บทที่ 48 การพบกันของต้นเครื่อง
เช้าวันถัดมานินถูกปลุกขึ้นมาตอนตีสี่ที่บ้านวุ่นวายไปหมดแสงเอาชุดเจ้าบ่าวเข้ามาให้แล้วกล่าวโดยที่นินยังตื่นไม่เต็มที่เมื่อคืนเขาทำกระสุนปืนจนถึงดึกกล่าวให้ถูกเขานอนไม่สองชั่วโมงทำนั่นเองเดิมที่เขากะว่าจะแค่ลองทำนิดหน่อยแต่ความรู้สึกสึกที่ว่าอีกนิดเดียวจะได้และเนี่ยมันทำให้เขารู้ตัวอีกที่มันก็เกือบจะตีสองแล้วทำให้เขาไม่มีทางเลือกจึงต้องนอนในที่สุดเขาจึงมีอาการมึนๆ แบบนี้
นิน “เกิดอะไรขึ้นปลุกฉันทำไมเนี่ยยังมืดอยู่เลย” แสงกลอกตา
แสง “ท่านเขยลืมแล้วหรือว่านี่มันวันอะไร” นินขมวดคิ้ว
นิน “วันอาทิตย์ไงทำไมรึ” แสงหมดคำจะพูด
แสง “ก็ใช่เจ้าค่ะว่าวันนี้อาทิตย์แต่เป็นวันหมั้นด้วยเจ้าค่ะ” นานขยี้ตาอยู่ก็ดีดตัวขึ้นมา
นิน “เวรจริงด้วยกี่โมงแล้ว” แสงกลอกตา
แสง “ตีสี่แล้วเจ้าค่ะ” นินจึงพุ่งออกไปแล้วจัดการตัวเองก่อนเดินออกจากบ้านแล้วไปเรือนใหญ่ตอนนี้ทุกคนวุ่นกันมากทั้งอาหารและพื้นที่รับรองแขก นินเดินไปสั่งบ่าวผู้ชาย
นิน “เดี๋ยวตอนสายเทน้ำในอ่างออกแล้วกรองแป้งไปตากแดดเข้าใจไหม” ทุกคนพยักหน้าจากนั้นเขาก็ขึ้นเรือนใหญ่ ก็เห็นท่านเจ้าคุณและไหมแก้วสั่งโน่นนี่อย่างวุ่นวาย
“ตื่นแล้วหรือกินอะไรหรือยัง” นินส่ายหน้า
นิน “ยังเลยครับว่าแต่ทำไมถึงวุ่นแต่เช้าเลยแค่งานหมั้นไม่มีหรือ” ท่านเจ้าคุณกลอกตา
“นี่งานหมั้นของลูกสาวเจ้าพระยานะถึงจะจัดงานเล็กๆ แต่มันก็จะกลายเป็นงานใหญ่ทันที” นินถึงกับพูดไม่ออกไม่เหมือนที่คุยกันไว้นี่นาเดิมทีที่นินเข้าใจคือการจัดหมั้นไม่มีอะไรมากผู้ใหญ่ทั้งสองฝ่ายรับรู้ก็พอเพราะพิธีจริงๆ ไม่กี่ชั่วโมงก็เรียบร้อยแล้วทว่าเขาลืมไปว่านี่มันสมัยโบราณทุกอย่างต้องทำตามขั้นตอนและต้องเชิญแข่งมาร่วมงานด้วย ด้านพิมตอนนี้ถูกน้องสองคนขัดตัวอย่างวุ่นวาย
ภา “มีห้องน้ำแล้วสะดวกดีนะเจ้าคะ” พิมพยักหน้า
พิม “อืม” ลินจึงกล่าวออกมาด้วยรอยยิ้ม
ลิน “ตื่นเต้นไหมเจ้าคะถึงวันจริงแล้ว” พิมส่ายหน้า
พิม “ไม่แล้วอีกอย่างนี่แค่หมั้นไม่ได้แต่งเสียหน่อย” ภากล่าวแบบยิ้มๆ
ภา “แต่คุณแม่จะให้พี่ไปอยู่บ้านพี่นินเลยนะเจ้าคะบอกว่าจะได้สนิทกันเร็ว “พิมส่ายหน้า
พิม” ไม่หรอกมั้งไปฟังที่ไหนมา “ลินพูดด้วยเสียงเบา
ลิน” หนูไปแอบฟังมาน่ะสิเจ้าค่ะ “พิมประหลาดใจ
พิม” พี่สงสัยจริงๆ ว่าเขาไปทำอะไรมาคุณแม่ถึงชอบเขาขนาดนี้ “ภากล่าวอย่างใช้ความคิด
