ฆ่าอย่างไร้ความปราณี
คฤหาสน์ตระกูลฉู่ ฉู่หว่านเอ๋อร์มีใบหน้าร้อนรน หลังจากที่หลินเฉินโทรมาบอกว่าจะเกิดอะไรขึ้นกับตระกูลของเธอ
เธอในตอนนี้กำลังรีบไปที่ห้องปู่ของเธอ ใช้เวลาไม่นาน เธอก็มาถึงที่หน้าห้องและเคาะประตูไป
“ปู่คะ หนูเอง”
“เข้ามา” เสียงของฉู่เหรินหยวนดังผ่านประตูออกมา
ฉู่หว่านเอ๋อร์ไม่ได้รอช้าเลยสักนิด เปิดประตูเข้าไปอย่างรวดเร็ว
ภายในห้อง ฉู่เหรินหยวนนั่งอยู่ใจกลางห้อง ห้องนี้ไม่มีอะไรอยู่เลย นอกจากพื้นโล่งๆ ชัดเจนว่าห้องนี้เป็นห้องที่ฉู่เหรินหยวนใช้ปิดด่านฝึกตน
“มีเรื่องอะไรหว่านเอ๋อร์?” ฉู่เหรินหยวนมองไปที่หลานสาวด้วยความสงสัย เพราะปกติ หลานสาวของเขาจะไม่มารบกวนเวลาที่เขาฝึกตน
“ปู่ เกิดเรื่องใหญ่ขึ้นแล้ว เมื่อครู่คุณหลินโทรมาบอกว่าแก๊งเหยี่ยวแดงกับตระกูลเทียนร่วมมือกันเพื่อที่จะมาทำลายตระกูลเรา ตอนนี้พวกมันเตรียมกำลังคนพร้อมแล้ว!” ฉู่หว่านเอ๋อร์รีบพูด
“อะไรนะ?!” ฉู่เหรินหยวนตกใจจนดวงตาเบิกกว้าง แต่พริบตาเดียวเขาก็สงบลงอย่างรวดเร็ว คิ้วเลิกขึ้นขมวดแน่น “ถ้าพวกมันร่วมมือกันมาเพื่อทำลายตระกูลเราจริงๆ อย่างนั้นตระกูลเราคงจะจบสิ้นจริงๆ”
ฉู่เหรินหยวนไม่ใช่คนโง่ เขาย่อมคิดออกได้ว่าสาเหตุต้องมาจากการที่เขาหักขาเทียนหวี่ไปสองข้างอย่างแน่นอน
เห็นสีหน้าของผู้เป็นปู่ ฉู่หว่านเอ๋อร์รีบพูดออกมาอีกครั้ง “คุณหลินยังบอกอีกว่าเขาจัดการฟงหลัวไห่กับเทียนหมางฮั่นไปแล้ว ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับปู่!”
“หือ?” ฉู่เหรินหยวนรู้สึกราวกับตัวเองหูฝาดไป อย่างไรก็ตาม ดวงตาของเขามีประกายขึ้นมาในทันควัน “ที่หลานพูดเป็นเรื่องจริง? ผู้อาวุโสหลินเฉินบอกมาแบบนี้จริงๆ”
ฉู่หว่านเอ๋อร์พยักหน้าเพื่อเป็นการบอกว่าคำพูดของเธอเป็นความจริง
ได้ยินแบบนี้ ฉู่เหรินหยวนอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา “ต้องขอบคุณผู้อาวุโสหลิน เขาเป็นผู้มีพระคุณของตระกูลฉู่เราอย่างแท้จริง”
หลังพูดจบ เขาก็ลุกขึ้นยืน มองไปที่ใบหน้าของหลานสาว “หว่านเอ๋อร์ เดี๋ยวปู่กลับมา ในเมื่อแก๊งเหยี่ยวแดงกับตระกูลเทียนหาที่ตาย อย่างนั้นปู่ก็จะให้มันตาย!”
