หลังเลิกเรียนช่วงเวลายามเย็นคาบเกี่ยวช่วงหัวค่ำเมื่อเรย์กลับถึงห้องพักและเปิดประตูเข้าไป ก็ต้องตกตะลึงกับภาพตรงหน้า
เขาเห็นคางูยะที่กำลังก้มตัวใส่รองเท้าในชุดยูนิฟอร์มนักเรียนอย่างแปลกตาอยู่บริเวณตู้ร้องเท้าหน้าประตู ด้วยเสื้อเชิ้ตสีขาวที่มีการตกแต่งด้วยสีดำและผูกเนกไทสีเข้มเข้าคู่กับกระโปรงสั้นสีแดงที่เพิ่มเสน่ห์ให้กับรูปร่างของเธอรวมถึงถุงน่องที่ยาวถึงต้นขา ทุกอย่างในลุคนี้ทำให้คางูยะดูน่าหลงใหลและอ่อนกว่าวัยในชุดนี้
ดูเหมือนเธอกำลังจะออกไปข้างนอก

อาจเพราะเธอเห็นแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามของเขาจึงกล่าวว่าวันนี้มีงานปาร์ตี้เลี้ยงรุ่นในธีมชุดนักเรียนซึ่งมีเอนซุเป็นต้นโผจัดงานที่โรงแรมในเครือโคซุเอะกรุ๊ป
น้ำเสียงที่เล่านั้นแฝงไปด้วยความอ่อนอกอ่อนใจเหมือนจำยอม
“ขอโทษที่ไม่มีเวลาอยู่คุยด้วย...วันนี้ฉันอาจกลับดึกสักหน่อย ไม่ต้องทำอาหารเผื่อนะคะ”
คางูยะกล่าวกับเขาเช่นนั้นไม่มีเวลาอธิบายมากกว่านี้เธอกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากห้องไปอย่างรีบร้อน ทิ้งให้เรย์ยืนมองตามแผ่นหลังของเธอที่หายลับไปจากสายตา
ระหว่างนั้นเสียงข้อความจากโทรศัพท์ของเรย์ก็ดังขึ้นหลังจากเธอออกไปไม่นานเช่นกันก่อนจะพบว่าเป็นกาโต้ที่ส่งข้อความนัดหมายและสถานที่นัดพบให้กับเขา
เขาอาบน้ำชำระร่างกายและแต่งตัวเรียบร้อยในชุดที่พร้อมสำหรับออกไปข้างนอกจากนั้นก็มุ่งหน้าออกจากที่พักใช้บริการรถประจำทางเดินทางไปยังสถานที่นัดหมายกับกาโต้
ในระหว่างที่นั่งอยู่บนรถประจำทางก็หวนคิดถึงภาพของคางูยะในชุดนักเรียนเมื่อครู่ภาพที่เธอยิ้มให้เขาและรีบออกจากห้องมันทำให้เขารู้สึกได้ถึงความเป็นอิสระของคางูยะมากกว้าปกติแม้ว่าเธอจะเป็นคนที่เขารู้จักมานาน แต่ก็ยังมีมุมที่เขาไม่เคยเข้าใจและมองไม่ถึงทำให้เรย์เผลอยิ้มออกมาเบา ๆ ขณะที่รถประจำทางเคลื่อนที่ไปในยามค่ำคืน
ที่บริเวณชั้นสองของร้าน SHOPAPA ยามหัวค่ำบรรยากาศภายในร้านเต็มไปด้วยความคึกคัก ฮันเตอร์หลายกลุ่มนั่งรวมตัวกันที่โต๊ะต่างๆบางคนกำลังกินดื่มอย่างสนุกสนานหลังจากเหน็ดเหนื่อยจากการลงดันเจี้ยนมาตลอดทั้งวันเสียงหัวเราะและบทสนทนาดังประสานกันทั่วบริเวณร้านส่องสว่างด้วยแสงไฟอบอุ่นที่สร้างบรรยากาศสบาย ๆ สำหรับการผ่อนคลาย
เรย์เดินขึ้นมาบนชั้นสองและมองหากาโต้จนกระทั่งพบเขานั่งอยู่ที่มุมหนึ่งในมุมเดียวกันนั้น ด้านตรงข้ามกาโต้มีเด็กสาวคนหนึ่งนั่งอยู่เธอดูตัวเล็กและมีท่าทางเกร็ง ๆ อยู่เล็กน้อยเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามา
“มาแล้วเหรอเอ้า นั่งก่อนเถอะ”
เขาเลือกนั่งลงข้างกาโต้ตรงข้ามกับเด็กสาวคนดังกล่าว
“เอ่อ... ฉันชื่อมินามิโนะ ริงโกะ ขอบคุณที่ช่วยฉันไว้นะคะ”
เรย์เอียงคอเล็กน้อยสังเกตเด็กสาวตรงหน้านึกไม่ถึงว่าจะได้เห็นการแนะนำตัวกับท่าทางและคำพูดที่ดูจะกล้า ๆ กลัว ๆแม้การตัดสินคนจากสภาพภายนอกจะเป็นเรื่องไม่ดีแต่สิ่งที่เห็นทำให้คิดเป็นอย่างอื่นไม่ได้นอกจากเป็นคนประเภทที่เข้าหาคนอื่นไม่เก่งหรือไม่ก็หวาดกลัวจากเรื่องที่ผ่านมา
เขาจึงตัดสินไปว่าเธอกำลังฝืนตัวเองอยู่
“อาซากุระเรย์ครับ... ยินดีที่ได้ช่วยเหลือ”
คิดได้อย่างนั้นเขาก็แนะนำตัวกลับไปอย่างนอบน้อมเขาพยายามทำให้บรรยากาศผ่อนคลายแลเห็นดวงตาของเธอคลายม่านตาลงด้วยสีหน้าโล่งใจ
“ได้ยินเรื่องที่คุณมินามิโนะจะมาร่วมทีมด้วยกันจากคุณกาโต้แล้วครับ”
เขากล่าวต่อพยายามเปิดการสนทนาเพื่อให้เธอรู้สึกสบายใจมากขึ้น
“เอ่อ...นอกจากเก็บของแล้ว ฉันทำได้แค่ฝึกฝนสร้างภูติรับใช้เพียงด้านเดียวเท่านั้นเองนะคะจะมีประโยชน์กับพวกคุณจริง ๆ เหรอ”
น้ำเสียงของเธอยังคงไม่มีความมั่นใจ ริงโกะมองลงไปยังมือทั้งสองของตนที่ประสานนิ้ววางอยู่บนโต๊ะ
ทว่ากาโต้ยิ้มและส่ายหัวเบาๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงที่แฝงไปด้วยการให้กำลังใจ
“ไม่หรอกแทนที่จะทำได้ทุกอย่างแบบครึ่ง ๆ กลาง ๆสู้มุ่งหน้าฝึกฝนสิ่งที่ตัวเองถนัดและทำได้ดีจนถึงที่สุดไปเลยจะดีกว่าขึ้นกับมุมมองด้านคุณค่าของริงโกะคุงเองด้วย”
“เรื่องนี้ผมเห็นด้วย...ไม่มีความสามารถไหนที่ไร้ประโยชน์ ขึ้นอยู่กับว่าเรารู้จักพลังตัวเองดีแค่ไหนและใช้มันในรูปแบบใดมากกว่า”
เรย์สนับสนุนความคิดของกาโต้เขาพบว่าอัตลักษณ์ของเหล่าผู้ตื่นรู้มีหลากหลายมากมายและไม่มีกฎเกณฑ์ตายตัวผลของพลังบางอย่างยังพออธิบายได้ด้วยหลักการทางวิทยาศาสตร์ทว่าบางอย่างก็มหัศจรรย์เกินกว่าจะคาดคิด
“แล้วฉันขอยืนยันเลยว่าความสามารถในการเก็บของของริงโกะคุงนั้นเป็นที่ต้องการของพวกฮันเตอร์มากจนพวกฉันสองคนยังรู้สึกเกรงใจด้วยซ้ำที่เธอเลือกมาอยู่กับทีมง่อย ๆ ทีมนี้”
เขาเห็นเด็กสาวแย้มยิ้มอย่างสบายใจมากขึ้นเมื่อได้ฟังสิ่งที่กาโต้พูด
“อ้อจริงสิเกือบลืม—”
กาโต้ควักเหรียญทองแดงจำนวนมากออกมากองบนโต๊ะและดันมาทางริงโกะ
“เอ่อ...นี่มันอะไรกันคะ”
“วัตถุดิบจากดันเจี้ยนที่ทีมของเธอทิ้งไว้ฉันเอามันไปขายให้ ทั้งหมดนั่นที่ขายได้ควรเป็นส่วนของเธอ”
“ทำไมมันมากมายขนาดนี้ล่ะคะ”
