หลังจากได้ทำข้อตกลงพันธสัญญากามกัน เป็เวลากว่าสามเดือนแล้วที่พนัชกรมาค้างที่คอนโดของวรานนท์ด้วยความเต็มใจนอกจากจะเป็คืนวันศุกร์และวันเสาร์ตามสัญญาแล้ว บางวันคืนอื่นวรานนท์ก็ตามตัวร่างบางให้มานอนด้วย เื่นี้พนัชกรได้บอกปะป๊ากับมาม๊าแล้วตอนแรกทั้งสองคนแทบจะเป็ลมกับสิ่งที่ลูกชายทำแต่พอลูกชายขอแค่ระยะเวลาที่วรานนท์อยู่ที่เมืองไทย และดูแล้วลูกมีความสุขกับสิ่งที่ทำอยู่ปะป๊ากับมาม๊าเลยต้องจำยอมให้ลูกมานอนค้างอ้างแรมกับวรานนท์จนได้
วรานนท์ที่ตอนนี้กำลังจะจบการศึกษาและติดต่อเื่เรียนต่อต่างประเทศอยู่ ่นี้เขารู้สึกว่าตัวเองติดร่างบางของพนัชกรมาก จากที่ตกลงกันว่าจะให้ร่างบางมาค้างด้วยที่คอนโดของเขาได้แค่คืนวันศุกร์และคืนวันเสาร์กลับกลายเป็ว่าตอนนี้เขาให้ร่างบางมาค้างแทบจะทุกวัน ถ้าวันไหนไม่ค้างก็ต้องให้ร่างบางมาหาที่คอนโดและทำกิจกรรมรักกันจนเสร็จสิ้นก่อน ถึงจะปล่อยให้ร่างบางกลับบ้านไปและตัวของเขาเองก็จะกลับไปนอนที่บ้านเช่นกัน ร่างสูงกำลังคิดว่าหรือที่เป็อย่างนี้เป็เพราะว่าเขาเริ่มรู้สึกจะรักร่างบางซะแล้ว ไม่น่าหรอกน่ะเป็ไปไม่ได้ที่ทำรักกันอยู่ทุกวันนี้อาจจะเพราะความเคยชินเฉยๆ งั้นเดี๋ยวเขาจะลองใช้ชีวิตเหมือนเดิมให้เหมือนกับตอนที่ยังไม่มีอะไรกันดูก่อนว่าจะเป็อย่างไร
พนัชกรมองโทรศัพท์ของตัวเองอยู่บ่อยๆ แปลกมากอาทิตย์นี้ระหว่างสัปดาห์ จนวันนี้วันพฤหัสพรุ่งนี้ก็วันศุกร์แล้วที่วรานนท์ไม่ยอมโทรศัพท์หรือส่งข้อความมาให้ร่างบางไปหาที่คอนโดเลย ทั้งที่ใจจริงอยากจะโทรหาก่อนแต่ด้วยความที่ตกลงกันไว้ร่างบางเลยได้แต่นั่งมองโทรศัพท์รอให้อีกคนติดต่อมา แต่ก็ถือว่าดีเพราะเป็่ที่สอบพอดีพรุ่งนี้สอบเสร็จอีกวันก็ปิดเทอมแล้ว แต่ว่าวันพรุ่งนี้เป็วันศุกร์ตามข้อตกลงกันคือพนัชกรไปค้างได้เดี๋ยววันพรุ่งนี้หลังสอบเขาจะไปหาคนที่เขาแสนจะคิดถึงได้โดยไม่ผิดกฎที่ตั้งไว้ พนัชกรกดปิดหน้าจอโทรศัพท์ให้ดับลงก่อนที่จะเข้าไปสอบวิชาต่อไป พอสอบเสร็จร่างบางก็มานั่งรอรถที่บ้านมารับเพราะไม่ได้ขับรถมากะว่าถ้าร่างสูงเรียกไปหาวันนี้ก็จะนั่งแท็กซี่ไปแทนจนแล้วจนรอดก็ไม่โดนเรียกเลยมานั่งรอรถของที่บ้าน โดยมีกิตติภพมานั่งเป็เพื่อนด้วย