“ ตอบคำถามมา ถ้าพูดเท็จแม้แต่คำเดียวเจ้าได้ตายแน่ แม่ทัพม่งโฉวอยู่ที่ใดตอนนี้”
“ แม่ทัพม่งโฉวเข้าเมืองไปแล้ว” ขันทีเกาซื่อเอ่ยด้วยความหวาดกลัว
“ มันเป็นแม่ทัพประจำเมืองกง มันจะเข้าไปทำไม?”
“ แม่ทัพเอาศรีษะของเจ้าเมืองกง ไปให้องค์ชายจ้าวเหยียน” พอขันทีเกาพูดจบ
กงเหมี่ยนเอ๋อ ถึงกับทรุดตัวร้องไห้โฮไปกับพื้น กงเส้าอิง กำหมัดกัดฟันแน่น น้ำตาไหลโอบกอดพี่สาวเอาไว้ เสี่ยวเทียนกวาดสายตามองปราดเดียวก็ เห็นได้ว่า เส้าอิงนั้นเข้มแข็งไม่น้อย นึกชมเด็กน้อยในใจ
“ เจ้าพูดแต่ศรีษะเจ้าเมืองกง แล้วฮูหยินกงล่ะ?” เสี่ยวเทียนเริ่มสงสัย
“ ฮูหยินกง ยังมีชีวิตอยู่ เวลานี้ก็ถูกส่งไปเมืองหลวงเพื่อมอบให้กับ องค์ชายจ้าวเหยียนแล้ว” เสี่ยวเทียนเริ่มสงสัยบางอย่าง
“ ทำไมพวกเจ้าละเว้น ฮูหยินกง?”
“ องค์ชายจ้าวเหยียน ทรงหลงไหลในตัว ฮูหยินกง เลยละเว้นชีวิต และจะนำไปเป็นนางสนมอีกด้วย”
“ ไอ้พวกบ้า ข้าจะฆ่าแก เอาแม่ข้าคืนมานะ?” เส้าอิงเข้ามาทุบตีขันทีเกาซื่อ
เสี่ยวเทียนต้องหิ้วออกไปก่อน เพิ่งชมในใจว่าคุมสติได้ดี แปบเดียว สติหลุดซะแล้ว เด็กน้อย เส้าอิงเอ้ย !
“ พวกมันไปนานแล้วหรือยัง” เสี่ยวเทียนกลับมาถามต่อ
“ ไปเมื่อสองวันแล้ว ป่านนี้คงจะใกล้ถึงแล้ว”
“ แล้วเจ้ายังอยู่ที่นี่ทำไม?”
“ ข้ารอรับทองคำล่าสุดที่ขุดจากทั้งสามเหมือง เพื่อนำไปให้องค์ชาย ตอนนี้ได้ครบแล้ว ท่านโปรดตรวจสอบดู” ขันทีเกาซื่อ ถุงมิติใส่ทองก้อนนับได้ 20 ตัน
โอ้โห เยอะขนาดนี้เลยหรือนี่ ถึงว่า ทำไมคิดฆ่าล้างบางกันเพราะสาเหตุนี้นี่เอง
“ เหมี่ยนเอ๋อ เส้าอิง เตรียมตัว พวกเราจะเดินทางไปช่วยแม่ของเจ้าตอนนี้เลย”
แล้วสั่งให้พ่อบ้านซา จัดการกับคนที่เหลือ ใครอยากอยู่ก็ให้อยู่ต่อ แต่ถ้าอยากไปก็ให้เงินทองเขาไปทั้ง คนรับใช้ และ ทหารทั้งหมด เสี่ยวเทียนมอบเงินเอาไว้ให้ร้อยล้านเหรียญเพื่อไว้จ่ายให้กับ คนที่คิดจะจากไป หากไม่พอ รอเขากลับมาค่อยมาจัดการต่อ เพราะทรัพย์สมบัติของ เจ้าเมืองถูกแม่ทัพม่งโฉวยึดไปให้องค์ชายหมดแล้ว
