ระบบ AI พิชิตแดนเซียน

    บทที่ 56 คำท้าทายของหยุนโม่

            บทที่56

            คำท้าทายของหยุนโม่

            ภายในเมืองอวี้หยาง 

            ณ ห้องตำราของจวนตระกูลถัง

            ภายในห้องตำราอันเงียบสงบและเป็นระเบียบบนชั้นวางไม้มีตำรานับร้อยเล่มวางเรียงรายอย่างเรียบร้อย กลิ่นหมึกจาง ๆลอยคลุ้งอยู่ในอากาศ

            ในยามนี้ภายในห้องมีเพียงสองร่างเท่านั้น ถังชิงอวี้ ผู้นำตระกูลถัง ผู้มีรูปร่างสูงใหญ่ สวมอาภรณ์เรียบหรูใบหน้าเกลี้ยงเกลาและแฝงด้วยรอยยิ้มเจือเย้ยและชายชราร่างผอมสูงในชุดขาวสะอาดที่ยืนอยู่เบื้องหลังอย่างสงบ  เขาคือพ่อบ้านคนสนิทที่อยู่รับใช้มาตลอดหลายสิบปี

            “ฮ่า ๆ ๆ...ครั้งนี้ตระกูลหลี่เสียหน้าครั้งใหญ่แล้วจริง ๆ!” ถังชิงอวี้กล่าวพลางหัวเราะเสียงดังมือหนึ่งยกถ้วยชาขึ้นจิบด้วยอารมณ์เบิกบาน ใบหน้าฉายชัดถึงความสำราญใจ

            “ชายผู้นั้น...กลับกล้ากล่าวถ้อยคำท้าทายเช่นนั้นต่อหน้าทั้งเมืองยังจะมีอะไรน่าขันไปมากกว่านี้อีก?”

            เขาวางถ้วยชาลงกับโต๊ะเบื้องหน้า ก่อนเอ่ยต่อด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เต็มไปด้วยความสะใจ “หากตระกูลหลี่ยังไม่กล้าออกมาโต้ตอบนั่นก็หมายความว่าพวกมันยอมรับความอ่อนแอด้วยตนเองแล้วอย่างไม่ต้องสงสัย…ชื่อเสียงของตระกูลหลี่ในเมืองอวี้หยาง คงยากจะกู้กลับคืนได้”

            ชายชราพ่อบ้านยืนนิ่งเงียบสงบไม่กล่าวสิ่งใดแต่แววตาที่ทอดมองผู้นำของตนเองกลับเต็มไปด้วยประกายยอมรับและเข้าใจ

            ใช่แล้ว... เมื่อศัตรูสะดุดล้มนั่นก็คือโอกาสของผู้เฝ้ารออย่างตระกูลถังเช่นกัน

            …

            ภายในห้องโถงที่พักของกลุ่มกลีบบุปผา

            บรรยากาศภายในห้องโถงเงียบสงบมีเพียงกลิ่นหอมอ่อน ๆ จากดอกไม้ที่จัดวางไว้ตามมุมห้องโชยมาแตะปลายจมูกในห้องโถงแห่งนี้มีเพียงสองร่าง  หมิงเยว่หลานหัวหน้ากลุ่มกลีบบุปผา และชายชราผู้คอยติดตามรับใช้มาเนิ่นนาน

            หญิงสาวผู้มีใบหน้าสงบนิ่งกำลังยกชาขึ้นจิบดวงตาเรียวยาวทอดมองไปยังหน้าต่างอย่างไร้คลื่นอารมณ์ ก่อนที่มุมปากจะยกขึ้นเล็กน้อยเป็นรอยยิ้มที่ยากจะอ่านออก

            ชายชราที่อยู่ข้างกายเมื่อเห็นรอยยิ้มของคุณหนูของตนเอง ก็เอ่ยขึ้นอย่างสุภาพและเคร่งขรึม “คุณหนู… ท่านคิดว่าในครั้งนี้ตระกูลหลี่จะเลือกเคลื่อนไหวทางใดหรือไม่ขอรับ?”

            หมิงเยว่หลานไม่ได้ตอบในทันที นางวางถ้วยชาลงบนโต๊ะหันมามองชายชราด้วยสายตาเรียบนิ่ง ก่อนจะกล่าวช้า ๆ แต่ชัดเจน

            “ครั้งนี้หรือ?เจ้าเห็นว่าตระกูลหลี่จะยอมเดิมพันการขึ้นลงของตระกูลตัวเอง…เพียงเพราะถูกยั่วยุหรือ?”

