เทพสงครามมังกรเทวะ

ปรุงเทวะโอสถ

ด้านในแหวนมิติจิตวิญญานในเวลานี้เฟยหรงกำลังปรับพลังที่ได้รับมาจากการดูดกลืนย้อนให้มีความมั่นคงและสเถียรมากยิ่งขึ้น ด้วยระดับพลังในเวลานี้ชายหนุ่มสามารถสู้กับระดับเทพนิรันทร์ขั้นต้นได้โดยไม่ต้องพึงพาพลังของบัลลังก์ แต่หากใช้บัลลังก์เข้าช่วยเทพนิรันทร์บรรพกาลขั้นต้นก็ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา

 

เหตุที่เป็นเช่นนี้เพราะขอบเขตพลังที่กว้างกว่าคนทั่วไปมากมายนัก หากจะให้เทียบสำหรับระดับเดียวกันขุมพลังหากฝ่ายตรงข้ามขุมกำลังดังสระน้ำ เฟยหรงก็คือทะเลสาบ จึงไม่แปลกที่จะสู้ข้ามขั้นได้ แม้จะแค่สองขั้นก็ตามแต่สำหรับขอบเขตพลังในระดับนี้ก็นับว่าล้ำเลิศเกินบรรยาย

 

เฟยหรงยิ่งปรับพลังในร่างกายมากเท่าไร ชายหนุ่มไม่รู้ทำไมกลับจมดิ่งลงไปในห้วงจิตใจของตนเองซึ่งเป็นสถานที่ๆหอคอยเทพมังกรตั้งอยู่ เมื่อมงไปยังชั้นล่างสุดในเวลานี้กู่เทียนหลงกำลังทำการฟื้นฟูพลังอย่างรวดเร็วจากการช่วยเหลือของบัลลังก์ราชัน

 

เมื่อชายหนุ่มเห็นดังนั้นเขาก็พลันเงยหน้ามองไปยังชั้นบนสุดและลอยขึ้นไปในทันที ก่อนที่จะมาหยุดอยู่ที่น่าประตูของหอคอยชั้นที่เก้าและสิ่งแรกที่เขาเห็นนั้นช่างดูน่าตื่นตาตื่นใจ เขาเดินเข้าไปตรงกลางระหว่างบัลลังก์ราชันทั้งหกในทันทีเมื่อเดินมาถึงตรงนี้เหล่าบัลลังก์ราชันพากันคืนร่างและหมอบลงให้กับเฟยหรงราวกับเจอผู้เป็นนาย

 

ชายหนุ่มที่กวาลสายตามองก็พลันยกยิ้มขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้เขาเดินเข้าไปลูบศรีษะของพวกมันอย่างแผ่วเบา ความสนิทของเขากับบัลลังก์ราชันพลันเพิ่มพูนขึ้นมาจนเฟยหรงสัมผัสได้ว่าเขาไม่จำเป็นต้องเรียกบัลลังก์ราชันออกมาก็สำแดงพลังของพวกมันได้แปดส่วนด้วยกัน

 

"อีกสามจุดที่เหลือนี้พวกเจ้าเหลือไว้ให้เหมันต์ วารี และพฤกษางั้นหรือ"เฟยหรงกล่าวขึ้นและมองไปจุดวงกลมที่ว่างอยู่ เหล่าร่างจำแลงพลังของบัลลังก์ประดุจดังรู้ว่าชายหนุ่มหมายถึงอะไรพวกมันจึงพยักหน้าให้อย่างไม่ลังเล

 

"น่าเสียดายที่พวกเขาไม่อาจจะมาอยู่กับพวกเจ้าที่นี่ได้ เนื่องจากทั้งสามบัลลังก์เป็นของท่านปู่และภรรยาของข้า ข้าไม่อาจที่จะเห็นแก่ตัวและรวบรวมพลังทั้งสามอย่างที่เหลือมาอยู่รวมกับพวกเจ้าได้"

 