เสี่ยวเทียนนำหุ่นเซียนออกมาเพื่อให้ดูแลความสงบในตอนที่เขาไม่อยู่ ทั้งสิบตัวพอออกมา เสี่ยวเทียนก็ตกใจ ที่บัดนี้ ร่างที่เป็นหุ่นศิลา กลายเป็นหุ่นทองคำไปทั้งตัว พลังเซียนที่เคยมีแค่ขั้นมนุษย์ระดับต้น กลับเลื่อนขึ้นเป็นขั้นเซียนจักรพรรดิทั้งหมด ไม่รู้ว่าอาจารย์กับ เจ้าศิลานักปราชญ์ใช้ทองคำของเขาทำไปเท่าไรกันแน่? พอจัดการเรียบร้อย ก็พาสองพี่น้อง และ ขันทีเกาซื่อ นั่งเรือเหาะมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงทันที
ณ เมืองหลวงของอาณาจักรจ้าว มีชื่อว่าเมืองเหลียงซาน มีจักรพรรดิจ้าวซื่อชงปกครอง มีรัชทายาทคือองค์ชายใหญ่ชื่อว่าจ้าวอี้ซื่อ แต่ภายในราชสำนักเวลานี้มีคนหันไปเข้าเป็นพวกเดียวกับ องค์ชายจ้าวเหยียนกันเป็นจำนวนมาก เพราะว่า อาจารย์ขององค์ชายเหยียนคือ คุรุเทพสือฟงเต้า บัดนี้ได้สำเร็จเป็นเทียนจุนแล้ว จึงทำให้ เกิดการคาดหมายกันว่า หากว่า จักรพรรดิจ้าวซื่อชง หมดอายุขัย ไป
คนที่จะมีอำนาจ และมีพลังมากที่สุด ก็คือ กลุ่มองค์ชายรองจ้าวเหยียนแน่ ถึงแม้ว่าจ้าวอี้ซื่อ จะเป็นทายาทถูกต้อง ก็ตาม
ตำหนักองค์ชายจ้าวเหยียน
“ โต้วหลันอวี้ ไม่เจอกันนาน เจ้ายังสวยเหมือนเดิมเลยนะ” องค์ชายจ้าวเหยียนเรียกชื่อเดิมของ ฮูหยินกง แสดงว่าเคยรู้จักกันมาก่อน จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ ร่างกายและใบหน้า ของฮูหยินกง ที่อยู่ในวัยเพียง 29 ปี ที่ยังสดใสงดงาม อย่างลุ่มหลงงมงายยิ่ง
ฮูหยินกงในเวลานี้ ดวงตานิ่งเฉย ไม่รู้สึกตัวใดใด ทั้งสิ้น เพราะถูกพิษสลายวิญญาณเข้าไป ทำให้ปราศจากความรู้สึกอีก องค์ชายจ้าวเหยียนเพียงต้องการนำร่างของฮูหยินกงมาระบายความใคร่เท่านั้น ไม่ได้หวังความรักอะไรทั้งสิ้น
ด้านหน้ามีกล่องใส่หัว ของ เจ้าเมืองกง ที่ยังคงเบิกตาโพลง คล้ายคนที่มีความแค้นและความกังวลก่อนตาย
ฮูหยิน พอถูกลูบไล้ร่างกาย ก็มีปฏิกิริยา ตอบสนองคือสั่นสะท้าน ตามสัญชาตญาณ มีน้ำตาหลั่งไหลออกมาจากจิตใต้สำนึกที่ยังหลงเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น
“ แม่ทัพม่งโฉว เจ้าทำได้ดีมาก ต่อไปข้าแต่งตั้งเจ้า เป็นเจ้าเมืองกง แล้วเปลี่ยนชื่อเมือง เป็นเมืองม่งโฉวแทน”
“ ขอบพระทัยพะยะค่ะ” แม่ทัพม่งโฉวดีใจยิ่งนัก ถึงแม้ว่าจะรู้สึกแปลกๆก็ตาม เพราะคนที่สามารถแต่งตั้งเจ้าเมือง หรือเปลื่ยนชื่อเมืองนั้น มีเพียงจักรพรรดิเท่านั้น องค์ชายรองกับกล้าเอ่ยเช่นนี้ออกมา คงมีความมั่นใจ ว่าแผ่นดินนี้ คงต้องตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างแน่นอน !
