“ พวกเจ้าสำนักยุทธ์ทั้งหลาย พวกเขาก็อยากจะหยุดสงครามในครั้งนี้ เลยคิดว่าหากนางตาย ทุกอย่างก็จบ จักรพรรดิทั้งสองก็ไม่ต้องมาทำสงครามกันเช่นนี้” เสี่ยวเทียนฟังแล้วก็มึนงง ไปชั่วขณะ
“ นี่กลายเป็นว่า แม่นางคนนี้อยู่ของนางเฉยๆ กลับถูกกล่าวหาเป็นตัวต้นเหตุของสงคราม วิธีคิดแก้ปัญหาของพวกชาวยุทธ์ทั้งสองดินแดน คือสังหารเหลียนวาวา สงครามจะได้จบสิ้นอย่างนั้นหรือ?”
“ แนวคิดนี้มีบางคนไม่เห็นด้วย เหมือนท่านเช่นกัน แต่ด้วยส่วนรวม ทหารที่ต้องมาตายเช่นนี้ ถ้าจะให้พวกเขาไปหยุดจักรพรรดิทั้งสองคน ก็คงเป็นไปไม่ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกหนทางที่พอจะทำได้ เพื่อความสงบสุขของแผ่นดิน แลกกับชีวิตผู้หญิงที่บริสุทธ์คนหนึ่ง” กู้ชิงหลิงเอ่ยอย่างไม่สบายใจเช่นกัน
“ เรื่องนี้เกี่ยวพันกับชีวิตผู้คนมากมาย เหล่าผู้กล้าทั้งหลายต่างก็คิดจะทำเพื่อประชาชน ท่านอรหันต์น้อย ข้าอยากให้ท่านหาหนทางช่วย แม่นางเหลียนวาวาด้วย” จู่ๆ ท่านหมอเทวะ ก็ขอร้องเสี่ยวเทียน ให้ช่วยอย่างกระทันหัน
“ ท่านหมอเทวะ รู้จักกับแม่นางเหลียนวาวา ด้วยรึ?” เสี่ยวเทียนสงสัย
“ เมื่อ ปีก่อน ข้าเองก็ถูกเชิญให้ไปรักษาท่านเจ้าสำนัก ข้าได้พบนางเปรียบเหมือนผ้าขาวที่บริสุทธิ์ ไม่เคยออกจากสำนัก นางมักจะเข้าไปอยู่ในดอกบัวเทพศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งเป็นโลกของนาง คนภายนอกต่างโยนความผิดไปให้นางเช่นนี้ ไม่เป็นธรรมต่อนางจริงๆ ” หมอเทวะเอ่ยจบแล้วถอนหายใจ เสี่ยวเทียนไม่ทันได้คิดอะไร ก็มีกองทหารมากันมากมาย มีนายทหาร และ แม่ทัพใหญ่เดินนำหน้ามาด้วย
“ ท่านแม่ทัพ นี่คือ ท่านอรหันต์น้อย เฉินเทียนซือ”
“ คารวะ ท่านอรหันต์น้อย ข้ามาที่นี่ขอเป็นตัวแทนกองทัพ ที่ท่านอรหันต์น้อย ได้มอบน้ำทิพย์ให้ หน่วยทหารของข้า เป็นตัวยาที่วิเศษจริง ๆ ไม่ทราบว่าตัวยาที่ใช้หายากไหม ทางกองทัพอยากได้อีกเป็นจำนวนมาก เพราะเวลานี้ แนวหน้ากำลังปะทะกันอย่างหนัก เวลานี้ ทหารที่ต่อสู้กันต้องใช้ระดับแม่ทัพเซียนฟ้า เข้าต่อสู้กันแล้ว” แม่ทัพเอ่ยจบ ทุกคนก็เริ่มตกใจ เพราะตัวตนระดับเซียนฟ้า เข้าต่อสู้กันย่อมต้องมีคนล้มตายอีกเป็นจำนวนมาก