            นางเว้นจังหวะไปเล็กน้อยแล้วกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ “ไม่มีทาง”

            ชายชราผงกศีรษะเบา ๆ อย่างเห็นด้วยแต่หมิงเยว่หลานยังพูดต่อ

            “แต่ว่าพวกมัน…ก็คงไม่ปล่อยให้คนผู้นั้นรอดไปได้ง่าย ๆ หากเป็นเช่นนั้น ก็เหลือทางเดียวเท่านั้น”

            แววตาของชายชราเป็นประกายขึ้นเขาเข้าใจในทันทีถึงความนัยที่คุณหนูของตนต้องการสื่อ จึงเอ่ยขึ้นเพื่อยืนยันความคิดนั้น

            “จ้างมือสังหาร…”

            “อืม…” หมิงเยว่หลานขานรับในลำคอ สายตาของนางยังคงแน่วนิ่งไม่แปรเปลี่ยน

            ชายชรามิได้แสดงท่าทีแปลกใจใด ๆเพราะสำหรับโลกแห่งผู้ฝึกตนแล้ว การจ้างวานมือสังหารเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไปทั้งตระกูลใหญ่และเล็ก ล้วนมีหนทางเช่นนี้ในยามไม่อาจเคลื่อนไหวด้วยตนเองได้

            “คุณหนูคิดว่า…อีกฝ่ายจะจ้างผู้ใดมาสังหาร?” ชายชราถามขึ้นอย่างสงบ

            หมิงเยว่หลานยังคงไม่เปลี่ยนสีหน้าก่อนจะเอ่ยตอบอย่างเรียบเฉย

            “ไม่รู้…ต้องรอดูไปก่อน”

            นางมิได้ปิดบังหรือลังเลทว่าในโลกแห่งการฝึกตน มือสังหารมีมากมายเกินกว่าจะคาดเดาได้นางจึงไม่คิดจะคาดการณ์สิ่งที่ไม่มีหลักฐานให้จับต้อง

            ภายในห้องโถงยังคงเงียบสงบเช่นเดิมมีเพียงความเย็นยะเยือกที่คล้ายจะล่องลอยอยู่กลางอากาศ…

            …

            ในยามนี้ข่าวเกี่ยวกับคำพูดของหยุนโม่ได้แพร่กระจายไปทั่วทั้งเมืองอวี้หยางอย่างรวดเร็วและแน่นอนว่า ข่าวสารเช่นนี้ย่อมไม่อาจเล็ดลอดไปจากสายตาของตระกูลหลี่ได้

            ภายในห้องโถงตระกูลหลี่บรรยากาศภายในกลับเต็มไปด้วยแรงกดดันและความโกรธเคืองของสมาชิกตระกูลที่มารวมตัวกันทั่วห้องใบหน้าของแต่ละคนบิดเบี้ยวด้วยอารมณ์โทสะชัดเจน

            “บัดซบ!!เจ้าชั้นต่ำ!! กล้าดูถูกตระกูลหลี่ของพวกเรา!”

            เสียงตวาดลั่นดังขึ้นจากชายชราผู้หนึ่งที่มีใบหน้าหยาบกร้านดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น คำพูดของเขาดังลั่นไปทั่วห้องราวกับเป็นตัวแทนของความรู้สึกที่สมาชิกทุกคนภายในห้องโถงล้วนมีร่วมกัน

            “ท่านผู้นำตระกูล!พวกเราต้องจัดการมัน!!”
     ชายวัยกลางคนอีกคนหนึ่งตะโกนขึ้นด้วยเสียงแน่วแน่ก่อนที่เสียงสนับสนุนจะทยอยตามมาไม่ขาดสาย

            “ใช่แล้วขอรับ!พวกเราต้องกำจัดมัน!”

            “ขอให้พวกเราออกไปเองเถิด!ข้าสาบานว่าจะสังหารเจ้ามนุษย์ต่ำต้อยนั่นมาให้ได้!”

