ทันทีที่หลี่เยว่ลั่นความในใจออกไปความเงียบครอบงำระหว่างคนทั้งสอง ขันทีหนุ่มก้าวเข้าไปใกล้หนึ่งก้าว ก่อนจะหยุดยืนในระยะประชิด
หลี่เยว่ััได้ถึงไออุ่นจากลมหายใจออกอีกฝ่ายได้ทั้งสองคนมองประสานสายตาของกันและกัน สำหรับคนหนึ่งเป็ความหลงใหลผ่านเงาของอดีต แต่กับอีกคนหนึ่งเป็ความแปลกใหม่เกี่ยวกับความสัมพันธ์ของชายหญิงดั่งรักแรกพบ
ขันทีหนุ่มมิอาจห้ามตัวเองเขาตัดสินใจที่จะข้ามเส้นนั้นไป ริมฝีปากอุ่นประทับลงบนปากเล็กสีชมพูของหลี่เยว่นางเบิกตากว้างด้วยความใแต่เพราะนางคิดว่านี้เป็รักแรกกอปรกับความไม่ประสาของหญิงสาว ทำให้นางปิดเปลือกตาลงอย่างเคลิบเคลิ้มมิได้แสดงอาการขัดขืนออกไป ปล่อยให้ ขันทีหนุ่มตรงหน้า บรรจงััอย่างดูดดื่ม
ยิ่ง่เวลาที่ปลายลิ้นของทั้งคู่ัักันหลี่เยว่รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นอย่างแปลกประหลาด ทั้งสองฝ่ายมองสบตากันและกันสำหรับหลี่เยว่แล้ว มันไม่ใช่ความใคร่ที่ร้อนรุ่มแต่เป็ความอบอุ่นที่นุ่มนวลเสื้อผ้าอาภรณ์ของหลี่เยว่ถูกปลดออกทีละชิ้นจนเหลือเพียงร่างบางที่เปลือยเปล่า
ขันทีหนุ่ม ดึงร่างของหญิงสาวเข้าไปในเงามืดของศาลาพร้อมกับปลดสายคาเอวของตนเองออกไม่นานเสื้อผ้าของเขาก็ถูกถอดออกจนหมด จากนั้นเขาบรรจงจูบลงไปที่ริมฝีปากราวกับโหยหาััที่มิได้พบเจอมาแสนนาน
จากการจูบที่อ่อนโยนกลายเป็รสชาติที่เร้าร้อน ลิ้นสอดประสานเข้าไปในปากของหญิงสาวเขาควานลิ้นพัวพันลิ้นเล็กๆของอีกฝ่าย ััไปตามซี่ฟันแต่ละซีก ราวกับทั้งหมดที่ดูดกลืนเป็น้ำผึ้งหอมหวานรสเลิศ
ขันทีหนุ่มเลื่อนมือลงมากุมที่ทรวงอกทั้งสองเต้าที่มีขนาดพอดีมือหลี่เยว่เกร็งตัวแข็งทื่อ เป็ครั้งแรกของนางที่ร่างกายถูกรุกล้ำโดยบุรุษ
หลี่เยว่เพียงเรียนรู้จากคำบอกล่าและเห็นเพียงภาพในตำรา นางรู้ดีว่า เมื่อถึงเวลา ร่างกายนี้ต้องเป็ของเบื้องสูงหากแต่ความรู้สึกในใจกำลังเรียกร้องให้ขันทีหนุ่มตรงหน้า กลายเป็บุรุษคนแรกของนาง
หลี่เยว่เอื้อมมือััลูบไล้กลางอกของอีกฝ่ายก่อนจะเลื่อนลงต่ำที่กลางหว่างขา เสมือนตำราลับที่เคยอ่านมาหากแต่สิ่งที่ััได้...มีเพียงพวง์เท่านั้นที่ยังคงหลงเหลืออยู่
