ฮูลิแบร์และคูเลซัสมองไปที่พวกไลก้าด้วยแววตาประหลาดใจและกลายเป็นจริงจังขึ้นมา เนื่องจากทั้งสองสัมผัสได้ว่าออร่าของทั้งสี่คนนี้ต่างก็อยู่ในระดับS
“ พวกแกเป็นใคร? ” ฮูลิแบร์มองไปที่พวกไลก้าด้วยแววตาเย็นชา
คูเลซัสเองก็มองไปที่พวกไลก้าด้วยแววตาสงสัยเช่นกัน
“ พวกเราอยากจะมาถามว่าพวกนายเกี่ยวข้องอะไรกับมนุษย์หมีกับมนุษย์หมาป่าที่ตีกันในร้านอาหารไหม? ” ไลก้าถามขึ้น
ฮูลิแบร์มองไปที่พวกไลก้าด้วยแววตาสงสัยก่อนที่จะฉุกคิดอะไรบางอย่างออก
“ หรือว่าพวกแกคือตัวการที่ทำร้ายลูกชายของฉันงั้นหรอ? ” ฮูลิแบร์ถามออกมาด้วยแววตาเย็นชา
คูเลซัสก็มองไปที่พวกไลก้าด้วยความอยากรู้ด้วยเช่นเดียวกัน
“ ใช่แล้วล่ะ เป็นพวกเราเองที่จัดการเจ้าพวกนั้นเอง ” ไลก้าพยักหน้ารับ
“ เป็นพวกแกนี้เอง!! ก็ดีในเมื่อพวกแกมาถึงที่แล้วก็อย่าได้คิดที่จะกลับไป!! ” ฮูลิแบร์มองไปที่ไลก้าด้วยแววตาเย็นชาพร้อมกับจิตสังหารที่ปะทุขึ้น
“ เข้ามาสิฉันเองก็อยากจะรู้ว่าตอนนี้ฉันจะสู้กับระดับSSได้ไหม! ” ไลก้าหยิบหอกขึ้นมาควงพร้อมกับบินใส่ฮูลิแบร์
“ เหอะ! เป็นแค่ระดับSแต่ริอาจที่จะมาสู้กับฉันที่เป็นระดับSSงั้นหรอ อวดดีเกินไปหน่อยไหม? ” ฮูลิแบร์เหยียมยิ้มอย่างเย็นชาก่อนที่จะบินใส่ไลก้า
เคร้ง
เคร้ง
เคร้ง
เสียงดาบและหอกปะทะกันอย่างต่อเนื่อง
ฮูลิแบร์มองไปที่ไลก้าด้วยความไม่อยากเชื่อ เพราะเขาสัมผัสได้ว่าออร่าของไลก้าสูงขึ้นเรื่อยๆในทุกๆครั้งที่มีการปะทะกัน
“ เป็นอะไรไปนี้ เหรอระดับSS? ก็ไม่เห็นเท่าไหร่เลยนิ ” ไลก้าหัวเราะออกมาก่อนที่จะปัดดาบของฮูลิแบร์และใช้ด้ามหอกฟาดใส่ฮูลิแบร์จนลอยกระเด็นไปไกลหลายเมตร
คูเลซัสมองไปที่ไลก้าด้วยความตกใจเช่นกัน เขาเองก็ได้รับข้อมูลจากลูกชายของเขามาว่า มีกลุ่มมนุษย์ที่แข็งแกร่งกำลังรอให้พวกเขามาหาที่นี้และพวกเขาก็จะไม่หนีไปไหนอีกด้วย ตอนแรกเขาก็ไม่เชื่อเพราะไม่มีใครกล้าพอที่จะมีปัญหากับตัวตนระดับSS
แต่ตอนนี้พอมาดูแล้วเขาเชื่อแล้วว่ามีคนกล้าที่จะมีปัญหากับระดับSSอยู่จริงๆและดูเหมืิอนว่าจะทรงพลังเอามากๆอีกด้วย
ไลก้าปะทะกับฮูลิแบร์อย่างต่อเนื่องพร้อมกับคลื่นพลังที่กระจายไป
