The Legend of Altea: โลกเวทมนตร์แห่งเทพธิดา

    ตอนที่123 บุกดันเจี้ยน26 (LV UP)

              สกูร์ชิพอ้าปากแล้วกัดลงไปหมายจะเขมือบทั้งตัว

              เรเวลเห็นดังนั้นจึงรีบร่ายสกิลป้องกัน 

              ‘เวทไฟ-สเปียร์โพรเทคชั่น’

              เกิดโล่แห่งเปลิงเพลิงขยายออกไปคลุมรอบตัวคล้ายโดมสีแดง 

              ฟันของสัตว์ปีศาจกระทบกับโล่ แต่ทว่าโล่กลับแตกละเอียดในพริบตา

              ‘แย่แล้ว!..กันไม่ได้งั้นหรอ!!’

              เรเวลที่เห็นว่าหลบตอนนี้คงไม่ทันแน่จึงรีบย่อตัวลงแล้วยกแขนซ้ายขึ้นมาป้องกันเอาไว้

              แขนซ้ายที่มีเกราะโลหะสีทองหุ้มอยู่สามารถป้องกันคมเขี้ยวเอาไว้ได้ แต่ว่า

              ‘กร็อบๆ..’

              “อ๊ากก…”

              เรเวลกรีดร้องด้วยความเจ็บปวด

              แรงบดของขากรรไกรนั้นสามารถส่งผ่านเกราะแขนได้

              คนอื่นๆที่เห็นดังนั้นจึงพยายามรีบเข้ามาช่วย..แต่ด้วยระยะห่างที่มากเกินไปจึงไม่อาจมาได้ทัน..จนเด็กหนุ่มต้องรับมืออยู่คนเดียว

              “เรเวล!!!..”

              เซซิเลียตะโกนออกมา..แต่ทว่าเรเวลกลับห้ามแล้วบอกบางอย่างออกไป

              “ทุกคน..ช่วยโจมตีสกิลจากระยะไกลมาที!!!…อั๊กก…”

              เรเวลตะโกนข้ามด้วยเสียงอันดัง..เขายอมใช้แขนซ้ายของตัวเองเป็นเหยื่อล่อเพื่อตรึงสัตว์ปีศาจเอาไว้

              “นี่แกจะบ้ารึไง!..”

              คราวนี้เซเลน่าตะโกนออกมาบ้าง

              “อึก…บอกให้ทำก็ทำสิ!!!!!!!!!!!!!…เชื่อฉันเถอะ..เร็วๆๆ..มันเจ็บนะเฟ้ยยยยยยยยยยยยยย!!!!”

              เรเวลตะโกนออกไป..ตอนนั้นเองเซซิเลียนึกอะไรบางอย่างได้

              “เข้าใจแล้วค่ะ..”

              เซซิเลียใช้พลังจิตควบคุมปืนใหญ่ดอกไม้4กระบอกหันไปยังทิศทางเดียว จากนั้นร่ายสกิลต่อเนื่อง

              ‘เวทพืช-โรเซ่ออฟวัลคิเรียอาร์เมอร์’

              ปรากฎชุดเกราะหนามขึ้นมาพันรอบตัวเซซิเลีย แต่คราวนี้ไม่มีมงกุฎดอกไม้ปรากฎที่ศีรษะ 

              ‘เวทพืช-วาคิเรียซอร์ด’

              ปรากฎดาบตรงยาวสีเขียวมรกตขึ้นที่มือข้างขวา

              เซซิเลียเตรียมโจมตีแบบจัดเต็มอย่างไม่ลังเล แถบยังใช้สกิลที่กินพลังเวทมากที่สุดอีกด้วย 

              “เซเลน่าเดี๋ยวเธอโจมตีพร้อมกับฉันนะ..โจมตีใส่ไปเรื่อยๆเลย”

              เซเลน่าเห็นเซซิเลียกล่าวแบบนั้น..เธอเองก็ไม่ลังเลเหมือนกัน

              “ชิ…ถ้าไอหมอนั่นตายอย่ามาโทษกันนะ”

              'เวทไฟ-ดีไวน์บับเบิล'

              เกิดบอลสีแดง7ลูกโคจรรอบตัวเซเลน่า

              ‘ลูกที่3’

              บอลลูกที่3ถูกดูดกลืนหายเข้าไปในตัวเซเลน่า ซึ่งมีความสามารถคือเพิ่มขอบเขตและระยะการโจมตีของสกิล20เท่า

              ‘ลูกที่7’

