ณ สนามสอบ
ในการทดสอบเพื่อเลื่อนขั้นเป็ผู้ฝึกระดับการควบคุม และเพื่อเข้าเป็สมาชิกหลักของสำนักกระบี่หมื่นเงา มีผู้ผ่านเข้ารอบมาได้ 5 คน นั้น ก็คือ กง เหยิน , อี้ หยุน , หลี่ เฟ่ย , เจียง เย่ และ จาง เทียน
“ ขอให้ผู้ผ่านการทดสอบทั้ง 5 คนมายืนด้านหน้า ท่านเ้าสำนัก เตียว วู เพื่อกล่าวคำสาบานต่อสำนัก ” กรรมการเรียกผู้ผ่านเข้าสอบ ทั้งห้าคนได้เดินเข้ามาเรียงหน้ากระดานเพื่อคาราวะเ้าสำนัก
ผู้ผ่านการทดสอบทุกคนก้มคำนับพร้อมกัน
“ ลุกขึ้นเถิด พวกเ้าทั้ง 5 คน คือเพชรที่ถูกเจียรไนออกมาเป็อย่างดี กง เหยิน เ้าได้แสดงให้ทุกคนเห็นแล้วว่า ความเพียรพยายามนั้นเป็สิ่งสำคัญที่สุดในการฝึกวรยุทธให้แกร่งกล้า ดั่งสุภาษิตโบราณได้กล่าวเอาไว้ น้ำหยดลงหินทุกวัน เหตุใดหินจึงจะไม่กร่อน นั่นแหละคือความ เพียรพยายามมุมานะของเ้า ทำให้เ้าสามารถสร้างเงากระบี่ที่สุดยอดนั้นขึ้นมาได้” เตียว วูเข้าไปตบที่บ่าของกงเหยินพร้อมให้เขาลุกขึ้นยืน
“ อี้หยุน เ้าก็เช่นกัน เ้าได้นำคำสอนของ ฟง หยวน มาใช้ในการทดสอบจิต ความกตัญญูของเ้า ต่อผู้มีพระคุณนั้น คือบ่อเกิดพลังอันเปี่ยมล้นของเ้า” เตียววูเดินเข้าไปตบที่บ่าของอี้หยุนพร้อมให้เขายืนขึ้น
“ และข้าก็นับถือในความเพียรพยายามของเ้าเช่นกัน หลี่เฟ่ย เจียงเย่และจางเทียนพวกเ้านั้นเป็คนมุมานะ แม้ยามว่างเ้าก็ไม่ละจากการฝึกฝน นี่แหละคือผลของการที่พวกเ้าตั้งใจฝึกฝนเป็อย่างดี เอาล่ะ ต่อไปก็ถึงเวลาที่พวกเ้าจะกล่าวคำปฎิญาณเพื่อแสดงความจงภักดีกับสำนักของเราแล้ว ” เตียว วูพูดพลางทำมึงให้พวกเขาทั้งสามคนลุกขึ้นยืน
ผู้ผ่านเข้าทดสอบทั้ง 5 คน จะต้องกล่าวคำปฎิญาณเพื่อแสดงถึงความจงรักภักดีและเพื่อขอเข้าเป็ศิษย์อย่างเต็มตัว
ผู้ผ่านเข้าทดสอบ : (กล่าวพร้อมกัน)บัดนี้ข้า (กล่าวชื่อตนเอง) ได้ผ่านการทดสอบทั้ง 3 ด่าน และเพื่อให้ทุกคนในที่นี้เป็พยาน ข้า (กล่าวชื่อตนเอง) จะขอมอบความจงรักภักดีต่อสำนัก.......
เสียงเอะอะโวยวายด้านนอก ก็ดังเข้ามาก่อนที่พวกเขาจะพูดประโยคสุดท้าย
****ครื้นนนน ซู่มมมมม *******
.
..
….
ประตูสำนักกระบี่หมื่นเงาได้ถูกทำลายลงอย่างง่ายดาย เพียงการตวัดดาบเพียงครั้งเดียวจากชายนิรนาม หลังจากนั้นมันก็ได้พุ่งเข้ามาหา เ้าสำนักอย่างไม่ลังเล
“ พวกเ้าถอยไป !! ” เตียววู พูดพลางใช้เพียงฝ่ามือเดียวผลักเหล่าผู้ผ่านเข้าทดสอบทั้ง 5 คน กระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง ในขณะที่มันใช้เพียงฝ่ามืออีกข้างรับดาบเอาใว้อยู่
“ เอ่ยชื่อของเ้ามา ! ” เตียว วู ตั้งหลักได้แล้วจึงเอ่ยยขึ้นมา
เตียววูเริ่มตอบโต้ เขาปัดดาบออกพลางใช้กำลังภายในชักกระบี่พุ่งเข้าหานักฆ่าอย่างไม่ลังเล ทั้งสองประดาบได้ 3 กระบวนท่า เตียววูก็สามารถพอจับทางที่มาของนักฆ่าคนนี้ได้ แต่นักฆ่านั้นดูท่าจะไม่ใช่จอมยุทธธรรมดาทั่วไป เขาสังเกตุเห็นกำไลหยก และชุดผ้าคลุมเป็ของสำนักเกล็ดเหมันต์ เขาเอะใจสงสัย เพราะสองสำนักนี้เป็มิตรกันมาตลอด