“ ท่านแม่ทัพ ตัวสมุนไพรน่าจะสามารถทำได้อีก 1 พันขวดก็หมดแล้ว หากท่านต้องการต้องอีก ต้องหาสมุนไพรมาเพิ่ม เพราะเวลานี้ร้านจักรวาลยุทธ์ ไปกว้านซื้อสมุนไพรที่ใช้ มาหมดแล้วทั้งสามดินแดน คงเหลือแต่ดินแดนพายัพที่ไม่สามารถเข้าไปซื้อได้” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามจริง
“ ไม่เป็นไร ข้าจะลองไปเบิกที่สำนักยาที่ เมืองหลวง หากได้มาก็ถือเป็นโชคดีของทหาร แต่ถ้าไม่ได้ ก็ต้องแล้วแต่ชะตาลิขิตแล้ว”
“ ท่านแม่ทัพ เรื่องนี้ทำไมไม่ลองเจรจากันก่อน การเข่นฆ่ากันเพื่อแย่งชิงสตรีเช่นนี้ พวกท่านเป็นชายชาติทหาร ไม่รู้สึกอดสู บ้างรึ?” เสี่ยวเทียนถามตรงๆแต่แม่ทัพถอนหายใจออกมายาวๆ แล้วกล่าวว่า
“ ท่านอรหันต์น้อย พวกเราเป็นทหาร มีหน้าที่เชื่อฟังคำสั่งของ ท่านจักรพรรดิไม่มีสิทธิคัดค้านเรื่องนี้”
“ ขอเวลาข้า 7 วัน พวกท่านยังไม่ต้องออกรบ พยายามตรึงกำลังเอาไว้ จะได้ไม่ต้องสูญเสียทหาร ข้ารับปากพวกท่านจะแก้ปัญหาเรื่องนี้เอง” เสี่ยวเทียนพูดคำนี้ออกไป แม่ทัพนายกอง ทหารทุกคน หมอเทวะ และคนในสำนักแพทย์ รวมถึงศิษย์พี่รอง ก็อ้าปากค้าง ไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนอาศัยอะไร ทำให้มั่นใจ ที่จะหยุดสงคราม ในครั้งนี้ได้ ในความเป็นจริงตัวเสี่ยวเทียนก็ตกใจไม่น้อย แต่นี่เป็นคำพูดของอาจารย์ลู่เอิน เอ่ยออกมา ทำให้เสี่ยวเทียนมั่นใจเช่นกัน ว่าแก้ปัญหานี้ได้
“ ท่านอรหันต์น้อย ข้าสั่งตรึงกำลังพักรบ ได้อยู่แล้ว อย่าว่าแต่ 7 วันเลย ต่อให้ถึง 1 เดือนข้าก็พร้อมที่จะทำ แม้จะถูกลงโทษ ถ้าแลกกับการไม่ต้องเกิดสงครามใหญ่ขึ้น แต่ว่าท่านจะทำได้อย่างไรกัน บอกข้าก่อนได้ไหม”
“ เรื่องนี้ มีทางที่ง่ายที่สุดอยู่สองทาง ทางแรก ข้าสังหารจักรพรรดิทั้งสองคนทิ้งซะ ! หรือไม่ก็สังหาร แม่นางเหลียนวาวาทิ้ง ! ไม่ว่าทางไหนก็หยุดสงครามได้ทั้งหมด” เสี่ยวเทียนพูดหน้าตาเฉย แต่ทั้งหมดถึงกับ ยืนนิ่งไม่กล้าเอ่ยอะไรออกมา
“ นี่ท่านกล้าพูดเช่นนี้ออกมา ท่านไม่กลัวข้าจะจับท่าน โทษฐานลบหลู่เบื้องสูงรึ?”
แม่ทัพเสียงเริ่มเปลี่ยน ปล่อยพลังกดดันขั้นเซียนฟ้าระดับสูงใส่เสี่ยวเทียน แต่เสี่ยวเทียวไม่ได้ใส่ใจ แต่อาจารย์ลู่เอินไม่ค่อยพอใจ เลยปล่อยพลังออกมาไม่รู้ระดับไหน แม่ทัพอยู่ดีดี ก็เกิดอาการตั่วสั่นเหมือนเจ้าเข้า ความหวาดกลัวสุดขีดจับเข้าไปที่หัวใจ ทำให้ต้องรีบคุกเข่าต่อหน้าเสี่ยวเทียน ทั้งๆที่อาจารย์ลู่เอินก็ไม่ได้ใช้แรงกดดันใดใดทั้งสิ้น แค่ปล่อยพลังมารภูตทมิฬระดับเทียนจุนเข้าไปแค่นั้นเอง!