“ พาพระสนม ไปอาบน้ำแล้วนำไปไว้ที่ตำหนักของข้าคืนนี้” องค์ชายจ้าวเหยียนพูดออกไปด้วยสายตาที่หลงไหล คล้ายกับว่า แอบชอบ ฮูหยินกงมานานแล้ว
ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเทียนบินมาอยู่น่านฟ้าเมืองเหลียงซาน อาณาจักรจ้าว
“ สองคนรอบนนี้ ข้าจะไปช่วยแม่เจ้าก่อน” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็หิ้วขันทีเกาซื่อ
ลงมาจากฟากฟ้า แล้วโยนร่างของขันทีเกาซื่อ เข้าไปในห้องโถง เกาซื่อไปกองอยู่ต่อหน้า องค์ชายจ้าวเหยียน และ แม่ทัพม่งโฉว ทั้งสองคนได้แต่ยืนขึ้น ตะลึงไม่คิดว่าจะมีใครโผล่มาแบบนี้
“ เกิดอะไรขึ้น” เกาซื่อรีบคลานเข้ามาที่ขาองค์ชายรองทันที
“ ช่วยด้วย องค์ชายเจ้านี่มันเอาทองคำไปหมดเลยยี่สิบตัน แล้วมันยังหักคอรองแม่ทัพม่งฉีตายคามือ มันอีกด้วย !”
“ อะไรนะ ม่งฉีตายแล้ว?” แม่ทัพม่งโฉว โกรธหนวดกระดิก ตัวสั่น ชักดาบใหญ่ออกมา ถือสองมือ วิ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนทันที ไม่ได้ถามไถ่อะไรต่อทั้งนั้น
เสี่ยวเทียน มองหน้า แม่ทัพม่งโฉวแล้วปล่อยพลังเทพเซียนกดดันออกไป ร่างแม่ทัพม่งโฉว ต้องลงไปนั่งคุกเข่า ที่พื้น เสี่ยวเทียนขยับมือเล็กน้อย กระบี่อัศนีปรากฏขึ้น แล้วเชือดไปที่คอ ขอแม่ทัพม่งโฉว ฉัวะ ! แล้วเดินผ่านไปมาหยุดต่อหน้า องค์ชายจ้าวเหยียน แล้วหัวของแม่ทัพม่งโฉว ก็ค่อยๆ ไหลลงมาขาดกระเด็น เลือดพุ่งกระฉูดร่าวน้ำพุ
องค์ชายจ้าวเหยียนมองเสี่ยเทียนไม่กลัวเกรง ส่วน เกาซื่อบัดนี้กอดขาองค์ชายแน่นไปไม่ปล่อย
“ ฮูหยินกงอยู่ไหน?” เสี่ยวเทียนถามเสียงเย็น
“ แกนึกว่าฝีมือแค่นี้ จะมากำแหงในตำหนักของข้าได้หรือ ศิษย์พี่โกโจ จัดการมันซะ”
เงาของเสาต้นหนึ่งกลับกลายเป็นร่างคน แต่งชุดสีดำ กระโดดออกมาพร้อมดาบซามูไร ที่ฟันลงมาอย่างรวดเร็ว เสี่ยวเทียนใช้กระบี่อัสนีออกมาต้านรับ ไปหลายกระบวนท่า จนต้องถอยไปหลายก้าว
“ ดาบอะไรวะเนี่ย?” ดาบซามูไรเล่มนี้ มีประกายมารร้ายออกมาด้วยเวลาฟัน
“ มันเป็นดาบมารโบราณ เจ้าลองใช้ท่ากระบี่เซียนมายาสู้กับมันดู” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา
โกโจ หลังจากที่ฟันไปอย่างเต็มที่แล้ว ไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ลอบตื่นตระหนกอย่างยิ่ง ไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนสามารถหลยท่าดาบที่ปล่อยมาอย่างรวดเร็ว แล้วรุนแรงที่สุด เพราะมาจากมุมที่อับตา ของเสี่ยวเทียน ยังสามารถรับได้อย่างสบาย แต่โกโจ ยังไม่ยอมรีบวิ่งเข้าใส่ แล้วฟันบน ล่าง ข้าง ขา เอว แล้วกระโดดใส่เกลียวเข้าไปอีกรอบ ไม่รู้กี่สิบดาบ ฝ่ายตรงข้าม ยังรับได้อีก จึงหอบหายใจอย่างหนัก ขณะที่กำลังคิดจะทำอย่างไรต่อดี ก็เห็นเสี่ยวเทียน แทงกระบี่ ออกมา ได้ยินเสียงร้องว่า