“ บ้าเอ้ยตายไปซะไอพวกมนุษย์! ” ฮูลิแบร์คำรามออกมาด้วยความโกรธ ก่อนที่จะเรียกใช้มหาเวทย์ทันที
เพียงแต่ในขณะที่ฮูลิแบร์กำลังจะเรียกมหาเวทย์ออกมา จู่ๆร่างกายของมันก็ลอยกระเด็นไปไกลหลายเมตร
เป็นไลก้าที่ใช้ออร่าเทพสายฟ้าก่อนที่จะฟาดหอกใส่ฮูลิแบร์นั่นเอง
ไลก้าที่เห็นว่าฮูลิแบร์ลอยกระเด็นไปไกลก็บินตามไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นลำแสงสีม่วง
ตู้ม ตู้ม ตู้ม
ร่างของฮูลิแบร์ลอยกระเด็นไปเรื่อยๆจนมันกระอักเลือดออกมาพร้อมกับร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผลทั่วทั้งร่างกาย
ไลก้าใช้หอกไล่แทงฮูลิแบร์อย่างต่อเนื่อง
ไลก้าอัดฮูลิแบร์ไปพร้อมกับหัวเราะออกมาอย่างตื่นเต้น ในตอนนี้ตัวเขาสามารถต่อสู้กับระดับSSได้แบบตัวต่อตัวแล้ว ส่วนจะแพ้หรือชนะก็ขึ้นอยู่กับคู่ต่อสู้ของเขา
ไลท์ที่ดูอยู่ข้างล่างก็มองไม่เห็นไลก้าแล้วเขาจึงบินขึ้นมาข้างบน
หลังจากที่ไลท์บินขึ้นมาแล้วคนอื่นๆเองก็บินตามขึ้นมาด้วยเหมือนกัน
ไลท์ลอยอยู่ข้างๆพวกเดซี่
คูเลซัสมองมาที่พวกไลท์ด้วยแววตาจริงจัง เพราะดูเหมือนว่าพวกนี้ดูเหมือนจะพวกเดียวกับมนุษย์ที่ไล่ต้อนฮูลิแบร์
ไลท์ไม่ได้มองไปยังทิศทางที่ไลก้าอยู่ แต่เขามองไปยังด้านหลังก่อนที่จะโบกมือขึ้นเบาๆ
ทันใดนั้นก็เหมือนกับมีกระจกแตกในทิศทางที่ไลท์โบกมือไป
ไม่นานก็มีบางสิ่งคล้ายกับกระจกแตกออกก่อนที่จะมีมนุษย์กระต่ายสองตัวลอยอยู่บนฟ้า
ไลท์จำได้ว่าคนหนึ่งคือแรบเบิ้ล ส่วนอีกคนหนึ่งไลท์ไม่รู้จัก
“ การแอบดูเป็นสิ่งไม่ดีเลยนะ ” ไลท์มองไปที่มนุษย์กระต่ายทั้งสองด้วยรอยยิ้ม
เบเรียลและคนอื่นๆพากันตกใจ ก็มีเพียงแค่เฮลเฟลชคนเดียวที่ไม่ได้รู้สึกตกใจเพราะเธอเองก็สัมผัสได้ถึงออร่าของมนุษย์กระต่ายสองคนนี้ แม้ว่าจะเก็บซ่อนออร่าอย่างดีแต่เฮลเฟลชก็ยังสามารถตรวจจับได้อย่างสบายๆ
แรบเบิ้ลและมนุษย์กระต่ายอีกคนมองไปที่พวกไลท์ด้วยความตกใจ เพราะทั้งสองไม่คิดว่าไลท์จะสามารถหาตัวพวกเขาพบ
มนุษย์กระต่ายอีกคนหนึ่งมองไปที่ไลท์พร้อมกับถอนหายใจออกมา “ สมแล้วที่เป็นท่านไลท์ ”
ไลท์มองไปที่มนุษย์กระต่ายสาวด้วยความสงสัยก่อนที่จะถามขึ้นว่า “ เธอรู้จักฉันด้วยงั้นหรอ? ”
