หานลี่นั่งรออยู่นาน แต่ก็มิมีสิ่งใดปรากฎ เขาได้แต่ส่ายหน้าแลเดินเข้าไปในร้าน
หานลี่ปิดประตูร้านแลเร่งไปยังโรงปั้น สองตาของชายหนุ่มกวาดมองความเสียหายของโรงปั้น
" มีเพียงหลังคาที่พัง ประเดี๋ยวค่อยให้ช่างอู๋มาซ่อม " หานลี่พึมพำ
" วิ้ง " พลันปรากฎภาพของอารักษ์ตัวใหญ่ขึ้นในหัวสมอง
" เอ อารักษ์นี่มาจากที่ใด " หานลี่พึมพำ
เขาครุ่นคิดอยู่นานแต่ก็มิได้คำตอบ เพราะจู่จู่ภาพอารักษ์ก็ปรากฎขึ้นในหัวสมองอย่างมิทราบสาเหตุ
" ไหนๆก็มาแล้ว " หานลี่พึมพำ ชายหนุ่มเร่งเข้านวดดินอย่างรวดเร็ว
สวีอวี้ซวงยืนมองอย่างเงียบๆที่หน้าประตูโรงปั้น ทุกการกระะทำของชายหนุ่มนั้นสง่างามเป็ยิ่งนัก
ชายหนุ่มเปลือยอกเผยให้เห็นกล้ามเนื้อทุกมัด กล้ามเนื้อทุกมัดนั้นแกร่งกล้า เขาใช้พลังกายอันมากมายทั้งทุบ ทั้งตี ทั้งนวด ทั้งเฟ้นดิน
หยาดเหงื่อไหลราดรดอาบย้อมทั่วราง ยิ่งส่งให้ชายหนุ่มมีเสน่ห์มากยิ่ง
ใบหน้าที่หล่อเหลาแน่วแน่กับสิ่งที่ทำ ยิ่งขับให้ดูลุ่มลึกน่าค้นหา
สาวเ้ามองเห็นเช่นนี้ ร่างบางพลันสะท้าน สองมือกำแน่น ใบหน้าสวยแดงระเรื่อ
" นี่ข้าเป็อะไร " สวีอวี้ซวงพึมพำ หลังจากที่ตั้งสติได้
นางสะบัดความคิดฟุ้งซ่านออกไปอย่างรวดเร็ว พลางก้าวเท้าเดินเข้าไปในโรงปั้น
" ผู้าุโ มีสิ่งใดให้ข้าช่วยรึไม่ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
" มิต้องดอก เ้าเพิ่งหายประเดี๋ยวจะเจ็บซ้ำได้ " หานลี่เอ่ยออกมา
" อืม " สวีอวี้ซวงพยักหน้า แลเดินถอยหลังไปยังหน้าประตูโรงปั้น
สองตาของนางกวาดมองทั่วโรงปั้น พลันหัวคิ้วพุ่งเข้าชนกัน
" ทั่วโรงปั้นนี้มีเจตจำนงแห่งจิติญญาเช่นนั้นรึ " นางพึมพำ
สวีอวี้ซวงสูดหายใจเข้าลึก ทั่วร่างบางสั่นเทิ้ม เหงื่อกาฬไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่าง
" มิน่าเชื่อ งานปั้นของผู้าุโหานจะเต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งจิติญญา " สวี่อวี้ซวงพึมพำ
ว่าแล้วนางก็เดินไปยังส่วนทำสี ร่างบางหย่อนกายลงนั่ง พลางหยิบพู่กันมาระบายสียังตุ๊กตากระเบื้องของเหล่าศิษย์ที่จากไป
หานลี่เหลียวมองยังใบหน้างดงามล่มเมืองที่กำลังเพ่งสมาธิในการลงสี
" งดงามยิ่งนัก " หานลี่พึมพำ
" มวลมัจฉาว่ายถอยหนี หมู่วิหคบินพลัดหลง "
" จันทราขึ้นหลงทิศ บุปผาบานพลันเหี่ยวเฉา "
หานลี่ร่ายกวีเปรียบเปรยความงดงามของนาง ทำเอาฟ้าสะท้านดินะเื
เสียงก้องกังวานของชายหนุ่มดังล่องลอยไปไกลทั่วแว่นแคว้น หมู่ชนมากมายต่างกวาดตามองหาต้นเสียง
" เป็บทกวีที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก " ชายชราผู้หนึ่งพึมพำ
