จุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 85 เม็ดยาฉางตาน

            ตลอดสิบวันที่ผ่านมาเย่เฉินไม่ได้ก้าวขาออกจากด้านในห้องโถงเลย

            จนกระทั่งในคืนวันที่สิบเอ็ดเขาจึงย่างกรายออกมาจากหอโอสถวิญญาณด้วยเนื้อตัวที่ดูมอมแมม

            ในช่วงสิบวันที่ผ่านมาเขาตั้งใจศึกษาวิชาปรุงยาอย่างพากเพียร ทำการปรุงยาอย่างต่อเนื่อง พลังจิตวิญญาณของเขาก็ยิ่งเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วย

            ในคืนนี้สำนักเหิงเยว่ไม่ได้อยู่ในความสงบ

            เขาเดินไปตามถนนก็พบว่าบนหินทุกๆ ก้อนจะมีเหล่าบรรดาศิษย์มากมายต่างกำลังนั่งขัดสมาธิเพื่อดูดซับแก่นแท้ของฟ้าดิน

            “นี่เป็นการกระทำเมื่อเวลาจวนตัวหรือเปล่านะ?” เย่เฉินนึกถึงการประลองของสำนักนอกที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่นานศิษย์จำนวนมากมายล้วนแต่ตกอยู่ในความกดดันจึงไม่อยากจะเสียเวลาไปกับการพักผ่อนในตอนกลางคืน

            แต่เมื่อเขาแบกกระบี่เทียนเชวียเดินผ่าน ก็เป็นที่ดึงดูดสายตาของผู้คนจำนวนไม่น้อยแต่ก็ต้องโทษเขาที่หลายวันมานี้ชื่อเสียงของเขาโด่งดังเกินไปหน่อยดังนั้นแม้แต่คนในสำนักก็ล้วนแต่รู้จักเขา

            “เจ้าคือเย่เฉินใช่ไหม?” ขณะที่เขากำลังเดินอยู่นั้นศิษย์เสื้อคลุมขาวผู้หนึ่งก็ได้เข้ามาขวางทางเขาไว้

            “ระดับขั้นพลังหยาง”เย่เฉินขมวดคิ้วสัมผัสได้ทันทีถึงระดับการฝึกตนของผู้ที่อยู่ตรงหน้าซึ่งดูเหมือนว่าเขาจะบรรลุสู่ขั้นพลังหยางแล้ว

            เมื่อเงยหน้าขึ้นมองบุคคลผู้นี้ก็ทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยยิ่งนัก จะบอกอย่างไรดีเขามีความคล้ายกับฉีเฮ่าแห่งยอดเขาเหรินหยางไม่ต้องพูดถึงว่าพวกเขามาจากตระกูลเดียวกันและจะต้องมีความสัมพันธ์กันทางสายเลือดแน่นอน

            “ศิษย์พี่ท่านนี้ไม่ทราบว่ามีอะไรหรือเปล่า?” เย่เฉินถามอย่างไม่แยแส

            ด้วยท่าทีที่ดูธรรมดาของเย่เฉินศิษย์ชุดขาวที่อยู่ตรงหน้าก็ไม่ได้หงุดหงิดอะไร ได้แต่พูดไปอย่างขบขัน “อย่างนั้นข้าก็ขอแนะนำตัวสักหน่อย ข้าคือฉีหยางแห่งสำนักใน และเป็นลูกพี่ลูกน้องของฉีเฮ่า”

            “ศิษย์พี่ฉีเดินทางไกลแสนไกลมาจากสำนักในคงจะไม่ใช่เพื่อจะคิดบัญชีกับผู้ฝึกตนขั้นรวมพลังคนหนึ่งอย่างข้าหรอกนะ!”

            มุมปากของฉีหยางขยับไปมาอย่างเยาะเย้ยและขยับปากเข้ามาใกล้หูของเย่เฉิน พูดอย่างเยาะเย้ย “เย่เฉิน ทางที่ดีที่สุดเจ้าควรจะอยู่ในสำนักเหิงเยว่ไปตลอดชีวิต ไม่อย่างนั้นตระกูลฉีก็ขอบอกเจ้าไว้เลยว่า มีคนบางคน ที่เจ้าไม่สามารถจะท้าทายพวกเขาได้”

            “นี่ท่านกำลังขู่ข้าหรือ?” เย่เฉินชำเลืองมองฉีหยาง

            “แน่นอน”ฉีหยางยิ้มอย่างขี้เล่น

            “ถ้าอย่างนั้นข้าจะรอ”

