ตอนที่ 32
“ท่าทางจะถูกอกถูกใจหมอนั่นนะ”
พุดแก้วหันมามองหน้าคนที่ตั้งคำถามเล็กน้อยตอนนี้นิโคลัสนั่งหน้าตึง แถมยังใช้สายตาตำหนิมองมาทางเธออีกต่างหาก ไม่เข้าใจอารมณ์เลย
“คุณหมายถึงใคร”พุดแก้วถามด้วยท่าทีปกติ
“ก็หมายถึงคุณไง”เขาตอบรวนๆ
“นี่พูดให้มันตรงๆได้ไหม ฉันไม่รู้ว่าคุณต้องการจะสื่อความหมายอะไรออกมา”
“ถามหน่อยสิคุยกับนายอัลวาเรซนั่นสนุกมากใช่ไหม” เขากัดฟันถามออกมาในที่สุด
“ก็สนุกดีเขาเป็นคนขี้เล่นและมีอารมณ์ขันมากเลย คุยด้วยแล้วสบายใจ” พุดแก้วบอกตรงๆแต่คำตอบนั้นทำให้คนฟังแทบบ้า
“ชอบเขาสินะ”
“ชอบสิเขาน่ารัก”
“พุดแก้วคุณพูดแบบนี้ต่อหน้าสามีของคุณได้อย่างไร” นิโคลัสถามเสียงเครียด
“คุณเป็นอะไรของคุณทำไมต้องโวยวาย”
“ผมต้องโวยวายสิคุณชมผู้ชายคนอื่นต่อหน้าผม”
“คุณเป็นอะไรของคุณไม่ให้ฉันชมแล้วจะให้ด่าหรือไง”
“ก็ผมหึง”นิโคลัสพูดโพล่งออกมา เขาหึงและหวงเธอจริงๆ ไม่ชอบเลยที่เห็นพุดแก้วคุยกับผู้ชายคนอื่น
“พูดอะไรออกมารู้ตัวไหม” พุดแก้วจ้องหน้าเขานิ่ง แอบเขินแต่พยายามเก็บอาการไว้เต็มที่
“ผมรู้ว่าตัวเองพูดอะไรออกมาคุณนั่นแหละ รู้ตัวไหมว่าทำอะไรลงไป” เขาถามกลับบ้าง
“ฉันไม่ได้ทำอะไรสักหน่อย”
“คุณทำคุณไม่เคยยิ้มให้ผมแบบนี้ ไม่เคยมีท่าทางเป็นมิตรเวลาที่คุยกับผมเหมือนคุยกับเขามันน้อยใจรู้ไหม” น้ำเสียงนิโคลัสเหมือนจะน้อยใจจริงๆ
“ฉันเคยยิ้มให้คุณเหมือนที่ยิ้มให้เขาคุยกับคุณด้วยท่าทางที่เป็นมิตรเหมือนที่คุยกับเขา แต่คุณเป็นคนทำลายมันด้วยตัวเองอย่าลืม” หญิงสาวเท้าความจำ
“คุณลืมเรื่องที่ผ่านมาบ้างได้ไหมพุดแก้ว ตอนนี้ผมกำลังพยายามทำตัวดีกับคุณอยู่ เคยบอกแล้วว่าผมขอโอกาสคุณก็ควรที่จะให้โอกาสบ้าง” เขาต่อว่าเธอแต่น้ำเสียงเริ่มอ่อนลง
“ฉันกำลังพยายามอยู่คุณต้องให้เวลาฉันบ้าง” หลายครั้งเธออยากจะพูดจาดีๆ กับเขาแต่ผู้ชายตรงหน้าทำให้ความตั้งใจนั้นหมดไปทุกครั้งหลังจากที่คุยกันห้านาทีขึ้นไป เพราะเขาจะหาเรื่องหรือหาคำพูดมากวนประสาทตลอด
“คุณกำลังพยายามจริงเหรอ”
“จริงแต่คุณทำให้ฉันหมดความตั้งใจทุกๆ ห้านาที ฟังนะถ้าอยากให้ฉันพูดจากับคุณดีๆคุณก็ควรทำตัวดีๆ ไม่ใช่หาเรื่องให้ฉันด่าทุกห้านาทีแบบทุกครั้ง”
“ก็คุณมันยั่วขึ้นนี่นา”เขาโต้ตอบ
“ฉันถามจริงๆเวลาทำงานคุณชอบยั่วโมโหคนแบบนี้ไหม”
