การต่อสู้ระหว่างอนาเธอร์และปีศาจร้อยตาเป็นไปอย่างดุเดือด
ทันใดนั้น ดวงตาของเขาก็ทอประกายเป็นสีฟ้าทองสว่างไสว ราวกับมีพลังอำนาจอันศักดิ์สิทธิ์แฝงอยู่ เขาตัดสินใจใช้ทักษะสกิล เนตรทองอัคคีสุวรรณ ซึ่งเป็นทักษะเทพเจ้าของซุนหงอคง
ทันทีที่ชายหนุ่มเปิดใช้ทักษะนี้ แสงสีทองจากดวงตาของอนาเธอร์ก็สาดส่องไปทั่วบริเวณ ทำให้รอบตัวของเขาเดือดระอุไปด้วยความร้อนแรงแห่งเปลวเพลิงสีทอง
“พลองเอ๋ย.. จงลุกโชนดั่งดวงตะวันบนท้องฟ้าและแผดเผาความชั่วร้ายซะ!”
อนาเธอร์คำรามก้อง พร้อมกับที่เพลิงอัคคีสุวรรณได้ก่อตัวรอบพลองในมือของตน เปลวเพลิงที่หมุนวนรอบพลองนั้นส่องสว่าง ราวกับเปลวไฟที่ถูกหล่อหลอมขึ้นมาเพื่อทำลายล้างความมืด เขากระชับพลองให้มั่นและเริ่มโจมตีอย่างรวดเร็ว
“ปัง!”
พลองที่ห่อหุ้มด้วยเพลิงสีทองฟาดฟันไปยังร่างปีศาจร้อยตา การโจมตีแต่ละครั้งทิ้งร่องรอยความเสียหายอันใหญ่หลวง ดวงตาบางดวงบนร่างของปีศาจร้อยตาแตกกระจายจากพลังของเพลิงศักดิ์สิทธิ์
เสียงคำรามของมันกึกก้องไปทั่วดันเจี้ยนจากความเจ็บปวดที่ไม่อาจทนได้
“มันยังไม่หมดหรอกเว้ย!”
ขณะนั้นอนาเธอร์ฉวยโอกาสปล่อยกลุ่มก้อนเปลวเพลิงที่ก่อตัวเข้าใส่ร่างของปีศาจร้อยตา
“บึ้ม!บึ้ม!บึ้ม!”
เปลวเพลิงสีทองนับสิบได้พุ่งทะลุร่างของมันจนเกิดเป็นระเบิดเพลิงขนาดใหญ่
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ปีศาจร้อยตาส่งเสียงร้องด้วยความเจ็บปวดจากพลังทำลายที่แผดเผาดวงตานับร้อย
เปลวไฟเหล่านี้ไม่เพียงเผาผลาญร่างกายที่แข็งแกร่งของมัน แต่ยังทะลวงผ่านจิตวิญญาณของปีศาจร้อยตา ทำให้พลังชีวิตของมันเริ่มอ่อนแรงลงอย่างรวดเร็ว
【ทักษะสกิล พิรุณกระหน่ำแทง!】
อนาเธอร์เห็นว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสม เขาพุ่งเข้าหาด้วยความรวดเร็วราวกับแสงวาบ
“ปัง!ปัง!ปัง!”
พลองในมือพุ่งแทงทะลุใส่ร่างปีศาจร้อยตาด้วยการโจมตีสามครั้งซ้อน เปลวเพลิงสีทองและคลื่นสายน้ำที่เกิดจากทักษะสกิลทั้งสองได้มาผสานกันเป็นหนึ่งเดียว ราวกับว่าธรรมชาติแห่งการทำลายล้างของไฟและน้ำได้หลอมรวมกันอย่างลงตัว
พลองทะลวงผ่านดวงตานับร้อยของปีศาจจนทำให้ร่างของมันแตกสลาย เสียงระเบิดจากพลังอันมหาศาลดังก้องไปทั่วดันเจี้ยน
“ฮะ..โฮกกกกกกก!”
