ระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม

    ตอนที่ 54 เหล้าปลอมทำร้ายผู้อื่น

              ตอนที่เจิ้งหย่งถูกตบ เสียงดังสนั่นหวั่นไหวคนส่วนใหญ่ในงานเลี้ยงล้วนได้ยิน รีบรุดเข้ามามุงดู จากนั้นพวกเขาก็ได้ยินประโยคที่สร้างความงุนงงยิ่งขึ้นไปอีก

                “กับเดนมนุษย์แบบนี้ ให้ใช้กำลังจัดการ อย่าใช้วาจา!”

                ผู้คนตะลึงงันอีกครั้ง บางคนรู้สึกเหมือนฝันไปเมื่อได้ยินประโยคแบบนี้

                คนคนนี้บ้าไปแล้วเหรอตบหน้าคนอื่นไม่พอ ตบแล้วยังจะด่าคนเขาอีก

                มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่พวกเขาพลาดเหตุการณ์อะไรไปหรือเปล่า...

                สองคนที่ยังคุยกันดีๆในตอนแรก ทำไมจู่ๆ ถึงใช้กำลังขึ้นมา

                แม้แต่คนที่มองทางนี้ตั้งแต่ต้นจนจบก็งงเป็นไก่ตาแตกเช่นกัน

                เมื่อเซวียนหยวนเฉิงได้ยินคำพูดของอันหลินก็เงียบลงชั่วขณะ

                จากนั้นเขาก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย “อันหลินนายพูดถูก...มีเหตุผล!”

                แววตาของสวีเสี่ยวหลานแฝงรอยยิ้ม จ้องอันหลินเช่นกัน ไม่พูดอะไร

                คนดังจากแต่ละหนแห่งเมื่อเห็นสองคนที่เหลือไม่รู้สึกผิดและสำนึกผิดเลยสักนิด กลับแสดงท่าทีเห็นด้วยก็อดเบิกตากว้างไม่ได้

                ไม่ได้เป็นบ้าแค่คนเดียวพวกเขาสามคนบ้าไปกันหมดแล้ว!

                เจิ้งหย่งที่ล้มอยู่บนพื้นตัวสั่นเทา ถลึงตาจ้องอันหลินเขม็งเขาถูกตบจนมึนไปหมดแล้ว

                ตั้งแต่เล็กจนโตสถานะของเขาสูงศักดิ์อย่างยิ่ง อย่าว่าแต่ตีเขาเลย ไม่เคยมีใครเคยด่าเขาด้วยซ้ำ

                ตอนนี้คนที่ตบเขาต่อหน้าฝูงชนกำลังด่าเขาว่าเดนมนุษย์...

                เขาไม่เคยถูกดูหมิ่นเช่นนี้มาก่อนโมโหจนเนื้อตัวสั่นเทา แต่ด้วยสถานะของเขา จึงไม่อาจระเบิดโทสะได้

                หลินอู่หัวมองอันหลินที่ถูกรุมล้อมด้วยความกังวล

                ส่วนเกาเผิงนั้นกลับดีใจเป็นที่สุดแม้ว่าเรื่องจะเหนือความคาดหมายของเขาไปบ้างแต่ดูเหมือนว่าจุดจบของอันหลินจะน่าสมเพชกว่าเดิมมันเติมเต็มความสุขอันพิกลพิการบางอย่างของเขา

                ไม่นานชายร่างท้วมคนหนึ่งก็เบียดตัวแทรกเข้ามา

                “เกิดอะไรขึ้น ทำไมคนยืนออกันเต็มไปหมด”

                เมื่อทุกคนเห็นผู้มาเยือน สีหน้าก็สนใจยิ่งขึ้น เยี่ยม หลังลูกชายถูกตบคนพ่อมาแล้ว!

