทำลายขีดจำกัดของร่างกายครบ10 ครั้ง ความแข็งแกร่งของร่างกายจะเพิ่มขึ้นเป็น10,000 มังกร การทำลายขีดจำกัดของร่างกาย 11 ครั้งเท่ากับ 20,000 มังกร 12 ครั้งคือ30,000 มังกร และ 13 ครั้งจะมีความแข็งแกร่งของร่างกายเพิ่มขึ้นเป็น40,000 มังกร
พลัง 40,000 มังกร หรือ 50,000 มังกรนั้นโดยปกติแล้วเป็นขีดจำกัดสูงสุด หากต้องการทะลวงขีดจำกัดของร่างกายต่อไปมันเป็นเรื่องที่ยากเย็นแสนเข็ญ ดังนั้นหลายคนจึงไม่ต้องการเสียเวลาไปกับการทำลายขีดจำกัดของร่างกายเพียงอย่างเดียวเพราะพวกเขามองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่จำเป็น
แต่ตอนนี้เย่เทียนได้ล่วงรู้ความลับจากกลุ่มแสงแล้ว
หากสามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ครบ20 ครั้งก็จะได้รับของขวัญจากจักรวาล1 ชิ้น ของขวัญจักรวาลนี้สามารถยกระดับพรสวรรค์ได้ทุกประเภท และยังช่วยให้ระดับจักรพรรดิสร้างรากฐานที่สมบูรณ์แบบขึ้นมาได้ด้วยของขวัญจากจักรวาลนี้ เขาจะสามารถก้าวเข้าสู่ระดับเทพได้ภายในระยะเวลาอันสั้น อีกทั้งมันยังทรงพลังมากกว่าระดับเทพทั่วไป
บุตรแห่งสวรรค์ที่สามารถทำลายขีดจำกัดของร่างกายได้ครบ20 ครั้งมีอีกชื่อเรียกหนึ่ง
ซึ่งก็คือบุตรแห่งจักรวาล!
“การทำลายขีดจำกัดของร่างกาย20 ครั้ง!”
หัวใจของเย่เทียนเต้นแรง
ถ้าเขาไม่รู้ความลับนี้ เขาอาจจะทะลวงเข้าสู่ระดับเทพหลังจากทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่15 หรือ 16
แต่ตอนนี้ ในเมื่อเขาล่วงรู้ความลับเช่นนี้แล้วเขาจึงต้องการที่จะทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่ 20 เพื่อได้รับฉายาบุตรแห่งจักรวาล
“ครั้งนี้เราได้กำไรมหาศาลจริงๆ!”
เย่เทียนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
เขาได้เรียนรู้เกี่ยวกับโลกเซียนปฐพีได้รับทักษะดาบระดับเทพมาครอบครอง ตอนนี้เขาพร้อมที่จะกลับไปยังฐานจงไห่แล้ว
แม้ว่าโลกเซียนปฐพีนี้จะไม่เลวแต่มันก็ไม่ใช่บ้านของเขาดัง นั้นเขาจึงจะมาที่นี่เพียงแค่ครั้งคราวเท่านั้น
จากนั้นเย่เทียนก็ออกจากที่พักและมาถึงมุมของเมืองนภาครามเขาเปิดใช้งานแหวนเซียนปฐพีเพื่อเตรียมจะกลับไปยังโลกหลัก
วูป!!!
บนแหวนเซียนปฐพีปรากฏพลังมิติและค่อยๆก่อตัวเป็นค่ายกลเคลื่อนย้าย แต่มันก็ไม่ใช่ค่ายกลเคลื่อนทั่วไป มันคือค่ายกลเคลื่อนย้ายชั่วคราว
เย่เทียนส่งพลังปราณเข้าไปในแหวนอย่างต่อเนื่องรักษาความเสถียรของค่ายกลเคลื่อนย้ายไว้
“เปิด!”
ตูม!
ร่างของเย่เทียนหายไปจากเมืองนภาครามและออกจากโลกเซียนปฐพีไปในพริบตา
ที่ฐานทัพเทียนฝู เย่เทียนก็ปรากฏตัวขึ้นใกล้กับวิหารรุ่งโรจน์
“การเคลื่อนย้ายผิดตำแหน่งไปเล็กน้อย!”