“ ฉันขอแนะนำตัวก่อน ฉันชื่อเชอร์รี่ เป็นเจ้าของร้านอาหารผู้แข็งแกร่ง ในตอนแรกฉันก็จำไม่ได้หรอกแต่พอให้คนไปสืบค้นข้อมูลของท่านไลท์ที่ดินแดนของมนุษย์ก็รู้ได้ทันทีว่า พวกท่านคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ” เชอร์รี่พูดขึ้น
ทันใดนั้นแรบเบิ้ลและคูเลซัสที่อยู่ข้างๆก็ตกใจขึ้นมา ทั้งสองรู้จักกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ ชื่อเสียงที่โด่งดังในสงครามที่ผ่านมา แต่ทั้งสองนึกไม่ถึงเลยว่ากลุ่มมนุษย์ด้านหน้าจะคือกลุ่มนักผจญภัยเดธปาร์ตี้ที่โด่งดัง
“ ท่านไลท์ ฉันต้องขอโทษด้วยที่ไม่ได้ออกไปต้อนรับท่านไลท์ด้วยตัวเอง ” เชอร์รี่พูดพร้อมกับโค้งคำนับให้กับไลท์
“ ไม่เป็นไรหรอก ” ไลท์ส่ายหน้าก่อนที่จะมองไปที่ไลก้าอัดฮูลิแบร์อย่างต่อเนื่องจนฮูลิแบร์บาดเจ็บสาหัสไปแล้ว
“ เฮลเฟลชไปตามตัวสองคนนั้นมาหน่อย ” ไลท์พูดขึ้น
“ รับทราบหัวหน้า ” เฮลเฟลชพยักหน้าก่อนที่จะบินไปหาไลก้าและฮูลิแบร์
ผ่านไปไม่ถึงสิบนาทีเฮลเฟลชก็กลับมาพร้อมกับหิ้วคอของฮูลิแบร์กลับมาด้วย
เวลานี้ตามตัวของฮูลิแบร์เต็มไปด้วยบาดแผลจำนวนมากที่เกิดจากหอกของไลก้า ส่วนทางด้านไลก้าไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่นิดเดียว มีเพียงแค่การหายใจหอบเบาๆเท่านั้น
“ มาแล้วหัวหน้า ” เฮลเฟลชโยนร่างของฮูลิแบร์ไปด้านหน้า
ฮูลิแบร์มองไปที่พวกไลท์ด้วยแววตาหวาดกลัว โดยเฉพาะเฮลเฟลชที่หิ้วเขามา เพราะมันถูกหมัดของเฮลเฟลชเพียงหมัดเดียวก็ทำให้ร่างกายของมันถึงกับกระอักเลือดออกมาและได้รับบาดเจ็บสาหัสไปทันที ตอนนี้แม้แต่แรงที่จะตะโกนด่าก็ยังไม่มี
ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะมองไปยังฮูลิแบร์และคูเลซัส
เมื่อถูกสายตาของไลท์มอง ฮูลิแบร์และคูเลซัสก็ตัวสั่นขึ้นมา
“ รู้ไหมทำไมฉันถึงบอกว่าฉันจะรออยู่ที่นี้เพื่อให้พวกแกมาหาฉัน? ” ไลท์พูดขึ้น
ฮูลิแบร์และคูเลซัสส่ายหน้า
“ ฉันจะบอกให้ คนของพวกแกไม่มีมารยาทเอาซะเลยเพราะฉะนั้นฉันจึงอยากเรียกพวกแกมาสั่งสอนเรื่องมารยาทยังไงล่ะ ” ไลท์พูดขึ้นพร้อมกับมองไปที่ฮูลิแบร์และคูเลซัส
