Legendary Combination การผสมผสานของตำนาน

    ตอนที่ 92 กุยแกเริ่มเดินหมาก

            ตอนที่92 กุยแกเริ่มเดินหมาก

             

            โซโลที่เห็นท่าทีคุกคามของเคาทูก็รู้สึกได้ว่าเคาทูนั้นเอาจริงเขาหันไปมองเล่าฮองอย่างเป็นห่วงเพราะเล่าฮองนั้นไม่สามารถฟื้นขึ้นมาได้อีกสุดท้ายโซโลจึงตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยว

             

            ‘ในเมื่อมาเป็นส่วนหนึ่งของกิลโอเอซิสแล้วคงต้องทำให้ดีที่สุด...อย่างมากก็แค่ตายอีกสักครั้ง’โซโล คิดถึงวันแรกที่เขาประกาศตัวว่าได้เข้าร่วมกับกิลโอเอซิสซึ่งในวันนั้นเขาและเพื่อนของเขาที่เป็นมหาจอมเวทอีก 2 คนได้ตายตั้งแต่วันแรกที่เข้าร่วมกิลโอเอซิส

             

            “ข...ข้าว่าพวกเรา...ถ...ถอยก่อนดีกว่า” เล่าฮองที่หวาดกลัวเคาทูอย่างมากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นๆ

             

            “เจ้าไปก่อนเลย ข้าจะรั้งเขาเอาไว้เองยังไงข้าก็สามารถเกิดใหม่ได้ไม่เหมือนกับเจ้า” โซโลที่ตัดสินใจแน่วแน่แล้วเริ่มปล่อยพลังเวทออกมาเตรียมรับมือเคาทูหลังจากนั้นเขาก็หันไปหาอาซานแล้วพูดว่า

             

            “อาซาน...นายเหนื่อยมากแล้ว คุ้มกันเล่าฮองกลับไปซะ ฉันจะถ่วงเวลาให้เอง”

             

            “ไม่! ข้ายังสู้ไหว” อาซาน พูดด้วยน้ำเสียงมั่นใจแต่ทว่าร่างกายกลับเซไปด้านข้างเล็กน้อยเนื่องจากพลังปราณในร่างกายเริ่มหมด

             

            อาซานอดทนมาได้ถึงขนาดนี้ล้วนต้องชื่นชมแล้วเพราะเขารับมือกับกลุ่มของดาร์คหลายต่อหลายคนโดยเฉพาะองค์หญิงผิงหยางที่ทำให้อาซานต้องสิ้นเปลืองเรี่ยวแรงและพลังปราณอย่างมาก

             

            “ไม่ได้ หากเราอยู่ที่นี่ทั้งคู่ เล่าฮองอาจโดนดักทำร้ายหรือมีอันตรายได้นายต้องคอยคุ้มกันเล่าฮองกลับไป” โซโล ยืนกรานด้วยเหตุผล

             

            สุดท้ายอาซานจึงจำตอบตกลงคุ้มกันเล่าฮองแต่โดยดีเมื่ออาซานและเล่าฮองหนีไปโซโลก็เริ่มร่ายมนตร์เตรียมขัดขวางไม่ให้ใครตามทั้งสองคนไป แต่ทว่าเคาทูกลับพูดขึ้นเสียก่อนว่า

             

            “เจ้าก็กลับไปเถอะ...ข้าไม่มีอารมณ์จะต่อสู้สักเท่าไหร่”

             

            เคาทูนั้นเป็นห่วงลูกของเขาจึงไม่คิดจะทำศึกยืดเยื้อหรือไล่ตามศัตรูไปไกลนักยิ่งเมื่อเขามีโอกาสได้เจอลูกอีกครั้งจึงไม่คิดที่จะจากไปไหนไกลๆ อีกสุดท้ายจึงตัดสินใจปล่อยเล่าฮองให้หนีไปแต่เคาทูเองก็ได้จดจำบัญชีแค้นนี้เอาไว้เรียบร้อยแล้ว

