วันนี้เป็วันเสาร์หลังจากอยู่บ้านมาเต็มอิ่มแล้วผมคิดว่าพรุ่งนี้จะติดรถพี่รักษ์กลับคอนโดเพราะรถผมจอดอยู่ที่นั่น วันนี้พี่รักษ์ไม่อยู่ ไปทำงานั้แ่เช้าแล้ว ผมมานั่งเล่นที่สระน้ำ คิดถึงบรรยากาศตอนมีคุณพ่อกับคุณแม่อยู่กับพวกเรา
“คุณหนูคะป้าเอาขนมมาให้คะ” ผมที่นั่งหย่อนขาลงในสระน้ำ หันไปมองคุณป้าที่กำลังถือถาดของว่างอยู่ในมือ
“ขอบคุณคับป้าวางไว้บนโต๊ะได้เลยคับ” เสียงเพลงเศร้าที่ผมเปิดเอาไว้ดังแว่วมาจากห้องนั่งเล่นในบ้าน บวกกับบรรยากาศตอนเย็นแบบนี้มันดีมากเลยละ ‘อยากให้เฮียอยู่ด้วยกันจัง’ มือเล็กยกโทรศัพท์ตัวเองขึ้นมากดดูข้อความแต่ไม่มีข้อความส่งมา ไม่มีสายเข้า
‘เฮียใจร้าย’ จู่ๆ น้ำตาเม็ดใส่ก็กลิ่งลงบนแก้มขาว คนตัวเล็กนั่งร้องไห้อยู่ริมสระน้ำปล่อยน้ำตาให้ไหลลงมาเรื่อยๆ ไม่อยากเข้มแข็งอีกต่อไปแล้ว
“เฮียจะคิดถึงกันเหมือนที่หนูกำลังคิดถึงเฮียบ้างไหม”
“ไอ้คนใจร้าย”
ร่างเล็กเดินถือถาดของว่างเข้ามาวางในครัว
“ตายแล้วคุณหนู ทำไมไม่บอกป้าละคะ เดียวป้าให้เด็กไปเก็บให้” รินทร์ทำแค่ยิ้มออกมาแล้วเดินเข้าไปหาคนที่กำลังเตรียมอาหารอยู่
“มีอะไรให้รินทร์ช่วยไหมคับ” เมื่อเห็นว่าใกล้จะได้เวลาที่พี่ชายจะกลับบ้านแล้ว ตนก็เลยเข้ามาดูในครัวเพื่อมีอะไรให้ช่วยกันจะได้เสร็จไวๆ
“มีแค่คะน้าผัดกุ้งอย่างเดียวก็เสร็จแล้วละคะคุณหนู” เป็ดาวแม่บ้านอีกคนที่ตอบออกไปแทน
รินทร์เลิกคิ้วมองป้าด้วยความสงสัย เพราะพี่รักไม่กินผัก แล้วเมนูนั่นก็เป็เมนูโปรดของเฮีย
“คุณรักษ์โทรมาสั่งไว้นะคะคุณหนู ช่วยป้าหั่นผักก็ได้คะ” รินทร์ไม่ได้ถามอะไรต่อ แล้วช่วยกันเตรียมอาหาร พอหั่นผักเสร็จคนตัวเล็กก็หันไปจะช่วยดาวล้างจาน
“ป้าว่าคุณหนูรินทร์ขึ้นไปอ่าบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเถอะคะเดียวที่เหลือเดียวให้ป้าทำเอง” คนเป็ป้าแม่บ้านเมื่อเห็นว่าคุณหนูของตนกำลังจะช่วยดาวล้างจาน ก็รีบห้ามเอาไว้ได้ทัน
“งือ เอาอย่างนั่นเหรอคับ” คนเป็แม่บ้านมองตามหลังคุณหนูของตนด้วยความแปลกใจ
“หือ แกนะแม่ดาวจะให้คุณหนูล้างจานได้ยังไง”
“อ่าวป้าก็คุณหนูรินทร์อยากล้างจะให้หนูขัดยังไงละ” ดาวตอบกลับไปแต่ยังคงทำหน้าสงสัย
“ป้า ป้าว่าคุณหนูเหมือนคนกำลังอกหักปะ วันนี้เห็นแกเปิดฟังเพลงเศร้ามาทั้งวันแล้ว แล้วเมื่อกี่ฉันเห็นนะว่าคุณหนูเธอร้องไห้นะ” คนเป็แม่บ้านเก่าแก่มานานเมื่อได้ยินก็เดินตามหลังคุณหนูเล็กของบ้านออกไป ได้แต่มองแล้วถอนหายใจออกมา
เสียงรถแล่นเข้ามาจอดในรั่วบ้าน ทำให้คนตัวเล็กที่กำลังแต่งตัวอยู่เดินไปเปิดผ้าม่านมองลงไปจากห้องนอนของตนก็จะเห็นลานจอดรถหน้าบ้าน ไม่ได้มีแค่รถพี่ชายคันเดียวแต่กลับมีรถอีกคันนึ่งขับเข้ามาจอดไว้ข้างๆ เช่นกัน เป็คิมหันษ์ที่เดินลงมาจากรถ