เย่เทียนมองไปที่ตำแหน่งของเขาที่ปรากฏมา
หากตำแหน่งของเขาไม่คลาดเคลื่อนเขาควรจะอยู่ในวิหารรุ่งโรจน์ ไม่ใช่ด้านนอกเช่นนี้
โดยพื้นฐานแล้ว เขาจะต้องกลับมายังจุดที่เขาจากไป
อย่างไรก็ตาม แม้แหวนเซียนปฐพีจะทำให้คลาดเคลื่อนจากจุดหมายไปเล็กน้อยแต่การที่มันสามารถส่งคนไปกลับระหว่างโลกหลักและโลกใบเล็กได้นั้นถือก็ว่าไม่เลวเลย
เย่เทียนไม่ได้อยู่ที่ฐานเทียนฝูนานนักเขามาถึงห้องโถงเคลื่อนย้ายและเคลื่อนย้ายกลับไปยังฐานจงไห่ในทันที
ทันทีที่เขากลับมาถึงฐานจงไห่เย่เทียนก็ไปพบจักรพรรดิจันทราภรรยาของเขา
นิกายเทพจันทรา
“เยว่เอ๋อร์ผมกลับมาแล้ว!”
เย่เทียนกอดจักรพรรดิจันทราและกล่าวออกมาเบาๆ
“อืม กลับมาก็ดีแล้ว!”
จักรพรรดิจันทรากอดเย่เทียนอย่างมีความสุขใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น
“ท่านพี่ ทำไมวิหารรุ่งโรจน์ถึงมาหาคุณ?แล้วทำไมคุณถึงหายไปนานขนาดนี้?”
จักรพรรดิจันทราเอ่ยถาม
ตอนแรกเธอคิดว่าเย่เทียนจะจากไปแค่วันสองวันแต่เธอก็ไม่ได้คิดว่าเขาจะจากไปนานถึงหนึ่งเดือน และเธอก็ไม่สามารถติดต่อเย่เทียนได้เลยเธอแม้กระทั่งไปฐานทัพเทียนฝูด้วยตัวเอง แต่ก็ไม่สามารถติดต่อเย่เทียนได้
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาเธอกังวลเป็นอย่างมาก
“ผมไปที่โลกเซียนปฐพีมา!”เย่เทียนพูดตามความจริง
แม้ว่าโลกเซียนปฐพีจะไม่อนุญาตให้บอกข้อมูลต่อระดับจักรพรรดิคนอื่นแต่เย่เทียนก็ไม่สนใจ ในความเป็นจริงแล้วหลายกองกำลังใหญ่ก็ส่งลูกหลานของพวกเขาเข้าสู่โลกเซียนปฐพีผ่านค่ายกลเคลื่อนย้ายแม้ว่าจะไม่มีแหวนเซียนปฐพีก็ตามแต่พวกเขาบางคนก็ยังสามารถเข้าไปยังโลกเซียนปฐพีได้โดยค่ายกลเคลื่อนย้าย
จักรพรรดิบางคนของวิหารรุ่งโรจน์ก็แอบเข้าไปในโลกเซียนปฐพีเช่นกันเพียงแต่พวกเขาไม่มีทางที่จะพูดถึงเรื่องนี้กับเย่เทียน เพราะเย่เทียนไม่ได้เป็นคนของวิหารรุ่งโรจน์
ดังนั้นการที่เย่เทียนเปิดเผยความลับของโลกเซียนปฐพีกับจักรพรรดิจันทราก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร
“โลกเซียนปฐพีนั่นคือที่ไหนกัน?”
จักรพรรดิจันทราถามออกมาด้วยความสนใจ
เย่เทียนกอดจักรพรรดิจันทราและเล่าเรื่องของโลกเซียนปฐพีให้เธอฟัง
“มีโลกใบเล็กแบบนี้ด้วย!”
จักรพรรดิจันทรารู้สึกประหลาดใจกับสิ่งที่เธอได้ยิน
เธอไม่เคยได้ยินเรื่องโลกเซียนปฐพีมาก่อนหากไม่ใช่เพราะเย่เทียนเป็นคนบอกกับเธอด้วยตัวเอง เธอคงจะไม่รู้เรื่องนี้ไปตลอดชีวิต
อย่างไรก็ตาม เธอก็ไม่ได้สนใจโลกเซียนปฐพีนี้มากนัก
แม้ว่าที่นั่นจะดูเหมือนว่าสงบสุขแต่ในความเป็นจริงแล้วมันกลับวุ่นวายเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังมีทรัพยากรน้อยกว่าโลกหลักสิ่งสำคัญที่สุดของโลกเซียนปฐพีคือการแลกเปลี่ยนสมบัติต่างๆ กับกองกำลังจากภายนอก
“ท่านพี่ คุณบอกว่ามีกองกำลังจากภายนอกเช่นนั้นทำไมพวกเขาถึงไม่เข้าสู่โลกหลัก? พวกเขาน่าจะรู้ดีว่าความแข็งแกร่งของพวกเรานั้นด้อยกว่าพวกเขามากทำไมพวกเขาถึงไม่เข้ามารวบรวมทรัพยากรด้วยตนเอง” จักรพรรดิจันทราถามออกมาด้วยความสงสัย
“ผมก็ไม่แน่ใจบางทีอาจเป็นเพราะข้อจำกัดบางอย่าง หรือมีบางสิ่งที่พวกเขาหวาดกลัวก็ได้”
เย่เทียนเอ่ยสิ่งที่เขาคาดเดาออกมา
“ท่านพี่ คุณจะกลับไปยังโลกเซียนปฐพีเลยหรือไม่?”