              เซเลน่าใช้บอลลูกที่7 คัดลอกควาามสามารถของบอลลูกที่2 คือเพิ่มพลังโจมตีของสกิล20เท่า แล้วส่งให้เซซิเลีย

              หลังบอลสีแดงดูดกลืนเข้าไปในตัวเซซิเลียแล้ว ทั้งชุดเกราะ ดาบ และดอกไม้ยักษ์ ล้วนห่อหุ้มไปด้วยแสงสีแดง

              เซซิเลียชูดาบมรกตขึ้น แล้วสับลงไป

              ‘วัคคิเรียสแลช’

              เกิดคมดาบสายลมพุ่งไปข้างหน้าด้วยอานุภาพที่รุนแรงขึ้นอย่างมหาศาล

              เซซิเลียตวัดดาบเพื่อสร้างสายลมแห่งการสังหารไม่ยอมหยุด

              ส่วนดอกไม้ยักษ์4ดอก ก็ยิงเลเซอร์สีเขียวออกไปเรื่อยๆไม่หยุดเช่นกัน

              เซเลน่าเองก็ร่ายสกิลแล้วโจมตีรัวๆโดยไม่เว้นช่วง

              ‘เวทไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’

              ‘เวทไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’

              ‘เวทไฟ-กงจักรเพลิงสังหาร’

              ‘เวทไฟ-อาชูร่าริปเปอร์’

              ‘เวทไฟ-อาชูร่าริปเปอร์’

              ‘เวทไฟ-อาร์ชูร่าริปเปอร์’

              ทั้งกงจักรสีแดงและตาข่ายแห่งเปลงเพลิงพุ่งออกไปอย่างไม่ขาดสาย

              สกูร์ชิพที่สนใจอยู่กับแขนซ้ายของเหยื่ออยู่ซึ่งกัดยังไงก็ไม่ขาด จึงต้องอาบการโจมตีจากด้านหลังเต็มๆ

              'ตู้มมม..บึ้มมม...เพล้งง...เปรี้ยย...บู้มมมม'

              ฝุ่นควันฟุ้งกระจายจนบดบังทัศนวิสัยไปทั่วตลอดทางยาว

              เซซิเลียกับเซเลน่าหยุดพักเพราะต้องหอบหายใจเนื่องจากต้องร่ายสกิลต่อเนื่องและพลังเวทลดลงแบบฮวบฮาบเกินไป

              เมื่อฝุ่นควันจางหาย..สกูร์ชิพก็พบว่าสิ่งที่ตัวเองกำลังกัดอยู่ไม่ใช่แขนซ้ายของเหยื่อ แต่มันคือหอกแข็งๆสีเงินซึ่งตอนนี้มีอนุภาคแสงศักดิ์สิทธิ์กำลังถูกดูดเข้ามาพร้อมกับเสียงระฆังแปลกๆที่มันฟังไม่เข้าใจ

              เมื่อมองไปที่ตัวเหยื่อตอนนี้ก็พบว่าร่างกายเหยื่อของมันกำลังห่อหุ้มด้วยแสงสีเขียวดูลึกลับอยู่

              ใช่แล้วล่ะ…มันคือสถานะ <กลาดิเอเตอร์โหมด> ที่จะมอบสถานะอมตะให้ชั่วคราวเป็นเวลา5วินาทีนั่นเอง

              เรเวลอาศัยจังหวะที่เซซิเลียกับเซเลน่าโจมตีเข้ามา(มีบางส่วนพลาดเป้าไปโดนกำแพงข้างๆแล้วเกิดฝุ่นควัน) รีบร่ายสกิล <กลาดิเอเตอร์ไดร์ฟ> เพื่อให้ตนเองไม่ถูกลูกหลงไปด้วย เมื่อสถานะอมตะทำงาน จึงทำให้ฟันของสกูร์ชิพกัดลงมาพลาด และตอนที่เกิดม่านควันจากฝุ่นนั้นเอง..เรเวลรีบใช้หอกของตัวเองเสียบเข้าไปในปากของสกูร์ชิพแทนแขนซ้าย จากนั้นชาร์จสกิล<หอกแห่งปาฎิหาริย์>ทันที

              อานุภาคแสงถูกรวบรวมมาเรื่อยๆ จนเมื่อสถานอมตะของเรเวลหมดไป ก็มีเปลวเพลิงสีแดงมาห่อหุ้มที่ตัวหอกผสมกับอนุภาคแสงสีขาว

              สกูร์ชิพเห็นดังนั้นก็รู้ได้ทันทีว่าตัวเองติดกับเข้าให้แล้ว 

              “!!!”