" ปรมาจารย์ตู้ นี่เป็บทกวีประเภทใดรึขอรับ " ชายหนุ่มเอ่ยถาม
" นี่เป็บทกวีชื่นชมสาวงาม ที่มิอาจจะสรรหาคำใดมาเปรียบได้ " ปรมาจารย์ตู้หรือ ตู้เจิ้งเอ่ยออกมา
" เสียงนี้เป็ของผู้ใดขอรับ " ชายหนุ่มเอ่ยถาม
" บอกตามตรงข้ามิรู้ " ตู้เจิ้งส่ายหน้า
" ข้ารู้เพียงว่า ผู้ประพันธ์บทกวีนี้เป็ยอดยุทธที่สูงส่ง จึงสามารถส่งเสียงไร้ขอบเขตได้ " ตู้เจิ้งเอ่ยออกมา
" รึจะเป็เซียนลงจุติยังโลกา " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา
เหล่าบัณฑิตน้อยใหญ่ต่างจรดพู่กันลงยังกระดาษ แลเร่งเขียนบทกวีลงไป
" หึ " สวีอวี้ซวงยกยิ้มออกมาบางเบา เมื่อได้ยินบทกวี
หัวใจของนางยามนี้นั้นสั่นสะท้านเป็อย่างยิ่ง นางมิอาจเชื่อได้เลยว่า ชายหนุ่มที่อยู่ต่อหน้าจะแต่งบทกวีเกี้ยวนาง
ในใจทั้งพองโต แลหวาดหวั่น ที่นางหวาดหวั่นนั้นคงเพราะเขาเองที่เป็ถึงผู้ไร้ตัวตนในใต้หล้า แต่กลับมาเกี้ยวมนุษย์เช่นนาง
" ที่แดนเซียนนั้นหาได้ไร้สาวงาม " นางพึมพำ
" แดนเซียน " หานลี่พึมพำ
เขามิรู้จักด้วยซ้ำว่าแดนเซียนเป็เช่นไร อย่าว่าแต่แดนเซียนเลย เมืองหลวงแคว้นต้าฟู่เขาก็ยังมิรู้จัก
" เอ รึว่าจะไปเมืองหลวงกับสวีอวี้ซวง " หานลี่พึมพำ
หากเขาไปเมืองหลวงพร้อมกับนางนั่นย่อมหมายความว่า เขาจะมีผู้ที่คอยปกป้อง หานลี่พยักหน้าช้าๆ
เขาได้ยินมาว่าตลอดการเดินทางไปเมืองหลวงนั้นเต็มไปด้วยอันตราย มิว่าจะเป็สัตว์อสูร โจรป่า ล้วนมีหมด
" ฮื่อห์ " ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาอย่างแรง
ชายหนุ่มสลัดความคิดทิ้งไป พลางเร่งปั้นหุ่นอารักษ์อย่างรวดเร็ว
ราวหนึ่งชั่วยามหุ่นอารักษ์ขนาดห้าฉื่อถูกปั้นแล้วเสร็จ หานลี่นำเอาหุ่นอารักษ์ส่งเข้าเตาเผา
ความร้อนแรงของเตาเผาปะทุออกมาเมื่อเปิดฝาเตา เพลิงสีส้มพวยพุ่งออกมาอย่างบ้าคลั่ง
" อือ " ร่างบางของสวีอวี้ซวงสั่นสะท้าน เหงื่อไหลหลั่งอาบย้อมทั่วร่าง
" เหตุใดจึงร้อนยิ่งนัก " นางพึมพำ
สองตาคู่สวยของนางมองยังหุ่นอารักษ์ที่ถูกส่งเข้าไปในเตาเผาที่ร้อนแรง
" แม่นางสวี เ้าพอจะมีแหวนมิติที่มิได้ใช้รึไม่ หากเ้ามีข้าขอซื้อต่อ " หานลี่เอ่ยออกมา
นางพยักหน้าช้าๆ พลางลูบแหวนมิติในมือ
" นี่เ้าค่ะ " สวีอวี้ซวงส่งแหวนมิติให้
" เ้าขายเท่าใด " หานลี่เอ่ยถาม
" ผู้าุโ ข้าน้อยมอบให้ท่านเ้าค่ะ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา
หานลี่มองยังใบหน้างดงามล่มเมือง พลางส่ายหน้า
" แหวนมิติของเ้าดูท่าทางแล้วแพงยิ่งนัก เ้าจะให้ข้าเปล่าๆมิได้ดอก " หานลี่เอ่ยออกมา