“เฮีย! มาทำไมอ่ะ!” รินทร์รีบปิดม่านเมื่อเห็นว่าคนข้างล่างมองขึ้นมายังจุดที่ตัวเองยืนอยู่
รินทร์ไม่ได้ลงมารับพี่ชาย ตนอยู่ในห้องจนถึงเวลามื้ออาหารเย็นถึงได้พาตัวเองลงมาข้างล้าง
“เฮียสวัสดีคับ” คนน้องเดินมานั่งเก้าอี้ที่ตัวเองนั่งเป็ประจำ มองคนสองคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าตน
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารที่มีคนสามคนกำลังนั่งทานข้าวอยู่ด้วยกัน โดยมีรักษ์เป็คนคอยตักอาหารให้ทั้งน้องชายตนและเพื่อนสนิท และเป็คนชวนคุย ไม่ให้เกิดความเงียบ สำหรับรินทร์แล้วมันช่างน่าอึดอัดเอามากๆ เลยละ
เฮียไม่ได้คุยอะไรกับผมเลย เพียงแต่ตอบคำถามของพี่รักษ์บ้างก็เท่านั่น เฮียไม่ได้มองหน้าผม เฮียจะรู้ไหมว่ามันอึดอัดเอามากๆ เลยละที่ผมยังนั่งอยู่ตรงนี้
บางทีเฮียอาจจะไม่ได้มาเพื่อง้อผม เพราะถ้าเฮียจะทำแบบนั้นเพียงแค่ข้อความสั้นๆ หรือแม้แต่สติกเกอร์อะไรก็ได้แค่ตัวเดียวผมก็ใจอ่อนให้แล้ว แต่เฮียไม่ทำ
“หนูอิ่มแล้วขอตัวขึ้นข้างบนก่อนนะคับพี่รักษ์” รินทร์มองไปทางคิมหันษ์ที่มองมาที่ตนเช่นกัน แต่ไม่พูดอะไร
“ “ เมื่อเห็นว่าคิมหันษ์ไม่ได้รั้งตนไว้ก็เลยลุกขึ้นออกไปจากตรงนั้น
“ยังไม่ตามไปอีก” เป็รักษ์ที่พูดขึ้นมา ทำให้คนตัวโตขบกราม มองคนเป็เพื่อนด้วยสายตาที่อ่านไม่ออก
“ "รักษ์ละสายตาหนี ทิ้งตัวไปพิงพนังเก้าอี้อย่างคนหมดแรง
“เข้าใจเราบ้างได้ไหม” คนเป็เพื่อนพูดตัดพ้อออกมาด้วยเหนื่อยเหลือเกินกับความสัมพันธ์ยุ่งเหยิงที่เกิดขึ้นในเวลานี้
“แล้วทั้งหมดที่ทำอยู่ตอนนี้เราไม่เข้าใจนายตรงไหนรักษ์ ให้มาก็มาตามที่ขอแล้วนี่ไง” เสียงตัดพ้อยอกออกมาให้อีกคนฟัง
“หึ คิมถ้านายคิดว่านายมาตามที่เราของั้นก็กลับไปเลยไป” รักก็โมโหแล้วเช่นกัน จึงได้ลุกเดินออกไปจากห้องอาหารทันที ทิ้งให้คนเป็เพื่อนนั่งสับสนกับความคิดที่ตีวนอยู่ในหัวตัวเองตอนนี้คนเดียว
“คุณคิมคะ ป้าเตรียมห้องไว้ให้แล้วนะคะ”
“ขอบคุณคับป้า”
คิมหันษ์เดินตามรักษ์ขึ้นมาข้างบนชั้นสอง แต่ไม่ได้ตามรักษ์ไปที่ห้อง กลับพาตัวเองมาหยุดอยู่หน้าห้องของคนเป็แฟน
เสียงเคาะประตูห้องเบาๆ ทำให้คนที่ฟุบหน้าร้องไห้อยู่เงยหน้าขึ้นมาจากหมอนใบโต พาตัวเองเดินมาที่ประตูห้องนอนหยุดคิดอยู่ครู่นึ่งว่าจะเปิดดีไหม สองมือเล็กยกขึ้นมาเช็ดน้ำตาบนหน้าลวกๆ แต่พอเปิดออกมาดูกลับพบเพียงความว่างเปล่า ไม่มีใคร ไม่มีคนที่ตนกำลังคิดถึงยืนรออยู่ เสียงปิดประตูกลับเบาๆ ทำให้คนที่ยืนหลบอยู่ข้างกำแพงพาตัวเองเดินออกมา
……………………………..