ริงโกะไม่เคยได้รับเหรียญจำนวนมากเท่านี้มาก่อน
“ปกติเจ้าพวกนั้นให้ส่วนแบ่งเธอเท่าไหร่กัน”
กาโต้เลิกคิ้วถามอย่างสงสัยเมื่อเห็นปฏิกิริยาของเด็กสาว
ริงโกะทำท่าคิดครู่หนึ่งแล้วตอบว่า
“ปกติหนูจะได้แปดถึงเก้าเหรียญทองแดงโดยประมาณค่ะพวกเขาบอกว่านี่คือเรทราคาปกติสำหรับคนที่ยังไม่ได้เป็นสมาชิกทางการของกิลด์”
ริงโกะตอบด้วยความสัตย์จริงเพราะเธอไม่รู้ว่าที่อื่นคิดราคากันอย่างไรเธอยังใหม่มากกับเรื่องพวกนี้
“เหอะเจ้าพวกนั้นเอาเปรียบเธอแบบนี้มาตลอดเลยสินะ ...แต่ไม่ต้องห่วงพวกเราจะแบ่งทุกอย่างกันอย่างเท่าเทียมแน่นอน”
กาโต้เมื่อได้ฟังยิ่งทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่พอใจพฤติกรรมของพวกสวะนั่น
“ไม่ต้องถึงขนาดนั้นก็ได้ค่ะคิดเท่าแค่ที่หนูช่วยทำประโยชน์ให้กับพวกคุณได้ก็พอ”
ริงโกะโบกไม้โบกมืออย่างเกรงใจ
“ฮะฮ้าขอแสดงความเสียใจด้วย ทีมของเราไม่มีนโยบายแบบนั้น ทุก ๆอย่างจะถูกจัดสรรอย่างเท่าเทียม”
“…ขอบคุณนะคะฉันอยากให้โลกนี้มีคนแบบคุณกาโต้เยอะ ๆ จังเลยคะ”
ริงโกะเผยสีหน้าตื้นตันอย่างแท้จริงที่พระเจ้าทรงไม่โหดร้ายกับโชคชะตาของเธอเกินไปนักในความโชคร้ายก็ยังให้เธอได้พบกับคนดี ๆ เช่นนี้เข้ามาในชีวิต
“คืออย่าไปอธิษฐานเลยว่าขอให้โลกใจดีกับเราเพราะโลกไม่ใจดีกับเราหรอก โลกไม่แคร์เราหรอก โลกมีคนตั้งหลายพันล้าน มีคนร้ายมีคนท็อกซิกที่พร้อมจะทำร้ายและใจร้ายกับเราไปตลอดแม้แต่เราเองวันที่เหนื่อยจัดหรือเจ็บมาก บางทีเราก็เผลอใจร้ายกับคนอื่นบางทีเราก็ใจร้ายกับตัวเอง”
กาโต้กล่าวเช่นนี้เพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายมองโลกในแง่ดีเกินไป
“...น่าเศร้าจังเลยนะคะ”
“แต่ว่านะ...ถ้าเราเริ่มต้นใจดีกับคนใกล้ตัวหรือในวันที่แย่ ๆ ขอแค่ให้เราใจดีกับตัวเองบ้างโลกที่เพิ่มความใจดีมันก็พอจะสว่างเพิ่มกว่าวันก่อน...นี่แหละคือสิ่งที่ฉันยึดถือมันมากกว่าสิ่งใด”
“ไม่มีใครรักษาโลกนี้ได้...แต่เราทำให้มันแย่น้อยลงได้สินะครับ”
เรย์คิดว่าทุกคนบนโลกล้วนประสบกับความทุกข์ยากพวกคนตัวเล็ก ๆ เรียนรู้ว่าจะเผชิญหน้ากับโลกใบนี้ยังไงแต่แรกแล้วทุกคนล้วนมีเส้นทางชีวิตของตนเอง
“เอาล่ะอย่ามัวแต่คุยเรื่องซีเรียสพวกนี้อยู่เลย รีบสั่งอาหารกันดีกว่าในฐานะที่วันนี้ถือว่าเป็นวันก่อตั้งทีมของเราอย่างเป็นทางการ มื้อนี้ฉันเลี้ยงเอง!”
กาโต้กำมือยกขึ้นมาในท่าทางอันเร่าร้อนจนดูเจิดจ้าเกินไปสำหรับเขาและริงโกะไปสักนิด
แต่นั่นก็ช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลายอย่างเป็นกันเอง