เวลาหนึ่งปีผ่านไป ตลอดหนึ่งปีมานี้สามอาณาจักรได้กลับสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง และด้วยเม็ดยาสมุนไพรความบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนที่หวังเหว่ยได้วางจำหน่ายไว้ในร้านค้าของเขา อาณาจักรมนุษย์จึงเริ่มพัฒนาขึ้นมาทัดเทียมกับอาณาจักรเทพมังกรและอาณาจักรเทพวิหคแล้ว ทางด้านหวังเหว่ยและเหล่าสัตว์อสูร พวกเขาได้ตั้งหน้าตั้งตาฝึกฝนกันอย่างหนัก อีกทั้งพวกเขายังได้กินเม็ดยาสมุนไพรที่หวังเหว่ยได้หลอมสร้างขึ้นจากสมุนไพรระดับเซียนที่มีอายุนับแสนปีหลายร้อยชนิดเพื่อเพิ่มระดับเลเวลของพวกเขา ทำให้ในตอนนี้หวังเหว่ยและเหล่าสัตว์อสูรของเขาได้มีระดับเลเวลอยู่ที่99กันทุกคนแล้ว! “นายท่านหรือว่าระดับเลเวล100 จะเป็นเพียงตำนานเจ้าค่ะ ?” ฉิงเหม่ยกล่าวด้วยความรู้สึกปวดใจเล็กน้อย เมื่อนางได้เห็นหวังเหว่ยพยายามอย่างหนักนับร้อยนับพันวิธี เพื่อที่จะพัฒนาไปเป็นระดับเลเวล100ให้ได้ “อืม... ข้าเองก็ยังไม่แน่ใจนัก แต่ในเมื่อข้ายังมีโอกาสฝึกฝนตนเองให้แข็งแกร่งขึ้น ข้าก็อยากจะทำให้เต็มที่” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น “ข้าเข้าใจแล้วเจ้าค่ะ เช่นนั้น ข้าขอตัวกลับไปพักผ่อนก่อนนะเจ้าค่ะ” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้กลับไปพักผ่อนภายในอาคารที่พักของนาง เวลาผ่านไปสามชั่วโมง ตู้ม! เสาแสงสีดำขนาดใหญ่สิบสายได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าจากสิบจุดพร้อมกัน ในทันทีที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้นเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยที่อยู่ภายนอกมิติแดนอสูรได้ติดต่อกับหวังเหว่ยเพื่อบอกเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ทำให้หวังเหว่ยและเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์ทุกคนที่อยู่ภายในมิติแดนอสูรออกมาจากมิติแดนอสูรเพื่อเฝ้าดูเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น “นายท่านจะเกิดอะไรขึ้นต่อไปเจ้าค่ะ... ” ฉิงเหม่ยในร่างนักสู้สัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์กล่าวถามหวังเหว่ย “บางทีสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นคงกำลังใช้พลังจากผลึกเมืองปีศาจทั้งสิบทำลายผนึกของตนเองอยู่ พวกเจ้าทุกคนเตรียมพร้อมต่อสู้” หวังเหว่ยกล่าวขณะนำดาบเพลิงโลหิตออกมาเตรียมพร้อมต่อสู้ “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” เหล่าสัตว์อสูรทั้งหมดได้นำอุปกรณ์ประเภทศาสตราวุธของตนออกมาหลังจากกล่าวจบ เวลาผ่านไปสิบนาที แควกกกก เสียงท้องฟ้าที่ถูกแหวกออกจากกันได้ดังขึ้น จากนั้นได้มีมือขนาดใหญ่ค่อยๆออกมาจากช่องว่างบนท้องฟ้าที่ถูกแหวกออกอย่างช้าๆ “ในที่สุดข้าก็ได้กลับมายังพิภพแห่งนี้อีกครั้ง” เสียงอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงได้ดังขึ้นในทันทีที่ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตตนนั้นลอดผ่านช่องว่างบนท้องฟ้าเข้ามาได้ “ทุกคนใช้คลื่นพลังปราณอสูรโจมตีสุดกำลัง” หวังเหว่ยกล่าวเสียงดังพร้อมกับรวบรวมพลังปราณอสูรของเขามาไว้บนตัวดาบเพลิงโลหิตเพื่อใช้ "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" ดาบที่ห้า ฮ้าห์ ครื่นนนนนนนนนน ซูมมม ซูมมม ซูมมม คลื่นพลังปราณอสูรนับแสนสายได้พุ่งตรงไปที่ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตชั่วร้าย ตู้ม ตู้ม ตู้มมม “คลื่นลำแสงที่คันยุบยิบนี่มันอะไรกัน ?” เสียงอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงได้ดังขึ้นอีกครั้งหลังจากที่ถูกโจมตีด้วยคลื่นพลังดาบของหวังเหว่ยและคลื่นพลังปราณอสูรที่รุนแรงของเหล่าสัตว์อสูรระดับเลเวล99 ถึงหนึ่งแสนคน! “หืม! ร่างกายของมันช่างแข็งแกร่งและทรงพลัง แต่ข้าไม่เชื่อหรอกว่าเจ้าจะไม่มีจุดอ่อน ทุกคนใช้ทักษะบินพวกเราจะเข้าไปโจมตีมันในระยะใกล้” “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ ” หลังจากกล่าวจบเหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กว่าหนึ่งแสนคนได้ใช้ทักษะบินตามหวังเหว่ยไปอย่างรวดเร็ว ในทันทีที่เข้ามาใกล้สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายราว500เมตร หวังเหว่ยได้สั่งให้เหล่าสัตว์อสูรร่างมนุษย์กลายร่างกลับไปเป็นสัตว์อสูรและเริ่มทำการโจมตีสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายด้วยคลื่นทักษะผสานในทันที ครื่นนน ครื่นนน ครื่นนน ตู้ม ตู้ม ตู้ม! อ๊าคคคค “เจ้าพวก !” สายตาที่ดูชั่วร้ายและเย็นชาได้จ้องมองมาทางกลุ่มของหวังเหว่ย “โจมตี” คาเรนกล่าวสั่งการให้เหล่าสัตว์อสูรมดยอดฝีมือหลายหมื่นตนใช้ทักษะผสานลับขั้นสุดยอดโจมตีไปยังใบหน้าของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายในทันที บึ้มมมม! อ๊าคคคคคคค ใบหน้าของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้ถูกกระแทกจนถอยร่นกลับเข้าไปในช่องว่างของท้องฟ้าที่ถูกแหวกออกจนเหลือแค่มือในทันที เนื่องจากทักษะผสานลับของเหล่ามดยอดฝีมือมีความรุนแรงถึงขั้นสามารถลบอาณาจักรหนึ่งให้หายไปได้! “โจมตีต่อไปด้วยพลังทั้งหมดที่มี !” หวังเหว่ยกล่าวพร้อมกับยกดาบเพลิงโลหิตขึ้นฟ้าเพื่อเริ่มรวบรวมพลังปราณอสูรอีกครั้งเพื่อใช้ "ทักษะเจ็ดดาบทลายมิติ" ดาบที่เจ็ด ออร่าพลังปราณอสูรสีแดงอันน่าครั่นคร้ามได้ขยายขนาดสูงขึ้นเหนือดาบเพลิงโลหิตหลายสิบเมตร “ถึงจะยังสังหารเจ้าไม่ได้ แต่หากไล่ต้อนให้เจ้าถูกผนึกต่อไปได้พวกข้าก็จะมีเวลาเพิ่มขึ้น” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ฟาดดาบลงไปทางมือขนาดใหญ่ของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายในทันที ตู้มมมม มือสีดำทมิฬขนาดใหญ่ได้หายเข้าไปภายในท้องฟ้าที่ถูกแหวกออก จากนั้นท้องฟ้าก็ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมในทันที “นายท่าน พวกเราทำสำเร็จแล้วหรือเจ้าค่ะ ?” คาเรนกล่าวถามหวังเหว่ย "ความรู้สึกที่ไม่สบายใจนี่มันอะไรกัน" หวังเหว่ยคิดในใจขณะยืนเหม่อมองท้องฟ้าที่ได้กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว “ฮ่าๆๆ ถือว่าเป็นโชว์เล็กๆที่ใช้ได้นะ แต่หากเจ้ายังไม่ได้พัฒนาไปถึงระดับเลเวล100 