                ผู้มาเยือนคือเจิ้งหงยี่พ่อของเจิ้งหย่ง ผู้นำตระกูลเจิ้งตระกูลอันดับหนึ่งแห่งตะวันตกเฉียงใต้

                ราวกับบางคนได้เห็นจุดจบอันน่าสังเวชใจของพวกอันหลินแล้วพากันส่ายหน้าทอดถอนหายใจ

                เจิ้งหงยี่เห็นเจิ้งหย่งที่นั่งอยู่บนพื้นใบหน้าซีกหนึ่งบวมเป่ง จากนั้นก็เห็นพวกอันหลิน กำลังถูกผู้คนรุมล้อมก็อดยืนอึ้งกับที่ไม่ได้

                อันหลินโคลงแก้วไวน์ในมือไวน์แดงดูฉูดฉาดอย่างยิ่งภายใต้แสงไฟ

                “สั่งสอนลูกชายของคุณให้ดีหน่อยอย่าให้เขาเอาเหล้าปลอมมาทำร้ายคนอื่นอีก...”

                เมื่อเจิ้งหงยี่ได้ยินอันหลินพูด ก็มองไวน์แดงในมือของอันหลิน

                คนมีไหวพริบอย่างเขาคาดเดาความเป็นมาของเรื่องได้อย่างแม่นยำทันที

                เขาสูดลมหายใจเข้าลึกก้มหน้า เดินไปยืนข้างเจิ้งหย่ง

                “คุณพ่อ...” ใบหน้าของเจิ้งหย่งฉายความหวาดกลัว

                เพี๊ยะ!

                เสียงฝ่ามือดังไปทั่วงานเลี้ยงอีกครั้ง เจิ้งหงยี่ยกฝ่ามือค้างไว้สั่นสะท้านไปทั้งตัว

                เท่านี้ยังไม่พอเจิ้งหงยี่เริ่มกระหน่ำทุบตีเจิ้งหย่งที่นั่งอยู่บนพื้น “แกมันโง่ แกรู้ตัวไหมว่าตัวเองทำอะไรลงไป! แกช่วยจำใส่สมองหน่อย ตั้งใจสำนึกผิดซะ!”

                เจิ้งหงยี่ทั้งตบทั้งเตะเจิ้งหย่ง พร้อมกับด่าทอไปด้วย

                เขารู้ว่าหากเขายิ่งลงมือแรงมากเท่าใดด่าแรงมากใด โอกาสรอดชีวิตของลูกชายเขาก็จะยิ่งมีมากเท่านั้น          

                เหตุการณ์นี้ทำให้ทุกคนในงานเลี้ยงตะลึงงัน

                บางคนสงสัยว่าตัวเองตาฝาดไปอดขยี้ตาไม่ได้

                คุณพระ! เจิ้งหงยี่บ้าไปแล้วเหรอ

                สามคนตรงนั้นต่างหากที่ตบลูกของคุณคุณควรจะสั่งสอนสามคนนั้นไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงได้ลงไม้ลงมือกับลูกชายตัวเองล่ะ!

                ครั้งนี้เจิ้งหงยี่ทำเกินไปแล้วจริงๆ ทุกหมัดถึงอกถึงใจผู้ชมที่มุงดูได้ยินเสียงกระทบอย่างชัดเจน

                ผ่านไปครู่หนึ่งคล้ายว่าเขาจะเหนื่อยแล้ว จึงตะโกนบอกพ่อบ้านว่า “เหล่าหลิว ลากตัวลูกทรพีออกไป จัดการต่อ จนกว่าขาสองข้างจะหัก!”

                พ่อบ้านมองเจิ้งหงยี่อึ้งๆ มึนงงเล็กน้อย

                คราวนี้เจิ้งหงยี่ตะโกนขึ้นมาอีกครั้งว่า“ยังไม่รีบไปอีก!”

                เสียงตะคอกทำให้พ่อบ้านสะดุ้งโหยง รีบเรียกยามมาช่วยลากเจิ้งหย่งที่ถูกทุบตีจนฟกช้ำดำเขียวทั้งตัวออกไป

                “เหล่าเจิ้ง ฉันหวังว่า ‘จัดการจนขาจะหัก’ที่คุณว่า จะไม่ใช่แค่ลมปาก”

                ในตอนนั้นเอง ก็มีผู้หญิงรูปร่างผอมเพรียว สวมชุดราตรีสีดำคนหนึ่งเยื้องย่างเข้ามาด้วยใบหน้าเรียบเฉย พูดเสียงเย็น

                เธอก็คือหวงซานซานที่รีบเดินทางมาพร้อมกับเจิ้งหงยี่

                หวงซานซานก็รู้สึกเหมือนกันว่าไวน์ในมืออันหลินมีปัญหา

                ยาพวกนี้อำพรางคนทั่วไปได้แต่สำหรับนักพรตที่มีพลังยุทธ์เพียงพอแล้ว สามารถมองออกได้ในปราดเดียว

                “เรื่องนี้คุณมั่นใจได้เลยเจิ้งหงยี่คนนี้พูดคำไหนคำนั้น!”

                ใบหน้าของเจิ้งหงยี่หนักแน่น จากนั้นเขาก็เดินเข้าไปหาพวกอันหลินโค้งตัวกล่าวขอโทษ “ต้องขออภัยจริงๆ ผมสั่งสอนลูกไม่ดีเอง!บทลงโทษของลูกชายทรพีของผม ไม่ทราบว่าท่านทูตทั้งหลายพอใจหรือไม่”

                อันหลินพยักหน้า “พอใช้ได้ต่อไปบอกให้ลูกชายคุณสงบเสงี่ยมหน่อย ไม่อย่างนั้นครั้งหน้าสิ่งที่หักจะเป็นขาที่สามของเขา[1]...”

                แผนชั่วของเจิ้งหย่ง อันหลินจะไม่รู้ได้อย่างไร

                อยากวางยาสวีเสี่ยวหลานงั้นเหรอ

                ถึงเขาจะไม่มีทางทำสำเร็จแต่แค่มีความคิดแบบนี้ อันหลินก็ให้อภัยไม่ได้แล้ว

                อันหลินเห็นแก่เจิ้งหงยี่จึงไม่ได้ลงโทษสถานหนัก

                เจิ้งหงยี่ได้ฟังก็สะดุ้งเมื่อรู้ว่าลูกชายของตัวเองรอดแล้ว ก็พูดอย่างซาบซึ้งทันทีว่า “ท่านทูตมีเมตตาปรานี ผมซาบซึ้งเป็นล้นพ้น!”

                ทุกคนในงานเลี้ยงที่เห็นฉากนี้ต่างก็คิดว่าตัวเองฝันไป

                มีคนตบหน้าลูกชายเขาเขาช่วยตบไม่พอ ตบเสร็จแล้วยังจะขอบคุณคนพวกนั้นอีก...

                เกาเผิงก็งงไปหมดแล้วเกือบจะทรงตัวไม่อยู่

                มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่เขาไม่เข้าใจเลย!

                บางคนไม่เข้าใจ แต่บางคนที่มีไหวพริบกลับเดาออกทันที

                ‘เหล้าปลอมทำร้ายผู้อื่น’ ที่อันหลินเอ่ยถึงอาจจะเป็นประเด็นสำคัญของเรื่องนี้ มีความเป็นไปได้สูงว่าเหล้าของเจิ้งหย่งมีปัญหา

                และเมื่อรู้เรื่องเหล้าปลอมวิธีการลงโทษอย่างใหญ่โตของเจิ้งหงยี่ รวมถึงการขานเรียกว่า ‘ท่านทูต’ ยิ่งบ่งบอกว่าสถานะของสามคนนี้ไม่ธรรมดา

                บางที...พวกเขาก็คือคนที่เจิ้งหงยี่จะแนะนำให้ทุกคนรู้จักในค่ำคืนนี้ล่ะมั้ง

                เป็นอย่างที่คิดหลังจัดการเรื่องของเจิ้งหย่งเรียบร้อยแล้ว

                เจิ้งหงยี่ก็แนะนำอันหลินเซวียนหยวนเฉิงและสวีเสี่ยวหลานให้ทุกคนได้รู้จัก     

                สถานะของพวกเขาในตอนนี้ก็คือเจ้าหน้าที่พิเศษของหน่วยปฏิบัติการพิเศษ   

                สถานะนี้ผู้คนในงานเลี้ยงไม่ค่อยเข้าใจมากนัก

                แต่หลังจากที่หวงซานซานเอาจดหมายลับออกมาพวกเขากลับเข้าใจแล้ว

                เนื้อหาในจดหมายกล่าวเพียงว่า‘เจ้าหน้าที่รัฐทั้งหมดในแถบตะวันตกเฉียงใต้ เมื่อเห็นหนังสือฉบับนี้แล้วจำต้องอำนวยความสะดวก ให้กับการทำภารกิจของเจ้าหน้าที่พิเศษ’เมื่อทุกคนเห็นจดหมายฉบับนี้ ก็พากันจับจ้องทั้งสามคนที่ดูอายุยังน้อยด้วยความตกตะลึง