             

            “จงจำไว้ หากวันหน้าข้าเจอพวกเจ้าทั้งสามคนอีก หัวของพวกเจ้าจะหลุดออกจากบ่าอย่างแน่นอนไสหัวไปได้แล้ว!” เคาทู พูดพร้อมกับส่งสายตาอาฆาตใส่โซโลทำเอาโซโลที่เป็นถึงมหาจอมเวทถึงกับใจสั่นด้วยความหวาดกลัว

             

            “ข...ขอบคุณ...แล้วข้าจะหาทางชดใช้คือให้ท่าน” โซโลพูดจบก็หันหลังแล้วเร่งฝีเท้าติดตามอาซานกับเล่าฮองไปทันที

             

            เคาทูเดินกลับมารับฝูเอ๋อร์จากโอโรกะเขาอุ้มลูกน้อยของเขาพร้อมกับกล่าขอบคุณพวกดาร์คที่ช่วยลูกของเขาเอาไว้ทั้งกลุ่มออกเดินทางกลับบ้านไม้ของเคาทูที่อยู่กลางป่า

             

            เมื่อทุกคนกลับมาถึงลานกว้างหน้าบ้านไม้ก็พบกับความเงียบสงัดซึ่งแตกต่างจากเดิมที่มีทั้งกลุ่มของซิหลงและกิลพิชิตนภาเคาทูเดินมาหยุดตรงหน้าดาร์คพร้อมกับยื่นฝูเอ๋อร์ให้ดาร์คและพูดขึ้น

             

            “ข้าขอฝากฝูเอ๋อร์ไว้สักครู่หนึ่ง”

             

            ดาร์ครับเด็กมาอุ้มอย่างงงๆสุดท้ายจึงตัดสินใจถามออกไป

             

            “เอ่อ…ท่านแม่ทัพคิดจะทำอะไรหรือ”

             

            “หือ...ข้าก็จะไปเก็บข้าวของของข้าตามพวกเจ้าไปนะสิ” เคาทูกลับตอบในสิ่งที่ทำให้พวกดาร์คตกตะลึง

             

            “ท่านแม่ทัพจะตามพวกข้าไปงั้นหรือ” ดาร์ค ถามย้ำอีกครั้ง

             

            “ก็ต้องตามไปสิวะหากข้ายยังอยู่ที่นี่รังแต่จะถูกพวกนั้นกลับมาก่อกวนเข้าสักวันหนึ่งอีกอย่างเมื่อพวกเจ้ามีบุญคุณต่อข้าและฝูเอ๋อร์ ข้าเคาทูย่อมต้องตอบแทน...หรือพวกเจ้าคิดว่าข้าไม่ดีพอที่จะติดตามพวกเจ้าไป”

             

            “ไม่เลยๆ พวกข้ายินดีอย่างยิ่งที่จะได้ท่านแม่ทัพมาเข้าร่วม”

             

            “ฮ่าๆๆไอ้หนูอย่าพึ่งดีใจไป...ข้าเข้าร่วมส่วนหนึ่งล้วนมาจากพวกเจ้าที่เป็นคนดี...แต่ถ้าหากวันหนึ่งพวกเจ้าสูญเสียความดีเหล่านี้ไปข้าก็พร้อมจะจากไปเช่นกัน” เคาทูพูดจบก็ส่งยิ้มให้ทุกคนพร้อมกับเดินเข้าไปในบ้านไม้เพื่อเก็บข้าวของเครื่องใช้ของเขา

             

            .......

