ชายหนุ่มคลี่ยิ้มสุภาพ "แม่นางชมเกินไปแล้วข้าเพียงแค่บัณฑิตผู้หนึ่ง เหตุใดแม่นางถึงมาเดินเล่นคนเดียวในยามวิกาลเช่นนี้?"
"ข้ามิได้มาคนเดียวนี่เ้าคะ ข้ามากับ... ความสนุก!" ฮวาเสี่ยวซีตอบพลางหัวเราะคิกคัก"เทศกาลตวนอู่สนุกจะตายไป ท่านมิได้ออกมาเดินเล่นบ้างหรือเ้าคะ?"
"ข้าเพิ่งออกมาชั่วประเดี๋ยวเท่านั้นเห็นบรรยากาศรื่นเริงก็อดมิได้ที่จะออกมาชม" ชายหนุ่มมองนางด้วยแววตาอ่อนโยน"หากแม่นางมิรังเกียจ ข้าขอเดินชมงานเทศกาลเป็เพื่อนเ้าได้หรือไม่?"
"เอ่อ... ขอบคุณท่านมากนะเ้าคะ" ฮวาเสี่ยวซีตอบอย่างลังเลสายตาของนางพลันเหลือบไปเห็นกลุ่มคนชุดดำกลุ่มเดิมที่นางสังเกตเห็นก่อนหน้าพวกเขากำลังเดินลับๆ ล่อๆ เข้าไปในตรอกมืดอีกครั้งความสงสัยกลับมาครอบงำจิตใจนางอีกครั้ง "แต่ว่า... ข้ามีธุระด่วนเสียแล้วคงต้องขอตัวก่อน" นางรีบกล่าว
ชายหนุ่มมองตามสายตาของนางไปยังตรอกมืดนั้นด้วยความสงสัยแต่ก็มิได้ซักไซร้ "เช่นนั้นก็ตามแต่ใจแม่นาง หากมีโอกาสหวังว่าเราคงได้พบกันอีก"เขาโค้งศีรษะให้เล็กน้อยด้วยความเสียดายแล้วเดินจากไปอีกทาง
ฮวาเสี่ยวซีรีบสาวเท้าวิ่งไปยังทิศทางตรงกันข้ามกับที่ชายหนุ่มจากไปสองมือยังคงถือขนมและของเล่นพะรุงพะรังเมื่อนางวิ่งผ่านเด็กขอทานน้อยที่นั่งตัวสั่นอยู่ข้างกำแพง นางก็หยุดชะงัก
"เ้าเด็กน้อย!" ฮวาเสี่ยวซีร้องเรียก
เด็กขอทานเงยหน้ามองนางด้วยดวงตาเศร้าสร้อย
"ข้าให้เ้า" ฮวาเสี่ยวซียื่นห่อขนมและของเล่นทั้งหมดใส่มือเด็กน้อย
เด็กขอทานมองสิ่งของในมือด้วยความสงสัยระคนใ "ท่าน...ให้ข้าจริงหรือขอรับ?"
ฮวาเสี่ยวซีรีบร้อนมาก นางยัดของทั้งหมดใส่มือเด็กน้อย"ไม่ต้องมองแล้ว ข้าให้จริงๆ เอาไปแบ่งกับสหายของเ้าด้วยนะ!"นางโบกมือให้เด็กน้อยอย่างรวดเร็วแล้วรีบหันหลังวิ่งตามกลุ่มคนชุดดำไปอย่างไม่ลังเลทิ้งไว้เพียงเด็กขอทานน้อยที่มองตามแผ่นหลังของนางด้วยความงุนงงและซาบซึ้งใจ
ตรอกแคบและเงียบสงัด แตกต่างจากบรรยากาศครึกครื้นด้านนอกฮวาเสี่ยวซีเดินตามร่องรอยของผู้คนเ่าั้ไปจนกระทั่งถึงประตูไม้เก่าคร่ำครึของเรือนหลังใหญ่หลังหนึ่งแสงไฟสลัวลอดออกมาตามรอยแตกของบานประตู นางย่องเข้าไปใกล้แอบแนบหูฟังเสียงลอดออกมานางย่องเข้าไปใกล้ แอบแนบหูฟังเสียงลอดออกมาได้ยินเสียงสนทนาแว่วๆ แต่ไม่ชัดเจนนางตัดสินใจจะขึ้นไปบนคาน้าจะได้เห็นหน้าพวกคนที่อยู่ด้านในได้อย่างชัดเจนแต่ว่าปัญหาคือ นางต้องปีนขึ้นไปเท่านั้น เพราะ ประตูและหน้าต่างมีช่องว่างเพียงเล็กน้อยไม่สามารถมองทะลุเห็นทั่วทั้งห้องได้โดยง่ายและการเปิดประตูเข้าไปโดยตรงย่อมเป็การเปิดเผยตัวอย่างแน่นอน