“ ข้าน้อยขออภัยที่เสียมารยาท ข้าน้อยไม่กล้าอีกแล้ว” แม่ทัพรีบเอ่ยออกมา แต่ว่าความกลัวในจิตใจยังไม่หายออกไปจากใจเลย จนกระทั่ง อาจารย์ถอนพลังออกมา แม่ทัพ จึงรีบโขกหัวที่พื้นขอบคุณที่ละเว้น
“ เอาล่ะ ไปได้แล้ว อีก 7วันข้าจะไปจัดการกับตัวปัญหา จะได้ไม่ต้องมีปัญหาอีกต่อไป” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบ ท่านแม่ทัพก็รีบพา ทุกคนออกไปจากที่นี่ทันที
เขาไม่รู้ว่าเสี่ยวเทียนทำได้อย่างไร ที่ทำให้เขาเกิดความรู้สึกกลัวสุดขีดอย่างนี้ แต่ว่า ตัวตนระดับนี้ แม้แต่จักรพรรดิเอง ยังไม่อาจทำให้เขาเกิดความหวาดกลัวได้ถึงเพียงนี้เลย
“เสี่ยวเทียน แล้วเจ้าจะทำอย่างไรกับเรื่องนี้” ศิษย์พี่รองถามทันที เสี่ยวเทียนไม่ตอบศิษย์พี่รองแต่หันไปกล่าวกับท่านหมอเทวะว่า
“ ท่านหมอเทวะ พรุ่งนี้พวกเราไปหาแม่นางเหลียนวาวา กันเถอะ”
“ เดี๋ยวก่อน พรุ่งนี้พวกสำนักจากสองแผ่นดินเทวะ นับร้อย จะบุกไปที่สำนักบัวสวรรค์ ท่านอรหันต์น้อย ท่านจะรับมือคนพวกนั้นได้อย่างไร” กู้ชิงหลิงเอ่ยด้วยความเป็นห่วง
“ เป็นห่วงพวกมันเถอะ” เสี่ยวเทียนพูดสั้นๆ ทำเอากู้ชิงหลิงถึงกับนิ่งงันไป
ตอนเช้าของสำนักแพทย์เริ่มมีคนเจ็บป่วยเข้ามารักษาตัวทำให้ หมอและพยาบาล
เริ่มจะมีงานทำ แต่ว่าเสี่ยวเทียน ศิษย์พี่รอง ท่านหมอเทวะ ปู่เยี่ย และ กู้ชิงหลิง เดินทางด้วยเรือเหาะเต่ามังกร เพื่อไปที่สำนักบัวสวรรค์ ทุกคนไม่กล้าเอ่ยถาม ว่า เสี่ยวเทียนคิดจะสังหาร แม่นางเหลียนวาวา จริงหรือไม่ ! จึงได้แต่รอดูว่าเสี่ยวเทียนจะจัดการเรื่องนี้อย่างไร
พอทุกคนมาถึงสำนักบัวสวรรค์ มีคนของทหารของดินแดนทั้งสอง ต่างคุมเชิงกันอยู่ คล้ายป้องกันภัยให้สำนักบัวสวรรค์ แต่ก็เหมือนกับควบคุมไม่ให้ใครหนีไปไหนได้เช่นกัน
แต่พอเห็นเรือเหาะเต่ามังกร ก็มีเรือเหาะที่คอยเฝ้าระวังของดินแดนทั้งสองกดดันไม่ให้บินไปยอดเขา ได้แต่จอดที่ตีนเขา หลังจากทหารร่วมทั้งสองดินแดนตรวจสอบแล้วว่า เป็นหมอเทวะ แน่นอน แล้วจึงปล่อยให้กลุ่มเสี่ยวเทียนขึ้นเขาไปได้
พอถึงสำนักบัวสวรรค์ ก็ถูกพาไปรอที่ห้องโถงสำนัก แล้วรอไม่นาน เจ้าสำนักบัวสวรรค์ เหลียนฟ่ง ก็เดินออกมา มองจากรูปกายแล้ว สตรีผู้นี้หน้าตาคลายอายุไม่เกิน 40 แต่ถ้ามองจากจิตวิญญาณ นางกลับมีอายุ 150 ปีแล้ว
“ ท่านเจ้าสำนักเหลียน” หมอเทวะทักทาย
“ ไม่เจอกันนานเลยนะท่านหมอเทวะ พวกเราสำนักบัวสวรรค์หลายเดือนที่ผ่านมานี้ไม่ได้รับข่าวสารจากโลกภายนอกเลย ไม่รู้มีเรื่องใดเกิดขึ้นบ้าง” เจ้าสำนักเอ่ยเสียงเครียด
“ข้าขอแนะนำให้ท่านรู้จัก นี่คือ เทพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ ของแดนประจิม เฉินเสี่ยวเทียน” เสี่ยวเทียนประสานมือคำนับ
“ ต้องขออภัย ข้าไม่รู้เรื่องราวภายนอกเลยไม่ได้รู้จักท่าน ว่าแต่พวกท่านมาด้วยเหตุใด?” เจ้าสำนักยังสงสัย
“ นี่ท่านไม่ได้รู้เลยหรือ ว่าเวลานี้เกิดสงครามระหว่างแดนพายัพกับแดนอุดร มีคนบาดเจ็บล้มตาย กันเป็นจำนวนมาก” ท่านหมอเทวะกล่าวด้วยความสงสัย
“ สงครามเลยรึ แล้วสาเหตุเกิดจากเรื่องใด?”
