ตอนที่ 22 คำเตือนจากหมอผี
หมอกหนาสีเทาปกคลุมไปทั่วทางเข้าหมู่บ้านดวงิญญาคืนถิ่น สถานที่แห่งนี้ตั้งอยู่ในหุบเขาลึกที่แสงอาทิตย์แทบจะส่องไม่ถึง พื้นดินแฉะชื้นและเต็มไปด้วยกลิ่นอับของใบไม้เน่า ธีรภพและพวกพ้องเดินเท้าลัดเลาะตามเส้นทางที่โรยด้วยขี้เถ้าสีขาว ซึ่งชายชราปริศนาบอกว่าเป็เส้นทางคนตายที่ใช้ชักนำดวงิญญาหลงทางให้กลับคืนสู่รอบการเวียนว่ายตายเกิด
“ที่นี่มัน เงียบเกินไปไหมคะ” ลลินทิพย์กระชับเสื้อคลุมพลางมองไปรอบๆ บ้านเรือนที่นี่ไม่ใช่บ้านไม้ปกติ
แต่เป็กระต๊อบดินเหนียวที่ไม่มีหน้าต่าง มีเพียงประตูเล็กๆ ที่ปิดสนิท และมีสายสิญจน์พันรอบตัวบ้านทุกหลัง
“มันไม่ใช่หมู่บ้านของคนเป็หรอกครับพี่ลลิน” น่านฟ้ากระซิบพลางลูบแขนตัวเอง “กลิ่นธูปกับกลิ่นศพมันแรงขนาดนี้ ที่นี่คือนิคมพักฟื้นของิญญาก่อนจะไปนรกหรือ์ต่างหาก”
ธีรภพไม่พูดอะไร ในมือกำกล่องไม้ที่บรรจุเศษกระจกซีกแห่งสัจจะเอาไว้แน่น เขาเดินตรงไปยังท้ายหมู่บ้านที่ตั้งของเรือนไม้ทรงไทยหลังใหญ่เพียงหลังเดียวที่ตั้งอยู่บนเนินสูง ที่นั่นมีแสงไฟจากตะเกียงน้ำมันวูบไหวราวกับรอการมาถึงของพวกเขา
เมื่อก้าวขึ้นไปบนเรือนไม้ กลิ่นสมุนไพรโบราณและกลิ่นกำยานก็พุ่งเข้ากระทบจมูก ท่ามกลางห้องโถงที่มืดมิด มีชายชราคนหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่หน้าแท่นบูชาที่เต็มไปด้วยหัวกะโหลกสัตว์และหุ่นปั้นดินเผา ชายคนนี้ดูต่างจากชายชราที่อาศรมไร้ลักษณ์อย่างสิ้นเชิง เขามีผิวกายดำกร้าน รอยสักยันต์สีดำขลับพาดผ่านั้แ่ลำคอลงไปถึงปลายนิ้ว แววตาของเขาเป็สีเหลืองหม่นเหมือนตาแมวในความมืด
“ศราวิญญ์ เ้ามาช้าไปสามก้าว” เสียงของเขาทุ้มต่ำและแหบพร่าเหมือนเสียงหินบดกัน
“ท่านคือ หมอผีบุญส่ง ใช่ไหม” ธีรภพถามพลางนั่งลงเบื้องหน้า “ชายชราที่อาศรมส่งพวกเรามาเพื่อขอเศษกระจกชิ้นต่อไป”
หมอผีบุญส่งหัวเราะในลำคอ พลางหยิบขันน้ำมนต์ขึ้นมาพรมใส่ร่างของทุกคน
“ข้าไม่ได้ชื่อบุญส่ง นั่นมันชื่อเก่าข้าเมื่อครั้งยังเป็มนุษย์ ตอนนี้ข้าคือผู้เฝ้าประตูดวงจิต แต่หากเ้า้าเศษกระจก เ้าต้องรับคำเตือนจากข้าไปเสียก่อน”
เขาหันไปมองสมาชิกแต่ละคนในกลุ่ม สายตาสีเหลืองหม่นนั้นจ้องมองภาคิน ลลินทิพย์ และน่านฟ้า ราวกับจะมองทะลุเข้าไปในตับไตไส้พุง
