บทที่ 2 นักเล่าเื่
เมื่อสตรีสองนางล่าถอยกลับไป หนิงเฟิ่งได้แต่ถอนหายใจเฮือกใหญ่แล้วหันมาโค้งคำนับท่านป้ากับท่านลุงที่ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือรวมถึงทุกคนที่ให้สนใจเื่ที่เกิดขึ้น
หากไม่ทำให้เป็เื่ใหญ่เกรงว่าสตรีสองนางนี้คงตามราวีนางไปชั่วชีวิต หากกลับจวนไปทั้งสองคงไม่แคล้วต้องถูกอบรมยกใหญ่เป็แน่
สายตาคู่หนึ่งจับจ้องมายังหนิงเฟิ่งเด็กน้อยนามว่า ‘ตงตงหลัว’ ยิ้มแก้มปริ เมื่อเห็นนักเล่าเื่พลิกดำเป็ขาว บางทีเื่ราวของพี่ชายของเขา อาจจะต้องพึ่งพานักเล่าเื่ผู้นี้เสียแล้วเมื่อคิดได้ตงตงหลัวไม่รอช้ารีบวิ่งเข้าหาพี่สาวในคราบบุรุษที่นั่งจิบชาคร่าเวลาเพื่อรอเวลาขึ้นไปเล่าเื่บนลานกว้าง
“พี่สาว คารวะขอรับ”
เด็กชายรีบโค้งคำนับฉีกยิ้มให้กับอีกฝ่ายอย่างรู้ความส่วนหนิงเฟิ่งพิจารณาเด็กน้อยชั่วครู่ ‘ดูจากการแต่งเนื้อแต่งตัวอีกทั้งผู้ติดตาม ดูเด็กชายผู้นี้คงเป็คุณชายน้อยจวนใดก็จวนหนึ่งเป็แน่ อีกอย่างกระดาษที่โผล่จากสายคาดเอว คง้าว่าจ้างให้นางเล่าเื่ลับๆของสตรีเป็แน่ เช่นนั้นก็คงต้องจ้างนางแพงหน่อย’ หญิงสาวรีบลุกขึ้น โค้งคำนับอีกฝ่ายเช่นกัน
“คารวะคุณชายน้อย ว่าแต่มีเื่ใดให้..ข้ารับใช้อย่างนั้นหรือ”
“พี่สาวเชิญนั่งก่อนเถิด”
ตงตงหลัวปีนขึ้นเก้าอี้ขึ้นมานั่งพร้อมทั้งวางท่าภูมิฐาน ราวกับตนมีอายุมากกว่าหญิงสาวตรงหน้าหลายเท่า แต่สำหรับหนิงเฟิ่งที่มีลมหายใจ เป็เงินเป็ทอง ย่อมต้องโอนอ่อนต่อเด็กชาย
“ข้ามีเื่ให้ท่านช่วยเหลือสักหน่อยคือว่าพี่ชายของข้าเป็โสดมาหลายปีและปีนี้ย่างเข้าสามสิบแต่ว่ายังไม่มีสตรีนางใดชายตามองเขาเลย หากพี่สาวช่วยพูดสักสองสามประโยคเงินนี้จะเป็ของท่านทันที”
เด็กชายยื่นเงินพร้อมกับภาพเหมือนที่วาดขึ้นเอง ส่งให้กับหนิงเฟิ่งได้ดู ส่วนหญิงสาวที่ได้ดูภาพเหมือน ได้แต่คิดว่าภาพเหมือนนี้อัปลักษณ์อยู่ไม่น้อยแต่นั่นไม่ใช่ปัญหา ต่อให้คนที่ถูกกล่าวถึงจะหน้าตาเหมือนโจรป่า สูงต่ำดำขาว นางก็สามารถพูดมาให้ดูดีได้ในชั่วพริบตา
