ขณะที่เนี่ยหลีกำลังฝึกทักษะยุทธ์อย่างบ้าคลั่งและตระเตรียมที่จะศึกษาทักษะการต่อสู้ของแพนด้าเขี้ยวเสือเพิ่มขึ้นที่ป่าอีกด้านหนึ่ง เงาร่างสองสายก็พุ่งปราดเข้ามา
“เอ๊ะ?” เนี่ยหลีขมวดคิ้วมุ่นเล็กน้อย ยืนอย่างมั่นคงแล้วจ้องมองออกไปยังที่ไกลๆ
ซู่ ซู่!
เงาร่างสองสายพุ่งลงมา เป็นเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสองคนนั่นเอง
“เป็นผู้ใด กล้ามาวางอำนาจใหญ่โตอยู่ในอาณาเขตหมู่บ้านเทียนเหินของข้าได้!” เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสายตาจับจ้องมองร่างของเนี่ยหลีหลังการหลอมรวมกับจิตอสูรหลังจากที่เนี่ยหลีหลอมรวมร่างกับจิตอสูรแพนด้าเขี้ยวเสือแล้ว ร่างกายใหญ่โตขึ้นรูปลักษณ์ภายนอกก็เปลี่ยนไปเป็นอันมาก ผิวเปล่าเปลือยปกคลุมไปด้วยขนสีดำสีขาวย่อมเป็นธรรมดาที่ทั้งสองคนจะจดจำเนี่ยหลีมิได้
เป็นพวกเขาสองคนนั่นเอง! เนี่ยหลียืนนิ่งอยู่ที่เดิมสองคิ้วขมวดมุ่นเล็กน้อย
แม้ว่าเนี่ยเสี่ยวเฟิงเนี่ยเสี่ยวยื่อสองพี่น้องมีความขัดแย้งกับเขาอยู่บ้างแต่ไม่ว่าอย่างไรก็ยังเป็นคนในตระกูลเดียวกัน ในชีวิตหนก่อนขณะที่พวกเขาต่อสู้กับพวกสัตว์อสูร สุดท้ายล้วนต่อสู้จนตัวตายดังนั้นเนี่ยหลีจึงมิได้คิดทำอะไรพวกเขา ยิ่งไปกว่านั้นฐานะของเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อภายในตระกูลเทียนเหินก็ไม่อาจเทียบเนี่ยหลีได้แล้วเนี่ยหลีจึงไม่เก็บเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อมาใส่ใจ
ร่างของเนี่ยหลีหดลงอย่างรวดเร็ว เปลี่ยนคืนสู่ร่างเดิม
“เป็นข้าเอง!” เนี่ยหลีพูดเบาๆ
“เป็นเจ้าเองหรือ?” เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อสองคนต่างจ้องมองเนี่ยหลีด้วยสายตาประหลาดใจ ความตื่นตะลึงในใจยากจะบรรยายได้ ร่างที่แปลงเมื่อครู่เป็นรูปร่างของเนี่ยหลีหลังการรวมร่างกับจิตอสูรหรือ? พวกเขาชำเลืองมองต้นไม้ใหญ่ที่หักโค่นอยู่บนพื้นกับหลุมลึกกว้างตรงพื้นที่โล่งห่างออกไปในดวงตาก็พลันฉายแววกลัวเกรงอย่างลึกล้ำ
ภาพที่เคยประทับอยู่ในใจแต่เดิม เนี่ยหลีเพิ่งเป็นเพียงเจ้าเด็กโง่เง่าตัวเล็กคนหนึ่งที่ยังไม่ถึงระดับทองแดงด้วยซ้ำ คิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีกลับกลายเป็นผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินได้ภายในเวลาอันสั้นขณะจ้องมองเนี่ยหลี สายตาก็อดที่จะแสดงความเคารพเกรงกลัวขึ้นมามิได้แล้ว
ภายในระยะเวลาสั้นๆ ที่ผ่านมา เนี่ยเหว่ยสูญเสียฐานะผู้อาวุโสใหญ่พลอยทำให้ฐานะของพวกเขาภายในตระกูลเทียนเหินตกฮวบลงไปด้วย ความหดหู่ในใจไม่ต้องพูดถึงแม้จะไม่พอใจอย่างยิ่งกับสถานะของตนในปัจจุบัน ทว่าก็ไม่คิดต้องการแก้แค้นเนี่ยหลีแม้แต่ละตระกูลสาขาจะมีความขัดแย้งกันอยู่บ้างทว่าตั้งแต่แรกก่อตั้งตระกูลเทียนเหิน ไม่เคยยอมให้มีความบาดหมางภายในกันเองบทลงโทษของความบาดหมางภายในร้ายแรงนัก พวกเขาจึงเพียงรู้สึกว้าวุ่นรำคาญใจและเคืองใจเท่านั้น
ยิ่งไปกว่านั้นฐานะของเนี่ยหลีภายในตระกูลเทียนเหินขณะนี้ก็มิใช่สิ่งที่พวกเขาจะสามารถก่อกวนได้แต่ก่อนนี้พวกเขารู้สึกว่าท่านประมุขเนี่ยไห่ตามืดบอด จึงเข้าข้างเนี่ยหลีนักทว่าต่อมาด้วยประกาศจากเนี่ยไห่ จึงได้รู้ว่ายาวิเศษที่ตระกูลได้รับล้วนมาจากเนี่ยหลีจิตใจของพวกเขาจึงถูกโน้มน้าวไปเสียแล้ว
ไม่ว่าจะเป็นผู้ใด มีคุณูปการใหญ่หลวงต่อตระกูลถึงเพียงนี้ย่อมสมควรจะได้รับความนับถือ!