             

            เมืองจ้านลู่

             

            ทีชที่เดินทางมาถึงเมืองจ้านลู่ก็มุ่งหน้าไปหากุยแกที่อาคารกิลทันทีแต่ทว่าทีชกลับไม่ได้พบแค่กุยแกเพียงคนเดียวเพราะเวลานี้ในห้องทำงานของกุยแกมีหมิงและสมิทนั่งอยู่ด้วยคล้ายว่าทั้งสามกำลังคุยเรื่องสำคัญอะไรบางอย่าง

             

            “กำลังคุยอะไรกันหรือ...ไม่สิ...กุยแกไม่มีงานให้ข้าทำบ้างหรือ” ทีชถามกุยแก

             

            “ฮ่าๆๆๆ มีคนร้องหางานทำซะแล้ว อยู่สบายๆ ไม่ชอบหรือไงพ่อคุณ ฮ่าๆๆๆ” สมิทที่ได้ยินก็หัวเราะเยาะออกมาตามสไตล์ของตัวเอง

             

            “คุณสมิทอย่าหัวเราะข้าสิข้าเห็นทุกคนมีหน้าที่กันหมดแล้วทำไมข้าจะนั่งเฉยๆ ได้เล่า” ทีชรีบอธิบายให้สมิทฟัง

             

            “เอ่อ...ผมเองก็ว่างเหมือนกันครับพี่ทีช” หมิง พูดด้วยน้ำเสียงเบาหวิวคล้ายกับว่าเขาเองก็เดินทางมาหากุยแกด้วยเหตุผลเดียวกันกับทีช

             

            “ฮ่าๆๆๆ พวกเจ้าสองคนเนี่ยน้า ช่างเป็นเด็กหนุ่มไฟแรงเสียจริง” สมิทยังคงหัวเราะอย่างสบายใจเหมือนเดิม

             

            “นายท่านมาถึงแล้วก็ดีขอรับ ข้ากำลังคิดๆ อยู่ว่าจะส่งใครไปทำงานนี้ดีช่างบังเอิญจริงๆ ที่ท่านหมิงและนายท่านใจตรงกันเยี่ยงนี้” กุยแก พูดยิ้มๆ

             

            “งานอะไรเหรอครับท่านกุนซือ” หมิง ถาม

             

            “สงครามกำลังใกล้เข้ามาตอนนี้กองปราบก่อตั้งเรียบร้อยแล้วอีกไม่นานขุนพันธ์คงดูแลความสงบได้ทหารที่ประจำการก็ควรเร่งส่งไปเสริมที่เมืองหน้าด่านอู๋โจวทางด้านอู๋โจวเองก็มีฮิเดโยชิดูแลย่อมไม่ต้องกังวลใดๆ อีกท่านสมิทเองก็มารายงานเรื่องการผลิตอาวุธและอุปกรณ์ซึ่งไม่ติดปัญหาแต่อย่างใดเพราะตอนนี้ดูเหมือนท่านอิจิโนเสะจะเจอเหมืองแร่ขนาดกลางอยู่บนภูเขาแล้วท่านมอนจีเองก็ได้พบกับชนเผ่าภูเขากลุ่มใหม่ซึ่งเจรจาตกลงได้เป็นที่เรียบร้อยเพราะฉะนั้นเรื่องการป้องกันเมืองของเราย่อมกำลังพัฒนาไปในทางที่ดีจะมีแต่เรื่องหนึ่งที่ยังเป็นปัญหา” กุยแก อธิบายยืดยาว

             

            “ปัญหาอะไรหรือ” ทีช ถาม

             

            “อย่างที่ข้าได้อธิบายไปเรื่องการป้องกันเมืองและอาณาเขตภาคตะวันตกเฉียงใต้ของเราไม่มีปัญหาใดๆต้องกังวลอีก แต่ปัญหาของเราคือพวกเรากำลังเหมือนคนที่หูหนวกและตาบอด” กุยแกพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังซึ่งแตกต่างจากยามปกติ

             

            “หูหนวก? ตาบอด? เอ่อ...ใครช่วยแปลให้ข้าเข้าใจหน่อยสิ”สมิท หันมาถามหมิงกับทีชที่กำลังทำหน้าครุ่นคิดจริงจังกับคำพุดของกุยแก