“ฝีมือคุณชายน้อยวาดไม่เลวเลยทีเดียว แต่เกรงว่า เพียงแค่ภาพวาดนี้ไม่อาจยืนยันได้ว่า พี่ชายของท่านมีคุณสมบัติมากพอที่คุณหนูจวนใหญ่สละสายตามามองเขาได้หรือไม่เท่านั้น”
“พี่ชายข้าชื่อ ตงตงเฉียนมีบรรดาศักดิ์เป็ถึงท่านโหวใหญ่ของเมืองเฉียงตู จะว่าไปฐานะนี้ค่อนข้างสูงส่งเกินไปสตรีทั้งเมืองเฉียงตูนี้จึงไม่มีใครกล้าอาจเอื้อมดังนั้นข้าจึงอาสามาบอกเื่ราวแก่เหล่าสตรีที่เพียบพร้อม ที่้าหาคู่ครองหวังว่าพวกนางจะยินดีรับพี่ชายข้าไว้พิจารณา”
เด็กน้อยกล่าวบอกอย่างมีความหวังแสดงถึงสีหน้าจริงจังส่วนหนิงเฟิ่งหรี่ตาเล็กน้อยดูเหมือนว่าเด็กน้อยผู้นี้คงต้องถูกผู้ใหญ่ไหว้วานมาแน่มิเช่นนั้นคงไม่พูดจามีหลักการเช่นนี้ แต่เอาเถิดเมื่อเงินมากองตรงหน้าต่อให้พลิกดำเป็ขาวก็ต้องทำให้ได้
จากข้อมูลจากเ้าของเื่กอปรกับเื่ที่เคยได้ยินได้ฟังมาจากนักเล่าเื่คนอื่นๆ จึงได้ข้อสรุปว่า
‘ท่านโหวผู้นี้มีชื่ออยู่ไม่น้อย มักเก็บตัวไม่ค่อยพบปะกับผู้คนมีเื่ราวที่กล่าวขานกันเมื่อครั้งอดีตว่า จวนโหวเดิมทีเคยมีสาวใช้แต่เพราะเหตุใดก็สุดรู้ ในวันรุ่งขึ้น สาวใช้ทั้งหมดต่างถูกขับออกจากจวนโหวเหลือเพียงบ่าวชายเท่านั้นที่ยังคงทำงานอยู่ หากจะให้นางวิเคราะห์ท่านโหวผู้นี้คงเป็บุรุษตัดแขนเสื้อเป็แน่ และนี่คงจะปกปิดความลับนี้ไม่ได้ดังนั้นจึง้าหาสตรีมาเคียงข้างเพื่อจะได้ตบตาผู้คนต่อไป’
เมื่อคิดหาเหตุผลทำให้หนิงเฟิ่งภูมิใจในตนเอง ที่คิดอ่านได้อย่างแตกฉาน ตากลมโตเหลือบมองขื่อคาน ก่อนที่จะหัวเราะออกมาเบาๆส่วนคนที่เฝ้ามองอย่างเป็กังวลใจคงหนีไม่พ้น เด็กน้อยกับบ่าวผู้ติดตาม ที่ได้ว่าจ้างให้นักเล่าเื่ให้ขยายข่าวนี้ออกไปเพื่อที่สตรีทั่วหล้าจะได้รับรู้และเตรียมตัวที่จะเป็เ้าสาวของจวนโหว
“คุณชายน้อยว่าจ้างได้ถูกคนแล้วเ้าค่ะ หึหึ” หนิงเฟิ่งกล่าวอย่างลำพองใจ เมื่อเห็นอาการของหญิงสาวตรงหน้าเด็กชายรีบขยับตัวเข้ากระซิบถามคนติดตาม
“นี่ข้าจ้างคนปกติใช่หรือไม่”
“เกรงว่าไม่มีนักเล่าเื่คนใด กล้ารับเล่าเื่ของท่านโหว ไปเล่านอกจากสตรีผู้นี้อีกแล้วขอรับ”
เด็กชายรีบพยักหน้าเห็นด้วยหวังว่าพี่ชายคงไม่สังหารสตรีที่สติฟั่นเฟือนผู้นี้หรอกกระมังการที่ตงตงหลัวรับหน้าที่ดูแลเื่นี้เอง