จักรพรรดิจันทรามองไปที่เย่เทียนก่อนจะถาม
เย่เทียนแตะจมูกจักรพรรดิจันทราและกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม“ตอนนี้ยัง ผมจะอยู่ที่นี่เพื่อฝึกฝนพร้อมกับเยว่เอ๋อร์ของผมก่อนดีไหม?”
“ดี!”
จักรพรรดิจันทราหัวเราะอย่างมีความสุข
ในวันถัดมา เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็เก็บตัวอยู่ในห้องฝึกฝนของหอสวรรค์
จักรพรรดิจันทราใช้เวลาส่วนใหญ่ไปกับการดูดซับพลังของดวงจันทร์เพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายและทำความเข้าใจเจตจำนงแห่งกระบี่
ส่วนเย่เทียนก็เตรียมพร้อมที่จะทะลวงขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่10 รวมไปถึงทำความเข้าใจเต๋าแห่งกรงเล็บและเต๋าแห่งดาบ
เต๋าแห่งดาบของเย่เทียนยังมีระดับไม่สูงมากนักเหตุผลที่เขาสามารถฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพได้นั้นก็เป็นเพราะโชคช่วย บังเอิญว่าทักษะดาบระดับเทพที่เขาได้รับมานั้นเกี่ยวข้องกับพลังแห่งมิติพอดี
ส่วนเต๋าแห่งกรงเล็บ อีกเพียงก้าวเดียวเขาก็มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะสามารถฝึกฝนทักษะกรงเล็บระดับเทพได้แล้ว
ตอนนี้เขามีทักษะกรงเล็บระดับเทพอยู่แล้วเพียงแต่เขายังไม่มีคุณสมบัติเพียงพอที่จะฝึกฝนมัน ดังนั้นเขาจึงต้องเร่งทำความเข้าใจเต๋าแห่งกรงเล็บโดยเร็วที่สุด!
เวลาค่อยๆ ผ่านไป เย่เทียนและจักรพรรดิจันทราก็พัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
หนึ่งเดือนต่อมา
เย่เทียนรู้สึกถึงคอขวด มันเป็นคอขวดก่อนที่จะทะลวงผ่านขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่10
“ในที่สุดก็ใกล้จะทะลวงผ่านแล้ว!”
เย่เทียนยิ้มออกมาด้วยความตื่นเต้น
เมื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกายครั้งที่10 ร่างกายของเขาจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ความแข็งแกร่งของเขาจะเพิ่มขึ้น 10,000 มังกร ซึ่งแข็งแกร่งกว่าเดิมถึง10 เท่า
เมื่อถึงเวลานั้น พลังการต่อสู้ของเขาจะสูงกว่าระดับจักรพรรดิ7 ดารา หรืออาจจะเทียบได้กับจักรพรรดิ 8 ดาราเลยก็ได้ จักรพรรดิ 8 ดาราคืออะไร?นั่นคือผู้ที่ท้าทายสวรรค์ที่แท้จริง เป็นรองแค่จักรพรรดิ 9 ดาราเท่านั้น
นี่ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เขามีพรสวรรค์ด้านพละกำลังระดับเทพและยังฝึกฝนทักษะดาบระดับเทพ พลังของเขาจึงน่าสะพรึงกลัวเป็นอย่างมาก!
จากนั้น
เย่เทียนก็เริ่มดูดซับพลังปราณจำนวนมากและใช้เลือดของสัตว์อสูรระดับจักรพรรดิจำนวนมากเพื่อทำลายขีดจำกัดของร่างกาย ตอนนี้เขาเตรียมทุกอย่างพร้อมแล้ว