บทที่ 35
ก้อนหินกับท้องฟ้า 2
"ขอบคุณ...ถ้าฉันเป็นองค์หญิงจริง แล้วเธอจะเป็นอะไรล่ะ" เป็นเรื่องที่น่าแปลกเมื่อได้พูดคุยกับเธอ ในใจของเอวากลับให้ความรู้สึกผ่อนคลายอย่างบอกไม่ถูก ไม่ว่าอะไรมันจะหนักหนาแค่ไหนมันก็ไม่สำคัญอีกต่อไป
"อืม...ฉันอย่างนั้นเหรอ..." เด็กน้อยขมวดคิ้วคิดอย่างจริงจังดั่งคำถามนี้ใหญ่หลวงนัก
"นึกออกแล้ว! ฉันก็เป็นไอ้นั่นไง!"
"แล้วไอ้นั่นที่ว่ามันคืออะไรกัน!" เอวารู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยแต่ความรู้สึกผ่อนคลายมันกำลังทำให้เธอคล้อยตาม
"ก็นั่นไง ก้อนหินเพียงหนึ่งเดียวบนท้องฟ้าไง ตอนกลางวันเป็นลูกไฟตอนกลางคืนส่องแสงสว่าง!"
"ฮ่า! ฮ่า! เธอไม่รู้เหรอว่ามันคนละดวงกัน เธอนี่ตลกดี"
"มันอันเดียวกันต่างหาก!"
"เอ๊ะ! ทำไมฉัน...ถึงรู้ว่าคนละดวงกัน!..." รอยยิ้มของเอวาหุบลง ในหัวของเธอมันปวดร้าวแทบแตกเป็นเสี่ยงๆ ภาพความทรงจำหลายร้อยปีซ้อนทับกันยุ่งเหยิงจนสายตาของเธอรู้สึกพล่าเลือน
"ฉันจะได้อยู่กับเธอเสมอไงล่ะ....."...........
“.....................”
“............….............”
"มองฉันสิ!"
"เธอมองอะไรอยู่!"
"ปกป้องตัวเองก่อนเถอะ!"
“............”
"อย่าทำแบบนี้ได้โปรด!"
“..................”
"เธอไม่ได้ทำผิด!"
"มันแค่เริ่มต้น!"
“.............................”
“.........”
"ไอ้ตัวไร้พลัง!"
"สงครามครั้งนี้มันยาวนาน"
"ฉันขอโทษ..."
ความคิดในหัวกระจัดกระจายผสมปนเปซ้อนทับครั้งแล้วครั้งเล่า ภาพดำมืดแล้วจึงสว่างขึ้นอีกครั้งไหลย้อนกลับมาดังจุดเดิม ภาพทั้งหมดแตกร้าวตัวตนที่ซ้อนทับเคลื่อนออกจากกันเหลือเพียงแก่นความทรงจำแท้จริง
"ก็นั่นไง ก้อนหินเพียงหนึ่งเดียวบนท้องฟ้าไงตอนกลางวันเป็นลูกไฟ ตอนกลางคืนส่องแสงสว่าง!" เด็กหญิงผมหยักศกชูขวดสีเขียวที่เหลือเพียงขวดเปล่าขึ้นไปยังท้องฟ้าแล้วหรี่ตามองเด็กหญิงผมฟ้าพลางคิดในใจว่าพูดอะไรผิดไปหรือเปล่า ตั้งแต่พูดออกไปเด็กหญิงผมฟ้าแทบไม่ยอมสบตา หรือเธอจะพูดอะไรผิดไปจริงๆ เธอเกาหัวที่มันเริ่มคันด้วยความสงสัย
"นี่เธอเป็นอะไรไป..." เสียงเด็กหญิงผมหยักศกที่ดูท่าทางมั่นใจน้ำเสียงลดต่ำลง
"แปลกจริง เธอไม่ได้กินเจ้านี่ซักหน่อยทำไมถึงหน้าแดงละนั่น" เธอพยายามคิดหาคำตอบอย่างถี่ถ้วน อาการของเธอมันดูแปลก แปลกจนบอกไม่ถูก
"อย่า...อย่ามองฉันสิ..." เด็กหญิงผมฟ้าใช้มือเล็กๆทัดผมเข้าข้างหู
"เธอพูดออกมาแบบนั้น แล้วรู้ความหมายของมันอย่างนั้นเหรอ..." เอวาก้มใบหน้าลงต่ำไม่กล้าสบตาคู่สนทนา
"อืม...ก็อีกหน่อยเธอก็จะเป็นท้องฟ้า แล้วฉันก็คิดว่าเจ้าก้อนหินนั่นมันก็เท่ห์ไม่เบา" เธอพยายามครุ่นคิดกับสิ่งที่เพิ่งพูดออกไป
"นี่เธอพูดมันออกมาโดยไม่รู้ความหมายอย่างนั้นใช่มั้ย!"
