บรรยากาศในผืนป่าโบราณคงหมิงยามนั้นคล้ายถูกหลอมรวมด้วยเปลวเพลิงที่มองไม่เห็น
กลุ่มนักสู้หวังยืนกระจุกตัวอยู่เบื้องหลัง แนวไหล่ที่เคยตั้งตรงบัดนี้กลับตึงเครียดจนเห็นได้ชัด เหงื่อไหลซึมผ่านกรอบหน้าของชายฉกรรจ์หลายคน ไม่อาจแยกได้ว่าเกิดจากไอร้อนของผืนป่าหรือแรงกดดันจากสถานการณ์ตรงหน้า
สำหรับพวกเขาแล้วนี่มันไม่ใช่เพียงการล่า หากเป็นการเดิมพันด้วยชีวิตทั้งหมด
แม้ทั้งหมดจะเป็นนักล่ามังกรระดับสี่ ซึ่งในโลกภายนอกถือว่าไม่อ่อนแอ หากเทียบกับสัตว์อสูรทั่วไปย่อมรับมือได้โดยไม่ลำบากนัก ทว่าที่แห่งนี้คืออาณาเขตของมังกรอัคคีหลังหนาม สายเลือดระดับสูงของเผ่ามังกรแท้จริงย่อมมิอาจประเมินด้วยมาตรฐานเดียวกัน
หวังเอ่อหม่าในฐานะหัวหน้ากลุ่ม ยืนอยู่ด้านหน้า เขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่สุดในหมู่พวกตน เป็นนักล่ามังกรระดับสี่ขั้นสูง พลังของเขาอาจเหนือกว่าสมาชิกส่วนใหญ่ของตระกูลจิน ทว่าเมื่อสายตาเหลือบมองไปยังชายชราสองคนที่ติดตามจินชวนมา หัวใจของเขาก็พลันหนักอึ้ง
สองคนนั้นต่างมีรัศมีลุ่มลึกดุจมหาสมุทรที่มองไม่เห็นก้นบึ้ง หากปฏิเสธ ความตายย่อมมาถึงในพริบตา
กระนั้น ตัวของมันก็ไม่อาจพาลูกน้องและสหายเข้าไปในโพรงถ้ำซึ่งเต็มไปด้วยเพลิงและเขี้ยวอันแหลมคมได้
หวังเอ่อหมากำหมัดแน่นจนเส้นเอ็นบนหลังมือปูดโปน ลมหายใจลึกยาวดัง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบสายตาชายชราจินหลงโดยตรง
“ข้าขอปฏิเสธท่านผู้อาวุโส!”
“ท่านย่อมรู้ดีว่าชีวิตเล็กๆของพวกเรา.. ถ้าเข้าไปในโพรงถ้ำของมังกรอัคคีหลังหนาม แน่นอนว่าจะต้องตายอย่างแน่นอน!”
เขากวาดสายตามองสหายที่ยืนอยู่เบื้องหลัง
“เพราะงั้นพวกเราจะขอถอนตัวในทันที และจะไม่รับเครดิตหรือค่าเสียเวลาซักแดงเดียว”
คำกล่าวนั้นไม่ใช่การต่อรอง หากเป็นการยอมสละผลประโยชน์ทั้งหมดเพื่อรักษาชีวิต
สิ้นถ้อยคำ ชายวัยกลางคนก็โค้งคำนับให้กับจินชวนและผู้ที่มาด้วยอย่างสำรวม
จากนั้นเขาหันหลังทันที นำพากลุ่มของตนถอยออกไปอย่างเร่งรีบ
ภาพนั้นทำให้ใบหน้าของจินชวนแดงก่ำด้วยความโกรธ เส้นเลือดบนขมับเต้นตุบๆ ดวงตาเต็มไปด้วยไฟโทสะ
“ไอ้พวกบัดซบเอ๊ย!”
“เป็นกลุ่มนักล่ามังกรแท้ๆแต่กลับขี้ขลาดเสียงั้น!”
“แล้วคิดเหรอว่ามาถึงที่แห่งนี้แล้ว พวกเราจะปล่อยไปง่ายๆกัน”
ใบหน้าหล่อเหลาแปรเปลี่ยนเป็นดุดัน
“ลงมือสังหารพวกมันซะท่านผู้อาวุโสจินหมิง!”
คำสั่งหลุดออกมาโดยไม่ลังเล เจตนาสังหารพวยพุ่งราวเปลวไฟที่ถูกเติมเชื้อเพลิง
หวังเอ่อหม่าซึ่งคาดการณ์ไว้แล้วว่าผลลัพธ์อาจเป็นเช่นนี้ก็กัดฟันแน่น มือเอื้อมไปจับด้ามอาวุธโดยสัญชาตญาณ แม้จะรู้ว่าหากอีกฝ่ายลงมือจริง พวกเขาย่อมไร้โอกาสรอด
บรรยากาศตึงเครียดจนแทบหยุดหายใจ
ทว่าก่อนที่ชายชราอีกคนจะขยับกาย ตัวของจินหลงกลับยกมือขึ้นช้าๆ ท่าทางของเขาสงบนิ่ง
“ไม่ต้อง!”
