หลังออกมาจากร้านเหล้ามิคาเอลก็เดินออกไปทางซ้ายเมืองตามที่ชายวัยกลางคนบอกเนื่องจากระยะทางไม่ไกลมิคาเอลจึงไม่รีบร้อน แต่มันมีเหตุผลอีกอย่างหนึ่งที่มิคาเอลเลือกเดินเพราะมีคนแอบตามมันมา จากการตรวจสอบอีกฝ่ายมีถึง20คนมิคาเอลยิ้มขึ้นแล้วจึงหยุดเดิน โดยไม่ต้องเดามิคาเอลรู้ว่าใครส่งพวกมันมา
''ฮ่า ฮ่า ฮ่า เจ้าคิดว่าจะหนีออกไปได้หรือไงกัน ยังไงพวกข้าก็ไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่''กลุ่มคน20คนปรากฎตัวขึ้นพร้อมกัน ทั้งหมดล้วนปิดบังหน้าตาด้วยผ้าสีดำ1ผืน
''นางส่งพวกเจ้ามาสินะ น่าสงสารที่พวกเจ้าจะต้องมาตายเพราะเรื่องของคนอื่นแต่ข้าแปลกใจที่พวกเจ้าเองก็อ่อนแอถึงขนาดนี้กลับพูดจาเหมือนว่าตัวเองเก่งนักหนา''มดปลวก ในสายตาของมิคาเอลแล้วพวกมันทั้ง20เป็นได้แค่มดปลวกเท่านั้นมันไม่มีค่าให้ลงมือเองเลยด้วยซ้ำ
''เจ้าจะปากดีได้ก็แค่ตอนนี้นั่นแหละ หลังจากเจ้าตายไปข้าจะเล่นสนุกกับคนรักของเจ้า''ทั้ง20คนไม่ได้พูดอะไรออกมาอีก มันเรียกประตูพรสวรรค์ออกมาเพื่อเตรียมตัวฆ่ามิคาเอลทันที
''หึ!''มิคาเอลเบื่อที่จะพูดกับพวกมันแล้วจึงวางงูบรรพกาลลงจากนั้นจึงหันหลังเพื่อเดินทางต่อ
''บัดซบ!!! เจ้าคิดว่าจะเดินออกไปได้ง่ายๆหรือไง''พวกมันทั้ง20ไม่มีใครสนใจงูตัวน้อยๆที่มิคาเอลทิ้งเอาไว้แต่แล้วเมื่องูบรรพกาลกลับปล่อยแรงกดดันระดับ1นิวเคลียร์ออกมา
''อ๊าก แย่แล้วงูตัวนั้นไม่ธรรมดา ข้าว่าแล้วทำไมมันถึงไม่สนใจเราแม้แต่น้อย''ทั้ง20คนตกอยู่ภายใต้แรงกดดันก็ได้แต่นึกเสียใจ พวกมันเป็นแค่ศิษย์ปลายแถวในสำนักแห่งความหวังที่พวกมันมาฆ่ามิคาเอลก็เพื่อประจบผู้หญิงที่เจอในร้านขายเครื่องประดับหวังจะมีอนาคตที่ดีขึ้นแต่ใครจะไปนึกว่าพวกมันต้องเอาชีวิตมาทิ้งง่ายๆแบบนี้
''สวะ นายท่านแข็งแกร่งกว่าข้านับ10เท่า100เท่า พวกเจ้าจะเอาอะไรไปสู้เพียงแค่ข้าก็พอแล้ว''ฉัวะ! ฉัวะ!งูบรรพกาลหายไป จากนั้นจึงสะบัดหางของมันเข้าไปแทงที่หัวใจของทุกคนก่อนจะรีบบินตามมิคาเอลไปอย่างรวดเร็ว
''ท่านพี่หากเราเข้าไปในป่าแล้วเราจะไม่หลง? ข้ารู้สึกไม่ดีเกี่ยวกับป่านั่นเลย''เจนน่าเริ่มกังวลเพราะยิ่งเข้าใกล้ป่าที่ว่านั่นเท่าไหร่นางยิ่งรู้สึกมึนงง ผิดกับมิคาเอลที่เดินไปแบบสบายๆ
''เจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก ป่านั่นน่าจะมีคนวางอักขระบางอย่างเอาไว้ทำให้คนที่เข้าใกล้หรือเข้าไปในนั้นสับสนและหลงทิศทาง''มิคาเอลจับมือเจนน่าจากนั้นจึงเดินต่อไป ไม่นานมันก็มาหยุดอยู่รอบนอกของป่ามิคาเอลยังไม่ได้เข้าไปในนั้น มันลองใช้พลังเข้าไปสำรวจด้านในดูก่อน
''ดูเหมือนข้าจะเจอพรรคพวกที่เหลืออยู่แล้วหละน้องหญิง''จากการตรวจสอบดูมิคาเอลไม่เห็นอะไรเลยมีเพียงหมอกสีขาวที่คอยขัดขวางการสำรวจเอาไว้แต่นั่นก็ทำให้มันรู้ว่าคนของมันอยู่ที่นี่
''ท่านพี่รู้ได้ยังไง ข้าลองตรวจสอบด้านในป่าดูแล้วแต่มองอะไรไม่เห็นเลย''
''เจ้าไม่เห็นก็ไม่แปลกหรอก เพราะสำนักแห่งความหวังใช้อุปกรณ์ที่ข้าสร้างขึ้นมันจึงเป็นแบบนั้น''หมอกที่ขัดขวางการมองเห็นคือสิ่งที่เกิดจากอุปกรณ์ที่มิคาเอลเคยสร้างเอาไว้ซึ่งแม้แต่ตัวมันก็มองผ่านหมอกเข้าไปไม่ได้ แต่วิธีแก้กลับไม่ยากแค่ทำลายแท่งคริสตัล1ใน3ทิ้งไปแค่นี้หมอกก็จะหายไปโดยที่มิคาเอลไม่ได้อธิบายอะไรให้เจนน่าฟังมากนักมันทำลายอักขระที่ทำให้สบสนทิ้งลงก่อนอันดับแรกก่อนจะใช้พลังทั้งหมดวิ่งไปรอบๆป่าจนเจอคริสตัลที่ว่า เพล้ง! มิคาเอลเตะมันทิ้งทันทีจากนั้นจึงส่งพลังเข้าไปสำรวจด้านในอีกครั้ง
''อืม...เหลือเพียง38คนนี่มันน้อยมากจริงๆ''หลังสำรวจมิคาเอลพบว่าคนของมันเหลือแค่38คนเท่านั้นและดูเหมือนว่าทั้ง38คนจะเก็บตัวเงียบไม่ยอมออกมา โดย38คนอยู่ลึกลงไปใต้สำนักที่พวกมันสร้างขึ้นส่วนคนในสำนักเองก็มีอยู่หลายหมื่นคน และในนั้นมิคาเอลยังพบหญิงสาวที่เคยสั่งสอนไปด้วย
''ถึงจะสร้างสำนักมาดี แต่ดูเหมือนว่าพวกเจ้าจะไม่ได้เข้าไปควบคุมมันบ่อยนักสินะไม่งั้นคงไม่มีปลาเน่าแบบผู้หญิงคนนั้นหรอกและคงไม่ได้มีแค่ตัวเดียวด้วย''มิคาเอลกลับไปหาเจนน่าหลังบ่นอยู่คนเดียวเสร็จนอกจากนะเจอพวกพ้องแล้วมิคาเอลเองก็เจอโล้นน้อยที่เดินหลงอยู่ในป่าด้วยเช่นกัน
ในขณะที่มิคาเอลกำลังไปหาโล้นน้อยเพื่อเข้าไปที่สำนักแห่งความหวัง ในสำนักแห่งความหวังเองก็กำลังอยู่ในช่วงตื่นตัว นี่เป็นเพราะอักขระโดยรอบป่าและหมอกที่คอยปกคลุมสำนักอาไว้ได้หายไปโดยอาจารย์ระดับสูงในสำนักกว่า50คนได้มารวมตัวกันที่หน้าสำนักอย่างรวดเร็ว
''อาจารย์ใหญ่โปรดสั่งการออกมาด้วยครับ เราปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้้เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นต้องเป็นฝีมือของใครบางคนแน่หรืออาจจะเป็นเซฟิรอส''รองอาจารย์ใหญ่พูดขึ้นมาเพราะสำนักนี้มีหน้าที่หาข่าวทุกอย่างเกี่ยวกับเซฟิรอสและคอยกำจัดคนที่นางเพิ่งสร้างหรือเพิ่งรับเข้าไปเป็นพวกนางอาจจะรำคาญจึงมาที่นี่เพื่อแก้แค้นก็ได้