ผนวกกับเวลานี้พวกเขาได้พบว่าเนี่ยหลีที่แท้เป็นถึงผู้ควบคุมจิตอสูรระดับเงินผู้หนึ่งก็ยิ่งเคารพเนี่ยหลีมากขึ้น
หลังจากที่ถูกสองพี่น้องเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อรบกวนเนี่ยหลีก็ไม่มีอารมณ์ฝึกยุทธ์ต่อแล้ว จึงสวมใส่เสื้อผ้า ตระเตรียมหมุนตัวผละจากไป
ครั้นเมื่อเห็นเนี่ยหลีกำลังจะผละจากไป เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อทั้งสองต่างก็รู้ดีว่าเนี่ยหลีไม่มีความรู้สึกที่ดีต่อพวกเขานักหลังจากที่ฐานะภายในตระกูลของเนี่ยหลีเปลี่ยนแปลงไป เขากลับไม่หาโอกาสแก้แค้นพวกตนจ้องมองแผ่นหลังของเนี่ยหลีเนี่ยเสี่ยวยื่อรีบสาวเท้าไปเบื้องหน้าก้าวหนึ่งและเรียกขึ้นด้วยท่าทางกังวล “เนี่ยหลี โปรดรอก่อน!”
“มีเรื่องอะไรหรือ?” เนี่ยหลีหันกลับไปจ้องมองเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อทั้งสอง
เนี่ยเสี่ยวยื่อหน้าก็พลังแดงขึ้นมา ผ่านไปครู่หนึ่งจึงพึมพำพูดว่า “เนี่ยหลี ข้าขอโทษ เรื่องราวในตระกูลที่ผ่านมา เป็นข้าผิดเองพวกเราอยากขอโทษเจ้า!”
เนี่ยเสี่ยวเฟิงก็โค้งศีรษะลงและพูดว่า “ไม่ว่าเจ้าจะแก้แค้นพวกเราอย่างไรพวกเราล้วนยอมรับ!”
ในชีวิตหนก่อน แม้เนี่ยเสี่ยวยื่อและเนี่ยเสี่ยวเฟิงจะค่อนข้างโอหังแต่ก็ยังถือว่าไม่เลว ขณะที่ตระกูลเทียนเหินเกิดปัญหา พวกเขาก็อาสาช่วยเหลือดังนั้นเนี่ยหลีจึงไม่เคยคิดจะเอาเรื่องกับพวกเขา ทว่าเมื่อได้ยินเนี่ยเสี่ยวเฟิงเนี่ยเสี่ยวยื่อ สองคนเอ่ยปากขอโทษ เนี่ยหลีออกจะแปลกใจไม่น้อยเขายิ้มแย้มและโบกมือพูด “ข้าอภัยให้พวกเจ้า!”
เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของเนี่ยหลีทั้งเนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อต่างพากันตะลึงงันคิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะอภัยให้พวกเขาง่ายดายปานนี้ ศีรษะแทบจะหันมาไม่ทัน
เนี่ยหลีพูดพร้อมยิ้มบางๆ ว่า “ข้าไม่ใช่คนที่ไม่รู้จักแยกแยะปานนั้นได้ยินมาว่าท่านประมุขกังวลถึงความรู้สึกของข้าที่มีต่อพวกเจ้าจึงมิได้มอบยาวิเศษใดๆ ให้แก่พวกเจ้า!” เนี่ยหลีหยิบยาวิเศษส่วนหนึ่งออกมาจากแหวนมิติสะบัดมือขวาคราหนึ่ง โยนยาวิเศษให้แก่เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ “นี่เป็นสองส่วนของพวกเจ้า ถือว่าเป็นของขวัญที่ข้ามอบให้พวกเจ้าก้แล้วกัน!”
