จักรพรรดิผีดิบ

    ตอนที่ 92 คุณหนูตระกูลคริธาเลีย

     ตอนที่ 92 คุณหนูตระกูลคริธาเลีย ใบหน้าของรองผู้อำนวยการบิดกระตุก ในส่วนลึกของจิตใจบังเกิดกลุ่มก้อนความกลัวขึ้นมา หากคำกล่าวของชายหนุ่มเป็นจริง ถ้ามันเป็นศิษย์ของยอดฝีมือผู้ลึกลับจริงๆ เขาย่อมทำอะไรไม่ได้อีกแล้ว ยอดฝีมือผู้นั้นเก่งกาจเพียงใดตนได้พบเห็นด้วยตาตัวเองแล้ว หากยังแส่หาเรื่องต่อให้เป็นผู้อำนวยการก็คงมิอาจยื่นมือเข้าช่วยได้ สีหน้าของรองผู้อำนวยการผิดเพี้ยนไปอย่างน่าประหลาด ใบหน้าโกรธขึงกลับกลายเป็นเรียบนิ่งเพราะทำตัวไม่ถูก กาติรัสกำลังสวมบทของศิษย์เซียนอาภรณ์ดำ ในเมื่ออาจารย์ของตนเองยิ่งใหญ่ค้ำฟ้า เขาจำเป็นต้องไล่ต้อนศัตรูให้จนมุม “เจ้ารู้จักกับอาจารย์ข้าหรือ?” รองผู้อำนวยการเอ่ยขึ้นอย่างกระอักกระอ่วน “พะ---พอรู้จักอยู่บ้าง” น้ำเสียงเคร่งขรึมกลับนิ่มนวลลงได้อย่างน่าตกใจ บรรดานักเรียนต่างเลิกคิ้วสูงขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับเหล่านายน้อยและคุณหนูจากตระกูลใหญ่ ใบหน้าของพวกเขาต่างบิดเบี้ยวไปตามๆกัน!! “ก็ดี ข้าจะได้ไม่ต้องพูดให้มากความ” กาติรัสกล่าวพลางโยนจดหมายฉบับหนึ่งไปทางรองผู้อำนวยการ จดหมายฉบับนั้นกระเด็นไปดุจลูกศรหลุดจากคันธนู รองผู้อำนวยการคว้าจดหมายได้ทันท่วงที ทันทีที่ชายวัยกลางคนเปิดซองขึ้นมา ทั่วร่างกลับกลายเป็นแข็งค้างในทันใด สายตาของรองผู้อำนวยการกวาดมองทุกตัวอักษรอย่างละเอียดถี่ถ้วนมิขาดตกไปแม้แต่ตัวเดียว “จะ---จดหมายเชิญ…” รองผู้อำนวยการกล่าวพลางสลับดูข้อความในจดหมายกับใบหน้ากาติรัสไปมา “จดหมายเชิญจากท่านปรมาจารย์…” ฉับพลันนั้นเองที่บรรยากาศทั่วทั้งร้านอาหารปกคลุมไปด้วยความหนาวเหน็บเสียดแทงกระดูก ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นเคลือหากแต่ฉะฉาน นักเรียนทั่วทั้งร้านได้ยินถ้อยคำเหล่านั้นอย่างชัดเจน ใบหน้าลุ้นระทึกของเหล่านักเรียนที่ปรารถนาจะเห็นใบหน้าสิ้นหวังของผู้บุกรุก สีหน้าเหล่านั้นผันเปลี่ยนอย่างฉับพลัน ใบหน้าแข็งค้างเริ่มปรากฏสีหน้าหวาดกลัว สำหรับในเมืองหลวงเทพมนุษย์ ใครไหนเล่าจะไม่รู้จักเหล่าห้าปรมาจารย์ผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดซึ่งเป็นรองเพียงแค่ท่านเทพมนุษย์ หากไม่นับตัวของเทพสงครามและท่านเทพมนุษย์แล้ว