            “หากเจ้าคิดจะยั่วโมโหตระกูลฉีของข้าเจ้าก็ต้องตายอย่างน่าอนาถ” ฉีหยางก็พูดอย่างเยือกเย็นสะบัดผ้าคลุมและหันหลังกลับมุ่งตรงไปยังยอดเขาเหรินหยาง

            “ก็ยังไม่แน่หรอกว่าใครกันแน่ที่จะต้องตาย?” เย่เฉินยิ้มเยาะ จากนั้นก็มุ่งลงจากเขา

            ยังไม่ทันจะก้าวเข้าสู่สวนแห่งวิญญาณเขาก็ได้กลิ่นหอมของเนื้อที่กรุ่นอยู่ และมีเสียงคนตะโกนเรียกดังขึ้นมา “มาๆกินกันเถอะๆ กินเยอะๆ ไม่ใช่ว่าจะได้มาง่ายๆ นะ”

            เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยจากนั้นก็ผลักประตูและเดินเข้าไป ภาพของเจ้าหมีสองที่กำลังโอบหม้อเหล็กใบใหญ่เอาไว้กินอยู่อย่างไม่อาย

            นอกจากเจ้าหมีสองยังมีภรรยาของเขาถังหรูซวนอยู่ที่นี่ด้วย และยังมีจางเฟิงเหนียนหู่หวาและสัตว์วิญญาณเสี่ยวอิงทุกคนกำลังนั่งล้อมวงกินเนื้อตุ๋นที่อยู่ในหม้อเหล็กขนาดใหญ่อย่างคึกคัก

            โอ้!

            เมื่อเห็นว่าเย่เฉินกลับมาดวงตาเล็กๆ ของเจ้าหมีสองก็เบ่งบานส่องสว่าง “เจ้าหนุ่มลมอะไรที่พัดเจ้ากลับมาได้นี่”

            “คิดถึงเจ้ามั้ง!” เย่เฉินตอบ จากนั้นก็พับแขนเสื้อขึ้น รับตะเกียบที่หู่หวายื่นมาให้แล้วก็ใช้ตักเนื้อตุ๋นออกมาชิ้นหนึ่งอย่างคุ้นเคย

            เฮ้นี่!

            เฮ้ๆ !

            เจ้าหมีสองวางชามเหล็กที่อยู่ในมือลงจากนั้นก็ใช้มืออันอวบอิ่มสะกิดไปที่ด้านข้างของเย่เฉิน “เจ้าหนุ่มมีของขวัญมาฝากข้าบ้างหรือเปล่า”

            เมื่อเห็นใบหน้าที่ดูเห็นแก่ได้ของเขาเย่เฉินก็แทบอยากจะเตะเขาทันที แต่เขาก็ยังหยิบเม็ดยาหุยเสวียนออกมาจากคอเสื้อแล้วยื่นส่งให้“พี่ใหญ่ให้รางวัลกับเจ้านะ”

            เจ้าหมีสองยิ้มอย่างเบิกบานหลังจากรับมาแล้ว ก็ยื่นมือเล็กๆ อ้วนๆ ของเขาออกไปอีกครั้ง “แล้วของภรรยาข้าล่ะ?”

            “มีๆมีแบ่งให้ด้วย” เย่เฉินพูดออกไปอย่างไม่สบอารมณ์ จากนั้นก็หยิบเม็ดยาออกมาอีกสี่เม็ดถังหรูซวน จางเฟิงเหนียน และหู่หวาแม้แต่นกวิญญาณอย่างเสี่ยวอิงก็ยังได้ด้วยอีกหนึ่งเม็ด

            กลิ่นของเนื้อหอมโชยไปทั่วทั้งสวนแห่งวิญญาณแต่ละคนนั่งล้อมกันอยู่ เหมือนกับครอบครัวเดียวกันที่อบอุ่น

            หลังจากรับประทานอาหารค่ำถังหรูซวนก็เก็บจานชามตะเกียบอย่างเรียบร้อยหู่หวาผู้ซื่อสัตย์ก็พับแขนเสื้อขึ้นเพื่อช่วยนาง

            ดังนั้นเย่เฉินและเจ้าหมีสองจึงได้ขยับเข้ามานั่งใกล้กันอีกครั้ง

            “เจ้าหนุ่มได้ยินมาบ้างหรือเปล่า หลังจากการประลองของสำนักนอกในครั้งนี้ก็ยังมีการทดสอบเพื่อเข้าสู่สำนักใน” เจ้าหมีสองกล่าวขณะที่กำลังเขี่ยฟันของเขา