"เดี๋ยวๆ นี่เธอโกรธอะไร ฉันก็อยากเป็นอะไรเท่ห์ๆบ้างน่ะ" เด็กหญิงผมหยักศกยิ่งคิดยิ่งงงเธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอะไรมันทำให้เธอโกรธ
"หยุดพูด! สัญญาออกมาสิ!" อยู่ดีดีเด็กหญิงผมฟ้าก็ตวาดใส่ มันเริ่มจากท่าทีแปลกๆเมื่อครู่
"ได้ๆ ฉันสัญญาฉันจะไม่พูดแบบนี้อีก" เธอใช้กำปั้นเคาะที่หน้าอกอย่างมั่นใจ
"ไม่ใช่ซะหน่อย! เธอมันไม่รู้เรื่องเลย ฉันจะโมโหจริงๆแล้วนะ!" อารมณ์ของเธอดูแปรปรวนเป็นที่สุด เด็กหญิงผมหยักศกที่ถือขวดสีเขียวแกว่งไปมาเนื้อตัวดูสกปรกที่ไม่เคยเข้าใจอะไรจริงๆซักอย่าง เพียงคำพูดที่ดูไร้สาระความรู้สึกที่เคยเลื่อนลอยกลับมั่นคงขึ้นทันตา
"ได้ ในเมื่อเธอเป็นแบบนี้ฉันจะเป็นคนเริ่มเอง...อยู่นิ่งๆนะ!"
"เดี๋ยวสิ! เธอจะทำอะไร เดี๋ยวก็ตกลงไปหรอก!"
"............"
"หวาาา" สองมืออันอ่อนโยนโอบรัดร่างเด็กหญิงผมหยักศกเอาไว้ เธอตกใจจนเผลอปล่อยขวดสีเขียวให้ล่วงหล่นสู่ผาเบื้องล่าง เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าจะวางมือของตัวเองตรงไหนดี
"คือ..."
"เงียบๆ ไม่ต้องพูดอะไร" ใบหน้าขาวเนียนนั้นซบลงข้างไหล่เธอซุกมันอยู่แบบนั้น แม้ไม่รู้ว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นมันคืออะไร แต่กลิ่นผมของเธอมันส่งกลิ่นหอมจนอยากแนบใบหน้าเข้าใกล้สัมผัส เธอพบเด็กหญิงผมฟ้าแทบทุกวัน แต่วันนี้มันเป็นครั้งแรกที่ได้ใกล้ชิดกับเธอถึงเพียงนี้ ความรู้สึกดีแบบอธิบายเป็นคำพูดไม่ได้ก่อตัวในใจของเธอเช่นกัน มือขวาของเด็กหญิงผมหยักศกยกขึ้นยกลงเหมือนช่างใจมาซักพักแล้ว
"จะทำอะไรก็ทำ...ฉันไม่ว่าอะไรหรอก ขอแค่ตอนนี้เท่านั้น..."
มือข้างนั้นกำแน่นแล้วคลายออก เลื่อนขึ้นแหวกไปตามเส้นผมสีฟ้ายาวสลวยมันนุ่มลื่นจนสัมผัสทุกอย่างเริ่มคล้อยตาม
"สัญญากับฉันมาสิ..." สองมือที่โอบกอดรัดแน่นขึ้น
"เรื่องอะไร..."
"ที่เธอพูดไงยัยบื้อ...เธอต้องเป็นอย่างที่เธออยากเป็นให้ได้จริงๆ..." เธอเลื่อนใบหน้ามาสบเข้าไปในดวงตาเค้นความจริงทุกประการส่งตรงไปให้ถึงจิตใจ
"แล้ว...ฉันจะกลายเป็นท้องฟ้าของเธอเอง..." ไม่ทันที่คำสัญญาจะถูกเอ่ย ใบหน้าของเด็กหญิงทั้งสองก็เข้าใกล้กันมากขึ้นจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจของกันและกัน มันเหมือนเวลารอบข้างถูกหยุดลง
"สัญญาออกมาได้แล้ว..." น้ำเสียงของเธอแทบกระซิบริมฝีปากของเธอสั่นเบาๆหมายเค้นคำตอบให้จงได้
"ฉันสัญญา..."
ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่เพียงแค่คำสั้นๆ ที่เหมือนยาวนานมันทำให้หยดน้ำใสใสที่หางตาของเด็กหญิงผมฟ้าไหลลงมา มันเหมือนสิ่งที่เธอเฝ้ารอมาตลอดในที่สุดก็ถูกเติมเต็ม ริมฝีปากของเธอเข้าใกล้ขึ้นเรื่อยๆจนมันแทบจะติดกัน
"เฮ้ย!ๆ พวกแกกำลังทำอะไรกันอยู่!" เสียงหนึ่งตะโกนขัดจังหวะเดินแหวกพุ่มไม้ออกมา ร่างของเด็กหญิงทั้งสองสะดุ้งตื่นจากภวังค์ รีบผละตัวออกจากกันในทันทีต่างคนต่างหันทำไม่รู้ไม่ชี้ไปคนละทาง
"พวกแกไม่เคารพกฎกันเลยซักข้อ" เธอพูดพร้อมสะบัดผมที่มัดเป็นหางม้ายกสูงไปข้างหลัง ใบหน้าของเธอดูหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา เธอดูโตกว่าเด็กหญิงทั้งสองเล็กน้อย กิริยาท่าทางของเธอดูเหมือนเด็กผู้ชายมากกว่าเด็กผู้หญิงเสียด้วยซ้ำ
"ข้อแรก แกมันขี้ขโมยฉันเห็นทุกอย่าง!" เธอพูดพร้อมบิดหัวไหล่ไปมา แขนเล็กๆของเธอมีเส้นเลือดเส้นเล็กห่อหุ้มทั้งแขนจนเป็นสีเงินสองเท้าย่างเข้ามาใกล้
"ข้อที่สอง แกเข้ามาในพื้นที่ต้องห้ามครั้งแล้วครั้งเล่า! พวกไม่รู้จักกฎที่ตั้งไว้ฉันจะเป็นคนลงโทษพวกแกเอง" เธอเตะกิ่งไม้เล็กๆมาคาบไว้ข้างปากด้วยความเคยชิน
"ข้อที่สาม ลงมานี่ยัยหัวหยิกเราจะได้รู้ซักทีว่าใครเหนือกว่ากัน! คราวนั้นแกรอดไปได้อย่าคิดว่าคราวนี้จะโชคดีแบบนั้นอีก" แขนอีกข้างแข็งเกร็งจนสุดตั้งท่าเตรียมพร้อม เด็กหญิงผมหยักศกออกมายืนข้างหน้าเอาร่างบังเด็กหญิงผมฟ้าเอาไว้
"เข้ามาเลยยูซ่า! คราวนี้แหละเธอต้องร้องไห้สำนึกผิดที่ชอบมายุ่งกับฉันอย่างแน่นอน!" เธอกระโดดลงมาบนพื้น ชี้นิ้วไปยังเด็กหญิงผมหางม้าที่กำลังเกิดโทสะ
"ฉันจะปกป้องเธอเอง! คอยดูให้ดี" เธอแหงนคอไปทางผู้เฝ้ามองด้านหลัง ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นรู้เพียงแต่หัวใจของเอวากำลังพองโตเต้นไม่เป็นจังหวะ ไม่ทันจะได้หันกลับไปท่อนแขนที่เหมือนเหล็กกล้าก็พุ่งเข้ามาซัดที่กลางลำตัว โชคดีที่เธอใช้สองมืออันว่องไวกดแขนข้างนั้นลงพื้นแล้วกระโดดหลบไปทางด้านหลัง
"แกเล่นทีเผลอ!"
"การต่อสู้มันเริ่มตั้งแต่แกมายืนตรงหน้าฉันแล้ว!" หมัดอันแข็งแกร่งที่ป่นได้แม้กระทั่งก้อนหิน โจมตีต่อเนื่องจนไม่ทันได้พักหายใจ แต่ทุกการโจมตีเธอก็หลบได้ฉิวเฉียดทุกครั้งไป
"อย่ามาดูถูกฉันให้มาก! ไหนพลังของแกฉันขอดูหน่อย!"