"เอาละได้เวลาที่ข้าจะต้องออกไปแล้ว พวกเจ้าก็พักผ่อนเถอะ อีกไม่นานข้าคงต้องพึ่งพาเจ้าแล้ว"เฟยหรงกล่าวขึ้นเหล่าร่างจำแลงบัลลังก์ราชันพลันกู่ร้องก่อนที่พวกมันจะค่อยๆกลับกลายเป็นบัลลังก์ราชันตามเดิม ส่วนเฟยหรงนั้นในเวลานี้เขาได้ลืมตาตื่นขึ้นมาและลุกขึ้นยืนในทันที

 

ในเวลานี้หญิงงามหน้าคนต่างพากันจ้องหน้าเขาด้วยความเป็นห่วงเป็นใย เฟยหรงที่ได้เห้นถึงกับต้องผงะในทันที เหตุใดทั้งห้าคนถึงได้จ้องหน้าของเขาปานนี้ด้วย

 

"เจ้าตัวร้าย สีผมของเจ้าเปลี่ยนไปอีกแล้ว"เฟิงหยาลี่กล่าวขึ้นเฟยหรงที่ได้ยินดังนั้นก็พลันจับผมของตัวเองขึ้นมาดูในทันที แล้วก็เป็นอย่างที่เฟิงหยาลี่กล่าวจริงๆ เส้นผมที่ควรจะเป็นสีน้ำเงินของเขาบัดนี้กลับแปรเปลี่ยนเป็นสีดำสนิทราวกับราตรีที่ไร้ดวงดาว

 

"คงจะเป็นเพราะข้าพึ่งดุดกลืนลมปราณธาตุความมืดมาน่ะ ช่างเถอะๆวันนี้ข้าจะพาพวกเจ้าออกไปเปิดหูเปิดตาเสียหน่อยดีไหม"เมื่อได้ยินเช่นนั้น เหล่าหญิงสาวพลันดวงตาเป้นประกายด้วยความตื่นเต้น โดยเฉพาะตงกู่เซียน หลินเอ๋อ เนื่องจากพวกนางไม่เคยออกจากดวงดาวแม้แต่น้อยดังนั้นจึงไม่เคยเห็นจักรวาลภายนอกแต่อย่างใด

 

เมื่อกล่าวจบเฟยหรงก็เปิดมิติขึ้นมาและพาพวกนางออกไปด้านนอกซึ่งในเวลานี้เหล่าทวดของเฟยหรงต่างก็พากันมองมาที่พวกนางด้วยแววตาที่หลากหลาย

 

"เหลนตัวน้อยพาใครมา พาใครมาละนั่น"เฟยฮุยหยากล่าวขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนมีเลศนัย

 

"อ่อ พวกนางเป็นคนรักของข้าน่ะขอรับ"เฟยหรงเมื่อได้ยินคำถามก็กล่าวอย่างไม่อาย บรรดาหญิงงามทั้งห้าคนที่ได้ยินดังนั้นก็พากันหน้าแดงยกใหญ่ ในขณะเดียวกันเฟิงเยว่ฉานที่กำลังจะเอ่ยทักท้วงพลันโดนน้องสาวของนางปิดปากเอาไว้เสียก่อน ก่อนที่พวกนางจะพากันคาราวะแก่ทวดๆของเฟยหรงอย่างพร้อมเพรียงกัน

 

"ช่างน่าเอ็นดู ดูเหมือนว่าเจ้าตัวน้อยของพวกเราจะร้ายใช่เล่น มาๆมาให้ย่าทวดของพวกเจ้าดูหน่อยสิ"เฟยหลันหลินกล่าวขึ้นบรรดาเหล่าหญิงงามค่อยๆเดินไปหาพวกนางช้าๆและมาหยุดอยู่ตรงหน้าของย่าทวดใหญ่ทั้งสอง

 

"อืมๆผู้ใช้เปลวเพลิงสวรรค์สองคน วิหคเพลิงอมตะสองคน หนึ่งคนมีกายศักดิ์สิทธิ์ผนึกเทวะ"หลันหลินเจ้าต้องรับศึกหนักเสียหน่อยแล้ว ส่วนพี่สาวจะสอนคนที่มีกายผลึกเทพเอง"

 