ครั้นกล่าวจบ เนี่ยหลีก็หมุนตัวและค่อยๆ เดินจากไป
เนี่ยเสี่ยวเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อจ้องมองยาวิเศษในมือของพวกตนแล้วก็หันกลับไปมองเงาร่างของเนี่ยหลี จมูกพากันแดงรื้นขึ้นมาเล็กน้อย
“แต่ก่อนนี้พวกเรามักหาเรื่องเนี่ยหลีมาตลอดคิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะใจกว้างถึงเพียงนี้ แต่ก่อนนี้พวกเราไม่ควรทำเช่นนั้นจริงๆ!” เนี่ยเสี่ยวเฟิงตำหนิตนเองและหันไปมองเงาร่างของเนี่ยหลีในใจเต็มไปด้วยความรู้สึกผิด
“ใช่แล้ว เทียบกับเนี่ยหลีแล้ว ทำให้พวกเรารู้สึกละอายใจยิ่งนัก!” เนี่ยเสี่ยวยื่อก็พยักหน้า “ท่านพี่เนี่ยหลีจิตใจกว้างขวางน่านับถือนัก ไม่คิดเอาเรื่องพวกเราแม้แต่น้อย อีกทั้งยังมอบยาวิเศษให้กับพวกเราอีกด้วยทว่าในใจของพวกเรายังรู้สึกผิดอยู่ดี!”
เนี่ยเสี่ยงเฟิงและเนี่ยเสี่ยวยื่อ สองคนยังเด็กนัก มีจิตใจฮึกเหิมลำพองทว่านิสัยโดยแท้แล้วมิใช่เลวร้าย ครั้งนี้ตัดสินใจขอโทษเนี่ยหลีคิดไม่ถึงว่าเนี่ยหลีจะยอมอภัยให้พวกเขาอย่างง่ายดาย จึงเต็มไปด้วยความละอายใจต่อเนี่ยหลีหากต่อไปเนี่ยหลีมีสิ่งใดจะเรียกใช้พวกเขาย่อมต้องเป็นหน้าที่ซึ่งพวกเขาจะไม่บ่ายเบี่ยงอย่างแน่นอน
ใกล้ค่ำแล้ว เนี่ยหลีกำลังฝึกยุทธ์อยู่ที่ลานหน้าบ้านของตน บ่อยครั้งหม้ออสูรแห่งฝันร้ายก็จะกระจายคลื่นพลังวิญญาณอันบริสุทธิ์ออกมาเนี่ยหลีก็จะรีบดูดซับพลังวิญญาณเหล่านั้นเข้าไปไม่หยุดเปลี่ยนพลังวิญญาณเหล่านั้นเป็นของตน
เนี่ยหลีรู้สึกว่าพลังวิญญาณของตนเลื่อนขึ้นไปอีกขั้นหนึ่งแล้ว
ชั่วขณะที่เนี่ยหลีกำลังจดจ่ออยู่กับการฝึกยุทธ์ประตูหน้าลานบ้านถูกคนเคาะเสียงดังก๊อกๆ
“เชิญเข้ามาได้!” เนี่ยหลีไม่ได้ลุกขึ้นยืนตะโกนเสียงดังออกไป
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูหน้าลานบ้านเปิดออก มีผู้คนหลายคนเดินเข้ามาผู้นำหน้าคือเนี่ยไห่ ตามด้วยเนี่ยเอินและพวกผู้อาวุโสท่านอื่นๆรวมถึงบิดาของเนี่ยหลี เนี่ยหมิง และท่านอาเนี่ยไค
เนี่ยหลีจ้องมองกลุ่มคนมากมายด้วยความแปลกใจ เอ่ยถามขึ้นด้วยความสงสัย “เกิดเรื่องอะไรขึ้นกันหรือ? เหตุใดจึงพากันมามากมายหลายคนปานนี้?”
ท่านประมุขมาถึง เนี่ยหลีกลับไม่แม้แต่จะลุกขึ้นยืนทักทายเขาตรงกันข้ามกลับเอ่ยถามออกมามากมาย เนี่ยหมิงและเนี่ยไคอดกังวลใจขึ้นมามิได้พวกเขาชำเลืองมองเนี่ยไห่ด้วยความหวาดกลัวเมื่อพบว่าเนี่ยไห่ไม่มีท่าทีโกรธเคืองแต่อย่างใด ในใจจึงค่อยโล่งอกพวกเขาแอบคิดในใจ เมื่อกลับไปแล้วต้องอบรมเนี่ยหลีให้ดีแม้เวลานี้เนี่ยหลีจะมีฐานะสูงส่งอยู่ภายในตระกูลเทียนเหิน ก็ไม่อาจวางตัวโอหังถึงเพียงนี้ได้ต้องรู้จักอ่อนน้อมถ่อมตน
หากยังเป็นเด็กชายคนเดิม เนี่ยหลีคงต้องเคารพเชื่อฟังเนี่ยไห่อย่างแน่นอนทว่าเนี่ยหลีในวันนี้ ต่อให้มีผู้ควบคุมจิตอสูรระดับตำนานมายืนอยู่ตรงหน้าในใจของเขาก็คงไม่มีความนับถือมากนัก ในโลกนี้ เขาจะกลายเป็นราชันย์เทพของมวลหมู่มนุษย์ตัดสินแพ้ชนะกับราชาเทพอสูร เซิ่งตี้ ช่วยเหลือเมืองกวงฮุยให้รอดพ้นจากหายนะเวลานี้เพิ่งจะเป็นก้าวแรกของเขาเท่านั้น
ความรู้และสติปัญญาของเนี่ยหลีเพียงพอที่จะมองข้ามผู้คนทั่วทั้งเมืองกวงฮุยได้!