ดวงตาของปีศาจร้อยตาที่เคยจ้องมองอนาเธอร์ด้วยความโกรธแค้น บัดนี้กลับค่อยๆมอดดับลง เสียงคำรามของมันขาดหายไปในความเงียบ
ขณะที่ร่างของมันสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน ดันเจี้ยนหมอกทมิฬในระดับฝันร้ายที่มืดมิดก็กลับมาสงบนิ่งอย่างแท้จริง
【ติ๊ง! สังหารปีศาจร้อยตาเลเวล 45 ได้รับค่าประสบการณ์ 10,000 หน่วย】
【ติ๊ง! ค่าประสบการณ์ครบ ผู้เล่นอัพไปเป็นเลเวล 42 ค่าสถานะทุกอย่างเพิ่มขึ้น 100 แต้ม ได้รับค่าสถานะจัดสรร 30 แต้ม】
ทันใดนั้น เสียงแจ้งเตือนจากระบบดันเจี้ยนก็ดังขึ้นอีกครั้ง พร้อมกับข้อความที่ปรากฏขึ้นบนหน้าต่างระบบในมุมมองของอนาเธอร์
【ติ๊ง! ดันเจี้ยนถ้ำหมอกทมิฬระดับฝันร้ายถูกเคลียร์ด้วยตัวคนเดียว เงื่อนไขการปลดล็อกในระดับนรกถูกเปิดขึ้น!】
【บอสปีศาจพันตาได้ปรากฏตัวแล้ว ผู้เล่นสามารถเลือกที่จะออกจากดันเจี้ยนเพื่อยอมแพ้ หรือจะต่อสู้กับบอสลับนี้ก็ได้】
เมื่ออ่านข้อความเหล่านี้ อนาเธอร์หยุดนิ่งพร้อมกับหัวใจที่เต้นแรง
ปีศาจร้อยตาซึ่งเขาเพิ่งสังหารไปนั้นเป็นบอสในระดับฝันร้าย และเพียงแค่การต่อสู้กับมันก็ถือว่าหนักหน่วงสำหรับเขามากพอแล้ว
แต่การเคลียร์ดันเจี้ยนเพียงคนเดียวทำให้ระบบปลดล็อกระดับยากขึ้นไปอีก และมันก็ได้นำพาบอสปีศาจลับที่แข็งแกร่งออกมา
ดวงตาของอนาเธอร์ฉายแววความมุ่งมั่น ท่ามกลางความเหนื่อยล้าที่เริ่มซึมลึกในร่าง
เขายืนนิ่งเพื่อชั่งใจตัวเอง บอสลับที่ชื่อว่า ปีศาจพันตา พวกมันย่อมไม่ใช่ศัตรูธรรมดา
มันเป็นสิ่งที่ระบบดันเจี้ยนอธิบายว่าแข็งแกร่งกว่าปีศาจร้อยตาอย่างมาก ทุกคนมีโอกาสเลือกที่จะออกจากดันเจี้ยนและยอมแพ้ แต่การถอยกลับไม่เคยอยู่ในแผนของอนาเธอร์
“จะยากแค่ไหนก็ตาม...”
“ฉันก็อยากเห็นพลังของบอสลับนี้”
เขาพึมพำกับตัวเองและกำพลองในมือให้แน่น ขณะนั้นเอง หมอกสีดำที่ทวีความหนาขึ้นรอบตัวก็เริ่มสั่นสะเทือน ประตูมิติขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นกลางดันเจี้ยน ร่างของปีศาจพันตาค่อยๆเคลื่อนตัวออกมาจากประตูนั้น
“ใหญ่ชะมัด!”
ปีศาจพันตามีร่างที่สูงใหญ่อย่างไม่น่าเชื่อ สูงกว่าปีศาจร้อยตาหลายเท่า ดวงตานับพันดวงที่กระจายอยู่ทั่วร่างของมัน เปล่งประกายแสงสีแดงและสีเขียวราวกับเปลวไฟจากนรก ผิวหนังของมันเป็นสีดำทมิฬที่ดูหนาและหยาบกร้าน แขนยาวเท่าลำต้นไม้ใหญ่ห้อยลงแตะพื้น
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ถ้อยคำจากเสียงคำรามที่แฝงไปด้วยความมุ่งร้ายดังก้องไปทั่วดันเจี้ยน ทำให้บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยความสยดสยอง
【บอสปีศาจพันตา เลเวล: 50】
【พละกำลัง: 7,910】
【ความทนทาน: 6,000】
【ความเร็ว: 5,000】
【จิตวิญญาณ: 12,000】
【ทักษะสกิลติดตัว: ดวงตาแห่งยมทูต, คลื่นดวงตาสีแดงเลือด】
“ค่าจิตวิญญาณสูง ทว่าไม่มีผลกับฉัน”
“แต่ถ้าเป็นผู้เล่นอื่นๆ พวกเขาคงถูกมันใช้ทักษะสกิลจนตกตายลงทันที!”
ชายหนุ่มแสยะยิ้มขึ้นอย่างชอบใจ ถึงค่าสถานะของมันจะเยอะ แต่เขาแค่ค่อยๆนวดมันไปอย่างช้าๆก็เพียงพอแล้ว
【ทักษะสกิล เนตรทองอัคคีสุวรรณ】
อนาเธอร์เปิดใช้ทักษะของตนอีกครั้ง ดวงตาของเขาเปล่งประกายดั่งเปลวเพลิง พร้อมกันนั้นพลองในมือของเขาก็ห่อหุ้มไปด้วยเปลวไฟสีทองที่ทรงพลัง เปลวไฟศักดิ์สิทธิ์ลุกโชนขึ้นรอบๆตัวเขา ความร้อนจากเปลวไฟ ได้แผ่กระจายออกไปจนทำให้หมอกสีดำรอบตัวสลายไปในบางส่วน
ปีศาจพันตาเริ่มจ้องมองด้วยดวงตานับพันพร้อมกัน คลื่นแสงสีแดงเลือดถูกปล่อยออกมาจากดวงตาของมัน กระจายออกเป็นสายแสงที่กวาดผ่านพื้นดันเจี้ยนราวกับจะเผาทุกสิ่งที่ขวางหน้า
อนาเธอร์ก้าวถอยหลังหลบอย่างรวดเร็ว ก่อนจะกระโดดขึ้นไปในอากาศ
หมุนตัวและใช้พลองฟาดฟันสร้างคลื่นพลังปะทะกับแสงสีแดงเลือดที่พุ่งเข้ามา
“เปรี๊ยง!”