"ได้อยู่แล้วเจ้าค่ะ ท่านพี่หญิงแต่ทว่าพวกนางจะเต็มใจฝึกกับเราหรือเปล่าเรายังไม่รู้เลยนะเจ้าคะ"เฟยหลันหลินกล่าว

 

"โอ้ จริงด้วย พวกเจ้าสนใจจะฝึกกับย่าทวดใหญ่สองคนนี้หรือไม่"เฟยฮุยหยากล่าวถามในทันใด เหล่าหญิงงามเมื่อได้ยินต่างตอบรับอย่างยินดี แน่นอนโอกาสที่จะได้รับการฝึกสอนจากเทพนิรันทร์บรรพกาลเช่นนี้พวกนางใยต้องปฏิเสธกัน

 

หลังจากที่หญิงงามทั้งห้านางแยกกันไปอยู่ตามสังกัดขแงย่าทวดใหญ่ทั้งสองเป็นที่เรียบร้อย นั่นเป็นเวลาเดียวกับที่เฟยอู่หนานกลับมาพอดี และไม่รอช้าที่จะยื่นแหวนมิติที่บรรจุสมุนไพรให้กับเฟยหรง สำหรับเฟยอู่หนานเหลนชายคนนี้ของเขาช่างพิเศษยิ่งไม่แน่อาจจะปรุงยารักษาเฟยอู่เหม่ยออกมาได้

 

ในเวลานี้ทั้งตระกูลเฟยไม่กล้าแม้แต่จะคาดเดาความสามารถของเฟยหรงเลยแม้แต่น้อย เพราะเด็กคนนี้นั้นราวกับหลุมลึกที่ไร้ก้นบ่อและมักจะทำให้พวกเขาตกตะลึงอยู่บ่อยครั้ง

 

ทางด้านเฟยหรงเมื่อเห็นได้สมุนไพรครบที่ต้องการชายหนุ่มก็พลันจัดวางมันตามประเภทของโอสถที่ต้องการในทันที เมื่อเสร็จสิ้นการเตรียมตัวชายหนุ่มพันหยิบเอาผลไม้ดาราออกมาสองผลด้วยกันและวางลงไปที่ชุดของสมุนไพรหวนคืนพรสวรรค์สร้างความพลันพรึงให้เหล่าทวดของตนเองอย่างช่วยไม่ได้

 

"ผลไม้ดารา เจ้าเด็กนี่คิดจะหลอมสร้างเทวะโอสถหวนคืนพรสวรรค์"เฟยอู่หนานกล่าวอย่างตกตะลึง ในความคิดแรกของทั้งเขาหรือใครก็ตามเขาคิดว่าเฟยหรงน่าจะทำโอสถระดับแปดให้กับเฟยอู่เหม่ยด้วยซ้ำแต่คิดไม่ถึงว่าชายหนุ่มคิดจะหลอมสร้างเทวะโอสถออกมา

 

"บะ บ้าน่า อายุเขายังไม่ถึงร้อยปีด้วยซ้ำ ทำไมถึงบ่มเพาะสองพลังได้รวดเร็วเพียงนี้!!"ทุกคนพากันลุกพรวดพราด เฟยหรงที่ทำสมาธิอยู่พลันลืมตาขึ้นมา มือโบกสบัดไปที่สมุนไพรชุดแรกนั่นคือทับทิมจรัสแสงและสมุนไพรประเภทแสงแยกย่อยอีกร้อยชนิดลอยขึ้นมาก่อนที่จะถูกกลั่นหลอมกลางอากาศกลายเป็นของเหลวอย่างง่ายดาย

 

เฟยหรงวาดมือจนชายเสื้อพริ้มไหวแยกเอากากมนุนไพรออกมาในทันที และเริ่มทำการผสมรวมกันโดยมีของเหลวที่กลั่นจากทับทิมดาราเอาไว้กึ่งกลาง กระบวณการหลอมสร้างแม้จะฟังดูรวดเร็วแต่ทว่ากลับนานถึงสามชั่วยามด้วยกัน เฟยหรงประกบมือทั้งสองข้างของเหลวนับร้อยพลันถูกควบแน่นจนกลายเป็นเม็ดยาสีทองอร่ามงดงามตา

 