“ กระบี่เซียนมายาสังหาร”
แล้ว ปรากฏเงาปราณกระบี่โผล่ออกมาอีกนับร้อย ตามติดมาด้วย โกโจใช้ดาบปัดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เพราะมีเงาปราณกระบี่พุ่งมาจากด้านหลัง แทงทะลุเข้าร่าง ทำให้พรุนไปทั้งร่าง ทรุดตัวคุกเข่า เลือดไหลนองไปทั่วตัว เสี่ยวเทียนตวัดกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว ฉัวะ ! คอของโกโจ กระเด็นไปกองอยู่แทบเท้าองค์ชายจ้าวเหยียน
ขันทีเกาซื่อร้องเสียงดังลั่น ทหารที่อยู่ด้านนอก วิ่งเข้ามาเป็นสิบๆ คน แต่เสี่ยวเทียน สะบัดกระบี่ออกไป ปราณกระบี่สิบกว่าเล่ม ก็พุ่งออกไปตัดหัวทหารที่เข้ามาตายเกลื่อนไปหมด
“ องค์ชายจ้าวเหยียน เจ้าก่อเวรสร้างกรรม มาเยอะแล้ว วันนี้ข้าเป็นตัวแทนฟ้าดินมาตัดสินประหารเจ้าเอง” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ ชี้กระบี่ ไปที่ร่างของ องค์ชายจ้าวเหยียน ปราณกระบี่นับร้อย พุ่งออกไป หาอย่างรวดเร็ว
แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้ ปราณกระบี่ทุกเล่มก็ถูกทำลายไปสิ้น บรรยากาศรอบๆ ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่ง มีเงาร่างของชาย วัยกลางคน ไว้หนวดเคราสีดำ ค่อยๆลอยมายืนขวางหน้า องค์ชายจ้าวเหยียนเอาไว้
“ พลังเทียนจุน?” เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเบาๆ
“ เจ้าหนุ่ม ช่างบังอาจนัก กล้าบุกมาในตำหนักองค์ชาย ฆ่าศิษย์ของข้า คิดสังหารองค์ชายจ้าวเหยียนอีก เอ๊ะ ! นี่ร่างอมตะเสียด้วย ดีเลยข้ากำลังจะหาร่างที่จะใช้แทนร่างนี้อยู่พอดี เจ้าหนุ่มข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้า แล้วนำร่างของเจ้ามาเป็นของข้า ฮ่า ฮ่า” ทันทีที่ สือฟงเต้า เทียนจุน เอ่ยจบ ก็ใช้พลังเทียนจุน เข้ามากดดันเสี่ยวเทียนให้คุกเข่า แต่ว่าพลังของเสี่ยวเทียนนั้นเป็นพลังเทพเจ้า ยากที่ใครจะมากดดันได้ จึงถูกกระแทกถอยหลังออกไปหลายก้าว
“ ข้าจัดการกับมันเอง” อาจารย์ลู่เอิน เข้ามารวมร่างกับเสี่ยวเทียน เพราะว่า ตัวตนระดับ เทียนจุนนั้น เสี่ยวเทียนยังมีพลังที่ห่างชั้น กันมากไป
ร่างของเสี่ยวเทียนคล้ายมีขุมพลังอันมหาศาลเข้ามาภายในร่างกายทันที ซึ่งเมื่อก่อนเวลาที่ อาจารย์ลู่เอิน เข้ารวมร่าง เขาจะไม่รู้สึกถึงพลังอันลึกล้ำขนาดนี้
แต่บัดนี้เขาสัมผัสได้แล้ว ว่าพลังที่แข็งแกร่งนี้ ต่อให้เทียนจุนมากันเป็นสิบ ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับอาจารย์ลู่เอินได้ พลังของอาจารย์นี่อยู่ขั้นไหนกันแน่นะ !