โดยไม่รอคำพูดตอบกลับจากฉู่หว่านเอ๋อร์ ฉู่เหรินหยวน ร่างกายกลายเป็นหมอกควันหายไปในทันที
ด้วยความที่ฟงหลัวไห่กับเทียนหมางฮั่นถูกจัดการแล้ว ด้วยความแข็งแกร่งของเขา มีหรือที่จะจัดการไม่ได้
‘ต้องขอบคุณคุณหลินเฉิน ถ้าไม่มีเขา เกรงว่าตระกูลฉู่จะเกิดหายนะ’ ฉู่หว่านเอ๋อร์ยืนนิ่งคิดอยู่ภายในห้องคนเดียว
........................................
ภายในโกดังร้างแห่งหนึ่งในเซี่ยงไฮ้ มีคนรวมตัวกันราวแปดสิบคน ประกอบด้วยคนของแก๊งเหยี่ยวแดงห้าสิบคนและคนของตระกูลเทียนสามสิบคน
คนของตระกูลเทียนทั้งสามสิบคนนั้น ล้วนแล้วแต่เป็นผู้ฝึกตน มีตั้งแต่ผู้ฝึกตนระดับรับรู้กำลังไปจนถึงระดับปลดปล่อยขั้นปลาย
จะบอกว่ารากฐานความแข็งแกร่งทั้งหมดของตระกูลเทียนมาอยู่ที่นี่ทั้งหมดก็ไม่ผิดนัก
เรียกได้ว่าเพื่อทำลายตระกูลฉู่ให้หายไป ตระกูลเทียนยอมทุ่มเทกำลังทั้งหมดออกมาอย่างไม่มีกักเก็บ
ทางด้านคนของแก๊งเหยี่ยวแดงนั้น แม้จะมีอยู่มากถึงห้าสิบคน แต่มีผู้ฝึกตนอยู่เพียงห้าคนเท่านั้น ซึ่งในจำนวนผู้ฝึกตนห้าคนนี้ก็คือฟงหลันหัวหัวหน้าแก๊งเหยี่ยวแดง และคนที่เป็นหัวหน้าของคนทั้งหมดในการทำลายตระกูลฉู่ก็ไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากเขา
“พ่อ ลุงยังไม่ติดต่อมาอีกเหรอ?” ในจำนวนคนห้าสิบคนของแก๊งเหยี่ยวแดงมีฟงเลี่ยอยู่ด้วย เขาถามฟงหลันหัว ผู้เป็นพ่อของเขาออกมาอย่างอดใจรอไม่ไหว
ฟงหลันหัวยิ้ม “ใจเย็น เลี่ยเอ๋อร์ อีกเดี๋ยวลุงก็จะติดต่อมา ด้วยการร่วมมือของลุงกับเทียนหมางฮั่น ไม่มีทางที่ไอ้สารเลวที่ฆ่าอาปินไปจะรอดไปได้!”
เขาหยุดเล็กน้อย ก่อนพูดต่อด้วยสีหน้าโหดเหี้ยม “เมื่อมันตาย ต่อไปก็ถึงทีของฉู่เหรินหยวนและตระกูลฉู่!”
ฟงเลี่ยพยักหน้าอย่างอดใจรอไม่ไหวเช่นเดิม เขาเองก็ปรารถนาที่จะเห็นตระกูลฉู่ถูกทำลายเช่นเดียวกัน
“ถึงคราวของข้าและตระกูลฉู่ของข้าหรือ?” เสียงหนึ่งพลันดังขึ้นมา ส่งผลให้ฟงหลันหัวกับฟงเลี่ยสองพ่อลูกและคนอื่นๆ ที่อยู่ที่นี่ทั้งหมดตกใจ ใบหน้าเปลี่ยนไปอย่างมาก
ทุกคนต่างมองหาว่าเป็นเสียงของใคร ทันใดนั้นชายชราผู้หนึ่งก็ปรากฏตัวขึ้นมาจากความว่างเปล่า เขาไม่ใช่ใครที่ไหน นอกจากฉู่เหรินหยวน
ด้วยความที่เขาเป็นถึงผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นกลาง การที่จะหาที่อยู่ของพวกฟงหลันหัว ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเขาเลยสักนิด
“พวกแกช่างเตรียมพร้อมจริงๆ” เมื่อได้เห็นว่าพวกฟงหลันหัวมีมากถึงแปดสิบคน ดวงตาของฉู่เหรินหยวนก็ทอประกายเย็นชาอย่างถึงขีดสุด
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าแก๊งเหยี่ยวแดงกับตระกูลเทียนจะเตรียมตัวเพื่อจะทำลายตระกูลฉู่ของเขาพร้อมมากขนาดนี้
ถ้าไม่ใช่ว่าหลินเฉินจัดการฟงหลัวไห่และเทียนหมางฮั่นไปแล้ว ตระกูลฉู่และตัวเขาคงจะไม่อาจหลีกหนีการถูกทำลายไปได้
“ฉะ...ฉู่เหรินหยวน!” ฟงหลันหัวเปิดปากขึ้นด้วยความตกใจ “แกมาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?”