             

            ผ่านไปเพียงชั่วอึดใจทีชก็เงยหน้าขึ้นจ้องมองไปที่กุยแกพร้อมกับถามขึ้น

             

            “หูหนวกตาบอดที่ว่า เจ้าคงหมายถึง...ข่าวสารจากภายนอกใช่หรือไม่”

             

            “ถูกต้อง! ถึงแม้กองกำลังของพวกเราจะแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆแต่ศัตรูเองก็ทำได้เช่นเดียวกันแต่มีอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเราเสียเปรียบคนอื่นนั่นคือข้อมูลข่าวสารพวกเราเป็นกิลที่พึ่งก่อตั้งจึงยังไม่มีสมาชิกที่กระจายไปอยู่ทั่วทั้งทวีปเฉกเช่นกิลอื่นทำให้ข้อมูลข่าวสารที่พวกเราได้รับล้วนแต่ช้ากว่าคนอื่น ยกตัวอย่างค่ายโจรของอะแวสะดอตาและ ที่อยู่บนภูเขาใกล้เมืองอู๋โจวของเราแท้ๆแต่พวกเรากลับไม่รู้จนต้องให้เตียวเลี้ยวเป็นคนมาบอกนี่นับเป็นจุดอ่อนใหญ่หลวงที่ต้องเร่งแก้ไข” กุยแก อธิบายด้วยใบหน้าเคร่งเครียด

             

            “อ้อ...รู้เขารู้เรารบร้อยครั้งชนะร้อยครั้งสินะ” สมิทที่ได้ฟังคำอธิบายจากกุยแกเอ่ยสำนวนยอดฮิตจากยุคโบราณออกมา

             

            “นั่นสิที่ผ่านมาพวกเราล้วนแต่พึ่งพาความสามารถในการมองการณ์ไกลของเจ้าแล้วคิดแผนดำเนินการล่วงหน้ามาตลอดแต่ต่อไปนี้สงครามที่จะเกิดขึ้นล้วนไม่อาจใช้เพียงการคาดการณ์ได้อีกแล้วหรือหากทำได้ก็ต้องพึ่งข้อมูลข่าวสารจากทั่วทั้งทวีปมาวิเคราะห์...แล้วเจ้ามีแผนที่จะแก้ปัญหานี้หรือยัง”ทีช ถามกุยแกด้วยน้ำเสียงปกติคล้ายกับเขาไม่กังวลเลยว่ากุยแกจะแก้ปัญหานี้ยังไงเพราะตัวเขามั่นใจมากว่ากุยแกต้องมีวิธีแก้ปัญหาข้อนี้เอาไว้แล้วอย่างแน่นอน

             

            แต่ทว่ากุยแกกลับไม่ตอบคำเขาจิบชาไปหนึ่งอึกพร้อมกับลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วผายมือคล้ายกับต้องการให้ทุกคนเดินตามเขาไป

             

            กุยแกเดินนำทีชหมิงและสมิทมายังกลางห้องทำงานซึ่งมีโต๊ะที่มีแผนที่จำลองวางเอาไว้อยู่สุดท้ายกุยแกได้หยิบไม้แกะสลักที่เป็นรูปสัญลักษณ์กิลแอดมิเรชั่นขึ้นมาจากโต๊ะแล้ววางไปยังจุดหนึ่งบนแผนที่

             

            “พวกเราจะต้องยึดเมืองนี้” กุยแก พูดขึ้นพร้อมกับหันมายิ้มให้ทั้งสาม

             

            “!!”