นอกจากสมาชิกเดธปาร์ตี้แล้วทุกๆคนก็พากันตกใจและไม่คิดว่าเหตุผลที่ไลท์เรียกมาก็เพราะต้องการที่จะสั่งสอน
ในตอนแรกฮูลิแบร์คิดที่จะหนีแต่เมื่อเขาเห็นสายตาของไลท์ก็เลิกล้มความคิดที่จะหนีไปทันที
หลังจากนั้นไลท์ก็ทำการอบรมสั่งสอนทั้งสองคน ถ้าหากใครมาเห็นฉากนี้เข้าจะต้องตกใจแน่ๆเพราะใครจะไปคิดล่ะว่าตัวตนระดับSSสองคนกำลังถูกมนุษย์สั่งสอนเรื่องมารยาท
ผ่านไปกว่าหนึ่งชั่วโมง
เบเรียลและคนอื่นๆพากันลงไปนั่งรอข้างล่างแล้ว ส่วนไลท์ก็ยังคงสอนเรื่องมารยาทไม่หยุด
ตอนนี้ฮูลิแบร์และคูเลซัสก็ได้แต่ภาวนาและอ้อนวอนขอให้ไลท์หยุดสักที แต่พวกเขาก็ไม่กล้าที่จะเปิดปากพูดออกมาเพราะพวกเขากลัวว่าไลท์จะอารมณ์เสียแล้วอัดพวกเขาจนได้รับบาดเจ็บหรือดีไม่ดีก็อาจจะถูกฆ่าเลยก็ได้ เพราะแบบนี้ทั้งสองจึงได้แต่นั่งตั้งใจฟังไลท์สั่งสอนเรื่องมารยาท นอกจากนี้ทั้งสองสัญญากับตัวเองแล้วว่า ถ้าหากกลับไปล่ะก็ทั้งสองก็จะสั่งสอนลูกชายของพวกเขาให้รู้จักมารยาทแน่ๆ
ผ่านไปอีกครึ่งชั่วโมงไลท์ก็ได้ยุติบทบาทสำหรับการสั่งสอนเรื่องมารยาทให้กับฮูลิแบร์และคูเลซัส
“ วันนี้พอแค่นี้แหละ ถ้าหากฉันรู้ว่าพวกแกยังไม่เลิกนิสัยแบบนี้ล่ะก็ฉันจะจัดการพวกแกแน่ๆ ” ไลท์พูดขึ้น
ฮูลิแบร์และคูเลซินมองหน้ากันก่อนที่จะตอบรับอย่างรวดเร็ว
“ ก็ดี ” ไลท์พยักหน้าก่อนที่จะบินไปด้านล่าง
ไลท์มาถึงก็เห็นว่าพวกเบเรียลกำลังนั่งคุยกับเชอร์รี่อยู่ ส่วนทางด้านไลก้าก็นั่งคุยกัยแรบเบิ้ล
เมื่อทุกคนเห็นว่าไลท์มาแล้วก็เป็นเบเรียลที่เดินมาหา
“ เป็นอย่างไรบ้างค่ะอาจารย์ไลท์ ” เบเรียลหัวเราะ
ไลท์ยิ้มก่อนที่จะเดินไปหาทุกๆคน
“ ไปกันเถอะ ถึงเวลาที่พวกเราจะกลับไปจัดการกับพวกองค์กรมืดแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าพวกเขาจะกลับไปจัดการกับพวกองค์กรมืดก็แสดงสีหน้าตื่นเต้น
“ อะไรคือองค์กรมืดงั้นหรอ ” เชอร์รี่ถามออกมาด้วยความสนใจ
เดซี่อาสาเป็นคนที่อธิบายเกี่ยวกับองค์กรมืดให้เชอร์รี่และแรบเบิ้ลฟัง
“ นึกไม่ถึงเลยว่าเผ่ามนุษย์เองก็มีการแบ่งออกเป็นสองฝั่งแบบนี้ ” เชอร์รี่พึมพำออกมาด้วยความประหลาดใจ เธอนึกว่าเผ่ามนุษย์จะสามัคคีกันมากกว่านี้เสียอีก
วันต่อมาดาร์กโซลก็ออกจากท่าเรือยนต์ของเมืองวอลโฟลมุ่งหน้ากลับสู่ทวีปมนุษย์