" เอาเช่นนี้ ข้าให้เ้าร้อยเหรียญทอง เ้าว่าเช่นใด " หานลี่เอ่ยออกมา
" เ้าค่ะ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา พลางยื่นสองมือรับเอาถุงใส่เหรียญ
ในหัวสมองของนางนั้นให้สับสนเป็ยิ่งนัก เพราะปากของชายหนุ่มบอกว่าแพง แต่กลับจ่ายให้นางเพียงหนึ่งตำลึงเงิน
แต่จะให้ทำสิ่งใดได้ เพราะหากเขา้าทั้งตัวของนาง เกรงว่านางคงมิมีโอกาสแม้นจะได้ชักกระบี่
" ขอบใจ " หานลี่เอ่ยออกมา
" จริงสิ " หานลี่เอ่ยออกมา พลางเดินไปยังกระบี่ของนางที่อยู่บนพื้น
ชายหนุ่มก้มเก็บกระบี่ " วู๊มม " พลันมวลอากาศรายรอบกระบี่ถูกบดอัดอย่างหนักหน่วง
" เปรี้ยะ " เส้นสายอัสนีเล็กจ้อยวิ่งวุ่นทั่วกระบี่ แสงม่วงแปลบปลาบทั่วเรือนกระบี่
" อา " ปากสวยเผยอออกเล็กน้อย ดวงตากลมโตพลันเบิกโพลง
" วิ้ง " พลันปรากฎลายสลักหงส์์ทั่วใบกระบี่ ลายสลักนั้นเต็มไปด้วยกลิ่นอายอันสูงศักดิ์ แสงห้าสีเรื่อเรืองสว่างไสวทั่วกระบี่
ั์ตาคู่สวยเบิกกว้าง เมื่อมองเห็นหงส์์ล่องลอยเหนือศีรษะของชายหนุ่ม
ร่างบางเผลอไผลเดินเข้าแนบชิดยังชายหนุ่มอย่างมิรู้ตัว สองตาของนางมองจ้องยังกระบี่ที่มีลวดลายหงส์์อย่างมิวางวาย
ในใจเต้นรัวเร็วมิเป็จังหวะ เหงื่อเย็นผุดขึ้นทั่วร่าง
หานลี่พลันสูดจมูก เมื่อกลิ่นหอมหวนล่องลอยเข้า เขาเบนหน้าไป
" ใกล้เกินไปรึไม่ " หานลี่พูดในใจ
เขามองยังหญิงสาวที่เวลาั์ตาของนางนั้น มองจ้องยังกระบี่ " คงเผลอตัว " หานลี่พูดในใจ
หานลี่เหยียดร่างถอย เพราะมิอยากทำสิ่งใดให้เป็ที่ขัดใจคุณหนูผู้สูงศักดิ์เช่นนี้
" แม่นางสวี " หานลี่เอ่ยออกมา พลางใช้สองมือประคองกระบี่ยื่นให้นาง
" อะ " สวีอวี้ววงตื่นจากภวังค์ พลางมองยังกระบี่หงส์์
นางยื่นสองมือออกไป ทั้งยังโค้งตัวลงต่ำรับเอากระบี่ของตนกลับคืน
" ขอบพระคุณผู้าุโ " สวีอวี้ซวงเอ่ยออกมา พลางรับเอากระบี่
" อือ " ร่างบองพลันสะท้านเมื่อััใบกระบี่
" พลังหงส์์ช่างแข็งแกร่งยิ่งนัก " นางพึมพำแลยกยิ้มออกมา
" อา " หานลี่ร้องครางออกมาเบาๆ
ในใจของหานลี่ให้หวั่นไหวเป็อย่างยิ่ง เมื่อเห็นใบหน้างามล่มเมืองยิ้มออกมา
หานลี่หวนคิดถึงวันวานที่ทำการรักษานาง ทรวดทรงองค์เอวยังคงติดตาตรึงใจของเขา
" หากไร้ซึ่งพลังคงมิอาจได้รับใจของนาง " หานลี่พึมพำ
เขาเองรู้ตัวดีว่าเป็เพียงช่างปั้นตุ๊กตา ทั้งมิมีวิทยายุทธ ไฉนเลยจะเชยชมสาวงามได้
" คิดแล้วก็ช้ำ " หานลี่พึมพำ
" ห๊ะ " สวีอวี้ซวงสะดุ้ง พลางมองยังชายหนุ่ม
" เมื่อครู่ผู้าุโว่าเช่นใดเ้าค่ะ " สวีอวี้ซวงเอ่ยถามอย่างงุนงง
หานลี่ยกยิ้มพลางส่ายหน้า