             

            ทั้งสามอึ้งจนพูดไม่ออกเพราะเมืองที่กุยแกพูดถึงนั้นอยู่ในบริเวณภาคกลางเป็นเมืองขนาดเล็กที่มองดูก็รู้ว่าอยู่ในจุดยุทธศาสตร์ที่ดีเลิศซึ่งเมื่อมันเป็นเมืองที่มีจุดยุทธศาสตร์ที่ดีเลิศแล้วนั่นหมายความว่ามีกิลหลายกิลต้องการครอบครองแต่นั่นกลับไม่ใช่ปัญหาใหญ่ที่ทั้งสามคนกังวล

             

            หากแต่เป็นสัญลักษณ์บนแผนที่ต่างหากสัญลักษณ์ของกิลกิลหนึ่งที่พวกเขาเองก็รู้จักดีและยังเคยพบกับหัวหน้ากิลของกิลนี้มามาก่อนด้วย ‘กิลมังกรทะยานฟ้า’ หัวหน้ากิลก็ไม่ใช่ใครอื่นแต่เป็น ‘หานตง’

             

            “ดะ...เดี๋ยวสิ เมืองซีฮวนนี่กิลมังกระยานฟ้าเป็นเจ้าของอยู่นะ” ทีชถามกุยแกอย่างไม่เข้าใจ

             

            “ท...ท่านกุนซือคิดจะเปิดศึกกับกิลมังกรทะยานฟ้าของพี่หานเหรอครับ” หมิงเองก็สงสัยเช่นกัน

             

            ‘สมมุติกุยแกคิดจบการเป็นพันธมิตร แต่พวกเราจู่ๆ จะยกทัพผ่านเมืองอื่นๆแล้วไปยึดเมืองซีฮวนเลยได้ยังไงกันคงไม่ใช่คิดจะยกทัพตีไปทีละเมืองจนกว่าจะถึงหรอกนะ’สมิทที่ปกติเป็นคนเฮฮากลับพูดไม่ออกแล้วเขาพยายามคิดอย่างถี่ถ้วนแต่ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ

             

            “หืม...ข้าพลาดอะไรไปหรือเปล่า...เหมือนจะได้ยินแว่วๆ เมื่อสักครู่ว่าพวกเราจะเปิดศึกกับกิลมังกรทะยานฟ้านี่ปรางจี มอนจี ได้ยินเหมือนฉันหรือเปล่า” อิจิโนเสะเข้ามาพร้อมกับมอนจีและปรางจีพูดขึ้น

             

            “น...นั่นนะสิ...ท่านกุนซือ...พวกข้าได้ยิน...ผ...ผิดไปใช่หรือไม่” ปรางจี ถามอย่างตะกุกตะกักคล้ายกับเธอไม่อยากให้มีสงครามเกิดขึ้นตอนนี้

             

            “มากันพอดีเลย มาๆ งานนี้คล้ายกับต้องใช้แม่ทัพหลายคน มีท่านอิจิโนเสะกับท่านมอนจีไปด้วยงานยิ่งง่ายขึ้น” กุยแกเอ่ยเรียกคนที่เข้ามาใหม่ให้ล้อมวงเข้ามาฟังแผนการ

             

            “เดี๋ยวสิท่านกุนซือ ท่านยังไม่ตอบข้าเลยนะ ท่านคิดจะเปิดศึกจริงๆ หรือ”ปรางจี ที่ยังไม่ได้รับคำตอบถามอีกครั้ง

             

            “ฮ่าๆๆๆ เจ้ากลัวหรือปรางจีเจ้ากับข้าคงไม่ต้องไปออกรบหรอกจะกลับไปทำไมกัน” สมิทที่ตัดสินใจเลิกเดาแผนการของกุยแกจึงอารมณ์ดีขึ้น

             

            “อะไรกัน! ข้าไม่ได้กลัวเรื่องนั้น แต่ข้ากำลังต่อรองกับพ่อค้าคนกลางอยู่หลายคนถ้ากิลเราคิดจะทำสงครามการเจรจาของข้าอาจจะไม่สำเร็จและนั่นจะทำให้เงินในคลังมันไม่พอต่างหาก!”ปรากฏว่าสิ่งที่ปรางจีกลัวคือเงินในคลังของกิลจะหมด