              มันพยายามจะคลายปากออกจากด้ามหอกแล้วรีบกระโดดหนี

              “ลาก่อนนะ”

              เรเวลกล่าวด้วยสีหน้าเย็นชา จากนั้นจึงตะโกนชื่อสกิลออกไปสุดเสียง

              ‘เวทไฟ-เบิร์สแลนซ์!!!!!!!!!!!!!’

              เกิดระเบิดอย่างรุนแรงรอบตัวซึ่งเป็นระเบิดที่ใหญ่ที่สุดของวันนี้

              ‘ตู้มมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมมม’         

              สกูร์ชิพถูกระเบิดสีขาวร้อนระอุที่ขยายออกมากลืนกิน

              ร่างกายของมัน ทั้งกระดูก ซี่โครง และกะโหลก ต่างระเบิดแยกออกจากกันเป็นเสี่ยงๆ

              “หมอบเร็ว!!” 

              เซเลน่าตะโกนออกมา

              เซซิเลียกับรูอันจึงรีบหมอบตามเธอ

              ไอร้อนจากแรงระเบิด และแรงอัดลม ต่างกระจายไปทั่วพื้นที่ทางยาว

              เมื่อการระเบิดครั้งใหญ่จบลง ก็เห็นพื้นอิฐหลอมละลายเป็นสีแดงตลอดทางยาว และเห็นเรเวลยืนอยู่ปลายทางสุดพร้อมกับยกนิ้วให้..เป็นสัญญาณของชัยชนะ

              “ขอบใจนะ”

              ^_^

              “ในที่สุดก็ชนะเลเวล50ได้แล้วล่ะ”

              ร่างกายของสกูร์ชิพระเบิดเป็นเสี่ยงๆไม่เหลือไว้แม้กระทั่งดรอปไอเท็ม

              ตอนนั้นเองเรเวลเห็นข้อความบางอย่างปรากฎขึ้นในทัศนวิสัย

              ----------------------

              เรเวล (เผ่ามนุษย์) LV UP ‘30 → 36’

              ‘HP +28,000’

              ‘ปรับเพิ่มความสามารถ’

              ‘ปลดล็อคสกิลใหม่’

              → <คริมสันเฮริกซ์ LV1>

              → <ช็อคเวฟเคาเตอร์ LV1>

              → <Counter Flare LV1>

              ----------------------

            

              ***

     

              ‘เวทมิติ-ไดเมนชั่นบูลเล็ท’

              ลูน่ายิงกระสุนสร้างประตูมิติ

              เอเรน ชีน่า และลูน่ากระโดดเข้าไปประตูมิตินั้น แล้วไปโผล่อีกจุดหนึ่งที่อยู่ระยะไกลออกไปมาก

              เมื่อโผล่ออกมาจากประตู ก็มีมอนสเตอร์คอยจู่โจมอยู่..ไม่สิ..สัตว์ปีศาจต่างหากล่ะ

              ----------------

              [เดวิลเรโซแนนซ์]

              สัตว์ปีศาจ: LV50

              เผ่า: หินผา

             -----------------

              สัตว์ปีศาจหินแข็งรูปร่างทรงกลมถือส้อมกับช้อนแปลกๆกำลังพุ่งเข้ามาหมายโจมตี

              เอเรนถือแค่อาร์ติเฟกซ์ดาบคาตานะฟันฉับผ่า2ท่อนแบบง่ายได้โดยไม่ต้องร่ายสกิล แสดงให้เห็นถึงความแตกต่างกันระหว่างค่าสเตตัสอย่างมหาศาล          

              “ทางนี้..พี่ลูน่า”

              ชีน่าชี้ทางไปยังช่องแคบทางเข้าที่เป็นถ้ำหิน

              “เข้าใจละ..”

              ลูน่ามองไปยังทิศทางนั้นแล้วร่ายสกิลต่อ

              ‘เวทมิติ-ไดเมนชั่นบูลเล็ท’

              เอเรน ลูน่า ชีน่า วิ่งเข้าไปที่ประตูมิติอีกครั้ง แล้วโผล่ในจุดต่อไป

              ชีน่าใช้สกิลของเขาหาตำแหน่งของเรเวล โดยลููกศรบอกทิศทางจะปรากฎขึ้นในหัวว่าต้องไปทางไหน จากนั้นเธอค่อยบอกให้ลูน่าสร้างประตูมิติเพื่อร่นระยะทางไปยังทิศทางที่เธอบอก