            “ทดสอบทดสอบอะไร” เย่เฉินประหลาดใจเล็กน้อย

            “ระหว่างสำนักนอกและสำนักในมีผืนป่าร้างอยู่แห่งหนึ่งศิษย์ที่ชนะการประลองครั้งใหญ่ก็จะต้องผ่านทะลุผืนป่าแห่งนี้ก่อนจึงจะสามารถเข้าสู่สำนักในได้ อาของข้าเคยบอกว่าผืนป่ารกร้างแห่งนั้นมีกับดักค่ายกล มีสัตว์อสูร และยังมีมนุษย์หุ่นเชิดแต่สิ่งเหล่านี้กลับยังเป็นเรื่องเล็กน้อย ได้ยินมาว่าสำนักในจะจัดส่งศิษย์สิบกว่าคนเข้าไปยังป่าร้างระดับการฝึกตนที่อ่อนที่สุดของศิษย์ที่ถูกส่งเข้าไปนั้นมีระดับการฝึกตนอยู่ในระดับสูงสุดของขั้นพลังธาตุศิษย์สำนักนอกจะต้องฝ่าฟันผ่านด่านป้องกันของพวกเขาให้ได้เสียก่อนจึงจะเข้าสู่สำนักในได้สำเร็จ”

            “นี่เจ้าล้อเล่นหรือเปล่า?” เย่เฉินไม่สามารถจะนิ่งฟังอยู่ได้จนหลุดพูดออกไป“สำนักในดูจะเข้ามายุ่งเรื่องอะไรที่ไม่ควรยุ่งไหม!การทดสอบนี้มันจะไม่เป็นการนำลูกศิษย์ที่เอาชนะมาด้วยความยากลำบากไปพบจุดจบที่ไม่มีวันชนะหรอกหรือ!”

            “ได้ยินอาของข้าบอกว่านี่คือการทดสอบความสามารถในการทำงานร่วมกันสุดท้ายจะผ่านหรือไม่ผ่านก็อยู่ที่การกระทำของแต่ละคนแล้วล่ะ”

            “ทำไมข้าถึงรู้สึกมีลางสังหรณ์ไม่ค่อยดี”เย่เฉินลูบคิ้วของเขา

            การประเมินในการเข้าร่วมสำนักของสำนักเหิงเยว่ยากกว่าของสำนักเจิ้งหยางมาก ประการแรกจะต้องให้ศิษย์หลายพันคนประลองฝีมือการคัดเลือกคนที่โดดเด่นที่สุดออกมาจากนั้นจึงมีสิทธิ์เข้าสู่ป่าร้างแต่การทดสอบในป่าร้างนั้นมีการทดสอบที่มากกว่าการประลองของสำนักนอก

            กลางดึกเจ้าหมีสองและถังหรูซวนก็ออกจากสวนแห่งวิญญาณ

            หู่หวาและจางเฟิงเหนียนก็ต่างแยกย้ายกันไปนอนเย่เฉินจึงหยิบของสิ่งหนึ่งออกมาจากถุงเก็บของ

            มันเป็นไข่มุกวิญญาณเม็ดหนึ่งและในไข่มุกวิญญาณนั้นได้ผนึกเม็ดยาผสานฟ้าครึ่งหนึ่งเอาไว้

            ในฐานะของนักปรุงยาเมื่อมองไปยังเม็ดยาผสานฟ้าในใจของเย่เฉินก็รู้สึกแปลกใจมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเขาเห็นลายเส้นทั้งหกขีดบนพื้นผิวของมันเขาก็ยิ่งต้องถอนหายใจมากขึ้น เส้นทางที่เขากำลังเดินอยู่ตอนนี้ยังอยู่ห่างจากการปรุงเม็ดยาในระดับหกมากยิ่งนัก

            “เม็ดยาผสานฟ้าหนึ่งเม็ดอาจจะทำให้บรรลุเป็นผู้แข็งแกร่งในขั้นผสานฟ้าได้แต่ไม่รู้ว่าเม็ดยาผสานฟ้าเพียงครึ่งเดียวจะสามารถทำให้เข้าเขตของขั้นผสานฟ้าได้หรือไม่”

            “ผู้ทรงอิทธิพลที่ประมูลเอาเม็ดยาผสานฟ้าไปได้ตอนนี้จะต้องเป็นกังวลมากแน่นอน!”