“เรื่องอะไรจะทำแบบนั้นล่ะคนจะได้หมดความเคารพกันพอดี” พุดแก้วถอนหายใจเมื่อได้ยินแบบนั้น
“ฉันก็ว่าแบบนั้นเพราะเห็นเวลาคุณพูดจากับคุณบอดี้การ์ดและเลขาดูคุณเป็นคนจริงจังและเครียดมาก”
“มันเป็นเรื่องงานแต่กับคุณมันไม่ใช่เรื่องงานนี่นา เวลาอยู่กับคุณมันเป็นเรื่องในครอบครัว”ชายหนุ่มหยอดน้อยๆ
“ฉันเสียเวลาคุยกับคุณมามากพอแล้ว”หญิงสาวตัดบทพร้อมทั้งทำท่าจะเดินหนีแต่คนตัวใหญ่ดันมาขวางไว้อีก
“คุยกับผมมันน่าเบื่อเหรอ”ชายหนุ่มหาเรื่องอีกครั้ง
“คุณนี่มันเหมือนเด็กเอาแต่ใจเลยนะฉันอยากจะรู้นักว่าถ้าบรรดาผู้ถือหุ้นธนาคารและคนงานในเหมืองของคุณ รู้ว่าคุณเป็นคนปากร้ายนิสัยเสียแบบที่ฉันเจอนี่เขาจะยังนับถือคุณอยู่ไหม”
“ใครที่ไหนจะเชื่อคุณแล้วทำไมต้องทำหน้าแบบนั้น” เขาถามเมื่อเห็นว่าเธอถอนหายใจแถมยังทำสีหน้าเบื่อหน่าย
“เบื่อน่ะสิบางทีฉันก็เบื่อที่จะต้องมานั่งเถียงกับคุณ คุณมันพวกอีโก้สูง บ้าบอ ถ้าคุณอยากให้ฉันพูดกับคุณดีๆ คุณก็ควรจะทำตัวดีๆ กับฉันไม่กวนประสาทฉัน ไม่ปากร้ายใส่ฉัน ไม่ฉวยโอกาสกับฉัน ฉันก็จะพูดดีๆ กับคุณ”พุดแก้วพูดออกมาอย่างอ่อนใจ
“ผมไม่เคยง้อใครเลยนะคุณเป็นคนแรกยังจะเล่นตัวอีกเหรอ” เขาบ่น
“ฉันไม่ได้เล่นตัวคุณนี่พูดอะไรไม่รู้เรื่อง พอแล้ววันนี้” หญิงสาวตัดบทก่อนที่จะเดินหนีไปดื้อๆ ทิ้งให้อีกคนมองตามไปอย่างเจ็บใจ
นิโคลัสนั่งหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับเมื่อเห็นมีคนกำลังเอาอกเอาใจพุดแก้วบนโต๊ะอาหาร ถ้าไม่ติดว่าอัลวาเรซเป็นลูกชายของเพื่อนพ่อเขาคงแสดงมารยาทแย่ๆ ใส่ไปแล้ว
“พี่นิคทำไมวันนี้กินน้อยจังเลย”
“วันนี้ไม่ค่อยหิว”คำตอบของเขาทำให้พุดแก้วที่นั่งข้างๆ หันมามอง
อัลวาเรซยิ้มให้กับหญิงสาวที่พูดคุยด้วยพุดแก้วเป็นคนมีอารมณ์ขันแถมยังฉลาดมาก เขาถูกชะตากับเธอมากพอสมควร และแอบเสียดายที่เธอดันแต่งงานไปเสียแล้ว
“นี่ถ้าคุณไม่ใช่ภรรยาของผู้ชายที่ยิ่งใหญ่ผมคงจะจีบคุณแน่ๆ” ชายหนุ่มพูดออกมาตรงๆ
“ถ้าอย่างนั้นต้องขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ”เธอตอบกลับอย่างติดตลก
“น่าเสียดายแต่ว่าเรายังเป็นเพื่อนกันได้ใช่ไหม คุณพุดแก้ว” ชายหนุ่มถาม
“ด้วยความยินดีค่ะ”พุดแก้วยิ้มพยักหน้ารับอย่างเต็มใจ มันเป็นเรื่องดีที่มีเพื่อนเพิ่ม