ภา” ไม่ใช่ว่าพี่เขยทำให้คุณแม่คิดค้นอาหารใหม่ๆ ออกมาได้หรือเจ้าค่ะตอนนี้เห็นว่าคุณแม่คิดการใหญ่จะเปิดโรงงานขนมอะไรสักอย่างนี่แหละ” พิมยิ้มออกมา
พิม “น่าแปลกนะตอนที่ทำขนมเขาเหมือนไม่ได้ช่วยอะไรมากแต่ทุกครั้งที่เขาเสนอความคิดมังจะทำให้พี่และคุณแม่จับอะไรบางอย่างได้” ภายิ้ม
ภา “พี่คิดมาไปแล้วพี่เขยแม้ทำอาหารเป็นอยู่บ้างแต่จะจะทำขนมเป็นได้ไงแถมลูกชุบนั่นก็สวยงามขนาดนั้นด้วยแม้แต่น้องยังคิดไม่ออกเลย “ลินพยักหน้า
ลิน” ใช่เจ้าค่ะมันอร่อยมากด้วย “พิมขมวดคิ้วแล้วก็พยักหน้า
พิม” ก็จริง “จากนั้นพิมก็ถาม
พิม” เรื่องร้านขนมเสร็จแล้วจะเปิดวันไหน “ภากล่าว
ภา “น่าจะอีกสองสามวันเจ้าค่ะรอฤกษ์ก่อน” พิมพยักหน้า
พิม “อืม” ลินถามอย่างซุกซน
ลิน “แล้วพี่จะไปอยู่บ้านพี่นินไหมเจ้าค่ะ” พิมส่ายหน้า
พิม “ไม่มีทาง” ทั้งสองหัวเราะ
ภา” ทำไม่เจ้าคะ” พิมมองน้องสาว
พิม “ทำไมอยากจะขายพี่ให้เขาแล้วหรือ” ภาหัวเราะ
ภา “ก็น้องอยากรู้นี่เจ้าคะว่าพี่นินเห็นพี่ทุกวันจะตกหลุมรักพี่ไหมหรือจะใจแข็งแบบนี้ไปได้ตลอด” พิมกลอกตาพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็โมโห
พิม “ถามจริงๆ พี่ไม่สวยขนาดนั้นเลยหรือ” ลินตาโต
ลิน “นี่พี่เสียความมั่นใจแล้วหรือเจ้าค่ะแค่พี่นั้นไม่ชอบคนเดียวเนี่ยนะเจ้าคะ” พิมมองน้องสาวอย่างไม่สบอารมณ์
พิม “พี่แค่สงสัยว่าปัญหามันอยู่ที่พี่หรือเขากันแน่” ทั้งสองหัวเราะออกมา
ภา “แน่นอนว่าอยู่ที่พี่นินสิเจ้าคะพี่สวยจนตะลึงขนาดนี้แล้วพี่เขยนั่นแหละที่มีปัญหา” พิมพยักหน้า
พิม “ก็ต้องงั้นสิ” หลังจากที่ทั้งสามอาบน้ำเรียบร้อยก็มาแต่งตัวโดยมีช่างเครื่องหน้าที่จ้างมาพิเศษมาแต่งให้รวมถึงป้าศรีก็มาช่วยเรื่องเสื้อผ้ามารุมพิมพ์คนเดียว
ด้านนอกแก้วกลับมาตอนเช้าตัวเขาดำขึ้นมาแต่ก็แลกมาด้วยความสุขุมและเป็นผู้ใหญ่มากขึ้นเขานินเห็นก็ทักทาย
นิน” ไม่เจอหลายวันเป็นไงบ้างได้ยินว่าไปฝึกมาหนักเลยนี่ “แก้วยิ้มออกมา
แก้ว” ใช่ขอรับถ้าไม่ใช่เพราะว่าวันนี้เป็นงานหมั้นกระผมคงมิได้กลับ “ไหมแก้วเดินมาพอดีจึงเรียกลูกชายไปทานข้าว
ไหมแก้ว” ไปกินข้าวก่อนเดี๋ยวตอนสายจะยุ่งแล้วมีไอติมด้วยนะ “แก้วพยักหน้า
” ขอรับ” ไหมแก้วหันมาที่นิน