             

            สมิทและคนอื่นๆที่ได้รู้ว่าปรางจีกังวลอะไรอยู่ต่างรู้สึกทึ่งอยู่บ้าง โดยเฉพาะทีชถึงขนาดคิดไปไกลแล้วว่าต่อให้ปรางจีไม่ตอบรับเข้าร่วมทีมอีปอร์ตของเขาในฐานะนักกีฬาเขาก็จะยื่นข้อเสนอใหม่ให้ปรางจีดูแลการเงินของทีมแทน

             

            หลังจากที่ทุกคนตั้งสติได้เรียบร้อยกุยแกก็กวาดตามองทุกคนหนึ่งครั้งพร้อมกับอธิบายถึงความจำเป็นของเมือง ‘ซีฮวน’ ใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องจุดยุทธศาสตร์ที่สามารถเดินทางไปทั่วทั้งทวีปตะวันออกได้อย่างง่ายดายและยังอธิบายอีกว่าเมืองซีฮวนนี้ถึงจะเป็นเมืองขนาดเล็กแต่ปัจจุบันกลับเติบโตและมีหมู่บ้านเล็กๆเกิดขึ้นล้อมรอบหลายหมู่บ้าน เพราะเมืองซีฮวนนี้ขึ้นชื่อเรื่องตลาดค้าขายหรือจะเรียกได้ว่าเป็นจุดศุนย์กลางที่พ่อค้าแม่ค้าหลายๆคนต่างเดินทางมาทำการค้าที่เมืองแห่งนี้เรียกได้ว่าเมืองนี้เป็นแหล่งเงินถุงเงินถังของกิลมังกรทะยานฟ้าได้เลยถึงแม้ว่าจะเป็นเพียงเมืองขนาดเล็กก็ตาม

             

            แต่ทว่ายิ่งกุยแกอธิบายถึงข้อดีของเมืองแห่งนี้มากเท่าไหร่ถึงคนกลับต้องลอบกลืนน้ำลายอึกแล้วอึกเล่าเพราะนี่ย่อมหมายความว่ากิลมังกรทะยานฟ้าจะต้องปกป้องเมืองนี้อย่างเต็มกำลังและไม่อาจปล่อยให้ใครมายึดครองไปได้อย่างแน่นอน

             

            “เอ่อ...ข้าเข้าใจแล้วว่าเมืองนี้ดีอย่างไร แต่ก็เอาเถอะ ลองดูสักตั้ง” ทีชเอ่ยพร้อมกับยิ้มแหยๆ ให้คนอื่นๆ

             

            “ฮ่าๆๆๆ มันต้องอย่างงั้น กิลมังกรทะยานฟ้างั้นเหรอพวกเรากิลแอดมิเรชั่นกลัวที่ไหนกัน ฮ่าๆๆๆ” สมิท พูดเสียงดังอย่างไม่เกรงกลัวทั้งๆที่ตัวเองไม่ได้มีหน้าที่ออกรบ

             

            “เจ้าไม่ได้เป็นคนนำทัพก็พูดได้นี่” อิจิโนเสะ พูดพร้อมกับมองค้อนไปที่สมิทหลังจากนั้นเธอก็หันไปหากุยแก “ว่าแต่ท่านกุนซือพวกเรายกทัพไปยึดเมืองนี่ได้จริงๆหรือ”

             

            คำถามที่อิจิโนเสะถามออกไปทุกคนที่ยืนอยู่ล้วนแต่ต้องการคำตอบกุยแกทีได้ยินคำถามกลับเงยหน้าขึ้นมาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงใสซื่อว่า

             

            “จะเป็นไปได้ยังไงในตอนนี้พวกเราไม่มีทางที่จะเอาชนะกิลมังกรทะยานฟ้าได้อย่างแน่นอน”

             

            “…..”