            “หากพวกเขารู้ว่าเม็ดยาผสานฟ้าอีกครึ่งหนึ่งที่เหลืออยู่ในมือของข้าข้าจะต้องตายอย่างอนาถแน่นอน”

            เย่เฉินลูบคางของเขาบ่นพึมพำไม่หยุดหย่อนในใจได้แต่ครุ่นคิดเรื่องสถานที่ซ่อนเม็ดยาผสานฟ้าอีกครึ่งหนึ่งนี้ขึ้นมาหากเก็บเอาไว้กับตัว แล้วถูกใครพบเข้า ก็ไม่รู้ว่าจะเกิดเรื่องบ้าบออะไรขึ้น

            “จะเอาไปซ่อนไว้ที่ไหนดีล่ะ!” เย่เฉินมองไปรอบด้าน

            ท้ายที่สุดสายตาของเขาก็หยุดลงบนผนังทั้งสี่ด้านของสวนแห่งวิญญาณ ผนังสามด้านทำด้วยหินอ่อนอีกด้านหนึ่งพิงอยู่กับภูผาหิน

            “ตรงนี้ก็แล้วกัน”เขาเดินสองสามก้าวไปยังภูผาหินจากนั้นใช้หนึ่งนิ้วเจาะเข้าไปบนผิวของหินจนเป็นรูเล็กๆให้พอดีกับการจะใส่เม็ดยาผสานฟ้าเข้าไป สุดท้ายจึงใช้หินก้อนเล็กๆ ปิดผนึกเอาไว้

            หลังจากเสร็จสิ้นเขาจึงนั่งลงขัดสมาธิอยู่กลางสวน

            หลังจากทำสมาธิรวบรวมพลังแล้วเมื่อนึกขึ้นมา อัคคีเที่ยงแท้ก็พวยพุ่งออกมาจากนั้นก็ใช้จิตใจควบรวมอัคคีเที่ยงแท้จนกลายเป็นเตาปรุงยา

            จากนั้นสมุนไพรวิญญาณก็ถูกโยนเข้าไปทีละต้น

            ในครั้งนี้เขาไม่ได้ปรุงเม็ดยา แต่ทำการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยก

            เขาเข้าใจดีว่าการประลองของสำนักนอกที่กำลังจะมาถึงโดยเฉพาะอย่างยิ่งการทดสอบในป่าร้างจะมีความยากเย็นอย่างมากและจะต้องมีการสิ้นเปลืองพลังแน่นอนและคงจะไม่สามารถใช้เม็ดยาหุยเสวียนได้ทันทีที่สิ้นเปลืองพลังไป!

            แต่น้ำยาวิญญาณหยกกลับไม่เป็นเช่นนั้นแม้ว่าสรรพคุณทางยาจะไม่เท่าเม็ดยาหุยเสวียนแต่ก็สามารถกลั่นปรุงออกมาได้อย่างง่ายดาย ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้หากมีการขาดแคลนพลังปราณอย่างถึงขีดสุด เพียงแค่มีน้ำยาวิญญาณหยกก็เพียงพอแล้ว

            หลังจากผ่านไปสองสามวันควบคู่กับการฝึกฝนในการปรุงยา สำหรับเขาแล้วการกลั่นน้ำยาวิญญาณหยกจึงกลายเป็นเรื่องที่ง่ายดายมาก

            ในค่ำคืนที่เงียบสงบกลิ่นหอมของยาก็อบอวลไปทั่วสวนแห่งวิญญาณ ทำให้รู้สึกสดชื่น

            เมื่อใกล้รุ่งสางเขาจึงเรียกเก็บอัคคีเที่ยงแท้ จากนั้นจึงนำน้ำยาวิญญาณหยกที่กลั่นได้เทลงไปในน้ำเต้าม่วงทอง

            “แค่นี้ก็พอที่ข้าจะใช้ไปได้อีกนาน”เย่เฉินเขย่าน้ำเต้าม่วงทอง จากนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยความโล่งใจ

    คล้ายกับเรื่องจุติเทพยุทธ์จอมราชัน 【จบ】 ที่คุณอ่าน

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    ก็แค่ตาลุงธรรมดาๆ คนหนึ่งที่บังเอิญได้รับพรจากพระเจ้าแล้วถูกส่งไปยังต่างโลก

    นิยาย แฟนตาซี
    161K 179
    เทพมังกรเหนือโลก

    เทพมังกรเหนือโลก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    104K 62
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    บันทึกสงครามวอร์เทนเนีย (Wortenia Senki)

    นิยาย แฟนตาซี
    64K 246
    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    เทพกระบี่มรณะ (chaotic sword god) 混沌剑神

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    4.63M 2739
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    ยอดคุณพ่อขั้นเทพ

    นิยาย แฟนตาซี
    235K 400
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    จอมหมัดราชันย์

    จอมหมัดราชันย์

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    123K 157