''ไม่ใช่หรอก 38บรรพชนได้บอกเอาไว้แล้วว่ามันไม่มีทางที่นางจะเข้ามาได้ ส่วนใครที่เข้ามาได้นั้นข้าเองก็นึกไม่ออกว่าเป็นใคร''
''ข้าก็คิดแบบนั้น อาจารย์ใหญ่ตอนนี้ข้าคิดว่าเราควรส่งสัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ไปจัดการมันดีหรือไม่หากมันอ่อนแอก็ดีไปแต่ถ้ามันแข็งแกร่งอย่างน้อยมันก็ต้องหมดพลังลงไปบ้าง''อาจารย์ใหญ่เงียบลงไปเพราะสัตว์อสูรที่เลี้ยงไว้ก็ไม่ใช่น้อยๆมันมีมากกว่าหมื่นตัวด้วยซ้ำแถมระดับพลังเองก็อยู่ในระดับต้านแรงดึงดูดทั้งหมด แต่บรรพชนทั้ง38ได้สั่งเอาไว้ว่าหากไม่จำเป็นห้ามนำพวกมันออกมาเด็ดขาด
''อืม...ส่งออกไป100ตัวก่อนก็แล้วกัน''อาจารย์ใหญ่ตัดสินใจออกมาในที่สุด จากนั้นเหล่าอาจารย์ทั้งหมดได้แยกตัวกันออกไปเพื่อปล่อยสัตว์อสูรเหล่านั้นออกมาโฮก! สัตว์อสูรทั้งหลายรีบวิ่งออกมาอย่างรวดเร็ว เป็นเวลานานมากกว่าพวกมันจะได้ออกมาซักครั้งพวกมันมุ่งเข้าไปในป่าทันที จากประสาทสัมผัสของพวกมันมันไม่สามารถหามิคาเอลเจอแต่มันกลับหาโล้นน้อยเจอโดยง่าย ทั้ง100ตัวมุ่งหน้าไปหาโล้นน้อยทันที
แซ่ก! แซ่ก! แซ่ก! ขณะที่โล้นน้อยเพิ่งจะหายมึนงงไปไม่ได้ไม่นานมันก็ได้ยินเสียงฝีเท้าของใครบางคนมันลุกขึ้นแล้วใช้สายตาจับจ้องไปในทิศทางนั้นทันที
''เฮ้ย! นั่นใครออกมาซะ''โล้นน้อยตะโกนออกไปแต่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับมานั่นทำให้มันขมวดคิ้วหนักมันได้ยินแค่เสียงเดินแต่ไม่สามารถตรวจสอบอะไรได้เลย
''ข้าจะพูดอีกครั้งรีบไสหัวออกมาซะไม่งั้นข้าจะโจมตีเจ้า''เพี๊ยะ! เพื่อโล้นน้อยพูดจบมันก็เกิดเจ็บแสบที่บริเวณหัวทันที แต่มันไม่ได้เจ็บใจหรืออะไรกลับกันมันกลับดีใจซะมากกว่า
''นายน้อยใช่มั้ย ท่านออกมาเถอะตอนนี้ข้าเจอที่อยู่ของพ่อข้าแล้ว''มิคาเอลและเจนน่าปรากฎตัวออกมาทำให้โล้นน้อยดีใจมาก
''เจ้ามาที่นี่ก่อนตั้งนานอย่าบอกนะว่าเจ้าหลงอยู่ในป่านี่ตลอดเวลา''
''เปล่า ข้าแค่...แค่กำลังใช้เวลาเตรียมใจก่อนจะไปพบพ่อของข้าเท่านั้นเอง''เพี๊ยะ! เพี๊ยะ! เพี๊ยะ!
''ใช่! ข้าหลง''โล้นน้อยยอมรับความจริงออกมาจากนั้นจึงใช้มือลูบหัวก่อนจะมองไปที่เจนน่าเจนน่าเห็นแบบนั้นก็แนะนำตัวเองทันที
''ข้าชื่อเจนน่าเป็นคนรักของท่านพี่ ยินดีที่ได้รู้จักพี่ชายหัวโล้น''