            เสียงโห่ร้องแสดงความโกรธเกรี้ยวและความต้องการแก้แค้นดังระงมทั่วห้องโถง

            การกระทำและคำพูดของหยุนโม่ในครั้งนี้ไม่ต่างอะไรจากการตบหน้าตระกูลหลี่กลางตลาดทั้งยังเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของพวกเขาอย่างเปิดเผย

            ในโลกแห่งการฝึกตนที่ผู้ฝึกตนถือศักดิ์ศรีสูงส่ง การที่มนุษย์ธรรมดาผู้หนึ่งเอ่ยปากท้าทายเช่นนี้แล้วยังกล้าเปรียบพวกเขาเป็น "ลูกสุนัข"ย่อมเป็นการดูหมิ่นอย่างร้ายแรงที่สุด

            หากคำพูดเช่นนี้มาจากผู้ฝึกตนระดับสูงกว่ายังพอเข้าใจได้แต่เมื่อมันมาจากปากของปุถุชนธรรมดา ใครกันจะทนได้?

            ทว่า บนที่นั่งประธานในห้องโถงหลี่หยางอี้ ผู้นำตระกูลหลี่ กลับแสดงท่าทีลังเลและลำบากใจแม้ในอกของเขาจะพลุ่งพล่านไปด้วยความโกรธไม่ต่างจากผู้อื่นแต่เขาไม่อาจตัดสินใจด้วยอารมณ์ได้

            ในฐานะผู้นำตระกูลเขาย่อมต้องพิจารณาผลประโยชน์ของตระกูลเป็นหลัก หากเขายอมปล่อยให้ความโกรธนำทางแล้วส่งคนออกไปแก้แค้น โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในขอบเขตหลอมกายาก็เท่ากับส่งพวกเขาไปตาย

            ต่อให้สามารถล้มหยุนโม่ได้จริง...แต่ต้องสูญเสียผู้ฝึกตนระดับหลอมกายาไปอีกสักหนึ่งหรือสองคนสำหรับเขาในฐานะผู้นำแล้ว... นั่นย่อมไม่คุ้มค่าเลยแม้แต่น้อย

            ท่ามกลางความวุ่นวายและความเดือดดาลของสมาชิกตระกูลหลี่เสียงของชายผู้หนึ่งก็ดังขึ้นมาอย่างไม่คาดคิด

            “ข้ามีความคิดดี ๆอยู่…”

            เสียงนั้นไม่ดังมากนักทว่าเพียงเปล่งออกมา ทุกสายตาภายในห้องโถงก็หันไปจับจ้องทันที

            ผู้ที่พูดคือชายวัยกลางคนผู้หนึ่งรูปร่างสูงโปร่ง ดวงตาดูลุ่มลึกเปี่ยมด้วยเล่ห์เหลี่ยมเขานั่งอยู่ไม่ห่างจากตำแหน่งประธานนัก แม้ตำแหน่งภายในตระกูลของเขาจะไม่ได้สูงส่งถึงขั้นอาวุโสแต่ด้วยฐานะที่เป็นน้องชายแท้ ๆ ของผู้นำตระกูลหลี่หยางอี้เขาจึงเป็นผู้ที่ไม่มีใครกล้าดูแคลน

            ชื่อของเขาคือ หลี่หยางเฟิง 

            หลี่หยางอี้หันไปมองน้องชายของตนเองด้วยแววตาสงบก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงต่ำและหนักแน่น

            “ความคิดอันใดของเจ้า?”

            หลี่หยางเฟิงยกถ้วยชาในมือขึ้นจิบเล็กน้อยแล้ววางลงอย่างเรียบเฉย เขาเงยหน้าขึ้นมาพร้อมน้ำเสียงที่จริงจังแต่สุขุม

            “ข้ารู้จักคนผู้หนึ่ง…เขาเป็นมือสังหารที่มีชื่อเสียงในเขตการปกครองเมฆาคลั่งของพวกเราเขาไม่เคยล้มเหลวแม้แต่ครั้งเดียว”

            เสียงในห้องโถงเงียบลงทันที สมาชิกตระกูลหลายคนเริ่มหรี่ตามองไปทางหลี่หยางเฟิงด้วยความสนใจ

    คล้ายกับเรื่องระบบ AI พิชิตแดนเซียน ที่คุณอ่าน

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    เกิดใหม่ทั้งทีข้าขอเป็นเซียน (นิยายแปล) **จบแล้ว**

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    377K 775
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    เกิดใหม่ครั้งนี้ อาจารย์ขอใช้ชีวิตให้สุดไปกับวิทยาศาสตร์และเวทมนตร์

    นิยาย แฟนตาซี
    1K 34
    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นายน้อยเจ้าสำราญ **จบแล้ว**

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    489K 1390
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912