เขายังคงลุยต่อเนื่องจนมาผ่านดันเจี้ยนชั้นที่ 49 ได้ ร่างกายของเขายังเหลือแรงที่จะสู้ต่อในชั้นที่ 50 แต่ทักษะของเขากับไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป ในชั้นที่ 41-49 นั้นเขาได้รับมาเพียงไอเทมและทักษะระดับบลอนและไม่มีทักษะไหนเลยที่พอจะดูน่าสนใจ
พอออกมาจากดันเจี้ยนสิ่งแรกที่เขาต้องการทำที่สุดก็คืออาบน้ำ ทำอาหารสำเร็จรูปกินสักหน่อยแล้วก็นอน ก่อนนอนนั้นเขาไม่ลืมที่จะใช้งานที่เพิ่งได้รับมาในการลงทะเบียนอีกสองวิชาที่เขาต้องการลง
เขาลงเรียนวิชาที่สี่เป็นวิชา ความเข้าใจในทักษะหมัด วิชานี้เป็นวิชาเฉพาะแต่ไม่จำกัดผู้เข้าเรียน แต่ราคาก็ยังสูงอยู่ดี 240 ล้านเหรียญ
วิชาที่ห้า ความเข้าใจในโลกแห่งดันเจี้ยน วิชาเฉพาะที่ไม่จำกัดผู้เข้าเรียนเช่นกัน แต่ราคาของมันกับเป็นวิชาที่มีราคาสูงที่สุดที่เขาได้ลงเรียนถึง 690 ล้านเหรียญ
เขารู้สึกเสียใจเล็กน้อยที่ไม่ได้ลงมันเป็นสองวิชาแรกเขาจะได้ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียน ความจริงวิชา ความเข้าใจในโลกแห่งดันเจี้ยน นั้นไม่ได้อยู่ใน 2 วิชาที่เขาต้องการจะลงทะเบียนเพิ่ม มันคือวิชา ความเข้าใจที่มากขึ้นของผู้มีความสามารถ ที่มีราคาอยู่ที่ 170 ล้านเหรียญ แต่เขาเปลี่ยนใจก่อน
เงิน 1000 ล้านเหรียญที่เขาได้มานั้นมันไม่ใช่จำนวนเงินที่เยอะอีกต่อไปในโลกของผู้มีความสามารถ เขาเริ่มเข้าใจค่าเงินที่มันแตกต่างจากโลกความเป็นจริง บางทีเขาควรจะหาเงินให้มากกว่านี้
___________________________________________________________________
เขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้าและทำกิจวัตรประจำวันเช่นเดิม เขาออกจากบ้านพักและเดินหาร้านอาหารที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านพัก มีร้านอาหารสามร้านที่อยู่ใกล้ๆและทั้งร้านนั้นอยู่ติดกันอีกด้วย เขาตัดสินใจเลือกเข้าร้านที่มีคนไม่มากนักคือร้านที่อยู่ตรงกลาง เขาเข้ามาด้านในร้านไม่ได้ใหญ่มากนักแต่ดูสะอาดตา
เขาใช้เวลาไม่นานในการรอและกินอาหานที่สั่งมา อาหารร้านนี้นับว่าไม่เลวทีเดียวแถมราคายังอยู่ในเกณที่ไม่สูงนัก วันพรุ่งนี้เขาคงจะมาที่นี่อีกและคิดว่าน่าจะมาจนกลายเป็นร้านประจำของเขา
เขาออกมาจากร้านและกำลังเดินกับบ้านพักของเขาเพื่อที่จะเข้าสู่ดันเจี้ยนชั้นที่50ต่อจากเมื่อวาน ในระหว่างทางนั้นเขาเห็นคนจำนวนมากเดินไปทิศทางเดียวกันดูผิดจากปกติ เขาได้ยินเสียงหลายคนพูดคุยกันจนพอเข้าใจได้ว่า มีคนกลุ่มนึงกำลังคัดเลือกคนเพื่อเข้าสู่ดันเจี้ยนชั้น 50 ? โดยมีค่าจ้างถ้าสามารถผ่านชั้นที่ 50 ได้อยู่ที่ 100 ล้านเหรียญ