                ประสิทธิภาพของจดหมายฉบับนี้ถึงขั้นว่ามีผลกับเลขาธิการประจำมณฑลด้วยซ้ำ

                หากว่าจดหมายฉบับนี้ไม่ใช่ของปลอมละก็เช่นนั้นภูมิหลังและสถานะของสามคนนี้ ต้องสูงเทียมฟ้าแน่!

                ทุกคนในงานเลี้ยงเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมเจิ้งหงยี่ถึงทำแบบนั้น

                การกระทำที่ไม่สมเหตุสมผลของเขาตอนนี้ได้รับคำอธิบายแล้ว

                เมื่อเกาเผิงได้อ่านจดหมายฉบับนี้ก็ยืนนิ่งกับที่

                เขาคิดไม่ถึงเลยว่าจุดประสงค์ของการจัดงานเลี้ยงในคืนนี้จะเป็นการทำเพื่อสร้างความสะดวกในการทำภารกิจให้พวกอันหลิน

                บิ๊กบอสสะเทือนวงการทั้งหลายมารวมตัวกันที่นี่เพื่ออำนวยความสะดวกให้พวกอันหลิน!

                เขารู้สึกว่าตัวเองใกล้จะเป็นบ้าแล้ว

                คนแบบนี้กลับถูกเขาดูถูกเหยียดหยามสารพัด แอบคิดแผนร้ายที่ไม่มีใครรู้ไม่อยากอยู่แล้วหรือไง!

                หลินอู่หัวงงยิ่งกว่าปีที่แล้วอันหลินยังเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยชิงหัวอยู่เลยลาออกเพราะติดหนี้ไม่ใช่เหรอ ทำไมแค่ชั่วพริบตาก็กลายเป็นเจ้าหน้าที่พิเศษของรัฐบาลไปได้ล่ะ

                ขอความร่วมมือจากบิ๊กบอสแต่ละวงการของตะวันตกเฉียงใต้ได้ต้องมีอำนาจมากแค่ไหนกัน

                หลินอู่หัวคิดว่าสวีเสี่ยวหลานพูดได้ถูกเผงเธอตาบอดไปแล้วจริงๆ มองเกาเผิงที่ใกล้จะเสียสติแล้วจากนั้นมองอันหลินที่ยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติให้ทุกคนได้งานเลี้ยงความเสียใจก็พรั่งพรูเข้ามาในใจ

                แต่ท้ายที่สุดก็ทำได้แค่ถอนหายใจอย่างจนใจ

                เพราะหากให้เธอตัดสินใจเลือกอีกครั้งภายใต้สถานการณ์ที่ไม่รู้อะไรเลยเธอก็คงจะเลือกแบบนี้อยู่ดี...                                                                                                                                                      

     


    [1]ขาที่สาม หมายถึง อวัยวะเพศ

    คล้ายกับเรื่องระบบหรรษา กับข้าผู้บำเพ็ญเซียนปลอม ที่คุณอ่าน

    เคล็ดกายานวดารา

    เคล็ดกายานวดารา

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    11.12M 7294
    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    พิชิตฝันเหยี่ยวั่งออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    479K 1734
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    เทพสงครามสายเลือดมังกร

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    854K 4500
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    ราชาสิบสองนักษัตร ศึกรวมสุโขทัย

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    207K 185
    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    มังกรพิชิตฟ้าออนไลน์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย เกมออนไลน์
    3.72M 1271
    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    [นิยายแปล] อภินิหาร หนึ่งราชันหมื่นอัตลักษณ์ Absolute Resonance

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    2.77M 1648
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    สดุดีมหาราชา [แปลจบแล้ว]

    นิยาย แฟนตาซี
    9.93M 1273