เพราะเกรงว่าพี่ชายจะออกบวชแต่อีกใจก็กลัวว่าพี่ชายจะกลายเป็พวกบุรุษตัดแขนเสื้อเพราะนั้นอาจจะส่งผลถึงการแต่งงานของตนในอนาคต คงไม่มีใครอยากร่วมเกี่ยวดองนับญาติกับเขาแน่
เมื่อเจรจาตกลงถึงค่าจ้างกระทั่งมัดจำไว้หนิงเฟิ่งไม่รีรอที่จะขึ้นนั่งบนลานกว้างที่ถูกจัดไว้ให้ ผู้คนต่างปรบมือส่งเสียงต้อนรับ รอฟังนางเล่าเื่จากตำราที่ได้อ่านแต่วันนี้ดูแปลกไปเพราะเื่ที่เล่าคือเป็เื่ของจวนโหวบุคคลที่ไม่มีใครกล้าอาจเอื้อม หากไม่ได้รับอนุญาตให้กล่าวถึง
“หนิงเฟิ่งวันนี้ เ้าจะเล่าเื่ใด”
“บุรุษลึกลับ องอาจกล้าหาญ หล่อเหลาสูงโปร่ง แม้จะเห็นเพียงเสี้ยวหน้าสตรียังต้องละอายพวกท่านลองเดากันดูว่าในเมืองเฉียงตูนี้ จะมีบุรุษคนใดมีลักษณะอย่างที่ข้ากล่าวหรือไม่”
“เกรงว่าหากไม่ใช่บุรุษขายตัว ก็คงเป็ท่านโหวทายาทปัจจุบันแห่งสกุลตงกระมัง”
ชายผู้หนึ่งเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อย หนิงเฟิ่งโบกพัดคู่ใจไปมาพร้อมกับจ้องบุรุษผู้นั้น ราวกับว่าเขาได้ปูทางให้นาง เมื่อเห็นท่าทางของนักเล่าเื่ไม่ได้ปฏิเสธ ยิ่งทำให้พวกเขาเริ่มสนใจว่าจวนโหวมีสิ่งใดเปลี่ยนแปลง
นอกจากความเก่งกาจหล่อเหลา มีเงินทอง พรั่งพร้อมด้วยอำนาจแล้ว ยังต้องพ่วงมาด้วยบุรุษที่มีคุณธรรมทำให้ผู้ฟังล้วนจินตนาการไปสุดหล้าฟ้าเขียว แต่ความจริงที่ปรากฏตรงหน้าช่างแตกต่างอย่าสิ้นเชิง
“ข้าเคยได้ยินว่าท่านโหว มักเก็บตัวมิใช่หรือ? บ้างมีคนกล่าวว่าเขาคือบุรุษตัดแขนเสื้อ”
“ถึงจะเก็บตัวอย่างไรก็หนีสายตา คนอย่างพวกเราๆไม่ได้ส่วนเื่ที่ว่าเขาเป็บุรุษตัดแขนเสื้อคงต้องตัดทิ้งไปเพราะไม่แน่ว่าในเร็วๆนี้อาจจะมีแม่สื่อไปเยือนถึงจวนคุณหนูผู้นั้นอยู่เพียงเพราะเขากำลังตัดสินใจว่าควรเลือกคุณหนูจากตระกูลใดดี จะว่าไป ในเมืองเฉียงตูนี้มีสตรีที่มีคุณสมบัติเพียบพร้อมมากมายแต่เขา้าเพียงหนึ่งนั้นคือยอดบุปผา”
ส่วนคนที่ได้ฟังอยู่้าพยักหน้าพอใจหนักหนาพี่สาวผู้นี้วาจาคมกล้าน่าเชื่อถือเป็ที่สุด อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าในสายตาของผู้อื่นพี่ชายเป็บุรุษตัดแขนเสื้อแต่ในความเป็จริงเขามักตัดศีรษะผู้อื่นก็ตาม