ไหมแก้ว “พ่อนินก็ต้องไปแต่งตัวได้แล้วอีกไม่นานแขกจะมากันแล้ว” นินจึงไปแต่งตัวแต่ให้ตายเถอะชุดไทยนี่แต่งยากจริงๆ แถมมันยังรู้สึกแปลกๆ อีกเขาแต่งตัวไปก็บ่นไปบ่าวที่ช่วยเขาแต่งตัวกำลังช่วยแต่งหน้า
นิน” ไม่ต้องแต่งหน้าให้ฉันหรอกนะเดี๋ยวฉันจัดการเอง “นินทาครีมที่ทำขึ้นเองแล้วทาแป้งเบาๆ เขาเคยเป็นสายลับเรื่องการแต่งหน้าปลอมตัวนี่เขายังทำได้นับอะไรกับการแต่งให้ตัวเองหล่อเขาสบายๆ อยู่แล้ว ตอนหกโมงเช้าทุกอย่างก็เตรียมเรียบร้อยแล้วทั้งอาหารและการต้อนรับแขกก็ทยอยกันมาแล้ว ของขวัญของฝากมากมายก็กองไว้ที่โต๊ะด้านหน้า ส่วนนินแต่งหน้าแล้วก็กำลังนั่งคุยกับแสนทองและเป็ด
เป็น” ของขายดีมากเลยครับคุณนินสองสามวันมานี้ยาสีฟังขายได้เป็นพันกระปลุกแล้วของที่พี่เขยเอามาเมื่อวานก็เกือบจะหมดแล้วทองประหลาดใจ
ทอง “เมื่อวานข้าเอามาห้าร้อยกระปุกเลยนะจะหมดแล้วหรือ” เป็ดพยักหน้า
เป็ด “แน่นอนสิครับอย่าลืมว่าตอนนี้มันช่วงอะไรพ่อค้าเต็มเมืองขนาดนี้จะไม่หมดได้อย่างไรแถมยาสีฟันใช้ดีมากจริงๆ ผมขัดฟันขายไม่ออกแล้วตอนนี้” ทองมองไปที่นินอย่างสนใจไอ้นี่มันเก่งจริงๆ ด้วยโถส้วมเอยอะไรเอยยอดเยี่ยมมาก
ทอง “แบบนี้ข้าว่าต้องเพิ่มคนผลิตแล้วกระมัง” นินพยักหน้า
นิน “ได้แต่ตอนนี้ทุนผมเล่มจะหมดแล้วน่ะสิ” แสนหรี่ตาลง
แสน “ข้ามีวิธีเพิ่มเงินทุนอยู่นะ” นินสนใจ
นิน “หมายถึงอะไรครับ” แสนพูดเสียงเบา
แสน” มีข่าวเรื่องเมืองสิงหราชว่าที่ป่าเวทย์พบสิงห์ขนดำตัวหนึ่งได้ยินว่าราคามันสูงมากสนใจไหม” นินตาโต
นิน “จริงหรือ” แสนพยักหน้า
นิน “แต่ว่าสัตว์มันอยู่ดีๆ จะไปฆ่ามันก็ใช่เรื่อง” ทั้งสองกลอกตา
แสน” ถ้ามันอยู่ดีๆ เราจะรู้ข่าวได้ไงได้ยินมาว่ามันโจมตีขบวนพ่อค้าตายไปหลายศพจึงมีคำสังให้ตามล่ามันน่ะสิได้ยินว่าพ่อค้าร่วมเงินกันตั้งค่าหัวหลายแสนเชียวนะ “นินกลอกตา
นิน” ถ้าฆ่ามันได้เราขายเองราคาดีกว่าไม่ใช่หรือ “ทองมองนินอย่างไม่สบอารมณ์
ทอง” เอ็งหาแหล่งซื้อขายได้หรือไงอย่าลืมว่าครั้งที่แล้วเราชายได้เพราะท่านเจ้าคุณนะ “นินสีคางไปมา
นิน” ก็จริง “เขาหันมาหาเป็ด
นิน” แล้วนายสู้เป็นไหม “ทองหัวเราะ
ทอง” แน่นอนสิเห็นแบบนี้ไอ้เป็ดมีวิชามวยที่เก่งมากนะแถมเรียนอาคมจากปู่มาไม่น้อย “นินพยักหน้า
นิน “งั้นก็ได้งั้นก็ตกลงตามนี้ “ทองจึงถาม
ทอง” แล้วเรื่องยาสีฟันเล่าการไปครั้งนี้อาจไปหลายวันนะ” นินคิดสักพัก
นิน “งั้นรอให้ผ่านเรื่องเรือสินค้านี้ไปก่อนแล้วกันหวังว่ามันจะยังอยู่นะ” ทุกคนพยักหน้า