ชั้นที่ 50 งั้นเหรอ ปกติในสถาบันมีคัดเลือกคนและสามารถจ้างลงดันเจี้ยนด้วย ? แน่นอนว่าเขาไม่เคยรู้มาก่อนและมันก็ดูน่าสนใจอยู่ไม่น้อย ถ้าสามารถได้รับเงิน 100 ล้านเหรียญมาง่ายดายเช่นนี้ เขาก็ไม่อยากที่จะพลาดมันไป
เขาเดินตามคนอื่นๆจนมาถึงสนามฝึกที่ 6 ที่อยู่ใกล้ที่สุดในบริเวณนี้ มีคนอยู่ที่นี่ไม่ต่ำกว่า 1000 คนและกำลังทยอยมาเพื่มอีกเรื่อยๆ เขาเลือกเดินอ้อมไปจุดที่ไม่มีคนและนั่งลงรอดูสถานการณ์ก่อน
"เอาล่ะ ทุกคนอย่างที่ทราบกันดีตามข้อมูลที่เขียนไว้ในเว็บบอร์ดหมวดการค้นหาบุคคลของสถาบัน ผมจะพูดให้ฟังเป็นครั้งสุดท้ายนะ สำหรับคนที่อยู่ในดันเจี้ยนชั้น 50 เท่านั้น กลุ่มของเรากำลังหาคนที่ 5 เพื่อที่จะผ่านดันเจี้ยนชั้นที่ 50 ไปด้วยกัน หลังจากที่พวกเราแค่สี่คนได้พยายามในการผ่านดันเจี้ยนชั้น 50 ใช้เวลาไปมากกว่าหนึ่งเดือน เราได้ตกลงกันว่าจะหาผู้ที่มีความสามารถที่อยู่ในชั้น 50 และต้องการช่วยเหลือพวกเรา เรามีเงินสำหรับค่าเสียเวลาให้กับคนที่ช่วยเราในการผ่านดันเจี้ยนชั้นที่ 50 ถึง 100 ล้านเหรียญอย่างที่ทุกคนทราบกันดี เงื่อนไขของเรามีด้วยกันสองข้อ ข้อแรกจะต้องอยู่ในดันเจี้ยนชั้นที่ 50 ในตอนนี้แล้วเท่านั้น เราจะไม่เสียเวลารอคนที่อยู่ชั้นที่ต่ำกว่าและต้องการจะเข้าร่วม ขอย้ำอีกทีว่าต้องอยู่ชั้น 50 เท่านั้น ข้อที่สองคือการคัดเลือก คนที่ต้องการจะทดสอบเพื่อเข้าร่วมเป็นคนที่ 5 ในกลุ่มของเรา จะต้องสามารถล้มเพื่อนตัวโตของผมคนนี้ให้ได้ อย่าเพิ่งเข้าใจผิดกันไป ที่ผมบอกว่าล้มนั้นไม่ได้หมายถึงการเอาชนะ เพียงแค่สามารถทำให้เพื่อนของผมคนนี้ล้มลงได้ ก็ถือว่าผ่านการทดสอบของเราแล้ว เช่นเดียวกันหากคนที่ทดสอบโดนเพื่อนผมทำให้ล้มลงก็จะถือว่าหมดสิทธิ์"
"เพื่อให้ไม่เป็นการเสียเวลาแก่ทุกท่านที่มา คนที่ต้องการเข้าร่วมการทดสอบขอให้ขึ้นมาบนสนามแห่งนี้ รบกวนว่าขอทีละคนเท่านั้น"
ดูจากรูปร่างของชายตัวโตที่เป็นผู้ทดสอบนั้นสูงเกินกว่า2เมตรแน่นอนแถมยังมีรูปร่างที่ใหญ่โตมากกว่าแค่ความสูง
เขากำลังคิดว่าควรจะลงไปเลยหรือเปล่า ? แต่ในขณะที่เขากำลังคิดนั้น ก็มีชายรูปร่างสูงคนนึงกระโดดลงไปบนสนาม ชายรูปร่างสูงนั้นดูผอมแตกต่างจากชายที่เป็นผู้ทดสอบและความสูงนั้นก็ยังเป็นรองเล็กน้อย แต่ความสูงและขนาดตัวก็ไม่ได้เกี่ยวกับความสามารถในการต่อสู้หรือทักษะและอาวุธแต่อย่างใด เราไม่ตัดสินคนๆนึงได้เพียงการมองแค่ครั้งเดียว เช่นเดียวกับบอสในดันเจี้ยนความแข็งแกร่งของมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับรูปร่างของมันแต่อย่างใด