              ด้วยวิธีนี้นี่เองทำให้ตอนนี้ตำแหน่งของพวกเธอห่างจากเรเวลเพียงแค่22ชั้นเท่านั้น

              ณ ตอนนี้พวกลูน่าอยู่ในชั้นที่48 ซึ่งดันเจี้ยนตั้งแต่ชั้นที่30ลงมาก็มีขนาดใหญ่พอๆกับเมืองหลวงของอาณาจักรเบลฟาร์สแล้ว และเมื่อยิ่งลงลึกไปมากเท่าไร ก็มีขนาดใหญ่ขึ้นมากเท่านั้น หากเอเรนมาเพียงแค่คนเดียวต่อให้มีเลเวลสูงกว่ามอนสเตอร์หรือสัตว์ปีศาจมากแค่ไหน สุดท้ายก็ต้องหลงทางแล้วอดอาหารตายในที่แห่งนี้อยู่ดี

              ‘ต้องขอบใจเด็กพวกนี้มากจริงๆ’ 

              เอเรนรู้สึกขอบคุณลูน่าและชีน่าจากใจจริง

              ที่ผ่านมาชีน่ามีหน้าที่บอกทางมาโดยตลอด ส่วนลูน่าก็ใช้ประตูมิติเพื่อร่นระยะทาง ซึ่งใช้พลังเวทจนเกือบหมดไปไม่รู้กี่รอบ พวกเขาผ่านเซฟตี้พ้อยระหว่างชั้นมาแล้วถึง2ครั้ง และนอนในแคปซูลห้องน้ำไปแล้วถึง4รอบเพื่อฟื้นฟูพลังเวท..และหากจุดที่พักไม่อยู่ในเซฟตี้พ้อย เอเรนก็จะทำหน้าที่เฝ้าเวรให้

              ซึ่งก่อนจะเข้าไปนอนในห้องน้ำพวกลูน่าก็มีลังเลนิดหน่อยเหมือนกัน แต่พอเอเรนบอกว่าเวลามีไม่มาก หากไม่ใช้วิธีนี้พลังเวทก็จะมีไม่พอ และสุดท้ายจะช่วยเพื่อนของเธอไม่ได้ เมื่อกล่าวแบบนี้ทั้งลูน่าและชีน่าก็เข้าไปนอนทันทีโดยไม่ได้ปฎิเสธอะไรต่อ 

              ส่วนเอเรนก็มีหน้าที่เพียงแค่อย่างเดียวคือโค่นมอนสเตอร์กับสัตว์ปีศาจที่แข็งแกร่ง ซึ่งพวกลูน่าสู้ไม่ไหว แน่นอนว่าเพราะทั้ง3คนอยู่ปาตี้เดียวกันจึงทำให้ลูน่ากับชีน่าได้ EXP ไปด้วย และตอนนี้พวกเขามีเลเวลถึง39แล้ว

              “ถ้าหากพวกนั้น….ไม่เคลื่อนที่ไปไกลกว่าเดิมก็ดีนะคะ…”

              ชีน่าลงความเห็นแบบนั้นขณะวิ่งไปข้างหน้าเรื่อยๆ 

              “อืม..แต่ไม่ต้องกังวลไปหรอก..นับตั้งแต่ชั้นที่10 จนถึงชั้นนี้..พวกเรายังมาถึงได้ในระยะเวลาสั้นๆ..อีกไม่นานก็คงตามทัน..และพวกนั้นเองก็ไม่มีทั้งแผนที่ในหัวและไม่มีคนนำทางด้วย..ก็คงไปไหนไม่ได้ไกลหรอก" เอเรนกล่าวออกมาพร้อมกับกำจัดสัตว์ปีศาจที่ขวางทางขณะที่กำลังวิ่ง นั่นทำให้ลูน่ากับชีน่าไม่จำเป็นต้องต่อสู้เลย

              “อาจารย์ดูมั่นใจจังเลยนะคะ” ลูน่ากล่าว

              “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอก..แต่แค่หวังอยากให้เป็นแบบนั้นเฉยๆ..หากเรามองโลกในแง่ดีทุกอย่างมันก็จะดีเอง”

              เอเรนกล่าว..และยังคงกล่าวต่อ

              “ว่าแต่พวกเธอเถอะ..ตอนนี้ก็ใกล้จะเลเวล40แล้วนิ..ถือว่าโชคดีมากๆเลยนะ..ที่มีคนพาเก็บเลเวลให้ฟรีๆแบบนี้น่ะ” เอเรนกล่าวจบแล้วหัวเราะออกมาเล็กน้อย

              “ก็ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”