             

            ความเงียบเข้าปลุกคลุมห้องทำงานของกุยแกไม่มีแม้แต่เสียงของลมหายใจ จนกระทั่ง

             

            “แล้วพวกเราจะเปิดศึกกับกิลมังกรทะยานฟ้าได้ยังไงละ” มอนจีเป็นตัวแทนของทุกคนถามคำถามที่ทุกคนอยากรู้อีกครั้ง เพราะเมื่อกุยแกบอกว่าตอนนี้ไม่สามารถเอาชนะได้แล้วทำไมกุยแกถึงอยากให้ไปยึดเมืองนี้

             

            “ข้ายังไม่ได้พูดเลยนะขอรับว่าจะให้เปิดศึกกับกิลมังกรทะยานฟ้าอีกอย่างพวกเราก็เป็นพันธมิตรกันอยู่นี่ขอรับ” กุยแกกลับตอบในสิ่งที่ทุกคนต้องทึ่งอีกครั้ง เพราะคำตอบของกุยแกสื่อว่าที่ผ่านมาตั้งนานพวกเขาล้วนแต่เข้าใจผิดทั้งหมด

             

            “ฮะ! แล้วที่เจ้าชี้ไปยังเมืองนี้คือต้องการให้พวกเราทำอะไรงั้นหรือ” ทีชถามอีกครั้ง

             

            “อ้อ...พวกเราจะยกทัพไปที่เมืองนี้...เพียงแต่พวกเราจะไปในฐานะพันธมิตร!”

             

            ……

             

             

            ในที่สุดกุยแกยอดกุนซือผู้สามารถคาดการณ์อนาคตได้ก็เริ่มเดินหมากในมือบ้างแล้วและหมากตานี้ของกุยแกยังเป็นการวางรากฐานในอนาคตของกิลและเมื่อเทียบกับเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งหมดจนกระทั่งกิลได้ครอบครองเมืองทั้ง3 ในปัจจุบันแล้วก็ยังไม่อาจเทียบกับหมากตานี้ของกุยแกได้

             

            เพียงแต่ว่าแผนการของกุยแกในครั้งนี้จะราบรื่นเหมือน ‘มือเดียวบังฟ้า’ หรือไม่ แล้วจะมีใครที่รู้เท่าทันหรือไม่สิ่งนี้แม้แต่กุยแกผู้คาดการณ์อนาคตเองก็ไม่มั่นใจอีกแล้ว

             

            ‘หากไม่เสี่ยงในเวลานี้ เห็นทีอนาคตคงไม่ทันการณ์’ กุยแก คิดเงียบๆในใจโดยเก็บอาการเอาไว้ไม่ให้ใครรับรู้ว่าแผนการนี้เป็นแผนการแรกที่เขาใช้โดยไม่มีความมั่นใจเต็มร้อยเหมือนกับแผนการในอดีตที่ผ่านมา

    คล้ายกับเรื่องLegendary Combination การผสมผสานของตำนาน ที่คุณอ่าน

    เลเวลอัพ

    เลเวลอัพ

    นิยาย เกมออนไลน์
    738K 4984
    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    มหามรรคาไร้เทียมทาน

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    423K 812
    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    (จบ) Guardian and Demon ข้านี่แหละราชาปีศาจ

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 134
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    ชีวิตข้าไยต้องให้ใครลิขิต

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    3.02M 3752
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    ไปต่างโลกก็ต้องไปกับสมาร์ทโฟนสิ (Isekai wa Smartphone to Tomoni)

    นิยาย แฟนตาซี
    4.85M 1262
    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    [อ่านฟรีทุกวัน]ทะลุมิติไปเป็นแพทย์หญิงชาวสวนผู้มั่งคั่ง

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    231K 405
    เทพยุทธ์ดาวตก

    เทพยุทธ์ดาวตก

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    506K 928