แต่พนัชกรสังเกตเห็นถึงความผิดปกติของเพื่อนถ้าแม้เ้าตัวจะมานั่งเป็เพื่อนก็เหมือนจะใจลอยๆ คอยกดโทรศัพท์อยู่ตลอดเวลา พอสังเกตดูกิตติภพดีๆ พนัชกรก็พบว่าเพื่อนเขาดูผอมลงเอ๊ะที่คอและเหนือหน้าอกถ้าเขาตาไม่ฝาดเหมือนเขาเห็นรอยสีกุหลาบเป็จ้ำๆ เหมือนรอยดูดเวลาร่วมรักกันเพราะจากประสบการณ์ที่วรานนท์ทำกับตัวเองบ่อยจนต้องหาคอนซีลเลอร์มาไว้ทาปกปิด แต่เหมือนของกิตติภพจะดูเยอะมากและเหมือนยังใหม่อยู่ แล้วใครเป็คนทำเพื่อนเขา ขณะที่กำลังแอบสังเกตดูเพื่อน คนที่กำลังกดโทรศัพท์คุยแชทอยู่ก็สะดุ้งเพราะมีสายเรียกเข้า พนัชกรแอบชำเลืองมองเขาจำรูปโปรไฟล์ในไลน์นี้ได้ดี แล้วทำไมเขาต้องโทรมาหากิตติภพด้วยไม่เห็นจะเกี่ยวข้องกัน แล้วทำไมเพื่อนเขาถึงกดทิ้งตั้งสองครั้งไม่ยอมรับโทรศัพท์ พอครั้งที่สามก็กดปิดเสียง
“บอม ไม่รับโทรศัพท์เหรอ ใครโทรมาเผื่อเค้ามีธุระ”
“ไม่หรอกคุยกันแล้วที่บ้านโทรมาน่ะให้กลับไปนอนบ้าน” ขณะที่พูดคนพูดเสียงสั่นๆ ไม่ยอมสบสายตา
“บอม มีอะไรจะบอกเราหรือเปล่า ให้เราช่วยอะไรไหม”
“ไม่มีอะไรหรอกพู่กัน ขอบคุณมากนะ”
“บอม เราคิดว่าเรารู้นะว่าใครโทรมา เพราะเราจำรูปโปรไฟล์ได้ดีเราเป็คนเลือกรูปนี้ตั้งโปรไฟล์เอง แล้วรอยจุดจ้ำที่คอกับหน้าอกบอมล่ะคนที่โทรมาเป็คนทำหรือเปล่า ช่วยบอกเราได้ไหม “
พอกิตติภพได้ยินเพื่อนคนที่ตัวเองเคยสนิทด้วยจนถึงขั้นคิดจะจีบพูดก็ใที่มีคนรู้ความลับที่น่าอับอายของตนเอง ก่อนที่จะน้ำตาคลอพร้อมพยักหน้ารับตามด้วยเสียงสารภาพที่สั่นเครือ
“พู่กัน บอมขอโทษที่ไม่กล้าปรึกษาพู่กัน บอมกลัว มันเป็เื่ที่น่าอายเกินกว่าที่บอมจะกล้าปรึกษา”
พนัชกรเห็นเพื่อนพูดเสียงสั่นเครือเลยขยับเข้าไปหาใกล้ๆ แล้วสวมกอดเพื่อให้กำลังใจเพื่อนรัก
“โธ่บอม กับพู่กันบอมปรึกษาได้ทุกเื่ แล้วเื่ที่เกิดขึ้นบอมโดนบังคับหรือเปล่า นิ่งซะไม่ร้องนะ”
“ตอนแรกบอมโดนบังคับขืนใจ แต่หลังจากนั้นบอมรู้สึกดีและบอมเต็มใจ บอมอายพู่กัน บอมกลัวที่บ้านจะรู้ ฮึก ฮึก”
คนพูดจากที่น้ำตาคลอเริ่มร้องสะอึกสะอื้น ก่อนที่พนัชกรจะโดนเพื่อนสนิทโผเข้ากอดและร่างบางก็กอดเพื่อนรักพร้อมด้วยลูบหลังปลอบเพื่อน