ทันใดนั้นสายฟ้าโอสถเก้าสายพลันปรากฏเหนือโถงดาราพิสุทธิ์เพื่อที่ทำลายโอสถที่ท้าทายสวรรค์นี้ แต่ต้องไม่ลืมว่าเมื่อยู่ต่อหน้าของเฟยหรงสายฟ้าทุกสายล้วนแต่ต้องยอมสยบ ชายหนุ่มเพียงดีดนิ้วเท่านั้นสายฟ้าทัณฑ์โอสถพลันกลายเป็นละอองเเสงฉาบย้อมไปทั่วเม็ดยาอย่างน่าอัศจรรย์ใจและกลายเส้นสีขาวสามเส้นปรากฏบนเม็ดยา

 

"เทวะโอสถซ่อมแซมเส้นลมปราณ ทั้งยังมีเส้นชีพจรโอสถ!!"เฟยอู่หนานกล่าวอย่างตะลึงลานในทันใด เดิมทีการเป็นเทวะโอสถนั้นอยากอยู่แล้ว แค่เพียงหลอมสร้างเทวะโอสถแปดส่วนก็แทบจะหาไม่ได้ในจักรวาลนี้ แต่ทว่าเฟยหรงกลับสามารถหลอมสร้างโอสถที่มีเส้นชีพจรสามเส้นได้นั่นหมายความว่าความบริสุทธิ์ของมันนั้นเต็มสิบส่วนอย่างแน่นอน ทั้งยังมีสรรพคุณที่มากกว่าเทวะโอสถทั่วไปถึงสามเท่า

 

แถมด้วยการหลอมสร้างอันน่ามหัศจรรย์ที่ไม่ใช้แม้แต่เตาปรุงยาคงต้องบอกได้คำเดียวเลยว่าล้ำเลิศ ในเวลานี้เฟยอู่หนานสามารถพูดได้อย่างเต็มปากเลยว่าเฟยหรงคือเทวะโอสถเลิศล้ำที่สุดในจักรวาลอย่างแน่นอน

 

เมื่อเสร็จสิ้นโอสถชนิดแรกแล้วเฟยหรงก็หลอมสร้างโอสถต่อไป เขาใช้เวลาในการสร้างเทวะโอสถอีกสองชนิดเพียงหกชั่วยามเท่านั้น หากรวมกับโอสถชนิดแรกเขาใช้เวลาทั้งหมดเก้าชั่วยามในการหลอมสร้างมัน ทั้งนี้เทวะโอสถทั้งสามเม็ดกลับบริสุทธิ์เต็มสิบส่วนและมีเส้นชีพจรโอสถสามเส้นเหมือนกันทั้งหมด แสดงให้เห็นว่าชายหนุ่มไม่ได้โชคในการสร้างแต่เป็นฝีมือของเขาจริงๆ

 

แน่นอนการหลอมโอสถของเขาทำให้ทุกคนในโถงนี้ต่างมองกันไม่วางตา เฟยหรงเมื่อทำทุกอย่างเสร็จสิ้นหน้าของเขาก็ซีดเซียวเล็กน้อยเนื่องจากเทวะโอสถกินพลังวิญญานของเขามากเกินไป

 

"นี่ขอรับ ท่านต้องใช้โอสถฟื้นฟูร่างกายก่อน จากนั้นค่อยใช้โอสถซ่อมแซมเส้นลมปราณ และสุดท้ายใช้โอสถฟื้นคืนพรสวรรค์ เท่านี้ท่านก็จะกลับมาดังเดิม"ชายหนุ่มเดิมเข้าไปยื่นขวดหยกสามขวดให้เฟยอู่เหมยในทันที หญิงงามที่อึ้งงันก็รับมาด้วยอาการที่ยังมึนงงและเหม่อลอย ชายหนุ่มที่เห็นว่าท่านทวดหญิงของเขารับไปแล้วก็เดินไปนั่งลงและโคจรพลังฟื้นฟูพลังวิญญานของเขาในทันที

 