เจ้ากับข้าก็ยังมีช่องว่างของระดับพลังที่ห่างชั้นกันมากนัก” น้ำเสียงเย็นชาอันน่าประหวั่นพรั่นพรึงได้ดังขึ้นทางด้านหลังของหวังเหว่ย หวังเหว่ยจึงได้รีบหันไปมองในทิศทางที่เสียงดังขึ้นอย่างรวดเร็ว ฉึก เสียงออร่ากรงเล็บอันแหลมคมของชายวัยกลางคนที่มีผิวสีดำทมิฬคนหนึ่งได้แทงทะลุร่างของหวังเหว่ยในทันทีที่หวังเหว่ยหันไปมองเขา “เจ้าคือสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้น !” หวังเหว่ยกล่าวก่อนจะสลบไป เนื่องจากถูกพลังอันชั่วร้ายผนึกจิตวิญญาณเอาไว้ “นายท่าน !” เหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยกล่าวขึ้นพร้อมกันเสียงดัง ทำให้สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายหันมาแสยะยิ้มจ้องมองพวกเขา “ไม่ต้องห่วง ข้าจะส่งพวกเจ้าตามเขาไปเอง” หลังจากกล่าวจบ สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้เรียกลูกบอลพลังปราณอสูรจำนวนหลายหมื่นลูกออกมารอบตัวเขาและได้เริ่มสั่งให้บอลพลังปราณอสูรโจมตีเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยในทันที ตู้ม ตู้ม ตู้ม! “ปกป้องนายท่านเอาไว้ ถึงแม้พวกเราจะต้องตายกันทั้งหมดก็ตาม !” เหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยกล่าวขึ้นเสียงดังพร้อมกับใช้พลังทั้งหมดที่มีพุ่งเข้าโจมตีสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย เพื่อทำให้เขาถอยห่างออกจากหวังเหว่ย “โฮ้! เช่นนั้นก็มาดูกันว่าพวกเจ้าจะอยู่เล่นเป็นเพื่อนข้าได้นานแค่ไหน” หลังจากกล่าวจบ สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้เริ่มไล่ล่าสังหารเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยในทันที ซึ่งเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยได้ต่อสู้จนสุดกำลังโดยไม่ปริปากร้องออกมาแม้แต่น้อยขณะถูกสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายสังหาร ในระหว่างนั้นเอง ฉิงเหม่ยได้เข้ามาโอบกอดหวังเหว่ยอย่างรวดเร็วทั้งน้ำตา วิหคน้อยและเด็กชายตัวน้อยอีกหกคนได้ปรากฏตัวขึ้นล้อมรอบหวังเหว่ย และได้พากันหันไปจ้องมองสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายด้วยสายตาที่เย็นเยียบ “พี่สาวข้าจะสังหารมันให้ได้ต่อให้ต้องสละชีวิตของข้าก็ตาม” อินิสกล่าวออกมาเสียงดัง “เจ้าไม่ต้องเป็นห่วงอินิส ต่อให้ข้าต้องสละชีวิต ข้าก็จะสังหารมันให้จงได้” วิหกน้อยที่ดวงตาแดงฉานกล่าวพร้อมกับหันไปมองฉิงเหม่ย “ท่านแม่ มีเพียงทำให้ท่านตื่นขึ้นเท่านั้นพวกเราถึงจะสามารถรอดจากวิกฤตครั้งนี้ไปได้ !” หลังจากกล่าวจบวิหคน้อยได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ของนางกลายเป็นดวงแสงสีทองที่สว่างเจิดจ้าและได้พุ่งเข้าไปตรงหน้าผากของฉิงเหม่ยอย่างรวดเร็ว “อ๊าาาาา” ฉิงเหม่ยได้ร้องเสียงดังออกมาด้วยความเจ็บปวดในทันทีเนื่องจากความทรงจำในอดีตชาติของนางกำลังหลั่งไหลพรั่งพรูเข้ามาในจิตใต้สำนึกของ นางอย่างไม่ขาดสาย ทำให้ฉิงเหม่ยสามารถจดจำอดีตชาติทั้งหมดของนางได้ เวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ดวงแสงสีทองที่หม่นแสงลงได้ล่องลอยออกมาจากตรงบริเวณหน้าผากของฉิงเหม่ย “ซีน่าเจ้าเป็นอย่างไรบ้าง” ฉิงเหม่ยที่ได้รับความทรงจำจากในอดีตกลับมากล่าวขณะเข้ามาประคองวิหคน้อย “ข้าไม่เป็นไรท่านแม่ ข้าเพียงแค่ต้องพักฟื้นหลายวันหน่อยเท่านั้น” วิหคน้อยยิ้มออกมาขณะกล่าวอย่างอ่อนแรง “ซีน่า เจ้าไม่ต้องเป็นห่วง แม่รู้วิธีทำให้พ่อของเจ้าสามารถไปถึงระดับเลเวล100ได้แล้ว ในชาติที่แล้วพ่อของเจ้าไม่สามารถรวบรวมสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ครบทั้งเจ็ดธาตุเนื่องจากขาดธาตุแสงไป แต่ในตอนนี้พ่อของเจ้าสามารถรวบรวมสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ได้ครบทั้งเจ็ดธาตุแล้ว พวกเจ้าฟังข้าให้ดี พวกเจ้าจงผสานดวงจิตเข้าด้วยกันและเข้าไปผสานดวงจิตรวมกับนายท่านของพวกเจ้า” ฉิงเหม่ยกล่าวเสียงดัง “รับทราบขอรับท่านแม่” เหล่าเด็กชายตัวน้อยทั้งหกคนกล่าว จากนั้นพวกเขารวมถึงวิหคน้อยได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นดวงจิตที่สีสันสดใสเจ็ดสีและได้ผสานรวมเข้าด้วยกันกลายเป็นดวงจิตสีเทาและได้ผสานรวมเข้ากับดวงจิตของหวังเหว่ย
ณ ห้วงจิตวิญญาณของหวังเหว่ย
“ที่นี่ที่ไหน !” หวังเหว่ยกล่าวขณะฟื้นตื่นขึ้นมา ในขณะนั้นเองได้มีแสงสีสองส่องสว่างลงมาบนร่างของหวังเหว่ยพร้อมกับมีเสียงดังขึ้นว่า “ท่านพี่ ข้าจะช่วยให้ท่านก้าวไปถึงระดับเลเวล100 โปรดตั้งสมาธิเพื่อผสานจิตวิญญาณของท่านรวมเข้ากับจิตวิญญาณสัตว์อสูรศักดิ์สิทธิ์ทั้งเจ็ดธาตุ” หลังจากเสียงนั้นเงียบหายไปได้มีดวงจิตสีเทาปรากฏขึ้นตรงหน้าของหวังเหว่ยและได้ล่องลอยเข้าไปภายในร่างกายของเขา
ณ โลกภายนอกห้วงจิตวิญญาณของหวังเหว่ย
ตู้ม! เสาแสงสีแดงได้พุ่งตรงลงมาจากฟากฟ้าและเข้าครอบคลุมร่างของหวังเหว่ยที่กำลังสลบอยู่อย่างรวดเร็ว ฉิงเหม่ยได้ถอยห่างจากเสาแสงสีแดงขณะจ้องมองหวังเหว่ยอย่างไม่วางตา “ท่านพี่... ” “นั่นมันอะไร !” สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายในร่างชายวัยกลางคนได้หันไปมองเสาแสงสีแดงด้วยความประหลาดใจ ทำให้เขาได้พบเห็นฉิงเหม่ยที่อยู่ในร่างเทพวิหคแห่งแสงซีย่าในทันที “ซีย่า !” “ใช่แล้ว เป็นข้าเองเจ้าเฒ่าชั่วร้าย” ฉิงเหม่ยกล่าวตอบด้วยสายตาที่แข็งกร้าว ในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันเสาแสงสีแดงได้จางหายไปพร้อมกับหวังเหว่ยในระดับเลเวล100ที่ฟื้นตื่นขึ้นมา นี่ข้ามีระดับเลเวล100 และคลาสอาชีพนักอัญเชิญอสูรระดับพระเจ้าแล้ว! หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นขณะมองดูออร่าสีแดงที่แผ่ซ่านออกมาจากทั่วทั้งร่างกายของเขา “ท่านพี่ ข้าไม่มีพลังมากพอที่จะสังหารสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายตนนั้นทุกสิ่งคงต้องฝากไว้กับท่านแล้ว” หลังจากกล่าวจบฉิงเหม่ยได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลายเป็นดวงแสงสีทองและได้ผสานรวมเข้ากับร่างกายของหวังเหว่ยในทันที ตูม! หวังเหว่ยรู้สึกได้ถึงพลังปราณอสูรหลากหลายสายที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ภายในร่างกายของเขาได้อย่างชัดเจนและในขณะนั้นเองได้เสียงหนึ่งดังขึ้นภายในจิตใจของเขา “ข้าสามารถผสานร่างรวมกับท่านได้เพียงห้านาทีเท่านั้น” “ข้าเข้าใจแล้ว” หวังเหว่ยพึมพำกับตนเองเบาๆ จากนั้นเขาได้หายตัวไปอย่างรวดเร็วราวกับประกายแสง “เจ้าเร็วที่สุดได้เพียงเท่านี้เองรึ” สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายกล่าวพร้อมกับหายตัวไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน ตูม ตูม ตู้ม ตูม ตู้ม ตูม ตู้ม ตู้ม การต่อสู้ที่รวดเร็วจนมองเห็นเพียงแค่ประกายแสงสีแดงและประกายแสงสีดำที่วาบขึ้นขณะมีการปะทะกัน ได้เกิดขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อนท่ามกลางสายตาของเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยหลายหมื่นตนที่ยังมีชีวิตอยู่ เวลาผ่านไปเพียงไม่นานในที่สุดสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายก็พลาดท่าถูกหวังเหว่ยโจมตีเข้าอย่างจัง ตู้ม! อ๊าคคค โครม โครมมมม สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้กระแทกเข้ากับภูเขานับสิบลูกอย่างต่อเนื่อง และในทันทีที่ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้หยุดลง เขาก็ได้ถูกโจมตีอีกครั้งอย่างรุนแรง ตู้มม! อ๊าคคคค ร่างของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้าอย่างรวดเร็วพร้อมกับลำแสงสีแดงที่พุ่งตามเขาขึ้นไปด้วยความเร็วที่มากกว่าหลายสิบเท่า! “หมดเวลาของเจ้าแล้ว” หวังเหว่ยกล่าวขณะพุ่งเข้าไปใกล้กับร่างของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้าย “ไม่ ข้าพึ่งจะได้กลับมาเองนะ !” ซวบบบ เสียงลำแสงสีแดงที่พุ่งผ่านร่างกายของสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายได้ดังขึ้น “อ๊อคค เจ้า... ” สิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายในรูปลักษณ์ของชายวัยกลางคนได้สลายกลายเป็นผุยผงท่ามกลางสายตาของเหล่าสัตว์อสูรของหวังเหว่ยในทันที หลังจากสังหารสิ่งมีชีวิตที่ชั่วร้ายสำเร็จแล้ว หวังเหว่ยได้มองสำรวจสนามรบและเริ่มใช้ทักษะฟื้นคืนชีวิตให้กับเหล่าสัตว์อสูรของเขาที่ถูกสังหาร “โอ้ววว นายท่านชนะแล้ว เฮ้ เฮ้ เฮ้” เสียงตะโกนโห่ร้องที่เต็มไปด้วยความปลื้มปิติยินดีได้ดังสนั่นไปทั่วทั้งนภากาศ จนดังไปถึงสามอาณาจักรที่อยู่ห่างไกลออกไปสร้างความตกตะลึงให้กับผู้คนภายในสามอาณาจักรเป็นอย่างมาก หวังเหว่ยได้หันมายิ้มให้กับเหล่าสัตว์อสูรของเขาที่กำลังตะโกนโห่ร้องพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “ขอบคุณพวกเจ้าทุกคนมาก เอาล่ะ ในเมื่อเรื่องทุกอย่างจบลงแล้ว พวกเรากลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรกัน” “รับทราบ ‘ขอรับ’ ‘เจ้าค่ะ’ นายท่าน” หลังจากกล่าวจบเหล่าสัตว์อสูรได้แปลงร่างกลับไปเป็นร่างมนุษย์เช่นเดิมและได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรผ่านทางโลกของสัตว์อสูรอัญเชิญในทันที หลังจากสัตว์อสูรของเขากลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรกันหมดแล้ว หวังเหว่ยได้หันไปมองในทิศทางหนึ่งด้วยสีหน้าที่ดูยิ้มแย้มอยู่ครู่หนึ่งและได้กลับเข้าไปภายในมิติแดนอสูรในทันที วูบ
ณ สถานที่แห่งหนึ่งที่อยู่ห่างไกลออกไปหลายกิโลเมตร