ฮวาเสี่ยวซีเงยหน้ามองคานไม้สูง แม้จะมีวิชาตัวเบาชั้นยอดแต่การพุ่งตัวขึ้นไปตรงๆ ในพื้นที่แคบและมีคนอยู่ด้านล่างก็อาจจะเสี่ยงเกินไปนางจึงตัดสินใจปีนขึ้นไปอย่างระมัดระวังที่สุดเพื่อไม่ให้พวกที่กำลังประชุมความลับกันอยู่ได้ยิน
นางค่อยๆ เกาะเกี่ยวเสาไม้ใหญ่ด้วยความยากลำบาก มือเล็กๆพยายามยึดเกาะร่องไม้ที่ผุพัง ขาเรียวก็พยายามหาที่เหยียบอย่างทุลักทุเลราวกับลูกแมวที่กำลังปีนป่ายต้นไม้สูงชัน จังหวะที่มือหนึ่งหลุดจากร่องไม้ทำให้ร่างของนางเกือบจะร่วงลงมา หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวด้วยความหวาดเสียว
เหงื่อเริ่มซึมตามไรผม ลิ้นเล็กๆ แลบออกมาเล็กน้อยด้วยความพยายาม นางค่อยๆไต่ขึ้นไปทีละน้อย ช้าเสียจนเหมือนตัวสลอธที่กำลังเคลื่อนไหวกว่าจะปีนป่ายขึ้นไปถึงคานได้สำเร็จก็เล่นเอานางหอบหายใจตัวโยนแทบขาดใจเสื้อผ้าเริ่มเปรอะเปื้อนฝุ่นผงจากเนื้อไม้เก่าๆ
เมื่อเกาะอยู่บนคานได้อย่างยากลำบาก ฮวาเสี่ยวซีก็รีบหมอบราบลงอาศัยความมืดและเงาอำพรางตัวนางมองลงไปยังกลุ่มคนที่ยังคงกระซิบกระซาบกันอยู่ด้านล่างด้วยความโล่งอกที่ยังไม่ถูกจับได้
จากนั้นสายตาของนางก็เหลือบไปเห็นเงาตะคุ่มบนคานฝั่งตรงข้ามสตรีงามนางนั้นนั่งชันเข่ามองมาที่นางด้วยแววตาที่อ่านไม่ออกแต่ก็แฝงไว้ด้วยความขบขันเล็กน้อยที่ได้เห็นความทุลักทุเลของนางฮวาเสี่ยวซีหน้าแดงเล็กน้อย รีบส่งยิ้มแหยๆ ไปให้ พลางยกมือโบกทักทายนางส่งเสียงกระซิบเบา ‘สวัสดี’
สตรีงามเพียงแค่พยักหน้าเล็กน้อย ดวงตาคู่สวยยังคงทอประกายสนุกสนานกับการแสดงปีนป่ายเมื่อครู่ของ ฮวาเสี่ยวซี
ถึงแม้การขึ้นมาแอบฟังของฮวาเสี่ยวซีจะเต็มไปด้วยความยากลำบากและดูไม่ได้สง่างามนักแต่ความตั้งใจและความมุ่งมั่นที่จะไม่ให้ถูกจับได้นั้นก็ทำให้เธอสามารถขึ้นมาอยู่บนคานได้อย่างหวุดหวิดและพร้อมที่จะรับฟังความลับสำคัญที่กำลังจะเปิดเผยต่อไป
เมื่อเข้าที่เข้าทาง ฮวาเสี่ยวซีที่หมอบอยู่บนคาน แอบยิ้มอย่างเ้าเล่ห์"อ๋องสี่คิดจะกำจัดอ๋องเจ็ด หรือว่าคนที่ข้าช่วยไว้จะเป็ท่านอ๋องเจ็ด โอ้แม่! ข้าน่าจะเรียกค่าตอบแทนมากกว่านี้สักหน่อยเฮ้ย! เสียดาย...?”เสียงบ่นของนางพึมพำกับตนเองเบาๆ สายตาสอดส่องไปทั่วบริเวณได้ยินการสนทนาชัดเจนนางก็เริ่มบ่นขึ้นมาอีกครั้งเบาๆ
“แล้วนี่ก็ช่างเป็พี่น้องที่รักกันดีเสียจริง"นางกระซิบกับตัวเองอย่างสนุกสนาน
"ใครกันที่เข้ามาขัดขวางแผนของเราได้? ต้องสืบให้รู้ว่าเป็ใครที่กล้าดีช่วยพวกของท่านอ๋องเจ็ด"เสียงอีกเสียงเอ่ยอย่างขุ่นเคือง