“ สาเหตุมาจาก สองจักรพรรดิต่างแย่งชิง แม่นางเหลียนวาวา จนก่อให้เกิดสงคราม แล้วนี่มีสำนักยุทธ์กว่าร้อยสำนัก เตรียมบุกขึ้นเขามาเพื่อสังหารแม่นางเหลียนวาวา เพื่อหยุดสงครามครั้งนี้” หมอเทวะบอกเรื่องทั้งหมดให้ฟัง
เจ้าสำนักพอได้ฟัง ก็ลุกขึ้นยืนด้วยความตกใจ
“ ตายล่ะ ข้าสงสัยอยู่แล้ว ทำไม่สองจักรพรรดิ ส่งคนมาที่นี่ ปากบอกว่าคุ้มครองแต่ไม่ยอมให้คนของสำนักเรา ลงจากเขาแม้แต่คนเดียว ที่แท้มีเรื่องเช่นนี้ แล้วนี่
จะทำอย่างไรดี สำนักเรามีแต่สตรีเท่านั้น หากต้องต่อสู้จริงๆ คงต้านไม่ไหวแน่”
เจ้าสำนักเริ่มร้อนใจ ทำอะไรไม่ถูก
“ ข้ามาวันนี้ มีข้อเสนอคาดว่า จะยับยั้งสงครามในครั้งนี้ได้ ขึ้นอยู่กับว่า ท่านเจ้าสำนัก จะยินยอมหรือไม่” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเป็นครั้งแรก
“ ข้อเสนออะไร?”
“ ยกแม่นางเหลียนวาวา เป็นภรรยาของข้า” ทันทีที่เสี่ยวเทียนพูดจบ แต่ละคนถอยหลัง ตกใจ อ้าปากตะลึงพรึงเพริด เจ้าสำนักล้มตัวนั่งบนเก้าอี้ ปิดปากตัวเอง
ศิษย์พี่ถึงกับสะดุ้ง กู้ชิงหลิงหันขวับมองเสี่ยวเทียน มีแต่หมอเทวะ กับปู่เยี่ยมองเสี่ยวเทียน ใหม่อีกครั้ง เด็กน้อยวัย สิบขวบ กล้าขอแม่นางวาวา วัย 14ปีมาเป็นภรรยา !
“ เจ้าเป็นหลวงจีนมิใช่หรือ?”