“ข้าได้ยินมาว่า เขาสังหารคนเป็ผักปลา นำเืคนเป็ๆมาล้างเท้า อ้อ! แม้แต่คนใหญ่โต ยังต้องหวั่นเกรงเขา แล้วสกุลตงจะมีคุณธรรมได้อย่างไร! อีกอย่างมีคนเล่าว่าในจวนโหวไม่มีแม้กระทั่งสาวใช้เขาอาจเลี้ยงนักฆ่าไว้ก็ได้”
ใบหน้าของหนิงเฟิ่งส่ายไปมาคำพูดที่เลื่อนลอยจะเชื่อได้อย่างไร ถึงแม้คำกล่าวของคนผู้นั้นจะเป็จริงนางได้แต่หวังว่าคนอย่างท่านโหว คงไม่คิดสังหารคนที่ยกย่องเขาหรอกกระมัง หญิงสาวคิดทบทวนในใจ
เมื่อฟังคำตอบโต้ของชายผู้นั้นหนิงเฟิ่งขมวดคิ้วก่อนที่จะเอ่ยตอบคนผู้นั้นด้วยท่าทีสูงส่ง
“แล้วท่านแน่ใจได้อย่างไรคนที่ถูกเขาสังหารนั้นไม่ใช่คนชั่ว หากเขากระทำความผิดจริงทางการย่อมเอาผิด จริงหรือไม่ ส่วนเื่สาวใช้ข้าก็เคยได้ยินมาเช่นกันแต่สำหรับข้าเป็เื่ปกติของคนที่มากด้วยอำนาจ ท่านโหวคงไม่้าให้ชื่อเสียงตนเองด่างพร้อย ด้วยเื่สาวใช้ ทั้งที่มีคุณหนูจวนใหญ่ที่เพียบพร้อมรอเขาอยู่หากเขามีสาวใช้เป็อนุคงถูกมองว่าเป็บุรุษรักหยกถนอมบุปผา”
“มีเหตุผล!”
เพียงพูดไม่กี่ประโยคก็ทำให้ข่าวของท่านโหวตงตงเฉียนลือสะพัดออกไปร้อยหลี่ผู้คนในจวนใหญ่ต่างเคี่ยวเข็ญบุตรหลานให้มีมารยาทหญิงงามเพื่อที่จะได้เกี่ยวดองกับจวนโหว
ถนนทางสายหลักหนิงเฟิ่งยิ้มร่า เมื่อเดินออกมาจากโรงน้ำชาของบัณฑิตพร้อมกับถุงเงินที่มีน้ำหนักอยู่ไม่น้อย ‘วันนี้หาเงินได้มากจะต้องกลับฉลองกับท่านแม่เสียหน่อย’ เมื่อคิดได้ นางจึงหันไปทางท่านป้าเขียงเนื้อ ที่ขายเนื้ออยู่บริเวณใกล้ๆ
“ท่านป้าคนงาม ข้าขอซื้อเนื้อเ้าค่ะ”
“ได้ๆ เอาอย่างนี้ข้าจะเพิ่มให้เ้าหน่อยก็แล้วกัน”
“ขอบคุณท่านป้าคนงามเ้าค่ะ ข้าเองก็จะเพิ่มเงินให้ท่านเช่นกัน”
หญิงสาวกล่าวด้วยความเบิกบานนิสัยของหนิงเฟิ่งนอกจากนางจะพูดเก่งและ ประจบเก่ง แต่ไม่เคยเอาเปรียบผู้ใดหากคนผู้นั้นไม่คิดจะเอาเปรียบนางก่อน นี้นับว่าคือข้อดีอีกอย่างของนาง
เถ้าแก่เนี้ยขายเนื้อได้แต่มองตามหลังหญิงสาวที่เดินจ้ำออกไปด้วยความเบิกบาน ในใจอดนึกเวทนาไม่ได้ ‘์ริษยาคนงามโดยแท้ โดยเฉพาะหนิงเฟิ่ง ผู้มีสติปัญญาพร่องอยู่หลายส่วน’