“พวกเ้าร่วมทางกันมาด้วยความเชื่อใจ แต่ความเชื่อใจคือยาพิษที่ร้ายแรงที่สุดในโลกอาคม” หมอผีเฒ่าเทน้ำในขันลงบนพื้นไม้ พลันน้ำเ่าั้ก่อตัวเป็ภาพสะท้อนที่บิดเบี้ยว
“เ้านักข่าว” เขาชี้ไปที่ภาคิน “เ้าตามหาความจริง แต่ความจริงที่เ้าจะพบ มันจะทำให้เ้าอยากทำลายทุกคนที่อยู่ที่นี่ เพื่อกอบกู้เกียรติยศของพ่อแม่เ้าคืนมา”
ภาคินหน้าซีดลง “ผมไม่มีวันทำแบบนั้น ธีรภพเป็เพื่อนผม”
“เพื่อนในวันนี้ คือเหยื่อในวันหน้า” หมอผีหันไปมองน่านฟ้า “เ้าเด็กเชิดหุ่น หุ่นของเ้ามีิญญา แต่ใจของเ้ากำลังว่างเปล่า ระวังเถอะ เมื่อความว่างเปล่าถูกความมืดเติมเต็ม เ้าจะเป็คนแรกที่หันคมลวดเข้าหาศิษย์พี่ของเ้า”
น่านฟ้ากำย่ามแน่น แววตาสดใสหายไปกลายเป็ความเคร่งขรึม “ผมไม่มีวันทรยศรุ่นพี่ ผมรับปากตาไว้แล้ว”
สุดท้าย หมอผีหันมามองลลินทิพย์ แววตาของเขาสั่นระริกเล็กน้อย “และเ้า แม่นางผู้มีแสงจันทร์นำทาง เ้างดงามและบริสุทธิ์ แต่ความรักของเ้าจะเป็โซ่ตรวนที่ฉุดกระชากธีรภพลงสู่เหว หากเ้าไม่เลือกทิ้งเขาในเวลาที่สมควร เ้าทั้งสองจะพินาศไปพร้อมกัน”
เรือนทั้งหลังสั่นะเืด้วยแรงลมที่ไม่มีที่มา ธีรภพขยับเข้ามาบังลลินทิพย์ไว้ “พอได้แล้ว ท่าน้าจะปั่นหัวพวกเราให้แตกแยกกันใช่ไหม?”
“ข้าพยากรณ์ตามที่กระจกบอกข้า” หมอผีบุญส่งหยิบเศษกระจกชิ้นที่สองออกมาจากใต้แท่นบูชา มันส่องแสงสีม่วงประหลาด
“ธีรภพ คำเตือนสุดท้ายคือของเ้า คนที่หน้าเหมือนเ้าในกระจก ไม่ใช่แค่พี่ชาย แต่มันคือเจตจำนงที่เ้าซ่อนเอาไว้ลึกที่สุด ธีรเทพคือสิ่งที่เ้าอยากเป็แต่ไม่กล้าเป็”
“เหลวไหล” ธีรภพะโ เนตรอสูรบนฝ่ามือเต้นรัวจนผ้าพันแผลเริ่มปริขาด
“หากเ้าอยากได้เศษกระจกชิ้นนี้ เ้าต้องหยดเืลงในขันน้ำมนต์นี้ เืที่ปราศจากความโกรธแค้น” หมอผีเฒ่ายื่นขันมาเบื้องหน้า
“หากเืของเ้าขุ่นมัว หมู่บ้านนี้จะกลายเป็สุสานของพวกเ้าทั้งหมด”
ธีรภพมองดูเพื่อนๆ ของเขา ทุกคนมีแววตาที่สับสนและหวาดระแวงจากคำทำนายเมื่อครู่ ภาคินหลบตา ลลินทิพย์ก้มหน้า น่านฟ้ากำหมัดแน่น ธีรภพรู้ดีว่าหากเขาล้มเหลวตอนนี้ มิตรภาพของพวกเขาจะพังทลายลงทันที
เขาหลับตาลง พยายามนึกถึงคำสอนของปู่และการปล่อยวางที่เขาเคยใช้ปราบอสูรกาย เขาไม่ได้โกรธธีรเทพที่สร้างเื่วุ่นวาย ไม่ได้โกรธชาวบ้านที่ขับไล่เขา แต่เขาสงสาร สงสารทุกคนที่ติดอยู่ในกงเกวียนกำเกวียนนี้
เขากรีดนิ้วแล้วหยดเืลงไปหนึ่งหยด
ต๋อม...