“ส่วนไหนของข้าบอกว่า ข้าเป็นหลวงจีนกัน ! ท่านเจ้าสำนักท่านต้องรีบตัดสินใจนี่เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว” เสี่ยวเทียนเอ่ยตามที่อาจารย์ลู่เอินสั่งทุกประการ ทั้งที่ตนเองก็ไม่อยาก ทำเช่นนี้เลย ซึ่งหมอเทวะเริ่มสนับสนุนแนวความคิดนี้เช่นกัน
“ เจ้าสำนักเหลียน ความคิดนี้เป็นไปได้ เพื่อความปลอดภัยของ วาวาและเพื่อความสงบสุข ของแผ่นดิน ท่านต้องรีบตัดสินใจ” หมอเทวะ รีบเอ่ยเตือน
“ เฮ้อ เรื่องนี้หากจักรพรรดิทั้งสองคนรู้ ข้านึกสภาพของสำนักของข้าคงถูกฉีกเป็นชิ้นๆ แน่” เจ้าสำนักเอ่ยออกมาแบบนี้คล้ายกับว่าเริ่มเห็นด้วยเช่นกันจากนั้นก็ให้คนไปตามวาวา ออกมา
ไม่นานแม่นางเหลียนวาวา ก็เดินออกมา ด้วยชุดสีขาวทั้งชุด ใบหน้าของนางเหมือนเด็กสาวดูไร้เดียงสา แต่แฝงไปด้วยความงามที่ลึกลับ ใครเห็นแล้วต้องหยุดอยู่ที่นาง เสี่ยวเทียนมองแล้วเห็นหน้าตาของนางคล้ายกับแม่เขาบางส่วน ยิ่งมองก็ยิ่งคิดถึงแม่ของเขา
“ วาวา ขณะนี้มีคนมากมายคิดจะสังหารเจ้า อ้างว่าเพื่อหยุดสงครามของสองจักรพรรดิ ที่มีสาเหตุมาจากการแย่งชิงเจ้า เด็กน้อยคนนี้เสนอให้เจ้าตบแต่งให้มัน เพื่อแก้ปัญหาทั้งหลายทั้งปวง เจ้าคิดเห็นเช่นไร” เจ้าสำนักสรุปให้วาวาฟังอย่างรวดเร็ว
“ ถ้าหากมันเป็นสิ่งเดียว ที่จะหยุดสงครามนั้นได้ ศิษย์ก็ไม่คัดค้าน” วาวาหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนที่ยืนนิ่งไม่ได้พูดอะไร
“ ถ้าเช่นนั้นเราต้องทำอย่างไรต่อ?” เจ้าสำนักเอ่ยถาม
“ เข้าพิธีแต่งงานวันนี้เลย” อาจารย์ลู่เอินบอกออกมา เสี่ยวเทียนก็ตกใจเช่นกันแต่ไม่ทันแล้ว ถูกอาจารย์ลู่เอิน ไม่รู้ทำอย่างไร ทำให้เสี่ยวเทียนเอ่ยปากออกมาจนได้ พอเสี่ยวเทียนพูดจบ ทุกคนก็ตะลึงไปในทันที
“ นี่เจ้าว่าอะไรนะ จัดงานแต่งงานวันนี้เลยหรือ?” เจ้าสำนักยังตกใจกับคำพูดของเสี่ยวเทียน เจ้าตัวเองยังยืนนิ่งงัน แล้วอาจารย์ก็สั่งให้พยักหน้าตอบ
“ ดี ถ้าเช่นนั้น ข้าถือเป็น ญาติผู้ใหญ่ฝ่ายชาย เตรียมจัดพิธีแต่งงานกันเลย” หมอเทวะเห็นด้วยเต็มที่
“ นี่เจ้าคิดดีแล้วหรือ?” ศิษย์พี่รองเอ่ยกับเสี่ยวเทียน
“ ข้าไม่ได้คิดสักหน่อย” เสี่ยวเทียนบอกกับศิษย์พี่รองเบาๆ ทำให้ศิษย์พี่รองถึงกับมึนงง
แล้วพิธีการแต่งงานก็จัดอย่างรวดเร็ว ทางสำนักบัวสวรรค์หาชุดสีแดงจากไหนไม่รู้มาให้ ทั้งคู่กราบไหว้ฟ้าดินเสร็จ แล้ว กำลังจะดื่มน้ำชาบ่าวสาว ทันใดนั้นเอง ก็มีคนจากสองดินแดน ร้อยกว่าสำนัก ก้าวเข้ามากันในห้องโถง กันเต็มไปหมด
“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า นี่พวกเจ้ากำลังทำอะไร คิดหรือว่า จับนางมารบัวขาวนี่แต่งงานแล้วเรื่องมันจะจบหรือ ! ไม่ว่ายังไง วันนี้ นางมารผู้นี้ต้องตายสถานเดียว” หนึ่งในผู้นำวัยกลางคน ถือดาบใหญ่ ชี้หน้ามาทาง วาวา