นักฆ่าเริ่มดัดแปลงกระบวนท่าของมันเพื่อไม่ให้เตียววูสามารถคาดเดาการออกกระบวนท่าถัดไปของมันได้ มันตวัดดาบขึ้นกลางอากาศ พร้อมกับฟันลงมาอย่างฉับพลัน ทำให้เตียววูเสียจังหวะไปครู่หนึ่ง
“ สวมกำไลหยกและผ้าคลุมของสำนักเกล็ดเหมันต์ แต่เขากลับใช้เคล็ดดาบวายุที่เป็ของสำนักดาบวายุ แต่การออกกระบวนท่านั้นแตกต่างออกไป ดูท่าเ้าจะท่องยุทธภพมานาน เห็นทีข้าต้องตอบโตบ้าง ”
ท่ามกลางความตื่นตระหนกของผู้คนบริเวณรอบสนามสอบรวมถึงกลุ่มของอี้หยุน พวกเขาได้แต่ทำตาเบิกโตเพราะไม่เคยเห็นการประดาบที่รวดเร็ว รุนแรงขนาดนี้มาก่อน เตียววูได้เริ่มใช้เงากระบี่ั้แ่เริ่มการต่อสู้ทำให้นักฆ่าคนนั้นจับทางกระบี่จริงๆ ได้ยากและโดนแทงเข้าจุดสำคัญหลายจุด
เตียววูรวบรวมลมปราณ อย่างรวดเร็ว และนั่นทำให้เขาได้ใช้เคล็ดเงากระบี่สังหาร เป็ครั้งแรกหลังจากที่เกิดา 7 สำนัก ธาตุประจำตัวของของเตียววูนั้นเป็ธาตุไฟฟ้า และนั่นทำให้บริเวณนั้นเกิดเมฆครึ้มขึ้นทันใด เตียววู รวบรวมลมปราณ ไว้ที่ฝ่ามือจนเกิดการะเิของสายฟ้าที่รุนแรงพอจะสามารถสังหารคนได้ภายในกระบวนท่าเดียว เงากระบี่นับหมื่น ได้เกิดขึ้นจากผู้เป็เซียน นั่นก็คือเตียววู
“ เปิดเผยตัวตนของเ้าซะ ก่อนที่ข้าจะสบั้นคอหอยเ้าออกมา !! ”
นักฆ่ายังคงไม่พูดสิ่งใดออกมา มันรวบรวมลมปราณทั้งหมด ไว้ที่ดาบของมันก่อให้เกิดคลื่นความร้อนที่สามารถแผดเผาสิ่งต่างๆที่อยู่รอบๆ ตัวมัน
“ เคล็ดดาบวายุ : วิหกเพลิง ”
มันสบัดดาบไปข้างหน้าพร้อมกับพุ่งเข้าใส่เตียววูอย่างรวดเร็ว และรุนแรง เกิดคลื่นเพลิงที่รุนแรงแต่เตียววูก็สามารถตั้งรับกระบวนท่านี้เอาไว้ได้อย่างง่ายดาย เขาก็ไม่รอช้า พุ่งเข้าหานักฆ่าอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าผ่า และเขาใช้กระบี่เสียบเข้าที่จุดตายของนักฆ่าคนนั้นอย่างไร้ปราณี ตามด้วยเสียงฟ้าผ่า 1 ที
**สึบ** **ครื้นน***
“ อึก....ข้าอยู่ที่ไหน !! อึก !! เ้า....เ้า..แทงข้าทำไม !! อึกก..แค้กก ” นักฆ่าคนนั้นก็พูดโพล่งขึ้นมาราวกับพึ่งจะได้สติ
“ เ้าเป็ใคร !! ” เตียว วูรีบพุ่งเข้าไปหาชายคนนั้น
“ แค่ก...เฮือกก ” ชายคนนี้ได้สินใจเสียแล้วเพราะถูกแทงเข้าที่จุดสำคัญ
นักฆ่าคนนั้นได้กระอักเืตายต่อหน้าเตียววู
เตียววูได้สังเกตเห็นรอยสักรูปงูที่คอของนักฆ่าคนนี้ และมันก็ค่อยๆเลือนหายไป เมื่อชายคนนี้สิ้นลม
ฟงหยวนได้รีบะโเข้ามาหาเตียววู ทันทีที่ที่การต่อสู้จบลง
“ นี่มันเื่อะไรกัน ” ฟงหยวนกล่าวด้วยความงุนงง
“ มีคนพยายามขัดขวางพิธีการนี้ โดยการใช้หุ่นเชิดเป็นักดาบผู้นี้ เขาเป็ผู้บริสุทธิ์ หากแต่โดนเคล็ดวิชาทำให้เขาไม่ได้สติ จนกระทั่งเขาได้สิ้นลมหายใจไปแล้ว มันผู้นั่นชั่วช้ายิ่งนัก !! ” เตียววูกล่าวประนามการกระทำเช่นนี้
กลุ่มของอี้หยุน ทั้ง 5 คน ยังคงตกตะลึงกับการบุกจู่โจมสำนักกระบี่หมื่นเงา ครั้งแรกในรอบหลายสิบปีหลังจากา 7 สำนัก รวมไปถึงผู้คนก็ได้แพร่งพรายข่าวนี้ออกไปว่าสำนักกระบี่หมื่นเงาถูกลอบโจมตี
การดำเนินการปฎิญาณตนเข้าเป็สมาชิกก็ได้ดำเนินการต่อจนจบพิธี และการสืบสวนเื่การเข้าขัดขวางพิธีก็กำลังจะเกิดขึ้น
โปรดติดตามตอนต่อไป