เช้าวันอาทิตย์ที่คิดเอาไว้ว่าตนจะขอให้พี่ชายไปส่งที่คอนโดเพราะว่ารถของคัวเองจอดอยู่ที่นั่น เป็อันต้องเลิกความคิดนั่นแทน เมื่อเดินลงมาข้างล้างแล้วเจอกันคนที่คิดว่ากลับไปแล้วั้แ่เมื่อคืน
“เฮีย ยังอยู่เหรอคับ” คิมหันที่กำลังยกถ้วยกาฟาขึ้นดื่มก็ว่างถ้วยกาแฟลงที่เดิม แล้วเดินมาหาคนคัวเล็กที่กำลังเดินตามหลังพี่ชายไ
“พี่รักษ์รอน้องด้วย” รักษ์ไม่ได้หยุดรอน้องชาย แต่กลับขึ้นรถและขับออกไปเลย คนเป็น้องเลยได้แต่หยุดเท้าไว้แค่ประตูบ้านเพราะตามไม่ทัน
“รักษ์ต้องไปทำงาน” คินคนที่พูดอยู่ข้างทำให้ร่างเล็กหันมามอง
คิมหันษ์มองคนเด็กกว่าที่อยู่ในชุดกางเกงสีขาวสั่นเหนือเข่าขึ้นมาเผยให่เห็นเรียวขาขาวเรียว กับเสื้อยืดลายทางสีแดงขาวแขนยาว
“แล้วคุณคิมไม่ต้องไปทำงานด้วยเหรอคับ” พูดเสร็จก็จะเดินหนี คนตัวโตจึงดึงแขนเล็กไว้เบาๆ ให้หยุดเดินหนี้
“ โกรธเฮีย” คนน้องไม่ได้ตอบกลับได้แต่ยืนหันหลังให้เงียบๆ โดยที่ขัอมือเล็กถูกกุมเอาไว้ด้วยมือใหญ่
“งอนเฮีย” ถามเสียงกระเซ้าข้างๆ หู
“ฮึก ไม่งอน” ส่ายหน้าเบาๆ
“หนูเป็อะไรบอกเฮียซิ” คิมหันษ์ ดึงรั่งจรคนน้องหันกลับมาเผญิญหน้ากัน แล้วประคองใบหน้าหวานราวกับตุ๊กตาให้เงยหน้ามองสบตากัน แล้วรวบเอวคอดบางให้เข้ามาในอ้อมกอดลูบผมลูบหลังคนน้องอย่างปลอบโยน เมื่อเห็นว่าน้องกำลังร้องไห้ออกมาเงียบๆ
“ไม่เอาไม่ร้อง อย่างอลเลยนะ” ทั้งปากทั้งจมูกก้มลงกดจูบไปบนศีรษะคนน้อง
“ ฮึก ก็บอกว่าไม่งอน” มือเล็กทุบอกคนพี่แรงๆ ทีนึ่งแล้วจะพลักคนที่กอดตนไว้ออก แต่ก็สู้แรงคนพี่ไม่ได้
“อะ ไม่งอนก็ไม่งอนคับ แล้วหนูเป็อะไร” คิมหันษ์ดันปลายคางเล็กให้เงยหน้าขี้นมามองกัน
“หึก ทำไมต้องปล่อยให้รอด้วย “ปากแดงอิ่มใช่ฟันขบกัดริมฝีปากล่างตัวเองเอาไว้ เพื่อสะกดไม่ตัวเองสอื่นออกมา
“อย่ากัดปากกก” คิมหันษ์ใช้นิ้วโป้งคลึ่งไปบนปากล่างของคนน้อง
“โอ้ะ! หนูเฮียเจ็บนะคับ” สองมือเล็กจับไปบนมือหนาแล้วดึงแขนคนพี่ขึ้นไปฝังเขี้ยวไว้ด้วยฟันคมของตัวเองแทนคิมหันษ์ไม่ได้ดึงมือมือตัวเองออกแต่กลับยืนนิ่งๆ ให้คนน้องกัด รินทร์เงยหน้ามองคนที่มองกันอยู่แล้วฝั่งเขี้ยวลงไปซ้ำอีกรอบ เมื่อเห็นว่าคนน้องยอมปล่อยแขนตนก็ขำออกมาเบาๆ
“หายโกรธเฮียยัง” ถามออกไปเสียงอ้อน
“หึ” สองมือเล็กยกขึ้นมากอดคนพี่เอาไว้อย่างแสนรัก
“เฮียขอโทษ” ศีรษะคนน้องซบลงไปบนอกของคนตัวสูง คิมหันษ์กอดตอบคนตัวเล็กไว้ในอ้อมกอด