ภาพความสนิทสนมของสองหนุ่มที่เป็ข่าวคู่จิ้นกันบ่อยๆ ตกอยู่ในสายตาของวรานนท์ที่นั่งมองอยู่ในรถ เดิมทีเขาตั้งใจที่จะมารับร่างบางไปค้างที่คอนโด เพราะลองไม่ติดต่อมาเกือบอาทิตย์แล้วแต่วันนี้ทนไม่ไหวจึงขับรถมารับเอง กลับเป็ว่ามาเห็นภาพที่ไม่ควรเห็น ไหนในข้อตกลงระหว่างที่ลองอยู่ด้วยกันร่างบางบอกห้ามเขาไปมีอะไรกับใคร แต่ตัวเองกลับมานั่งกอดกันกับคู่จิ้น หรือว่าจะเป็คู่จริงต่อไปเพราะอีกไม่กี่วันเขาก็จะไปต่างประเทศแล้วพนัชกรเลยกลับไปหาตัวสำรองไว้หลังจากที่เขาไม่อยู่ เขาอุตส่าห์ไม่มีใครใน่เวลานี้แต่นี่กลับกลายเป็ว่าเขาโดนหักหลังจนเจ็บดีนะที่เขายังไม่ได้รักร่างบางไม่งั้นเขาคงเป็ไอ้โง่ที่โดนแฟนสวมเขา นี่ก็เกือบแล้ว ดีล่ะเดี๋ยวเขาจะทำให้เจ็บบ้าง แล้วร่างสูงก็ขับรถออกไปด้วยความเจ็บใจที่โดนหักหลัง
พอสอบเสร็จเป็วันสุดท้ายพนัชกรก็รีบออกจากห้องสอบตรงดิ่งไปที่รถอย่างรวดเร็วแล้วขับไปที่คอนโดของร่างสูง วันนี้เป็วันศุกร์วันที่ร่างบางสามารถไปหาคนพี่ได้โดยไม่ผิดเงื่อนไขข้อตกลง แค่คิดว่าพอไปถึงห้องแล้วจะโดนทำอะไรบ้างแค่นี้ก็เขินแล้ว คอยดูนะเขาจะปรนเปรอจนพี่เนมจะสำลักความสุขจนต้องร้องขอชีวิตเลย
เมื่อเดินลงจากรถร่างบางก็หยิบเอาถุงกับข้าวที่แวะซื้อมาระหว่างทางมีแต่ของโปรดของวรานนท์ทั้งนั้น วันนี้กะว่าจะไม่ให้เสียเวลารอสั่งกับข้าวเหมือนทุกครั้ง เสร็จจากกิจกรรมรักแล้วหิวเมื่อไหร่ก็จะได้อุ่นกินเลย พนัชกรเดินขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นบนสุดของคอนโดด้วยความสุขใจที่จะได้เห็นหน้าคนพี่ที่เขาคิดถึง พอเปิดประตูเข้าไปข้างในห้อง ร่างบางเห็นรองเท้าส้นสูงของผู้หญิงวางระเกะระกะอยู่ก็งง หรือจะยัยเนยมา ร่างบางเลยเอากับข้าวจะไปวางไว้ที่โต๊ะแต่มีเสียงเปิดประตูห้องนอนออกมาเสียก่อน ร่างบางถึงกับปล่อยถุงกับข้าวหลุดมือไปอยู่ที่พื้นโชคดีที่ไม่แตก
“อ้าว น้องพู่กันใช่ไหมคะถ้าพี่มะนาวจำไม่ผิด ซื้อกับข้าวมาให้เนมเหรอคะ ที่รักน้องชายคุณน่ารักมากเลยรู้ว่าเราเหนื่อยอุตส่าห์ซื้อกับข้าวมาให้”