หลายวันต่อมาพวกไลท์ก็มาถึงทวีปมนุษย์แล้ว
ในขณะที่ไลท์กำลังนอนเล่นอยู่บนดาดฟ้า ไลท์ก็ได้รับการติดต่อมาจากเฟลิกซ์
“ ไลท์นายสนใจที่จะเข้าร่วมประมูลสมบัติที่ถูกจัดขึ้นโดยสภาจอมเวทย์ไหม? ” เฟลิกซ์ถามขึ้น จากนั้นเขาก็พูดต่อว่า “ งานประมูลนี้คืองานประมูลในรอบสิบห้าปีที่จะถูกจัดขึ้นมาโดยสภาจอมเวทย์ มีผู้มีอำนาจมากมายทั่วทวีปมนุษย์ที่จะเข้าร่วม ซึ่งรวมไปถึงห้าตระกูลผู้พิทักษ์อีกด้วย แม้กระทั้งตัวตนที่แข็งแกร่งที่หลบซ่อนตัวอยู่ในโลกก็อาจจะเข้าร่วมด้วย ”
ดวงตาของไลท์เปร่งประกายขึ้นมา เพราะเขาเองก็อยากเจอกับคนของห้าตระกูลผู้พิทักษ์อยู่แล้วและถ้าหากเข้าร่วมงานประมูลก็อาจจะได้เจอจริงๆก็ได้
“ สภาจอมเวทย์เป็นผู้จัดงั้นหรอแล้วมีสมบัติอะไรมั้งที่จะนำมาประมูล ” ไลท์ถามด้วยความสงสัยและอยากรู้
“ ก็มีพวกหัวใจแห่งธาตุ รวมไปถึงอาวุธโบราณต่างๆ สมุนไพร ผลไม้และแร่หายากมากมายนับไม่ถ้วนที่พวกเราสภาจอมเวทย์ได้รววบรวมเอาไว้หลายปี ” เฟลิกซ์ตอบ
“ แล้วเวลาที่จะจัดงานประมูลล่ะครับ? ” ไลท์ถาม
“ อีกสี่เดือนข้างหน้า งานจะถูกจัดขึ้นที่เมืองมิลเลอร์ฟรอส ซึ่งเป็นที่ตั้งของศูนย์บัญชาการสภาจอมเวทย์ภายในหอคอยแห่งนิรันดร์ ” เฟลิกซ์ตอบ
“ แล้วจำนวนเงินที่ใช้ในการประมูลนี้เท่าไหร่ครับ? ” ไลท์ถามขึ้น
“ ต่ำๆก็น่าจะหลักพันล้านจีเซลแต่สำหรับเธอก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไรนิเพราะในสงครามครั้งนี้เธอทำเงินได้เป็นจำนวนมากเลยนิ แม้แต่คุณซัมเมอร์เองก็หัวร้อนไปเลยไม่ใช่หรอ ” เฟลิกซ์หัวเราะออกมาอย่างชอบใจ
คุณซัมเมอร์ที่เฟลิกซ์บอกก็คือผู้นำสมาคมนักผจญภัยและยังเป็นนักผจญภัยที่แข็งแกร่งอันดับต้นๆของเผ่ามนุษย์อีกด้วย
ไลท์ที่ได้ยินก็หัวเราะออกมาด้วยเช่นกัน
“ เข้าใจแล้วครับเดี๋ยวพวกเรามาดื่มด้วยกันแล้วกัน ” ไลท์หัวเราะออกมา
“ ได้สิเดี๋ยวฉันจะเลี้ยงเหล้าเธอเอง งั้นแค่นี้ก่อนนะเดี๋ยวฉันจะให้เมทัลนำบัตรเชิญไปให้กับพวกเธอเอง เดี๋ยวฉันจะให้เมทัลติดต่อไป ” เฟลิกซ์พูดก่อนที่จะวางสายไป
จากนั้นไลท์ก็เรียกทุกๆคนมารวมตัวกันที่ห้องควบคุม
ไม่นานทุกๆคนก็มารวมตัวกันที่ห้องควบคุม