“พวกเขาชนะแล้วสินะ... ” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงกล่าว “อืม พวกเขาแข็งแกร่งกว่าพวกเรามากมายนัก ถึงพวกเราเข้าไปร่วมต่อสู้ก็เป็นได้เพียงแค่ตัวถ่วงเท่านั้น” จักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกนกล่าว “ฮ่าๆ ดูพวกเจ้าทำหน้าเข้าสิ พวกเราตกลงกันแล้วที่จะสงบศึกกัน พวกเจ้ายังจะต้องคิดมากอะไรกันอีก” จักรพรรดิมนุษย์เสวี่ยซงกล่าวด้วยความเบิกบานใจ “อืม... นั่นสินะ เช่นนั้น พวกเรากลับไปจัดงานเลี้ยงฉลองชนะชัยขึ้นภายในอาณาจักรของพวกเรากันดีหรือไม่ ?” จักรพรรดิมังกรช่างอิ่นหลงกล่าว “ตกลง !” จักรพรรดิวิหคเคอร์ริแกนและจักรพรรดิมนุษย์เสวี่ยซงกล่าวพร้อมกัน จากนั้นพวกเขาทั้งสามได้เดินทางกลับไปยังอาณาจักรของตนเองในทันที
มิติแดนอสูร
ในทันทีที่เข้ามาในมิติแดนอสูร ดวงแสงสีทองได้ล่องลอยออกมาจากภายในร่างกายของหวังเหว่ยและได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลับมาเป็นฉิงเหม่ย เวลาผ่านไปอีกครู่หนึ่งได้มีดวงแสงสีเทาล่องลอยออกมาจากร่างกายของหวังเหว่ย จากนั้นดวงแสงสีเทาได้แตกกระจายกลายมาเป็นดวงแสงเจ็ดสีและได้แปรเปลี่ยนรูปลักษณ์กลับมาเป็นวิหคน้อยและเหล่าเด็กชายตัวน้อยทั้งหกคน ฉิงเหม่ยได้เข้ามาประคองวิหคน้อยอย่างรวดเร็วพร้อมกับกล่าวขึ้นว่า “เจ้านี่ยังชอบฝืนตัวเองไม่เปลี่ยนเลยนะลูกแม่” “ฮิๆ ข้าก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วนี่นา” วิหคน้อยกล่าวเสียงใส หวังเหว่ยได้จ้องมองฉิงเหม่ยและวิหคน้อยพูดคุยกันอย่างเงียบงันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้กล่าวขึ้นว่า “ซีย่าข้าจดจำเรื่องราวในอดีตของเราได้หมดแล้ว และในตอนนี้ข้าอยากจะถามเจ้าว่า เจ้ายินดีกลับมาเป็นคู่ครองของข้าในชาตินี้หรือไม่ ?” หวังเหว่ยกล่าวถามด้วยน้ำเสียงจริงจัง เมื่อได้ยินดังนั้น ฉิงเหม่ยจึงได้มีเริ่มร้องไห้ออกมาด้วยความปลื้มปิติยินดีในทันที “ข้ายินดีเป็นคู่ครองของท่าน” เฮ้ เฮ้ เฮ้ เสียงของเหล่าสัตว์อสูรได้ดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง หลังจากพวกเขาได้ยินว่าหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยตกลงครองคู่กัน จากนั้นพวกเขาได้จัดงานเลี้ยงฉลองครั้งใหญ่ขึ้นภายในมิติแดนอสูรตลอดทั้งวันทั้งคืน เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน หลังจากจัดการเรื่องราวทุกอย่างภายในสามอาณาจักรเสร็จสิ้นเรียบร้อย หวังเหว่ยได้เดินทางกลับไปยังดินแดนรกร้างกลางหุบเขา และได้เริ่มฟื้นฟูสถานที่แห่งนี้ให้กลับมาเป็นที่อยู่อาศัยสำหรับเขาและเหล่าสัตว์อสูรของเขาอีกครั้ง “ท่านพี่ เหล่าสัตว์อสูรมดงานได้ช่วยกันสร้างอาคารมากมายขึ้นภายในดินแดนแห่งนี้เสร็จเรียบร้อยแล้ว” ฉิงเหม่ยกล่าว “อืม หลังจากนี้อีกไม่กี่ปีก็คงจะมีเด็กตัวเล็กๆน่ารักมากมายมาวิ่งเล่นภายในดินแดนแห่งนี้” หวังเหว่ยกล่าวด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ทะ ท่านพี่ ในตอนนี้ข้าขอเลี้ยงแค่ตัวแสบเจ็ดคนพอแล้วนะ... แค่นี้พวกเราก็เหนื่อยกันจะแย่แล้ว” “ฮ่าๆ ข้าเข้าใจแล้ว ว่าแต่ทะเลสาบทางนั้นสวยดีนะ พวกเราไปนั่งตกปลากันดีกว่า” “อื้อ ข้าเองก็ชอบตกปลาเหมือนกัน”