ชายชราทั้งห้าคือจุดสูงสุดอย่างแท้จริง!! ผลงานห้าวหาญมากมายจนทำให้ชื่อเสียงก้องลือชา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลงานด้านการขับไล่เผ่าพันธ์นอกดินแดนและการทำสงครามกับเผ่าปีศาจ คุณงามความดีของพวกเขาทำให้เหล่าประชาชนจดจำและนับถือเคารพประหนึ่งเทพไร้ต้าน และในช่วงเวลานี้ เหล่านักเรียนสถาบันมังกรและรองผู้อำนวยการกำลังต่อต้านกับชายหนุ่มผู้หนึ่ง หนำซ้ำ ชายหนุ่มผู้นั้นยังถูกแนะนำมาโดยปรมาจารย์!! “ทะ---ท่านต้องตาฝาดไปแล้วแน่ๆ” เปเรสกล่าวเสียงสั่นพลางฟันกระทบปาก ชายหนุ่มเอ่ยขึ้นเพราะไม่เชื่อสิ่งที่ตนได้ยิน การยั่วโทสะของห้าปรมาจารย์คือเรื่องโง่เขลาที่สุดในชีวิต มีเพียงคนโง่บรมเท่านั้นที่กล้ากระทำ!! บนชั้นสาม เหล่ารุ่นเยาว์ที่กล้าแกร่งที่สุดใบหน้ากลับกลายเป็นซีดเผือดโดยทั่วกัน เนื่องจาก ห้าปรมาจารย์มีสถานะสูงส่งกว่าตระกูลโรมาเนียและตระกูลยอร์คเป็นอย่างมาก ฝูงชนถึงกับสร้างรูปปั้นในกลางตลาดเบญจราชเพื่อสรรเสริญพวกเขา ด้วยเหตุนี้ มันทำให้เหล่านายน้อยและคุณหนูจากตระกูลโรมาเนียและตระกูลยอร์คหวาดกลัว!! จะเว้นเสียแต่เพียงนิโครัส ชายหนุ่มยังคงท่าทีสุขุมเยือกเย็นเพราะเบื้องหลังของเขาล้วนไม่ธรรมดา!! รองผู้อำนวยการไม่กล่าวตอบเปเรสพลางส่งสายตาขมขื่นไปทางมัน  จดหมายฉบับนี้เป็นของจริงอย่างไม่ต้องสงสัย ทุกตัวอักษรต่างถ่ายทอดพลังอันทรงอำนาจออกมา อีกทั้ง มีหรือที่รองผู้อำนวยการจะจำลายมือของปรมาจารย์ไม่ได้ “เป็นความผิดของทางเราที่ไม่ตรวจสอบให้ละเอียดดี” รองผู้อำนวยการกล่าวพลางคอตกด้วยความรู้สึกผิดจุกอก ชายวัยกลางคนไม่กล้าแม้แต่จะมองหน้ากาติรัส จดหมายเชิญจากปรมาจารย์ว่าน่ากลัวแล้ว ตัวตนของสาวน้อยฟีนิกซ์ข้างกายมันกลับทำให้มันสะพรึงกลัวยิ่งกว่า!! ชายวัยกลางคนมิได้หวาดกลัวสาวน้อยสิบสองปี มันหวาดกลัวเซียนอาภรณ์ดำ!! “อย่าได้ถือสา ข้าก็มีส่วนผิดเช่นกัน ข้ายังมิได้เป็นศิษย์ของสถาบันมังกรอย่างเป็นทางการ หากยังละเมิดเข้าร้านมาโดยตามใจชอบ ท่านให้อภัยข้าได้หรือไม่?” กาติรัสกล่าวขึ้น ใบหน้าของชายหนุ่มเรียบนิ่งดั่งสายน้ำ ภายใต้ท่าทีนิ่งสงบของจักรพรรดิ มันกลับกลายเป็นแรงกดดันค้ำฟ้าต่อผู้คนรอบข้าง “ขะ---ข้ามิกล้า ท่านมิได้กระทำผิดอันใด” รองผู้อำนวยการกล่าวอย่างลนลาน ในช่วงเวลาเดียวกัน ชายวัยกลางคนพลันร่อนกายลงจากอากาศเพื่อให้เกียรติแก่ชายหนุ่มเบื้องหน้า