ไลท์บอกว่าสภาจอมเวทย์จะจัดงานประมูลในรอบสิบห้าปี สถานที่จัดงานก็คือศูนย์บัญชาการใหญ่ของสภาจอมเวทย์ภายในหอคอยแห่งนิรันด์
นอกจากนี้ยังมีสมบัติมากมายนับไม่ถ้วนที่จะถูกนำมาประมูลด้วยและที่สำคัญคือเงินที่จะต้องใช้ในการไปประมูลก็ไม่ต่ำกว่าหลักพันล้านจีเซล
“ พันล้านเลยงั้นหรอ!! ” ดวงตาของทุกๆคนพากันเบิกกว้าง
“ ใช่แล้วล่ะ อย่าลืมสิว่าแค่หัวใจแห่งธาตุก็ราคาหลายร้อยล้านจีเซลแล้ว ” เบเรียลพูดขึ้น
“ นั้นสินอกจากนี้แล้วยังมีสมบัติอีกเป็นจำนวนมากที่น่าจะเพิ่มพลังให้กับพวกเราได้ ” ไลก้าเห็นด้วย
“ งั้นตอนนี้พวกเรามีเงินกันเท่าไหร่? ” เวโรนิก้าถามออกมาในขณะที่ตัวเธอเองก็ขับดาร์กโซลไปด้วย
“ ฉันก็ไม่ได้นับเงินมาตั้งนานแล้ว ” ไลท์พูดขึ้น
ไลท์ได้เดินทางไปหลายที่และเขาได้เก็บสมบัติมากมายไว้ในแหวนมิติและนี้น่าจะเป็นครั้งแรกที่เขาจะลองนับเงินของเขาดู
จากนั้นทุกๆคนก็พากันนับเงินที่ตัวเองสะสมเอาไว้ทันที
เริ่มต้นที่เดซี่ หลังจากที่ผจญภัยมาหลายปีเธอมีเงินเก็บสะสมไว้ถึงหนึ่งพันสามร้อยล้านจีเซล แน่นอนว่าเงินที่เธอได้มาเป็นจำนวนมากคือเงินที่เธอจัดการกับปีศาจระดับSรวมไปถึงคนขององค์กรมืดอีกหลายคน
ในสงครามเธอได้สังหารปีศาจระดับSและAไปเป็นจำนวนมากทำให้เธอทำเงินได้สูงถึงหนึ่งพันกว่าล้านจีเซล ซึ่งเงินเหล่านี้ทางสมาคมนักผจญภัยเป็นผู้มอบให้เอง เพราะพวกเขาได้ออกภารกิจแล้วว่าถ้าหากสังหารปีศาจระดับSแล้วและระดับA ก็สามารถนำขึ้นเงินที่สมาคมนักผจญภัยได้
ค่าหัวของปีศาจระดับSหรือพวกอาชญากรระดับSก็ไม่ต่ำกว่าร้อยล้านจีเซลแล้ว
ส่วนคนอื่นๆก็มีเงินไม่ต่างจากเดซี่เท่าไหร่นัก ต่ำสุดก็คือเมลิซ่าเพราะเธอไม่ได้เป็นนักผจญภัย เธอจึงมีเงินแค่หนึ่งร้อยกว่าล้านจีเซลเอง
มากสุดก็คือเบเรียล เธอมีเงินมากถึงสองพันกว่าล้านจีเซล
แต่ทางด้านไลท์แล้วเขาไม่มีปัญหาเรื่องเงินเลยเพราะเขาได้ทำการสังหารแม่ทัพปีศาจไปเป็นจำนวนมาก ซึ่งค่าหัวของแม่ทัพปีศาจหนึ่งตัวนั้นตกอยู่ที่หลักพันล้านจีเซลขึ้นไป แล้วคิดดูว่าไลท์ได้ทำการสังหารแม่ทัพปีศาจไปกี่ตัว เพราะฉะนั้นแล้วเงินของไลท์จึงมีมากกว่าสองถึงสามหมื่นล้านจีเซลแล้ว