นิน “แล้วเรื่องหมาป่าที่ทำร้ายวาสเป็นอย่างไรบ้างครับ” แสนยิ้มแล้วเล่าให้ฟัง
“จับได้ทั้งหมดพบว่าพวกโจรมันเลี้ยงไว้แล้วสั่งให้โจมตีขบวนพ่อค้าจริงๆ ตอนนี้อยู่ในคุกหมดแล้ว” นินพยักหน้า
อีกด้านหนึ่งหลังซาไบหนีเข้าเมืองอังวะได้สำเร็จก็ออกเดินทางไปยังใจกลางเมืองอังวะที่ใกล้ที่สุดนั่นคือ ทาวอย เพื่อพบเจ้าเมื่อเพื่อขอความช่วยเหลือโดยเขาจะแลกกับข้อมูลที่เขาได้รับมาจากไทยนั่นเอง และก่อนหน้านั่นมันได้ส่งข่าวไปยังคนของมันนานแล้วว่าไทยรู้ตัวแล้วหลังพวกมันทราบข่าวก็ประชุมกันจึงส่งชายคนหนึ่งมาชื่อของเขาคือ พันนา เขาสวมชุดคลุมเก่าๆ สวมหมวกปีกกว้างคล้ายหมวกกันฝนของชายญี่ปุ่นทำให้มองใบหน้าของมันไม่ชัดตอนนี้เขาคุยอยู่กลับหมาหริ่งหรือมายมังอยู่ที่นอกเมือง
พันนา” แกพบที่ซ่อนศพพวกนั้นไหม “มายมังพยักหน้า
มายมัง” ข้าพบแล้วขอรับเพียงแต่มันเอาโซ่ตรวนใส่ร่างศพพวกนั้นไว้ “พันนาขมวดคิ้ว
พันนา “บ้าจริงพวกมันช่างระวังตัวจริงๆ” มายมังยังกล่าวออกมาอีกว่าพวกมันจับตัวผีดิบตัวหนึ่งเอาไว้ที่ค่ายฝึกอาคมทำให้เขาใช้ความคิด
” ข้าได้ยินว่ามันจับผีดิบได้สองตัวไม่ใช่หรือ “มายมังพยักหน้า
มายมัง” ขอรับตอนนี้อยู่ราชบุรี “พันนาขมวดคิ้ว
“ทำไมพวกมันไม่นำเข้ามาที่เมืองหลวงเล่า” มายมังกล่าว
มายมัง “เรี่องนี้ข้าเองก็ไม่รู้ขอรับ” พันนาขมวดคิ้ว
พันนา “นับว่าพวกมันฉลาดพอตัวเลยนี่” มายมังไม่เข้าใจ
มายมัง” เราจะทำอย่างไรดีขอรับ “พันนายิ้มออกมา
พันนา” ในวันที่สิบสี่จะมีงานจัดเลี้ยงให้แก่พ่อค้าจากต่างแดนไม่ใช่หรือถึงตอนนั้นเราจะใช้โอกาสนี้สังหารเขาเสีย” มายมังพยักหน้า
มายมัง “ขอรับ” พันนาถามขึ้น
พันนา “ว่าแต่ในเมืองหลวงมีงานอะไรหรือข้าได้ยินทหารหน้าประตูเมืองพูดกัน” มายมังกล่าว
มายมัง” มีงานหมั้นของลูกสาวเจ้าพระยาขอรับ “มันเผยยิ้มออกมา
” สวยหรือไม่ “มายมังพยักหน้า
มายมัง” ได้ยินว่าสวยที่สุดในเมืองหลวงแล้วขอรับ” มันเผยยิ้มออกมาแล้วเลียริมฝีปาก
พันนา “ดีข้าอยากให้ว่างามแค่ไหนเหมือนกัน” มันยิ้มร้ายออกมา