เพียงสองคำแต่ทำให้ทุกคนหยุดชะงัก ก่อนที่ตัวของเขาจะหันไปมองจินชวนด้วยสายตาเรียบเฉย
“ปล่อยพวกมันไปนายน้อย!”
“ในเมื่อพวกมันไม่มีใจที่จะอยู่ต่อก็ปล่อยให้พวกมันไปซะ!”
“เพราะถึงยังไงพวกเราก็ไม่ใช่อาชญากรที่ชอบเข่นฆ่าเผ่าพันธุ์เดียวกัน!”
ดวงตาของเขากวาดมองเหล่าคนรอบด้าน
“พวกเราคือตระกูลจินอันทรงเกียรติ เป็นตระกูลนักล่ามังกรที่มีชื่อเสียงและศีลธรรมอันดี!”
คำกล่าวนั้นคล้ายย้ำเตือนถึงภาพลักษณ์ที่ต้องรักษา
“เพราะงั้น...”
ถ้อยคำปลายประโยคปล่อยค้างไว้ แต่ความหมายชัดเจน
จินชวนชะงักไปครู่หนึ่ง
ภาพเกียรติยศของตระกูล ความภาคภูมิใจที่สั่งสมมาหลายรุ่นผุดขึ้นในความคิด
เขาส่งเสียงชิออกมาอย่างหงุดหงิด ความโกรธยังคุกรุ่น ทว่ามิอาจฝืนคำของผู้อาวุโส
ชายหนุ่มโบกมืออย่างรำคาญ
“รีบไปไกลๆซะไอ้พวกขยะ!”
“เห็นแก่คำพูดของท่านผู้อาวุโสจินหมิงนะ ไม่งั้นพวกแกได้ตายคาผืนป่าโบราณคงหมิงนี้แล้ว!”
น้ำเสียงยังคงเหยียดหยาม ทำให้หวังเอ่อหม่าหยุดก้าวเพียงเสี้ยววินาที
เขาไม่ได้หันกลับไปตอบโต้
เพียงกำหมัดแน่นอีกครั้ง
จากนั้นจึงเร่งฝีเท้านำพากลุ่มของตนหายลับเข้าไปในแนวต้นไม้สีแดงเพลิงด้วยความรวดเร็ว
ซึ่งเหตุการณ์ทั้งหมดล้วนตกอยู่ในสายตาของหวงเยี่ยโดยไม่ขาดแม้แต่เสี้ยววินาที เขายืนอยู่ท่ามกลางเงาไม้สีแดงเพลิง ร่างกายแนบชิดกับลำต้นที่ร้อนระอุราวเหล็กเผาไฟ แต่สีหน้ากลับสงบนิ่งดุจผิวน้ำยามไร้ลม
เมื่อเห็นกลุ่มนักสู้หวังถอยฉากออกไปจริง แววตาของเขาก็พลันเปล่งประกาย รอยยิ้มที่ซ่อนเร้นอยู่มุมปากค่อยๆขยายขึ้นอย่างพึงพอใจ
“ได้การดิแบบนี้!”
“ถ้าพวกหวังเอ่อม่าไม่เข้าร่วมกับตระกูลจิน งั้นก็หมายความว่าข้าสามารถลงมือได้อย่างสะดวก!”
“และข้าก็ไม่จำเป็นต้องไปกังวลว่านักล่ามังกรกลุ่มนี้จะได้รับผลกระทบด้วย!”
เดิมทีการเคลื่อนไหวในพื้นที่นี้ย่อมต้องระวังผลกระทบต่อผู้ที่มิได้มีเจตนาร้าย
ทว่าบัดนี้เส้นแบ่งถูกตัดขาดไปแล้ว เหลือเพียงสองฝ่ายที่กำลังจะปะทะกันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ทำให้ดวงตาของหวงเยี่ยหรี่ลงเล็กน้อย พลังวิญญาณภายในร่างเริ่มไหลเวียนอย่างช้าๆ จากเส้นชีพจรโลหิตสู่ฝ่ามือ
“รากไม้พิฆาตดารา!”
ในพริบตาต่อมา รากไม้สีเข้มซึ่งซ่อนตัวอยู่ใต้พื้นดินพลันสั่นสะเทือน ก่อนที่เส้นรากจำนวนมากจะทะลุขึ้นมาเป็นวงกว้าง
กระแสพฤกษาพลังโบราณพลุ่งพล่านจากใต้พิภพ ผสานรวมกันกลางอากาศ เกิดเป็นเงาร่างสูงใหญ่ทีละตน เนื้อไม้สีดำแดงประสานกันแน่นหนาเป็นโครงสร้างแข็งแกร่ง เส้นใยพฤกษาไหลเวียนภายในดุจเส้นเลือด
ไม่นาน หุ่นจิตพฤกษาโบราณห้าตนก็ยืนตระหง่านอยู่เบื้องหน้า
แต่ละตนมีรูปลักษณ์คล้ายมนุษย์ ทว่าแข็งแกร่งดุจต้นไม้พันปี ใบหน้าปราศจากอารมณ์ แต่ดวงตาไม้กลับส่องประกายเขียวเข้มราวมีชีวิต
หวงเยี่ยยกมือขึ้นเล็กน้อย นำระเบิดลูกไฟผลาญฟ้าจำนวนมากให้ปรากฏเรียงรายกลางอากาศ ลูกทรงกลมสีแดงเข้มที่บรรจุพลังอัคคีอัดแน่นจนบิดเบี้ยวเล็กน้อย เปลวไฟบางๆเลื้อยรอบผิวราวสัตว์ร้ายที่ถูกกักขัง
ส่งพวกมันไปยังหุ่นไม้ทั้งห้า
“พวกเจ้าเอานี่ไป!”