"แล้วใครกันล่ะที่ช่วยอ๋องเจ็ดไว้...ก็ข้านะสิ ๆ ฮิ ๆ ๆ" ฮวาเสี่ยวซียังคงเล่นคำตอบโต้กับพวกที่นั่งประชุมกันสายตานางเหลือบแลไปยังหญิงสาวที่งดงามฝั่งตรงกันข้ามนางส่งยิ้มกว้างให้กับพี่สาวแสนงาม เมื่อมองชัดๆ ก็ต้องเบิกตากว้าง "ว้าว...งดงามราวกับนาง์!" นางอุทานในใจเมื่อเห็นสตรีที่แอบฟังอยู่เช่นกัน"หน้าอกเป็หน้าอก สะโพกเป็สะโพก... นี่มันนางงามล่มเมืองชัดๆ!นางมาแอบฟังด้วยเหตุผลเดียวกันกับข้าหรือเปล่านะ?" ฮวาเสี่ยวซีคิดอย่างสงสัยพลางจ้องมองสตรีงามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"...พวกเราพลาดเป้าหมายอีกแล้ว ท่านอ๋องสี่ทรงกริ้วมาก"เสียงทุ้มต่ำกระซิบกระซาบดังมาจากภายใน
"หากท่านอ๋องสี่ทรงทราบเื่นี้ คงไม่พอพระทัยเป็แน่เราต้องหาเื่อื่นกลบเกลื่อนเสียโดยเร็ว" เสียงที่สามเสริมด้วยความกังวล
ฮวาเสี่ยวซีที่หมอบอยู่บนคานไม้เหนือศีรษะพวกเขา แอบยิ้มอย่างเ้าเล่ห์"อ๋องสี่... อ๋องเจ็ด... ดูท่าจะเป็เื่สนุกเสียแล้วสิ"นางพึมพำกับตัวเองอย่างตื่นเต้น "พวกเ้ากำลังตามหาข้าอยู่นี่เองหรือนี่?"
ฮวาเสี่ยวซีที่หมอบอยู่บนคานไม้เหนือศีรษะพวกเขา แอบยิ้มอย่างเ้าเล่ห์"อ๋องสี่... อ๋องเจ็ด... ดูท่าจะเป็เื่สนุกเสียแล้วสิ"นางพึมพำกับตัวเองอย่างตื่นเต้น "พวกเ้ากำลังตามหาข้าอยู่นี่เองหรือนี่?"
พวกนางแอบฟังแผนการร้ายอยู่อีกพักใหญ่ทันใดนั้นเองก็มีเสียงเอะอะโวยวายดังมาจากด้านนอกเรือนกลุ่มคนชุดดำที่กำลังประชุมอยู่ชะงักเงียบ สีหน้าตื่นตระหนก "มีคนบุก!"หนึ่งในนั้นร้องเสียงต่ำ ก่อนที่พวกมันทั้งหมดจะรีบลุกพรวดพราดพุ่งตัวออกไปจากเรือนอย่างรวดเร็ว
เมื่อเห็นว่าสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป และไม่มีใครอยู่ในเรือนแล้วฮวาเสี่ยวซีและสตรีงามบนคานฝั่งตรงข้ามก็สบตากันโดยไม่ได้นัดหมาย ทั้งสองค่อยๆเคลื่อนไหวลงจากคานอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบด้วยวิชาตัวเบา ร่างกายเบาราวขนนกร่อนลงสู่พื้นอย่างนุ่มนวล
"วู้ว! เกือบไปแล้วไหมล่ะ" ฮวาเสี่ยวซีพึมพำกับตัวเองพลางยิ้มแหยๆให้กับสตรีงาม สตรีงามเพียงแค่ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าเป็เชิงเข้าใจ
ทั้งสองสาวพุ่งตัวออกจากเรือนอย่างรวดเร็ว อาศัยความมืดและเงาอำพรางร่างวิ่งเหยียบย่างไปบนหลังคาบ้านเรือนที่เริ่มทยอยดับไฟเข้านอนกันแล้วแสงจันทร์ส่องสว่างเป็สีเงินยวง ทาบทาทุกสิ่งให้ดูเงียบสงบ
ฮวาเสี่ยวซีและสตรีงามวิ่งเคียงข้างกันไปบนหลังคาอย่างคล่องแคล่วร่างกายพลิ้วไหวราวสายลม ตามกันไปติดๆ จนกระทั่งถึงมุมสงบแห่งหนึ่งซึ่งเป็ลานกว้างเล็กๆ ที่มีต้นไม้ใหญ่แผ่กิ่งก้านร่มรื่น
เมื่อถึงลานกว้างใต้ต้นไม้ใหญ่ ฮวาเสี่ยวซีหยุดฝีเท้าหันไปมองสตรีงามที่ตามมาติดๆ ด้วยดวงตาเป็ประกาย
"พี่สาว!" ฮวาเสี่ยวซีเอ่ยเรียกด้วยน้ำเสียงสดใส พร้อมรอยยิ้มกว้าง"ท่านก็มาแอบฟังพวกนั้นด้วยหรือเ้าคะ? ข้าไม่นึกเลยว่าจะเจอคนร่วมอุดมการณ์!"