เอวาบีบสองมือของตนลุ้นการต่อสู้ด้านล่างทุกการโจมตีเฉียดไปเฉียดมา เด็กหญิงผมหยักศกทำได้เพียงหลบหมุนวนไปรอบๆไม่แม้แต่โจมตีสวนกลับเธอกำลังมองหาช่องว่างอันน้อยนิด ทุกการโจมตีที่กระหน่ำเข้ามาทั้งรุนแรงว่องไว โอกาสเดียวเห็นจะเป็นตอนเธอดึงหมัดอันทรงพลังกลับ
"ฉันไม่มีพลังอะไรแบบนั้นหรอก! แต่ฉันมีนี่!" ท่อนขาของเธอเตะเข้าที่ใบหน้าของเด็กหญิงผมหางม้าอย่างจัง เธอเซไปทางด้านหลังเล็กน้อยใช้ปลายเท้าที่เปลี่ยนเป็นสีเงินจิกยันพื้นเพื่อไม่ให้ล้ม ผู้โจมตีผลกลับผลเป็นตรงกันข้าม เธอกลิ้งไปกับพื้นหน้าแข้งหักมีกระดูกสีขาวโผล่ออกมา เส้นเลือดกำลังเร่งโอบรัดเชื่อมต่อกระดูกเข้าหากันเธอลากท่อนขากระโดดหลบการโจมตีอีกระลอกไปทางด้านข้าง
"ฉันไม่รู้ไอ้ตัวไร้ประโยชน์แบบแกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง พลังอะไรก็ไม่มีซักอย่างอย่าคิดว่าแค่ฟื้นคืนสภาพได้ฉันจะนับว่าแกเป็นพวก!" หมัดอันทรงพลังกระแทกหน้าดินหมายเผด็จศึก คราวนี้โชคไม่เข้าข้างเศษดินยกขึ้นสูงบดบังหมัดสีเงินอีกข้างที่ซ่อนไว้มันทะลวงเข้ามาหมายเผด็จศึก
"ทุกคน! หยุดเดี๋ยวนี้!" เอวากรีดร้องดังลั่น ผมสีฟ้าปลิวว่อนกำแพงน้ำแข็งทิ่มแทงขึ้นมาจากพื้นเข้ากั้นกลางเด็กหญิงทั้งสอง ยูซ่าดึงหมัดนั้นกลับในทันทีก่อนที่จะโดนผลึกสีฟ้าทิ่มทะลุแขนจนขาดสะบั้น
"เธออย่าเข้ามาสอด! ยัยเด็กใหม่!" ยูซ่าชี้นิ้วต่อว่าพร้อมกระโดดเข้าหาหมายสั่งสอน เด็กหญิงผมฟ้าเห็นหมัดสีเงินพุ่งเข้ามา เธอลืมตัวถอยหลังด้วยความกลัว ยูซ่าเห็นดังนั้นก็ตกใจไม่แพ้กันพยายามจะหยุดยั้งพลังของตนแต่ไม่สามารถทำได้
ร่างของเด็กหญิงผมหยักศกวิ่งแซงไปอย่างรวดเร็วกระโดดออกไปหมายคว้าร่างของเธอเอาไว้ ภาพในหัวคนทั้งหมดเคลื่อนที่อย่างเชื่องช้า มือเล็กๆข้างนั้นเอื้อมจนสุดกระโดดตามร่างนั้นออกไป เธอคว้าตัวเด็กหญิงผมฟ้าที่แตกตื่นด้วยความตกใจไว้ได้แต่หาใช่บนพื้นดินไม่
"ท้องฟ้าอย่างนั้นหรือ..." เอวาเอื้อมมือออกไปแบบไม่รู้ตัวร่างสองร่างหมุนวนด้วยความรวดเร็ว เธอถูกโอบกอด จากเด็กหญิงผมหยักศกที่กัดฟันต้านแรงลมเอาไว้
"ฉันต้องการพลัง! พลังอะไรก็ได้! อ๊าก!!!" แต่ไม่มีคำตอบใดใด มีเพียงสายลมที่พัดผ่านร่างทั้งรุนแรงรวดเร็วดั่งจะฉีกพวกเธอเป็นชิ้นๆ เธอกดศีรษะเด็กหญิงผมฟ้าไว้แน่นซึ่งเป็นเพียงสิ่งเดียวที่เธอทำได้ อ้อมกอดอันบอบบางแขนสองข้างนั้นไม่เพียงพอที่จะปกป้องอีกร่างเมื่อล่วงหล่นสู่พื้นดิน ทุกอย่างคงจบสิ้นถึงแม้ร่างกายพวกเธอจะมีความสามารถในการฟื้นคืนสภาพ แต่ด้วยความสูงขนาดนี้ร่างของพวกเธอคงกระจัดกระจายแหลกเละไม่สามารถคาดเดาได้ถึงผลลัพธ์ที่จะเกิดขึ้น