ร่างสวยของปิยวดีที่มีแค่ผ้าเช็ดตัวผืนใหญ่ห่อปิดของสงวนไว้ไม่ให้โป๊เปลือยพูดออกมาพร้อมกับเวทานนท์ที่นุ่งผ้าเช็ดตัวผืนเดียวเดินตามออกมามือหนาโอบเอวคอดของหญิงสาวอยู่ ถึงแม้ทั้งคู่จะไม่บอกว่าทำอะไรกันมาก่อนหน้านี้ พนัชกรก็พอที่จะเดาได้ที่สำคัญเพิ่งเดินกันออกมาจากห้องนอนขนาดนี้ ไม่รู้ว่ามาอยู่ด้วยกันได้กี่วันแล้ว เพราะร่างสูงไม่ติดต่อเขามาั้แ่วันอาทิตย์จนวันนี้วันศุกร์ เผลอๆ อาจจะมาั้แ่วันอาทิตย์ คงรีบกันมากรองเท้าถึงได้วางไม่เป็ระเบียบ ทำไมเป็แบบนี้ก็ในเมื่อวรานนท์สัญญากับเขาแล้วอีกฝ่ายทำไมถึงผิดสัญญา ร่างบางมองมือหนาที่เคยโอบกอดเอวเขาไว้ตอนนี้ไปโอบอยู่ที่เอวคนอื่นด้วยั์ตาที่มีน้ำตาคลออยู่ จนต้องเงยหน้าขึ้นเพื่อไม่ให้น้ำตาไหลออกมา
“สวัสดีครับพี่มะนาว มานานแล้วเหรอครับ” ร่างบางยกมือไหว้ผู้าุโกว่าก่อนที่จะก้มลงหยิบถุงกับข้าวที่ร่วงหล่นอยู่พื้นขึ้นมาวางไว้บนโต๊ะให้เรียบร้อย
“เอ่อ..”
“มะนาวมาอยู่ั้แ่วันอาทิตย์ทำไมเหรอ นี่พู่กันจะกลับเลยไหมขอบคุณนะที่ซื้อกับข้าวเข้ามาให้พี่กับแฟน”
เสียงทุ้มน่าฟังของวรานนท์ตอบแทนผู้หญิง นี่อยู่กันั้แ่วันอาทิตย์ที่สำคัญร่างสูงใช้คำว่าแฟนกับปิยวดีคนที่เคยบอกว่าเป็แค่เพื่อนนอน ที่สำคัญวรานนท์ไม่เคยให้สถานะคำว่าแฟนกับใครเลย ทำไมพอได้ยินแล้วใจมันเจ็บอย่างนี้
“ผมขอคุยกับพี่เนมสองคนได้ไหมครับ”
พนัชกรถามชายหนุ่มออกไปเพื่อจะถามให้แน่ชัด
“พูดออกมาเลยตอนนี้ เพราะพี่กับมะนาวก็เหมือนคนคนเดียวกันแล้ว” คนตัวโตพูดอย่างไม่แยแสว่าคนคนหนึ่งที่รักตัวเองฟังแล้วมันจะเจ็บเจียนตายขนาดไหน
“งั้นก็ได้ครับ ถ้าพี่เนมไม่ถือไม่กลัวว่าพี่มะนาวจะรู้เื่ของเรา พู่กันอยากจะถามว่าพี่เนมทำแบบนี้ทำไม ก็ไหนตกลงกันแล้วว่าห้ามมีใคร ทำไมครับ ทำไมพี่เนมถึงไม่รักษาสัญญา แล้วที่ผ่านมาพี่เนมเคยรู้สึกดีบ้างไหมที่มีพู่กันเข้ามาอยู่ด้วย พู่กันให้พี่ไม่พอเหรอครับถึงได้ไปมีคนอื่นแบบนี้ ฮือ ฮือ ฮึก พี่เนมไม่รู้สึกรักพู่กันเลยเหรอ”
ร่างบางได้แต่ร้องไห้เบาๆ รอฟังคำตอบจากชายที่ตัวเองรัก วรานนท์เห็นอีกคนแสดงละครร้องไห้เสียใจที่เห็นเขาหักหลังบ้างก็รู้สึกอยากจะมอบโล่หรือตุ๊กตาทองให้นี่ถ้าเขาไม่เห็นเมื่อวานเขาคงเชื่อสนิทว่าอีกฝ่ายรักเขามากและเสียใจมากจริงๆ ที่โดนเขาหักหลัง อยากรู้นักเดี๋ยวเขาก็จะตอบให้ด้วยความสะใจของตัวเองไปเลย