น้ำในขันที่เคยดำคล้ำพลันเปลี่ยนเป็สีใสสะอาดราวกับน้ำค้างกลางหาว หมอผีเฒ่าเบิกตากว้างก่อนจะหัวเราะเสียงดังลั่นเรือน
“ฮ่าๆๆ! ยังมีหวัง ยังมีหวังอยู่บ้าง” เขาส่งเศษกระจกให้ธีรภพ “เอาไปเสีย แล้วรีบไปจากที่นี่ ธีรเทพกำลังจะส่งผู้เก็บเกี่ยวิญญามาล่าพวกเ้า คำเตือนของข้าไม่ใช่เพื่อทำลาย แต่เพื่อให้พวกเ้าระวังใจตนเอง”
ขณะที่ทั้งสี่คนกำลังจะก้าวออกจากเรือน เสียงหวีดร้องที่น่าสยดสยองก็ดังขึ้นจากทั่วหมู่บ้าน หมอกสีเทาเปลี่ยนเป็สีดำสนิท ร่างของเพชฌฆาติญญาในชุดผ้าคลุมขาดวิ่น ถือเคียวั์ที่ทำจากกระดูกคน เริ่มผุดขึ้นมาจากดินรอบๆ เนินเขา
“พวกมันมาแล้ว” น่านฟ้าสะบัดมือปล่อยหุ่นพยนต์นับสิบตัวออกไปขวางทาง “รุ่นพี่! ไปที่รถเร็ว! ผมจะกันหลังให้เอง!”
“ไปพร้อมกันน่านฟ้า!” ธีรภพพุ่งเข้าฟาดดาบนิรันดร์โลหิตใส่เพชฌฆาติญญาตัวที่ใกล้ที่สุด ใบดาบสีเืปะทะกับเคียวกระดูกจนเกิดประกายไฟสีม่วงสาดกระจาย
การต่อสู้ครั้งนี้กดดันกว่าครั้งไหนๆ เพราะคำพยากรณ์ของหมอผีเฒ่ายังคงดังก้องอยู่ในหัวของทุกคน ภาคินที่เคยกล้าหาญ กลับดูลังเลที่จะยกกล้องขึ้นมาบันทึก ลลินทิพย์ที่เคยร่ายเวทได้อย่างแม่นยำ กลับทำไม้เท้าหลุดมือไปชั่วขณะ
“ตั้งสติไว้ทุกคน” ธีรภพะโ
“คำทำนายเป็เพียงความเป็ไปได้ ไม่ใช่ข้อเท็จจริง! เชื่อในสิ่งที่พวกเราผ่านมาด้วยกันสิ!”