“ดีจังทีนี้ผมก็มีเพื่อนเพิ่มมาอีกคน”
“ท่าทางคุณจะเพื่อนเยอะนะคะ”
“พอได้ครับแต่เพื่อนที่จะมานั่งคุยปรึกษาได้มีไม่กี่คนหรอก”
“เป็นเรื่องธรรมดาค่ะ”อัลวาเรซยิ้มเมื่อได้ยินแบบนั้น
พุดแก้วกำลังร่ำลากับอัลวาเรซทำให้เจ้าของดวงตาคมสีมรกตหงุดหงิดมากขึ้น ยิ่งเมื่อเห็นท่าทีที่แสดงออกว่าชอบพุดแก้วด้วยแล้วยิ่งไม่พอใจมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกหลายเท่าตัว
“ท่าทางจะเสียใจมากเลยนะที่เขากลับไปแล้ว”นิโคลัสประชด ตอนนี้เหลือเพียงเขาและเธอเท่านั้นที่อยู่ด้านนอก
“คุณหมายความว่าอย่างไร”ท่าทางของเธอนั้นทำให้เขาหมั่นไส้มากขึ้นไปอีก
“ผมก็พูดออกจะชัดเจน”ชายหนุ่มเริ่มพาล
“นี่ถ้าจะมาหาเรื่องกันอย่าพูดจะดีกว่าให้ตายสิ คุณนี่มันอารมณ์แปรปรวนเหมือนผู้หญิงตอนเป็นประจำเดือนเลยนะ” พุดแก้วไม่เข้าใจว่าทำไมเขาจะต้องมารวนใส่เธอด้วย
“ทีกับผมทำเป็นไม่อยากพูดด้วยทีกับไอ้หมอนั่นอี๋อ๋อกันสุดๆ” นิโคลัสพูดเหมือนคนขี้น้อยใจ
“เป็นบ้าอะไรนี่ผีไฮยีน่าเข้าสิงหรือไง”
“คุณนั่นแหละทำให้ผมเป็นแบบนี้นี่ผมเป็นสามีคุณนะพุดแก้ว ทำไมไม่พูดกับผมดีๆ แบบคุยกับไอ้หมอนั่นบ้าง” คำพูดของเขาทำให้เธอเข้าใจอะไรมากขึ้น
“ฉันจะไม่คุยกับคุณเพราะแบบนี้แหละไร้สาระ”
“ผมไม่ได้ไร้สาระการที่ผมหึงหวงคุณมันไร้สาระหรือไง”
“ใช่มันไร้สาระมากๆ มันใช่เรื่องที่จะต้องมาหึงมาหวงไหม คุณบ้าไปแล้วหรือไง ฉันกับคุณอัลวาเรซเป็นเพื่อนกันนะเขาพูดกับฉันอย่างสุภาพและให้เกียรติ คุณจะให้ฉันเสียมารยาทกับเขาหรือไง”หญิงสาวเริ่มที่จะโมโหบ้างแล้วเมื่อเขาทำตัวเหมือนคนพูดไม่รู้เรื่อง
“ไม่รู้แหละต่อไปนี้ห้ามไปอี๋อ๋อกับไอ้หน้าลิงนั่นอีก” นิโคลัสออกคำสั่ง
“หัดมีเหตุผลบ้างคุณเป็นคนมีเหตุผลมาตลอด ทำไมครั้งนี้ถึงได้งี่เง่า”
“เห็นไหมไม่ทันไรก็เริ่มด่าผมอีกแล้วทีกับไอ้หน้าลิงนั่นพูดกับมันดีมากถึงมากที่สุด คุณมันลำเอียง สองมาตรฐาน”นิโคลัสย้อน
“คุณมันบ้าไปแล้ว”
“นี่ผมเเตะต้องมันไม่ได้เลยใช่ไหมทำไมต้องปกป้องมันด้วย ชอบมันหรือไง”ตอนนี้เขาหึงหวงและอารมณ์แปรปรวนเหมือนสภาพอากาศ
“โอ๊ย! พอกันที คุยกับคุณแล้วปวดหัวที่สุด คนบ้าอะไร ถามจริงๆ วัยทองใช่ไหมอารมณ์ถึงรวนไปรวนมาฉันไม่ควรเสียเวลาคุยกับคุณเลย” พุดแก้วทำท่าจะเดินหนีแต่ถูกเขาดึงแขนไว้เสียก่อน