"เหม่ยเอ๋อ รีบใช้มันเร็วเข้า"เฟยฮุยหยาเมื่อเห็นว่าลูกสาวกำลังงุนงงก็กล่าวเตือนสติจนเฟยอู่เหม่ยถึงกับสะดุ้งก่อนที่นางจะรีบใช้โอสถที่เฟยหรงให้มาตามลำดับ เริ่มจากฟื้นฟู่ร่างกาย ซ่อมแซมเส้นลมปราณ และสุดท้ายก็คือฟื้นฟูพรสวรรค์ตามลำดับ

 

เวลาผ่านไปสามวันเต็มๆเฟยหรงได้ลืมตาขึ้นมาและลุกขึ้นด้านหน้าของเขาทุกคนยังอยุ่กันพร้อมหน้าและไม่ได้ออกไปไหน รอคอยเฝ้าดูว่าเฟยอู่เหม่ยจะเป็นอย่างไรเมื่อได้กินโอสถทั้งหมดไปแล้ว

 

"ท่านทวดหญิงไม่เป็นไรหรอกขอรับ อีกเดียวก็คงฟื้นแล้ว"เฟยหรงกล่าวอย่างสบายใจ และนั่งลงข้างๆเฟิงหยาลี่ผู้เป็นภรรยา เขารู้ดีทุกคนล้วนแต่เป็นห่วงเฟยอู่เหม่ยอย่างแท้จริง ในขณะนี้เองเด็กน้อยคนหนึ่งเดินมาหาเฟยหรงพร้อมกับสะกิดชายหนุ่มจนต้องหันมอง

 

"นี่ๆ พี่สาวจะหายป่วยจริงๆใช่หรือไม่"เฟยหรงที่ได้เห็นก็พลันยกยิ้ม เด็กน้อยคนนี้ไม่ใช่ใครนอกจากเฟยอู่จินที่อยู่กับเฟยอู่เหมยตลอดเวลา

 

"แน่นอน.........เอ่อ...ข้าจะเรียกเจ้าว่าอะไรดีละเนี้ย"ชายหนุ่มกล่าวอย่างไม่แน่ใจ หากนับกันตามอายุดูเหมือนเขาจะแก่กว่า แต่ทว่าหากนับกันตามศักดิ์แล้วเฟยอู่จินคือท่านทวดอีกคนของเขาเลยก็ว่าได้

 

"เรียกข้าว่าอู่จิน ข้าให้ท่านเป็นพี่ใหญ่ของข้า"เด็กน้อยไม่รู้ประสากล่าวอย่างภูมิใจ เฟยหรงเองก็ยกยิ้มเจื่อนๆให้กับเขาเช่นเดียวกัน หากเขาเป็นพี่ใหญ่ของเฟยอู่จินไม่ใช่ว่าเป็นพี่ใหญ่สุดในหมู่ท่านทวดของเขาหรอกหรือ

 

"เอาเป็นว่าข้าเรียกเจ้าว่าอู่จินแล้วกัน แต่เจ้าจะเรียกข้าว่าอะไรก็สุดแล้วแต่เจ้า"เฟยหรงกล่าวตัดปัญหา ภาพนี้ทำให้ทุกคนที่กำลังลุ้นเรื่องของเสวียเหม่ยพากันคลายใจและหัวเราะกันออกมาด้วยความน่ารักของเฟยอู่จิน

คล้ายกับเรื่องเทพสงครามมังกรเทวะ ที่คุณอ่าน

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

หมื่นอสูรก้มกราบ [แปลจบแล้ว]

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
15.48M 4292
สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

นิยาย แฟนตาซี
9.93M 1273
ยุทธเวทผลาญปีศาจ

ยุทธเวทผลาญปีศาจ

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
223K 810
ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

นิยาย แฟนตาซี
4.58M 3380
[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

[นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
2.77M 1648
มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

นิยาย เกมออนไลน์
3.72M 1271
กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

กริมตำนานเทวทูตจอมราชันย์

นิยาย แฟนตาซี
312K 292
ประชา : 2090 (จบแล้ว)

ประชา : 2090 (จบแล้ว)

นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
18K 258
บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
2.21M 577
คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

คัมภีร์จักรพรรดิพิชิตฟ้า 【จบแล้ว】

นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
3.87M 2416