อยู่สูงกว่าผู้สูงศักดิ์มันมิใช่สิ่งที่ถูกต้อง! ภาพพจน์สูงส่งของชายวัยกลางคนพังด้วยน้ำมือของตัวเขาเอง ใบหน้าหยิ่งทรนงโอหังกลับกลายเป็นนนอบน้อมอย่างสุดแสนประหนึ่งพูดคุยกับราชัน “ดี! หนี้แค้นคือว่าสะสางกัน พรุ่งนี้เช้าข้าไปจะที่สถาบันมังกรเพื่อรายงานตัว” กาติรัสกล่าวพลางเดินตรงไปทางบันได ชายหนุ่มเดินผ่านชายวัยกลางคน,ริชาร์ดและแดงฟ้า เนื่องจากพวกเขาทั้งสามอยู่ข้างบันได จักรพรรดิไม่แม้แต่จะสายตามอง นิสเวมไม่รอช้า สาวน้อยฟีนิกซ์เดินตามหลังของกาติรัสด้วยท่าทีเป็นกังวล เธอยังหวาดกลัวต่อสิ่งรอบข้างอยู่ ในจังหวะที่จักรพรรดิเดินผ่าน ริชาร์ดและแดงฟ้าปรากฏหงาดเหงื่อพร่างพรายทั่วใบหน้า เมื่อพวกเขาอยู่ใกล้จักรพรรดิ แรงกดดันปริศนาคล้ายทวีความรุนแรงขึ้นส่งผลให้ขาของทั้งคู่สั่นเทา ริชาร์ดและแดงฟ้าไม่กล้าหาญพอจะมองหน้าจักรพรรดิ ชายหญิงทั้งสองก้มหน้าลงด้วยความกลัว แม้กระทั่งรองผู้อำนวยยังนิ่งสนิทไม่กล้าลงมือทำสิ่งใด จวนจนชายหนุ่มและสาวน้อยฟีนิกซ์เดินออกจากร้านไป รองผู้อำนวยการก็ไม่กระทำอันใด!! เป็นความอัปยศหาใดเปรียบ!! ชายวัยกลางคนได้แต่ทำใจยอมรับเท่านั้น!! “รองผู้อำนวยการคะ!! ทำไมท่านถึงปล่อยคนชั่วช้าเช่นนั้นไป!!” ริต้าแผดเสียงก้อง เธอยอมรับไม่ได้เด็ดขาด! มันเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้!! ชายคนนั้นทำร้ายพนักงานปางตายแล้วยังได้รับการอภัยโทษเสียเฉยๆ นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน!! แน่นอน ริต้าได้ยินถ้อยคำของรองผู้อำนวยการเป็นอย่างชัดเจน ชายคนนั้นได้รับการแนะนำมาจากปรมาจารย์โดยตรง ถึงกระนั้น เธอมิอาจทำความเข้าใจเรื่องเซียนอาภรณ์ดำ… “บ้าที่สุด!” ริต้ากล่าวพลางวิ่งตรงออกไปจากร้าน หญิงสาวไล่ตามเส้นทางที่บุรุษผู้นั้นเดินจากไป ในช่วงเวลานี้เองที่ร้านอาหารมังกรคู่พลันเงียบสงัดดุจป่าช้า บรรยากาศมีเพียงความอึดอัดน่าระทม พวกเขาถูกหยามหน้ากันซึ่งหน้าหากแต่ไม่อาจต่อต้านได้เลย เหล่านักเรียนบางส่วนถอนหายใจอย่างโล่งอก บรรยากาศกดดันเริ่มคลี่คลายลงหลังจากชายหนุ่มคนนั้นเดินออกไป ในที่นี้ ไม่มีใครสนใจริต้าที่วิ่งออกไปจากร้านเลยสักคน พวกเขาราวกับคนที่รอดพ้นมาจากหุบเหวแห่งความตายจนลืมสิ่งรอบข้างไปหมด “รองผู้อำนวยการ…” ริชาร์ดกล่าวขึ้น “เฮ้อ---ไม่ต้องพูดอะไรทั้งนั้น