              เดิมทีนั้น รร.อัศวินเวทมนตร์ เมื่อจบชั้นปีที่3 จะมีคนที่เลเวลถึง40เพียงแค่หยิบมือเท่านั้น และส่วนมากจะอยู่ที่เลเวล 33-35 ซะมากกว่า แต่ที่ผ่านมาตลอดทางนั้นเอเรนโค่นมอนสเตอร์และสัตว์ปีศาจไปจำนวนนับไม่ถ้วน ลำพังแค่มอนสเตอร์นั้นอาจจะเพิ่ม EXP ได้ไม่มากเท่าไร แต่การโค่นสัตว์ปีศาจนั้นถือว่าเป็นผลงานอันยิ่งใหญ่ แม้จะโค่นแค่1ตัวก็ได้ EXP มหาศาลแล้วสำหรับลูน่ากับชีน่าที่ก่อนหน้านี้มีเลเวลแค่30เท่านั้น แม้ว่าจะไม่ได้โค่นด้วยตนเอง แต่พวกเธอก็ได้ผลประโยชน์จากระบบปาตี้

             และอาจเพราะเป็นความโชคดีด้วยเนื่องจากสัตว์ปีศาจจะอาศัยอยู่ในป่าแห่งปีศาจเท่านั้น และคนที่ได้รับอนุญาติให้สำรวจป่านี้ได้จะมีเพียงแค่หน่วยอัศวินเวทมนตร์เท่านั้น ฉะนั้นโดยปกติจึงไม่ค่อยมีใครเข้าไปเก็บเลเวลกันในป่าปีศาจกันสักเท่าไร…แต่ทว่าดันเจี้ยนแห่งนี้เมื่อเข้าไปชั้นลึกมากขึ้นกลับมีสัตว์ปีศาจปรากฎขึ้นมาได้ นับว่าเป็นเรื่องที่แปลกมาก 

              ‘แสดงว่าที่ชั้นล่างสุดต้องมีอะไรบางอย่างแน่..’

              เมื่อเอเรนคิดแบบนั้นแล้ว..สีหน้าของเธอก็เคร่งขรึมขึ้นมา

              “หนูจะใช้เวทมิติต่อแล้วนะคะ”

              ลูน่าบอกให้ทุกคนเตรียมตัว จากนั้นเธอใช้กระสุนสร้างประตูมิติแล้วพากันกระโดดเข้าไปอีกครั้ง

              ***

              ทั้งเรเวล รูอัน เซซิเลีย และเซเลน่าต่างปลดล็อคสกิลใหม่กันหมดทุกคน และแต่ละคนก็เริ่มอ่านรายละเอียดสกิลใหม่ของตัวเองก่อนที่จะลองใช้มัน

              “ดูเหมือนว่าบัพสัตว์เทพจะคูณEXP อย่างมหาศาลเลยนะ..ขนาดโค่นสัตว์ปีศาจแค่ตัวเดียวก็ทำให้เลเวลของพวกเราเพิ่มขึ้นถึง6ระดับ…บางทีพวกเราอาจไปถึงชั้นล่างสุดได้ไวกว่าที่คิดก็ได้...ต้องขอบคุณสฟิงซ์ที่มอบบัพนี้ให้เราจริงๆ”

              จากการต่อสู้กับสัตว์ปีศาจเมื่อกี้นี้..พวกเรเวลใช้พลังเวทไปทั้งหมดประมาณ20-30% และยังเหลืออีก70-80%ของเกจ MP

              ในตอนนี้เลเวลที่แท้จริงของพวกเขาอยู่ที่ LV36 และเมื่อรวมผลจากบัพสัตว์เทพซึ่งจะเลเวลบูสต์ชั่วคราวไปอีก+10LV ทำให้เลเวลของพวกเขาตอนนี้จึงเสมือนอยู่ที่ LV46 นั่นอาจทำให้สู้กับสัตว์ปีศาจที่มีเลเวลเฉลี่ยถึง50ได้ง่ายดายขึ้นกว่าเดิมมากทีเดียว

              แต่อันดับแรกต้องอ่านรายละเอียดสกิลใหม่ของตัวเองก่อน เมื่อคิดได้ดังนั้นเรเวลจึงเปิดหน้าต่างสเตตัสของตัวเองขึ้นมาเช็คดู

              ‘รู้สึก..จะได้มาใหม่3สกิลสินะ…มีอันนึงที่ชื่อมันแปลกๆด้วย’

     

              

              

              #คุยกับไรท์(คนเขียน)# 

              ขออภัยที่อัพช้าอีกแล้วครับ..ต้องขออภัยจริงๆ