“คุยกับผมนี่มันเสียเวลามากเลยเหรอ”
“ใช่น่ะสิ”เธอตอบกลับพร้อมทั้งทำท่าจะเดินหนี แต่นิโคลัสไม่ยอมง่ายๆชายหนุ่มดึงเธอเข้ามากอดไว้แน่น
“ปล่อยนะ”พุดแก้วออกคำสั่ง
“ไม่ปล่อยผัวจะกอดเมียมันผิดตรงไหน”
“ไอ้บ้าปล่อยเลยนะ บอกให้ปล่อย” พุดแก้วเริ่มดิ้นรน แต่แล้วสักพักเธอก็ต้องร้องเสียงหลงเมื่อได้ยินฟ้าร้องเสียงดังมากนิโคลัสกอดแน่นขึ้นรู้ว่าเธอกำลังตกใจ
“ไม่เป็นไรนะไม่เป็นไร ผมอยู่ข้างๆ คุณแล้ว” ชายหนุ่มพูดด้วยน้ำเสียงที่อ่อนลง พุดแก้วค่อยๆ ตั้งสติช้าๆ
“ปล่อยได้แล้วหายตกใจแล้ว”เธอพูดออกมาเบาๆ
“ไม่ปล่อยกอดกันแบบนี้อบอุ่นดีออก เดี๋ยวฟ้าร้องอีกคุณจะตกใจดังนั้นกอดคุณไว้เลยจะดีกว่า”
“จะปล่อยหรือไม่ปล่อย”
“ไม่คุณเข้ามาซุกอกผมเองนะ” สิ้นคำพูดของเขาฝนก็ตกลงมาทันที
“ปล่อยฝนตกจะเข้าบ้าน” พุดแก้วพยายามจะดิ้นหนี
“ไม่”เขายืนยันคำเดิม พุดแก้วได้โอกาสจับเขาทุ่มลงบนพื้นหญ้าและเดินหนีเข้าไปในบ้านทันที
#ช่วงนิยายกับอาหาร วันนี้ขอนำเสนอ #กุยช่ายทอด และเรื่อง #เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ ค่ะ????????♂️????????♀️
????กุยช่ายทอดกรอบๆ ????
ข้างในมีทั้งไส้เผือก ไส้หน่อไม้ รวมทั้งไส้ใบกุยช่ายเองด้วย ตัวไส้มีความหอมของทั้งเผือก และหน่อไม้ ความเผ็ดร้อนของพริกไทย แล้วยังมีกลิ่นที่เป็นเอกลัษณ์ของใบกุยช่ายเอง กัดเข้าไปแล้ว กรอบๆ เค็มๆ พอจิ้มกับน้ำจิ้มเปรี้ยวหวานเผ็ดนิดๆยิ่งเข้ากัน ส่วนที่่ว่าเหมือนกับนิยายเรื่อง #เล่ห์ลวงบ่วงพันธนาการ อย่างไรก็น่าจะเป็นความกรอบ เคี้ยวเพลินนี่แหละค่ะ ความกรอบของอาหารจานนี้เปรียบได้กับพระนาง ที่ใส่กันไม่ยั้ง เจอหน้าชก เจอหน้าตบ เข้าใกล้กันทีไรมีเรื่องทุกที แต่เมื่อ #ลุงนิค กับ #น้าแก้ว มาอยู่ด้วยกันจริงๆเห้ย มันลงตัว ยิ่งมีน้ำจิ้มแบบหลานอย่าง #อีวาน ด้วยแล้วย่งกลมกล่ม ไม่เชื่อ เปิดอ่านดูสิคะ
ลิ๊งค์ค่ะ ????
https://www.mebmarket.com/ebook-105253-%E0%B9%80%E0%B8%A5%E0%B9%88%E0%B8%AB%E0%B9%8C%E0%B8%A5%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B9%88%E0%B8%A7%E0%B8%87%E0%B8%9E%E0%B8%B1%E0%B8%99%E0%B8%98%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3
????????????ส่วนรูปเล่มพิมพ์ครั้งที่สองแล้วนะคะ ตอนนี้เหลือ 4 เล่มเองฝากด้วยนะคะ????????