“นี่น้องน้อยที่ไร้เดียงสา พี่จะบอกอะไรให้นะ พี่บอกกับแฟนพี่ทุกเื่ไม่ว่าจะเื่ที่เราเอากัน เื่ข้อตกลงลวงโลก โลกสวยแบบเด็กๆ ที่ตั้งขึ้นมา ที่ผ่านมาเอาอะไรมาคิดเหรอว่าพี่จะชอบที่มีอะไรกับผู้ชายในเมื่อพู่กันเสนอมาพี่ก็แค่สนองเห็นว่ารู้จักและรักพี่อยากได้พี่เป็ผัวมากขนาดนั้น พี่สงสารเฉยๆ เื่อะไรที่พี่จะรักในเมื่อคนที่พี่รักและเอาเป็แม่ของลูกอยู่นี่ ที่ผ่านมาเวลามีอะไรกันพี่ก็แทบจะอ้วกที่ต้องทนมีอะไรกับผู้ชายและยังเป็ผู้ชายไม่ประสาไม่เป็งาน ถ้าไปฝึกกับคนอื่นมาอีกหน่อยให้เป็งานกว่านี้พี่อาจจะพิจารณานะ ต่อไปก็ไม่ต้องมาหาพี่ที่นี่แล้วนะที่นี่ไม่ต้อนรับ พี่ไม่อยากมีปัญหากับแฟน”
เพียงแค่พนัชกรได้ยินวรานนท์พูดเขาก็ใจแทบขาดไม่รักไม่พอยังจำใจทำด้วยความสงสาร มิหนำซ้ำยังบอกให้เขาไปฝึกลีลารักกับคนอื่นให้เป็งานกว่านี้อีก มันจะดูถูกกันมากเกินไปแล้วนะ ร่างบางทนฟังไม่ไหวเลยเข้าไปตบหน้าคนที่ทำให้ตัวเองเสียใจและหันมาตบผู้หญิงที่สมรู้ร่วมคิดกันหลอกลวงเขาแต่ก็ทำได้เพียงแค่เงื้อมือขึ้น ข้อมือเรียวก็ถูกยึดไว้ด้วยมือแกร่งก่อนที่ร่างบางจะโดนเหวี่ยงให้ออกห่างจากหญิงสาว ด้วยแรงเหวี่ยงร่างบางถึงกับเซถลาไปกระแทกกับโต๊ะทานข้าว เจ็บทั้งหน้าผากจุกทั้งท้องที่โดนมุมโต๊ะที่เป็กระจก
คนเจ็บอึ้งไม่คิดว่าวรานนท์จะกระทำรุนแรงกับตนขนาดนี้ตอนนี้เหมือนชาๆ ตรงหน้าผากเหมือนมีน้ำอุ่นๆ ไหลออกมา พนัชกรเลยใช้มือเรียวไปลูบน้ำอุ่นๆ นั้นมาดูก็พบว่าเป็เื นี่คนใจร้ายทำเขาถึงขนาดเืตกยางออกเลยเหรอ
ส่วนคนที่เหวี่ยงยืนอึ้งกับผลงานตัวเองที่เห็นเืไหลจากหน้าผากของน้องน้อย เขาไม่ได้ตั้งใจที่จะให้รุนแรงขนาดนั้นเมื่อตั้งสติได้ วรานนท์เลยเข้าไปประคองร่างบางให้ลุกขึ้นยืน
“พู่กัน เจ็บไหม พี่เนมขอโทษพี่ไม่ได้ตั้งใจ มาลุกขึ้นไหวไหม”
“ออกไป ไม่ต้องมาแตะต้องตัวผม ต่อจากนี้ไปถือว่าผมกับคุณไม่รู้จักกัน เจอกันที่ไหนถ้าไม่จำเป็ก็ไม่ต้องมาทักทาย ผมขอโทษที่ทำให้คุณรู้สึกสงสาร รู้สึกขยะแขยงจนจะอ๊วก ลาก่อน” ร่างบางปฏิเสธความช่วยเหลือและปัดมือหนาที่กำลังจะยื่นเข้ามาประคองตัวเองออกและพยายามที่จะลุกขึ้นเอง ต่อไปนี้เขาจะตัดใจจากคนใจร้ายให้ได้
“เนม เื น้องพู่กันเืออกจากไหนเยอะมาก”