“มาอยู่ที่นี่ได้ยังไง?” ฉู่เหรินหยวนหัวเราะออกมาเบาๆ น้ำเสียงเต็มไปด้วยความเย็นชา “ถ้าอยากรู้ พวกแกก็ไปถามนรกดู!”
ปราณท่องนภาได้ทะลักออกมาจากร่างกายของฉู่เหรินหยวน ก่อเกิดเป็นพลังที่แข็งแกร่ง ทำให้อากาศสั่นไหวไปหมด
“ตาย!” ฉู่เหรินหยวนกระทืบเท้าลงที่พื้น จนพื้นแตกออก ร่างพุ่งตรงเข้าหาฟงหลันหัวเป็นคนแรก
ฟงหลันหัวหน้าเปลี่ยนสี ร้องออกมาด้วยความหวาดกลัว “ยะ...อย่าเข้ามา!”
เขาที่เป็นเพียงผู้ฝึกตนระดับปลดปล่อยขั้นปลาย ไหนเลยมีความสามารถที่จะรับมือกับฉู่เหรินหยวนได้
ต่อหน้าของอีกฝ่าย เขาไม่นับเป็นอะไรทั้งสิ้น นอกจากมดตัวหนึ่ง เป็นมดตัวเล็กจ้อยที่พร้อมจะถูกบดขยี้ได้ทุกเมื่อ
ส่วนเรื่องหนีนั้น อย่าได้ฝันถึงเลย เขาไม่มีทางหนีจากเงื้อมมือของผู้ฝึกตนระดับท่องนภาขั้นกลางได้!
ฉู่เหรินหยวนไหนเลยจะสนใจคำพูดของฟงหลันหัว ทันทีที่เขาพุ่งเข้ามาถึงตรงหน้าของอีกฝ่าย ฝ่ามือก็ง้างออก ตบลงที่ศีรษะของฟงหลันหัว
โผ๊ะ!
เพียงฝ่ามือเดียวศีรษะของฟงหลันหัวก็แตกระเบิดออกกลายเป็นเศษเนื้อ กระเด็นไปโดยรอบ ตายโดยที่ไม่สามารถตอบโต้อะไรได้เลยสักนิด!
“พะ...พ่อ!” ฟงเลี่ยที่ได้เห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แหกปากร้องออกมาด้วยความตื่นตระหนก ใบหน้าของเขาตอนนี้มันไร้สีเลือดไปแล้ว
หลังจากฆ่าฟงหลันหัว ฉู่เหรินหยวนไม่ได้หยุดมือลงแต่อย่างใด เขาหันไปฟาดฝ่ามือใส่ศีรษะของฟงเลี่ยต่อ
โผ๊ะ!
เป็นเช่นเดียวกันกับพ่อของเขา ศีรษะของฟงเลี่ยแตกระเบิดออกกลายเป็นเศษเนื้ออันน่าสะอิดสะเอียน!
พวกคนที่เหลืออยู่ ไม่ว่าจะเป็นคนของแก๊งเหยี่ยวแดงก็ดี คนของตระกูลเทียนก็ช่าง ต่างก็ตกใจและหวาดกลัวกันถ้วนหน้า
ทันใดนั้นสถานการณ์ภายในโกดังก็เต็มไปด้วยความชุลมุนวุ่นวาย ต่างคนต่างหนีตายกันไปคนละทิศคนละทาง
แต่น่าเสียดายที่ฉู่เหรินหยวน ไม่คิดที่จะปล่อยใครไปแม้แต่คนเดียว เขาพุ่งเข้าไปฆ่าทีละคนอย่างไร้ซึ่งความปราณี!
จบบทที่ 49