หุ่นจิตแต่ละตนยื่นรากไม้เล็กๆออกมารับลูกไฟอย่างทะนุถนอม คนละสิบลูก ไม่มีการสั่นไหว ไม่มีความผิดพลาด
หวงเยี่ยมองพวกมันด้วยสายตาพึงพอใจ
“เคลื่อนไหวและลอบเร้นขึ้นไปยังบริเวณเชิงผาที่อยู่ด้านบนของรังมังกรอัคคีหลังหนาม”
“ยังไงซะไอ้พวกตระกูลจินจะต้องล่อมังกรตนนี้ให้ออกมาจากโพรงถ้ำอย่างแน่นอน และเมื่อถึงจังหวะนึงที่ทั้งสองเพลี่ยงพล้ำจนเสียหายกันยับเยินทั้งสองฝ่าย พวกเจ้าค่อยปล่อยระเบิดอัคคีผลาญฟ้าทั้งห้าสิบลูกนี้ลงมาพร้อมกัน!”
ปลายนิ้วของเขาชี้ไปยังแนวพื้นที่เบื้องล่าง รอยยิ้มบางเฉียบผุดขึ้นอีกครั้ง
“เอาให้อยู่ในรัศมีของทั้งสองฝ่ายนะ”
หุ่นจิตพฤกษาโบราณไม่ได้เอ่ยสิ่งใด ทว่ารากไม้บริเวณลำตัวสั่นไหวเล็กน้อย เหมือนตอบรับคำสั่ง
พวกมันมิใช่เพียงกองไม้ไร้วิญญาณ แต่เป็นตัวแทนแห่งชีวิตที่ถูกสร้างขึ้นด้วยพลังพฤกษาลึกเร้น ตัวของหวงเยี่ยสามารถใส่แนวคิดพื้นฐานเข้าไปในแก่นพลังของพวกมัน ให้ทำงานตามระบบและขัดตอนที่วางไว้ ไม่จำเป็นต้องควบคุมทุกจังหวะด้วยตนเอง
นี่คือความสะดวกของวิชาธาตุพฤกษาระดับจักรพรรดิอันสูงส่ง
หนึ่งคำสั่ง
หนึ่งเจตนา
และทุกสิ่งจะเคลื่อนไหวไปตามกลไกที่กำหนด
“แล้วเมื่อหอยกาบทั้งสองต่อสู้กัน ชาวประมงเช่นข้าก็จะได้รับผลประโยชน์!”
หุ่นไม้ทั้งห้าพยักหน้าพร้อมกันอย่างช้าๆก่อนจะเริ่มขยับ รากไม้ยาวงอกออกจากปลายเท้า ฝังตัวลงใต้ดินอย่างเงียบงัน ร่างไม้แข็งแกร่งค่อยๆลดระดับลงจนแนบชิดพื้น ก่อนจะไถลผ่านผืนดินไปอย่างรวดเร็วโดยแทบไม่ทิ้งร่องรอย
บางตนปีนขึ้นตามลำต้นสีเพลิง ใช้รากเล็กๆเกาะเกี่ยวอย่างมั่นคง บางตนเลื้อยผ่านพุ่มไม้ด้วยความคล่องแคล่ว
ในเวลาไม่นาน พวกมันก็กระจายตัวออกไปตามคำสั่ง มุ่งสู่เชิงผาสูงที่ทอดตัวเหนือโพรงถ้ำของมังกรอัคคีหลังหนาม
หวงเยี่ยยังคงยืนอยู่ในตำแหน่งเดิม สายตาจับจ้องไปยังพื้นที่เบื้องล่างซึ่งตระกูลจินกำลังเตรียมการ
เปลวไฟสะท้อนในดวงตาของเขา แต่ความคิดกลับเย็นเยียบดุจน้ำแข็ง
การล่าในครั้งนี้ตนเองไม่จำเป็นต้องเป็นผู้เปิดฉาก เพียงรอจังหวะ รอให้ทั้งสองฝ่ายฟาดฟันจนกำลังถดถอย และเมื่อเปลวไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนถึงขีดสุด ลูกไฟผลาญฟ้าทั้งห้าสิบจะตกลงมาจากฟากฟ้าราวฝนเพลิงที่ตัดสินทุกสิ่งในคราวเดียว
ท่ามกลางผืนป่าโบราณคงหมิง แผนการของหวงเยี่ยได้เริ่มเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันแล้ว