คำพูดของธีรภพเหมือนแสงสว่างที่กระชากทุกคนกลับมา ลลินทิพย์ร่ายเวทจันทราสร้างกำแพงแสงป้องกันเพชฌฆาต ภาคินใช้ไฟแฟลชจากกล้องแรงสูงสาดใส่ดวงตาิญญาเพื่อเปิดทาง น่านฟ้าใช้หุ่นพยนต์ลากทุกคนลงจากเนินเขาด้วยความรวดเร็ว
เมื่อกลับมาถึงรถ SUV ภาคินเหยียบคันเร่งหนีออกจากหมู่บ้านดวงิญญาคืนถิ่นโดยไม่คิดชีวิต เมื่อพ้นเขตหมอกหนา ทุกคนก็นั่งนิ่งอยู่ในรถ บรรยากาศอึดอัดอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
“สิ่งที่หมอผีพูด” ลลินทิพย์พึมพำ “เขาบอกว่าความรักของฉันจะเป็โซ่ตรวน”
“อย่าไปฟังเลยลลินทิพย์” ธีรภพจับมือเธอไว้ แต่มือของเขาก็สั่น “เรามีเศษกระจกสองชิ้นแล้ว ผมรู้สึกได้ว่าเมื่อพวกมันอยู่ด้วยกัน มันเริ่มแสดงภาพบางอย่าง”
ธีรภพนำเศษกระจกสองชิ้นมาวางต่อกันบนตัก ภาพที่ปรากฏในรอยร้าวไม่ใช่ภาพของธีรเทพหรือปีศาจ แต่มันคือภาพวาดโบราณบนผนังถ้ำที่เล่าเื่ราวการกำเนิดของตราประทับต้องห้าม มีชายคนหนึ่งที่ไม่ได้มีเนตรอสูร แต่มีดวงตาที่สามอยู่กลางหน้าผาก กำลังต่อสู้กับัดำในยุคา
“นี่มันไม่ใช่แค่เื่ของตระกูลศราวิญญ์แล้ว” ภาคินมองภาพนั้นผ่านเลนส์กล้อง “นี่มันคือ ตำนานตราประทับโบราณที่ถูกลบเลือนไปจากประวัติศาสตร์อาคม ดูที่สัญลักษณ์นั่นสิ มันเหมือนกับรอยสักบนตัวหมอผีบุญส่งเลย”
“เราต้องหาชิ้นที่สาม” ธีรภพสรุป “และชิ้นที่สามนั้น มันถูกซ่อนอยู่ในที่ที่อันตรายที่สุด ที่ที่ทุกอย่างเริ่มต้นขึ้นคุกิญญาใต้กรุงเก่า”
ในมุมมืดของเบาะหลัง น่านฟ้าแอบมองหุ่นพยนต์ในมือของตนเอง เขาพบว่าลวดทองแดงที่เคยเป็สีสุกปลั่ง บัดนี้มีรอยดำเล็กๆ เริ่มเกาะกินที่หัวใจของหุ่น คำเตือนของหมอผีเื่ความว่างเปล่าในใจเขาเริ่มแสดงผลออกมาอย่างเงียบเชียบ
ขณะเดียวกัน ภาคินก็แอบกำเศษกระดาษใบหนึ่งที่เขาหยิบมาจากเรือนของหมอผี เป็บันทึกรายชื่อคนสาบสูญที่มีชื่อของพ่อแม่เขาอยู่ และมีชื่อของปู่ธีรภพเป็ผู้ลงนามรับรองการทำพิธีบางอย่าง
รอยร้าวเล็กๆ ในความเชื่อใจได้เริ่มก่อตัวขึ้นแล้ว แม้ศัตรูภายนอกอย่างธีรเทพจะยังตามล่าพวกเขา แต่ศัตรูภายในใจที่เกิดจากคำเตือนของหมอผี อาจจะเป็สิ่งที่ทำลายตราประทับต้องห้ามลงก่อนที่าครั้งสุดท้ายจะมาถึง
จบตอนที่ 22
สนับสนุนค่ากาแฟ หรือโดเนทเป็กำลังใจให้ได้นะครับ
4380169722 : ธนาคารไทยพาณิชย์