ข้าเหนื่อยแล้วข้าอยากจะไปพักผ่อน” รองผู้อำนวยการกล่าวก่อนเดินไปทางห้องครัวด้วยสีหน้าเศร้าสลด ชายวัยกลางคนทำเพื่อสถาบันอย่างแท้จริง การมีปัญหากับเซียนอาภรณ์ดำมิใช่เรื่องเล็กน้อย มันอาจเป็นผลร้ายต่อสถาบันมังกรอย่างใหญ่หลวง ถึงกระนั้น มันมิอาจปัดป้องความจริงว่าเขาไม่สามารถทวงความยุติธรรมให้กับพนักงานได้ มันคือความโหดร้ายของโลกใบนี้ …. ริต้าวิ่งอย่างสุดกำลัง ท่ามกลางฝูงชนมากหน้าหลายตา ในที่สุด เธอก็เจอกับชายผู้นั้น ผู้บุกรุก! โดยที่ข้างกายของเขายังมีสาวน้อยผมแดงอยู่เคียงข้าง ความโกรธสุดระงับได้ ริต้ากล่าวตะโกนอย่างโกรธา “เจ้าคนชั่ว! เจ้าทำแบบนี้ไปเพื่อะไร!!” กาติรัสสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่มุ่งมาทางตนอย่างชัดเจน ชายหนุ่มหันหลังมองไปทางหญิงสาวเบื้องหน้าด้วยแววตาไร้อารมณ์ หญิงสาวคนนี้ไม่ได้วิเศษอะไรนัก ยังนับว่าธรรมดาเลยทีเดียว ใบหน้าเฉยชาของจักรพรรดิไม่ผันเปลี่ยนก่อนเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงไร้อารมณ์ “เจ้าเป็นใคร?” “นามของข้าคือริต้า! เป็นนักอักขระระดับต่ำ! ข้ามาเพื่อทวงความยุติธรรม!!" ริต้ากล่าวอย่างฉะฉาน ใบหน้าของหญิงสาวแสดงความจริงจังถึงขีดสุด เธอรักยิ่งในความถูกต้อง เหตุบางส่วนมีอิทธิพลมาจากผู้นำตระกูลคริธาเลีย… ผู้นำของตระกูลคริธาเลียเป็นคนที่เธอนับถืออย่างยิ่งยวด “ความยุติธรรม?” กาติรัสเอ่ยขึ้นอย่างฉงน ชายหนุ่มสำรวจหญิงสาวเบื้องหน้าคราหนึ่ง “สิ่งใดไม่ยุติธรรม?” “เจ้าลืมไปแล้วรึไงว่าตนเองได้ทำร้ายพนักงาน!” ริต้ากล่าวด้วยน้ำเสียงขึงขัง  ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น เธอจะต้องทำให้ชายหนุ่มผู้นี้มารับโทษให้จงได้ “ข้าน่ะหรือทำร้าย? เจ้ามีหลักฐานอันใด?” กาติรัสกล่าว ชายหนุ่มตอบโต้กับหญิงสาวด้วยท่าทีสบายๆ ในขณะเดียวกัน นิสเวมซึ่งกำลังแอบอยู่ข้างหลังของกาติรัสโดยโผล่ใบหน้างดงามเพียงบางส่วนให้เห็น สาวน้อยมองเหตุการณ์เบื้องหน้าอย่างเงียบเชียบ “อึก…” ริต้ากลืนน้ำลายคำโต ความจริงที่มิอาจปฏิเสธได้ในเหตุการณ์นั้น จู่ๆพนักงานก็ล้มไปนอนกับพื้น ไม่มีหลักฐานใดยืนยันได้ว่าชายหนุ่มเป็นผู้กระทำ ถึงกระนั้น เธอยังคงมั่นใจอย่างเปี่ยมล้นว่าเขาเป็นตัวการ!! “ท่านไม่มีทางอยู่ได้หรอก…” ริต้าสาปแช่งพลางกัดริมฝีปากแน่น เธอไม่เคยโกรธใครขนาดนี้มาก่อน