ด้านนินหลังคุยกับพวกทองเรียบร้อยแล้วก็เดินออกมาแล้วต้อนรับแขกแน่นอนสามคุณชายแห่งเมืองหลวงมากันครบโดยเฉพาะหมื่นไวยที่มาพร้อมอาการเมาเนื่องจากทำใจไม่ได้พ่อของเขาอับอายอย่างที่สุด ที่แย่ที่สุดคือเขาและบิดารวมถึงน้องชายต้องไปปราบโจรในอีกไม่กี่วันนี้แม้นี่เป็นโอกาสให้ก้าวหน้าแต่จะมีประโยชน์อะไรเล่าเพราะพิมมีคู่หมายแล้ว ส่วนหมื่นอินไม่ได้สนใจอะไรนักเขาเคยมีเรื่องกับนินมาก่อนแต่นั่นเพื่อรักษาหน้าให้แม่จันทร์วาดเท่านั้นนินไม่ได้มีเรื่องกับเขาโดยตรงพระยาสุนทรมองลูกชายก็ถามขึ้น
พระยาสุนทร” เจ้าคงไม่ได้มีปัญหากับพ่อนินหรอกใช่ไหม “หมื่นอินยิ้มออกมา
หมื่นอิน” เคยมีเรื่องกันขอรับแต่ก็เป็นเพียงเรื่องเล็กๆ ขอรับไม่ได้หมางใจกัน “พระยาสุนทรพยักหน้า
พระยาสุนทร” เมื่อวานพอได้คุยกับเขาพ่อว่าชายคนนี้มิได้สามัญอย่างที่เห็นทางทีดีแม้จะไม่เป็นมิตรก็อยากถึงขั้นเป็นศัตรูกันดีที่สุด “หมื่นอินประหลาดใจ
หมื่นอิน” คุณพ่อพูดจริงหรือขอรับได้ยินมาว่ามันก็แค่คนจากหมู่บ้านชายแดนไม่ใช่หรือขอรับทำไมต้องระวังขนาดนั้น “พระยาสุนทรกลอกตา
” ถ้าแค่นั้นทำไมท่านเจ้าคุณถึงดีกับเขานักเล่าลูกดูสิว่าพ่อนินพูดกับท่านเจ้าคุณเป็นกันเองแค่ไหนแถมคุณหญิงไหมแก้วยังเอ็นดูมันสามส่วนด้วย “หมื่นอินพยักหน้า
หมื่นอิน “พอกระผมมาคิดตามก็แปลกจริงๆ หรือว่าบางทีที่มาของมันจะไม่เรียบง่ายเสียแล้ว “พระยาสุนทรพยักหน้า
พระยาสุนทร “พ่อก็คิดเช่นนั้น” ส่วนหมื่นเทพเดินมาพร้อมครอบครัวพี่ชายของดารินก็มาด้วยแม้เขาจะไม่ชอบงานแบบนี้แต่เขาเป็นตัวแทนของพ่อจึงต้องมาด้วยเขาจูงมือลูกสาวเดินเข้ามาพร้อมภรรยาเด็กคนนี้ทำให้ทุกคนเอ็นดูนินเห็นเด็กน้อยก็ยิ้มให้
นิน “โอ้นี่ใครกันเนี่ยทำไมน่ารักแบบนี้” เด็กน้อยวัยสี่ขวบเชิดคางขึ้น
“มันแน่อยู่แล้วคิดว่าข้าเป็นใครกัน “พ่อของนางดีดหน้าผาก
“เจ้าตัวดีพูดให้มันดีๆ กับพี่เขาหน่อย” เด็กน้อยทำหน้ายุ่ง
” ทำไมไม่จัดการเขาเล่ามาตีลูกทำไมเจ้าคะ “ขุนทวีกลอกตา
ขุนทวี” อย่างแรกพ่อไม่ได้ตีอย่างที่สองลูกเสียมารยาทกับพี่เขาก่อน “นินยิ้มออกมา
นิน “พี่ให้ขนมแล้วกันเรามาเป็นเพื่อนกันไหม” นางเชิดหน้าขึ้น
“เป็นเพื่อนข้าไม่ง่ายหรอกมีขนมอะไรบ้างที่ข้าไม่เคยกิน” นินหัวเราะกับท่าทางของนางแล้วให้แสงเอาลูกชุบมาให้ นินรับมือยื่นให้นางคำพูดนางขาดช่วงไปเลยถูกสีของขนมดึงดูดสายตาขนมถูกปั้นขึ้นเป็นรูปผลไม้ลูกเล็กๆ สีสันสดใส
นิน “มีสินี่ไงขนมนี่ว่าที่แม่ยายพี่คิดขึ้นมาใหม่เลยนะเธอไม่เคยกินแน่นอน “นางหันไปมองพ่อตัวเองขุนทวีพยักหน้านางจึงหยิบขึ้นมาชิมเมื่อกัดเข้าไปรสสัมผัสที่แปลกใหม่ทำให้นางดวงตาเป็นประกาย