เสียงของพลองที่กระทบกับคลื่นแสงสีแดงดังลั่น อนาเธอร์ยังคงมุ่งมั่นและไม่ยอมลดละ
ทั้งความเร็วและความแข็งแกร่งถูกนำออกมาใช้เต็มที่ ดวงตาสีทองของเขาจ้องไปยังปีศาจพันตาด้วยความตั้งใจที่ไม่หวั่นเกรง
จากนั้นก็ก้าวเข้าไปเผชิญหน้ากับมัน พร้อมเปิดทักษะที่เขามีทั้งหมดเพื่อสู้ในศึกนี้
เพียงไม่นาน การต่อสู้ระหว่างอนาเธอร์และปีศาจพันตาก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ
พลังอันดุดันของปีศาจพันตานั้นน่าสะพรึงกลัว ดวงตานับพันที่ส่องประกายราวกับเปลวเพลิง ส่งคลื่นแสงสีแดงพุ่งเข้ามาเป็นระลอกๆ
และการจ้องมองของมันราวกับจะกระชากจิตวิญญาณออกจากร่าง แต่อนาเธอร์ยังคงยืนหยัด เผชิญหน้ากับศัตรูตัวนี้โดยไม่หวั่นไหว
ในใจมีความคิดหนึ่งผุดขึ้นมาชั่วขณะ หากใช้ทักษะสกิลร่างจำแลงของซุนหงอคง
เขาก็สามารถเผด็จศึกบอสตัวนี้ได้ในทันที แต่ชายหนุ่มก็ตัดสินใจที่จะไม่ใช้มันในครั้งนี้
การปลดปล่อยพลังระดับนั้นอาจทำให้เกิดผลกระทบที่ไม่สามารถคาดเดาได้ เขาจึงเลือกใช้เพียงพลังของตนเองในร่างปกติ
“ฉันไม่จำเป็นต้องใช้ร่างจำแลงในการปราบแกหรอก”
อนาเธอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเยาะเย้ยเล็กน้อย ก่อนจะตั้งพลองในมือให้มั่น
ถึฝความสามารถของปีศาจพันตาจะเหนือกว่าปีศาจทั่วไปหลายเท่า แต่มันก็ไม่สามารถยับยั้งตัวตนของอนาเธอร์ในตอนนี้ได้
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ปีศาจพันตาใช้ดวงตาทั้งหมดของมันส่งคลื่นพลังมืดออกมาจากร่าง
อนาเธอร์ยืนหยัดอย่างไม่หวั่นเกรง เขาใช้พลองในมือฟาดฟันทุกการโจมตีที่พุ่งเข้ามา
คลื่นพลังที่ปลดปล่อยออกไปแต่ละครั้งกระทบกับพลังของปีศาจพันตา ราวกับการปะทะระหว่างพายุแห่งความมืดกับเปลวเพลิงศักดิ์สิทธิ์ที่ไม่ยอมดับลงง่ายๆ
ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายสีทองส่องสว่างไปทั่วดันเจี้ยน แสงสีทองที่ส่องออกมาจากดวงตาส่องทะลุผ่านดวงตาของปีศาจพันตา
ทำให้มันเกิดความหวาดกลัวชั่วขณะหนึ่ง เขากระชับพลองในมือ แล้วเรียกใช้ทักษะมังกรเคลื่อนลมกรด พร้อมกับท่วงท่าที่เสริมด้วยพลังเพลิงสีทอง ลำแสงที่พุ่งทะลุผ่านร่างของปีศาจพันตาเกิดเป็นรอยแยกขนาดใหญ่ ทำให้ดวงตาบางส่วนของมันแตกออกเป็นเศษชิ้น
“โฮกกกกกกกกกกกก!”
ปีศาจพันตาคำรามด้วยความเจ็บปวด มันพยายามปกป้องตนเองโดยการเรียกพลังแห่งความมืดให้ห่อหุ้มร่างกายเป็นเกราะป้องกัน
อนาเธอร์ไม่เสียเวลามองเพียงชั่วขณะ
เขาเปิดใช้ทักษะพิรุณกระหน่ำแทง พุ่งพลองซ้ำกันสามครั้งที่จุดอ่อนซึ่งเขาพบในร่างกายของมัน การโจมตีอันรวดเร็วและรุนแรงนั้นทะลวงทลายผ่านเกราะผิวหนังของมัน
เกิดเสียงแตกสลายของดวงตานับร้อย และทำให้ร่างของปีศาจพันตาสั่นสะท้านอย่างรุนแรง