เมื่ออยู่ต่อหน้าความชั่วร้ายแล้วทำอะไรไม่ได้ มันน่าอัปยศสิ้นดี! “ความยโสโอหัง ความไม่ยอมคน สีหน้าของคนที่ทำร้ายผู้อื่นราวกับเป็นเรื่องปกติ คนชั่วช้าแบบเจ้าน่ะ! อยู่ได้ไม่นานหรอก!! พระเจ้าจะต้องลงทัณฑ์เจ้าแน่ๆ!! คิดหรือว่ามีเพียงพลังอย่างเดียวจะช่วยเจ้าได้น่ะ!!” คำกล่าวของริต้ากลับทำให้กาติรัสคิ้วขมวดมุ่น คำกล่าวของเธอถูกต้องอยู่หลายประการ ทว่า มันมีบางอย่างที่ผิด “เจ้ายังไม่เข้าใจอำนาจของพลัง” กาติรัสมองไปทางริต้าด้วยแววตาเบื่อหน่ายดุจสัตว์ประหลาดเฒ่า “พลังสามารถทำได้ทุกอย่าง” “ไม่จริง!!!” ริต้าตอบโต้ในทันควัน “ข้าเจอคนมาก็มาก มันมีจำพวกแบบเจ้าอยู่ แน่นอน! พวกมันต่างชั่วช้า!! ชะตากรรมของคนแบบเจ้าคือถูกผู้คนรัจเกียจก่นด่าสาปแช่ง เจ้าคิดหรือว่านิสัยแบบนั้นจะอยู่รอดได้ในสังคมน่ะ!! เจ้าพวกชั่วที่มั่นใจในพลังตัวเองล้วนตกตายเพราะหลงในพลัง!!" “เจ้าพูดมากเกินไปแล้วนะสาวน้อย” กาติรัสหางคิ้วกระตุก เขาตระหนักรู้ถ้อยคำของเธอเป็นอย่างดี เขาเข้าใจดียิ่งกว่าใครๆ “ใครก็ตามที่อยู่รอดไม่ได้ แสดงว่า มันยังมีพลังไม่มากพอ" น้ำเสียงและท่าทีของชายหนุ่มไม่เหมือนกับคนอายุสิบห้าสิบหกปีเลย เหมือนดั่งว่าเป็นตาเฒ่าผ่านโลกมามาก ฉับพลันนั้น แววตาของริต้าเบิกโตกว้าง ถ้อยคำของชายหนุ่มราวกับหอกยาวแทงทะลุหัวใจ มันเปิดมุมมองของโลกใบนี้ให้กว้างขึ้น แววตาแข็งค้างจ้องมองกาติรัสประหนึ่งรูปปั้น ในห้วงความคิดของหญิงสาวมีเพียงแต่ถ้อยคำของเขาวนซ้ำไปมา “มีพลังไม่มากพอ…” กาติรัสเดินจากไปอย่างไม่รีรอพร้อมกับสาวน้อยผมแดง น้อยครั้งนักที่เขาจะพูดมากขนาดนี้ อาจเป็นเพราะว่า ริต้าไปสะกิดต่อมในอดีตของชายหนุ่มโดยไม่ตั้งใจ …. พื้นที่ตระกูลคริธาเลียเรียกได้ว่ากว้างใหญ่ไพศาลนับพันพันไร่ ด้วยคุณงามความดีของเทพสงครามทำให้ชายชราได้รับที่ดินจากทางราชวงศ์ไปเป็นจำนวนมาก ยังมีบางส่วนที่ผู้ชราเป็นผู้ยึดมาด้วยตัวเอง ที่ดินมากมายเหล่านั้นกลายเป็นรากฐานสำคัญของตระกูลคริธาเลียไปโดยปริยาย คุณงามความดีค้ำฟ้าของเทพสงครามมิอาจทำให้ผู้คนในตระกูลลืมได้ลง ยิ่งมาถึงรุ่นผู้นำคนปัจจุบัน เขาก็ได้ขยายอำนาจไม่ว่าจะทางกิจการของตระกูลหรือแม้กระทั่งที่ดินที่เพิ่มขึ้น โดยในตระกูลคริธาเลียจะแบ่งส่วนสำคัญหลักๆออกเป็นสามส่วน หนึ่ง-ทิศเหนือซึ่งใช้ในสำหรับทำการเกษตร