” อร่อยมันอร่อยมาก “เสียงเด็กน้อยดังขึ้นดึงดูดความสนใจของทุกคน พวกเขาเดินมาถามเมื่อรู้ว่าเป็นขนมชนิดใหม่ทุกคนก็ประหลาดใจขึ้นมาแล้วลองชิมดูก็พบว่ามันอร่อยจริงๆ ยิ่งกินยิ่งอร่อย แม่จันทร์วาดก็มากับพ่อนางเช่นกันเนื่องจากพ่อนางเคยเป็นลูกน้องเก่าของไหมแก้วถึงไม่อยากมาก็ต้องมาเมื่อได้เห็นลูกชุบดวงตาเขาก็เป็นประกายแล้วของชิมดูก็พบว่ามันแปลกใหม่มากและนี่ตอกย้ำว่าเขาแพ้นางอีกแล้วในด้านขนมสีหน้าของเขาแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูกเพราะเขาข้ามผ่านนางไม่ได้เสียทีสำหรับคนอื่นอาจแค่แปลกใหม่แต่สำหรับเขารู้ดีว่ามันไม่ใช่แค่นั้นกว่าจะได้ขนมแบบใหม่อย่างหนึ่งมันไม่ได้ง่ายเพียงนั้น จันทร์วาดเห็นพ่อตัวเองเป็นแบบนั้นก็ลองชิมขนมดูก็รู้แล้วว่าพ่อนางเป็นอะไร
จันทร์วาด “ไม่คิดเลยว่าคุณป้าไม่ได้ทำอาหารเป็นสิบปีทว่าก็ยังฝีมือร้ายกาจถึงเพียงนี้” ไหมแก้วเดินมาพอดีแล้วกล่าวทัก
ไหมแก้ว “คิดว่าใครที่แท้ก็ต้นเครื่องหลวงนี่เอง” ทุกคนหันไปมองทางไหมแก้ววันนี้นางแต่งตัวสวยมากดูเหมือนกาลเวลาทำอะไรนางไม่ได้เลยต้นเครื่องพจน์กล่าวออกมา
“ผ่านมาเป็นสิบปีข้าก็ยังชนะท่านไม่ได้” ไหมแก้วยิ้มออกมา
ไหมแก้ว” จนป่านนี้แล้วยังจะพูดเรื่องแพ้ชนะอีกหรือ “ทุกคนรู้เรื่องของทั้งสองดีที่เป็นคู่แข่งกันมานาน
ต้นเครื่องพจน์” เดือนหน้าในงานต้อนรับทูตจะมีการแข่งทำอาหารต้อนรับทูตท่านไม่สนใจบ้างหรือข้าอยากจะรู้ว่าข้าจะสามารถชนะท่านได้สักครั้งไหม “ไหมแก้วยิ้มออกมา
ไหมแก้ว” ไม่สนใจ “ใช่นางไม่สนใจจริงๆ นางไม่มีอะไรต้องพิสูจน์แล้ว นินมองมั้งสองก็เข้าใจทุกอย่างชายอ้วนคนนี้คงต้องการก้าวข้ามเพื่อหลุดพ้นสินะเขามองไปที่แม่จันทร์วาดอย่างโกรธแค้น
นิน” ไม่รู้ว่าแม่หญิงจันทร์วาสจะมาไม่งั้นข้าจะได้เตรียมอาหารสูตรพิเศษให้ “จันทร์วาดแค่นเสียง
” เจ้านี่เองคิดไม่ถึงว่าเจ้าจะเคยได้กินอาหารของคุณป้าจริงๆ ถึงอย่างนั้นคำพูดของเจ้าข้าก็ยังไม่ชอบใจอยู่ดีเจ้าสมควรโดดแล้ว “นินกลอกตาเขาไม่อยากสนใจนาง ด้านหมื่นไวยกำลังคุยกับคนแปลกหน้าอยู่โดยที่ไม่มีใครสังเกต
” เจ้าพูดจริงหรือ “ชายคนนั้นทำท่าให้พูดเบา
” ใช้สิวันนั้นข้าเห็นจริงๆ ยังได้ยินมาว่าเขา… “เขากล่าวสองสามคำหมื่นไวยก็ยิ้มออกมา
” แบบนั้นก็เยี่ยมเลย ฮ่าๆๆ ไอ้เวรแกเสร็จแน่” …