“ข้าไม่มีสิ่งที่บุรุษควรมีสิ่งที่ข้ามอบให้เ้าได้ คือความอบอุ่นจากััเท่านั้น”
ขันทีหนุ่มเอ่ยตอบด้วยเสียงแ่เบาความเป็ชายของเขานั้นถูกเฉือนทิ้งไปนานแล้ว เขาจึงไม่เคยมีความรู้สึกปรารถนากับสตรีคนใดมาก่อนจนกระทั่งได้มาเจอกับหลี่เยว่
จากนั้นขันทีหนุ่มเลื่อนใบหน้าลงต่ำ ปลายลิ้นโลมเลียยอดอกขาวผ่องของหญิงสาวตวัดลิ้นเม้มปากที่ยอดชมพูอ่อน จนหลี่เยว่เผลอส่งเสียงครางรัญจวนออกมาอย่างลืมตัวหญิงสาวรีบเอาสองมือขึ้นมาปิดปากอย่างเขินอาย
ขันทีหนุ่มซุกหน้าลงไปที่หว่างขาของหญิงสาวเขาใช้ปลายลิ้นลิ้มรสชาติช่องบุปผาที่ปิดสนิทของหลี่เยว่และดูดกลืนน้ำรักที่ไหลออกมาราวกับสัตว์ป่าร่างกายของหญิงสาวอ่อนระทวยไปพร้อมกับจังหวะการตวัดลิ้นของอีกฝ่าย
“ฮือ...อื้อ” เสียงในลำคอของหลี่เยว่ดังบอกสัญญาณก่อนที่ร่างบางของนางจะกระตุกจนมิอาจควบคุมได้น้ำหวานดอกไม้หลั่งออกมาให้กับขันทีหนุ่มได้ดูดกลืน
ขันทีหนุ่มใช้ปลายนิ้วััไปตามร่องกุหลาบเขายับยั้งชั่งใจไม่ให้นิ้วของตัวเองล่วงล้ำเข้าไป มิอาจให้ความผิดปกติที่เกิดขึ้นในวันนี้กลายเป็ความผิดสังเกตต่อหน้านางข้าหลวงได้
หลังจากที่ขันทีหนุ่มทำให้หลี่เยว่เข้าใจความรู้สึกของตัณหาและกำหนัดแล้วเขาดึงผ้าห่มมาคลุมตัวของทั้งคู่เอาไว้ ทั้งสองคนนั่งกอดกันผสานเป็หนึ่งเดียวภายใต้แสงจันทร์ที่ส่องลงมา
“หลี่เยว่...เ้าไม่ควรผูกชีวิตไว้กับใครในวังแห่งนี้และยิ่งไม่ควรไว้ใจใครทั้งนั้น”
ได้ยินเช่นนั้นหัวใจของหลี่เยว่เต้นไม่เป็จังหวะ นางแหงนมองริมฝีปากของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยถามออก
“แล้วกับท่าน??”
ขันทีหนุ่มสบตากับหญิงสาว“ยิ่งเป็ข้า...ยิ่งไม่ควรเป้าหมายของเ้าคือการเดินผ่านด้ายบางไปยังปลายทางของบัลลังก์ให้สำเร็จข้าจะเป็คนที่คอยช่วยเหลือให้เ้าไปถึงปลายทางได้อย่างปลอดภัยยามใดที่ปลายด้ายไม่มั่นคง ก็ให้เหยียบไหล่ของข้าเป็ทางผ่าน สู่อำนาจที่จะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาของเ้า...อย่าได้พลาดพลั้งก้าวพลาดเหมือนกับนางในอดีต”
คำว่าเหมือนกับนางที่ขันทีหนุ่มเอ่ยขึ้นมานั้นทำให้ความเงียบปกคลุมระหว่างทั้งสองคน หลี่เยว่เอ่ยถามเสียงเบา
“ท่านเล่าเื่เกี่ยวกับนางให้ข้าฟังได้หรือไม่?”