ไม่ว่าจะพืชพรรณต่างๆ นานาหรือแม้กระทั่งการหาล่าสัตว์ล้วนประจบกันที่ทิศเหนือ สอง-ทิศใต้ซึ่งใช้สำหรับการประลองเหล่าลูกหลานในตระกูล เป็นสถานที่สำคัญพอสมควร สาม-ศูนย์กลางของตระกูลคริธาเลีย ที่พำนักของผู้นำตระกูลคริธาเลีย รวมไปถึงสวนสมุนไพรและการเลี้ยงสัตว์อสูรที่สำคัญต่างๆ กล่าวได้ว่า ศูนย์กลางของตระกูลคริธาเลียเปรียบได้ดั่งรากฐานของตระกูล ถ้าสถานที่แห่งนี้ถูกทำลาย รากฐานนับพันปีของตระกูลคริธาเลียย่อมถูกบั่นทอนลงครึ่งหนึ่ง!! ในช่วงเวลานี้ที่จวนของผู้นำตระกูลคริธาเลีย ภายในห้องโถงขนาดใหญ่ปรากฏผู้คนมากมายคนเรียงประกบซ้ายขวา เหล่าผู้มีสถานะสูงส่งของตระกูลต่างมารวมตัวกันอยู่ที่นี่ ใบหน้าของเหล่าผู้คนในตอนนี้เต็มไปด้วยความร้อนรนและตื่นเต้น แต่ทว่า ผู้คนเหล่านั้นกำลังอยู่ในท่าลุกเข่าก้มหัวเคารพ ไม่เว้นแม้แต่ผู้อาวุโสของตระกูล คนของตระกูลคริธาเลียทั้งหมดต่างก้มหัวให้ชายคนหนึ่ง… “น้อมเคารพฝ่าบาท…” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวด้วยความเคารพอย่างสุดแสน  เมื่อครั้นองค์ชายยังทรงพระเยาว์ ผู้คนในตระกูลแทบก้มหัวกันให้วุ่น องค์ชายมักจะมาที่ตระกูลคริธาเลียบ่อยๆเพื่อมาเยี่ยมเยียนสาวน้อยคนหนึ่งซึ่งในตอนนี้ พวกเขาทั้งคู่ต่างได้เป็นคู่หมั้นหมายกันโดยผู้ใหญ่ล้วนเห็นชอบกันทั้งสองฝ่าย ทั้งคู่เหมาะสมกันราวกับกิ่งทองใบหยก ฝ่ายชายคือราชวงศ์ผู้ที่จะขึ้นเป็นเทพมนุษย์รุ่นถัดไป ฝ่ายหญิงคือลูกหลานของเทพสงคราม อีกทั้ง ชื่อเสียงของพวกเขาทั้งคู่ล้วนอยู่ในเกณฑ์ดีเลิศประเสริฐสี  คุณหนูตระกูลคริธาเลียถูกกล่าวถึงความงามอันล้ำเลิศไม่เป็นรองใครในใต้หล้า ทั้งความสามารถ ทั้งพรสวรรค์ ในขณะเดียวกัน องค์ชายถูกกล่าวขานในฐานะบุรุษมากเสน่ห์ ใบหน้าหล่อเหลากระตุกจิต ความสามารถยังเรียกได้ว่าล้ำเลิศที่สุด!! ยากจะหารุ่นเดียวกันที่ทาบเทียมด้วยได้ “ลาซิเฟียอยู่ไหน?” องค์รัชทายาทกล่าวพลางกวาดตามองเหล่าผู้อาวุโสที่นั่งเรียงอยู่ทางด้านซ้ายและขวา ผู้อาวุโสมีมากถึงสิบห้าคนด้วยกัน “ฝ่าบาท ท่านประมุขกำลังไปตามคุณหนูพะยะค่ะ” ผู้อาวุโสหนึ่งกล่าวตอบ ..สเตตัสปัจจุบัน...
    ชื่อ:กาติรัส อันเดลัส(เพศชาย) อายุ:15ปี เผ่าพันธุ์:มนุษย์กึ่งอันเดด อายุขัยโดยธรรมชาติ:อนันต์เลเวล:10,921 พลังกาย:72,287,019 พลังเวทย์:73,008,754 อาชีพ:จักรพรรดิผีดิบ