“ เดี๋ยวก่อน ท่านทั้งหลายหากนางแต่งงานไปแล้วจักรพรรดิทั้งสองต้องยกเลิกสงครามแน่ๆ พวกท่านได้โปรดใจเย็นๆ ก่อน” กู้ชิงหลิง รีบออกมาขวางกลางเอาไว้
“ แม่นางกู้ ถอยออกไป พวกเราไม่อยากมีปัญหาตามมา หากนางไม่ตาย เรื่องนี้ไม่จบอย่างแน่นอน” ชายถือแส้คล้ายนักพรตเดินออกมายืนข้างชายที่ถือดาบใหญ่
เสี่ยวเทียนไม่สนใจคนพวกนี้ แต่หันมาเอ่ยกับวาวาว่า
“ ภรรยาข้า พวกเรามาดื่มน้ำชา แต่งงานของเราให้จบกันก่อนดีกว่า” เสี่ยวเทียนกับวาวาก็กำลังจะดื่มน้ำชา แต่นักพรตถือแซ่ม้าปล่อยพลังระดับ ฟ้าขั้นสูงสุดออกมา เกิดพลังลมหมุนพุ่งกระแทกเข้าใส่เสี่ยวเทียนกับ วาวา แต่ไม่สามารถทำให้ ทั้งสองรู้สึกอะไรได้เพียงแค่หมวกที่ครอบเจ้าสาวหลุดไปเท่านั้น ทำให้ทุกคนได้เห็น ใบหน้าวาวา ชัดชัด ! สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนที่คิดจะมาฆ่านาง
ฉับพลัน! สายตาแต่ละคนที่มองนั้นไม่ใช่สายตาที่หมายจะฆ่าแล้ว แต่ว่าเป็นจุดหมายอย่างอื่นมากกว่า เสี่ยวเทียนดื่มน้ำชาเข้าไปพร้อมกันวาวา เรียบร้อย พิธีแต่งงานเป็นอันเสร็จสิ้นสมบูรณ์
“ ทุกคนฆ่าพวกมันให้หมด แล้วจับนางมารบัวขาวกลับไป” ชายถือดาบใหญ่เปลี่ยนแปลงคำสั่งให้เข่นฆ่าคนอื่น แล้ว จับวาวากลับไป ทำให้คนข้างหลังที่ไม่ได้เห็นหน้าวาวา ถึงกับมึนงงกับคำสั่ง
เสี่ยวเทียนหันกลับมาที่ฝูงชนที่กำลังวิ่งเข้ามาพร้อมกับอาวุธ หมายฆ่าล้างสำนักบัวสวรรค์ จึงปล่อยฝ่ามือยูไล ออกไป ตูม ! เพียงฝ่ามือเดียว ทำให้กลุ่มคนหลายสิบคนที่เข้ามา ล้วนกระเด็นออกไปจากห้องโถงจนหมด บัดนี้เสี่ยวเทียนใช้ฝ่ามือยูไลได้ถึงระดับกลางแล้ว เสี่ยวเทียนก้าวออกไปจากห้องโถงช้าๆ มองเห็นฝูงชนมากมายที่อยู่ด้านนอก จึงปล่อยพลังแสงพุทธะออกไป ร่างของเสี่ยวเทียนกลายเป็นสีทอง ทุกคนที่เห็น ล้วนหยุดนิ่ง มองเสี่ยวเทียนอย่างตื่นตะลึง
“ พวกเจ้ารู้ไหมข้าเป็นใคร ข้าคือ เทพอรหันต์ศักดิ์สิทธิ์ จากแดนประจิม” เสี่ยวเทียนทำท่ายกมือขึ้นฟ้า แล้วปล่อยฝ่ามือลงมา ตูม ! มีเงาฝ่ามือยักษ์กระแทกลงบนพื้นศิลาต่อหน้าทุกคน เห็นเป็นรอยฝ่ามือยักษ์ อย่างชัดเจน
“ และข้าก็ยังเป็นโอรสเทพแห่งแดนมหาเทพเทวาสถิตย์อีกด้วย” เทียนยกมือซ้ายไปบนท้องฟ้า เปรี้ยง ๆ ๆ ๆ ๆ!! ทัณฑ์อัสนีสายฟ้าเส้นใหญ่ฟาดลงมาล้อมรอบ เหล่าฝูงชนนับร้อย ต่างหวาดผวาไม่กล้าขยับไปไหน ชายถือดาบกันนักพรตถือแส้ ไม่กลัวพุ่งร่างหมายโจมตีเสี่ยวเทียนพร้อมกัน เปรี้ยง ! เปรี้ยง ! ทัณฑ์อัสนีสายฟ้าฟาดเข้าร่างของทั้งคู่กลายเป็นขี้เถ้า กระจายหายไปในอากาศทันที ทุกคนที่เหลือ คุกเข่าไปกับพื้นไม่กล้าหือ อีกต่อไป...