ขันทีหนุ่มครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งราวกับกำลังชั่งใจก่อนจะเอ่ยปากขึ้นว่า
“ข้ามีนามว่า ‘เซียวเหยา’ เป็เพียงชายหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งข้ามีคนรักชื่อ ‘หรูอี้’ นางเป็บุตรสาวของนายอำเภอหรูอี้เป็หญิงสาวใจดีและมีเมตตาต่อทุกคน นางมักจะเสียสละให้คนอื่นก่อนเสมอ
ครั้งหนึ่งหรูอี้เคยกล่าวกับข้าว่า‘หากวันหนึ่งมีบ้านเล็กๆ มีผ้าไหมดีสักผืน ชีวิตก็คงไม่้าอะไรอีกแล้ว’
ตอนนั้นข้าได้แต่หัวเราะและสัญญาว่าจะทำให้นางมีชีวิตที่ดีขึ้น แต่คำสัญญานั้น ไม่อาจทำตามได้ เมื่อราชสำนักประกาศคัดเลือกสตรีเข้าวังตระกูลของนางถูกบังคับส่งบุตรสาวเข้าร่วม หรูอี้ถูกพาตัวไปโดยไม่มีสิทธิ์ปฏิเสธ
วันจากลา นางร้องไห้และมองมาที่ข้า ตัวข้าทำได้เพียงวิ่งไล่ตามขบวนรถของทางการจนหมดแรงทำได้เพียงมองเงาที่เลือนหายไปในฝุ่นดิน ข้าตัดสินใจตามหรูอี้เข้ามาในวังหลวงทว่าในวังแห่งนี้มิใช่สถานที่ที่บุรุษอย่างข้าจะสามารถก้าวเข้ามาได้เว้นแต่ข้าจะยอมละทิ้งความเป็ชาย
ข้าไม่ลังเลที่จะยอมสละความเป็ชายกลายเป็ขันทีเพื่อให้ได้พบกับหรูอี้อีกครั้ง เวลาผ่านไปสามปีในที่สุดข้าก็ได้พบกับนางอีกครั้ง ทว่าหรูอี้ในวันนั้น ไม่ใช่หญิงสาวที่อยู่ในความทรงจำของข้าอีกแล้วนอกเสียจากใบหน้าที่ข้าไม่มีทางลืมเลือนได้ลง ทุกอย่างก็เปลี่ยนไปราวกับเป็คนละคนนางเ็า โหดร้ายและไร้ซึ่งความปรานี
ข้าเห็นหรูอี้ในฐานะของพระสนมนางมี อำนาจ ฐานะ และตำแหน่งเกินกว่าที่เคยฝันไว้ทว่าวังวนของวังหลวงไหนเลยจะพอใจที่เป็เพียงนางสนมตัวเล็กๆ
หรูอี้ก้าวเท้าเข้าสู่การแย่งชิงอำนาจหมายจะตั้งครรภ์เพื่อให้บุตรของตัวเองมีโอกาสได้เป็รัชทายาทแต่สุดท้ายแล้ววังหลวงแห่งนี้ก็กลืนกินทุกอย่างกลับคืนไป หรูอี้พ่ายแพ้”
เซียวเหยาหนุ่มหยุดคำพูดเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยต่อ
“ตัวตนของนางได้จากไปตลอดกาล...ข้าที่ยอมทิ้งความเป็ชายแต่กลับต้องมาพบจุดจบที่น่าเวทนาของคนที่ข้ารัก...หลี่เยว่ข้าไม่้าให้เ้าเป็เหมือนกับนาง และมีจุดจบเดียวกับนาง”
ได้ฟังเื่ราวทั้งหมดหลี่เยว่ส่ายหน้าเบาๆ
“ข้าไม่มีความปรารถนาที่ยิ่งใหญ่แบบนั้นข้าหวังเพียงตำแหน่งเล็กๆที่อยู่โดยไม่ต้องลำบากและสามารถปกป้องคนของตัวเองได้...ปกป้องท่านได้เท่านั้น”หญิงสาวยิ้มให้กับอีกฝ่าย ก่อนจะกล่าวถาม “ข้าสามารถเรียกท่านว่าพี่เซียวเหยาได้หรือไม่??”
ชายหนุ่มชะงักสายตาไปเล็กน้อยก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธ “คำเรียกนั้น ไม่อาจเอ่ยให้คนอื่นได้ยิน”
หลี่เยว่พยักหน้าด้วยรอยยิ้มเอ็นดู“เช่นนั้น ถ้าอยู่ด้วยกันสองคน ข้าขอเรียกท่านว่า พี่เซียวเหยาแต่ถ้ามีคนนอกอยู่ด้วย ข้าจะเรียกท่านว่า เซียวกงกงดีหรือไม่??”
เซียวเหยาหยุดมองไปที่หลี่เยว่เขาใช้การโอบกอดอีกฝ่ายไว้แน่นแทนคำตอบให้กับหญิงสาว
หลี่เยว่รู้ดีว่านับแต่วินาทีนี้เป็ต้นไป สำหรับนางแล้วชายผู้นี้มิใช่ขันทีหากคือรักแรกที่ฝังลึกอยู่ในหัวใจ นางยื่นมือไปจับมือของอีกฝ่ายวางแนบลงบนอกซ้ายของตนเอง
เซียวเหยาััได้ถึงแรงเต้นของหัวใจที่เร็วและหนักกว่าปกติทว่าหลี่เยว่มิอาจล่วงรู้เลยว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในวันนี้หาใช่เส้นทางแห่งความรักอันหวานชื่น หากแต่เป็จุดเริ่มต้นของหายนะที่กำลังก่อตัวกลายเป็โศกนาฏกรรมในวันข้างหน้า