พอวิญญาณอาจารย์ลู่เอินมาเข้าร่าง พลังเทียนจุนที่กดดันมา ก็หายไปสิ้น
สือฟงเต้า ตกใจเพราะจู่ๆ พลังของเสี่ยวเทียนจากที่เห็นมีแค่ ขั้นเซียนฟ้า แต่เหตุไฉนจู่ๆ เขาก็ไม่สามารถสัมผัส พลังของเสี่ยวเทียนได้เลย
“ เจ้า...เป็นใครกันแน่” สือฟงเต้าเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก
“ ไอ้พวกเทียนจุนเทียม อย่างเจ้ากล้าคิดจะมาเอาร่างของข้าไปใช้เชียวรึ? โง่เง่าสิ้นดี ไม่เจียมตัวเสียเลย” อาจารย์ลู่เอิน ยกมือแล้วใช้พลังที่เหนือกว่ากระชากร่างของ สือฟงเต้าจนลอยมาใกล้ แล้วใช้ฝ่ามือดูดพลังจากศรีษะออกมา สือฟงเต้าร่างสั่นไปทั้งตัว พูดอะไรออกมาไม่ได้ ดวงตาทอแววหวาดกลัวสุดขีด
เขารู้ได้แต่เพียงว่า พลังนี้คือพลังเทียนจุนที่เหนือกว่าเขาหลายร้อยเท่า อยากจะเอ่ยคำขอขมา ลาโทษแต่ไม่มีโอกาสเสียแล้ว ร่างที่ยังมีเลือดเนื้อกลายเป็นซูบผอม แล้วก็ค่อยๆ หายไปแม้แต่กระดูกยังไม่มีเหลือ ดวงจิตเทียนจุนก็กำลังจะหนีไปกำเนิดใหม่อีกครั้ง แต่ว่าหนีไม่รอด ถูกอาจารย์ลู่เอินดูดวิญญาณเข้ามาเก็บเอาไว้ใน ไข่มุกวิญญาณ หมดสิทธิ์ไปกำเนิดใหม่ทันที
“เหลือแค่เจ้าองค์ชายหน้าหม้อ เจ้าจัดการเองละกัน”
“ ขอรับอาจารย์” เสี่ยวเทียนพุ่งร่างเข้ามาใกล้ องค์ชายจ้าวเหยียนที่บัดนี้ตกใจกลัวยิ่งนัก ก็เลยเผยร่างของมันออกมา กลายเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ พุ่งเข้ามา หมายกัดลำคอ ของเสี่ยวเทียน
“ มันเป็นสุนัขจิ้งจอกหรือนี่?”
เสี่ยวเทียนไม่ได้หนี แต่ใช้ฝ่ามือสุญญตากระแทกเข้าไปที่กลางหน้าผากของมัน
สุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ตัวนี้ ถึงกับทรุดลงไป แล้วมันก็ขยับลุกขึ้นมาจะต่อสู้ใหม่
แต่ว่า หัวใจในร่างของมันถูกทำลายไปสิ้นแล้ว ก้าวเท้าออกมาเพียงสามก้าวก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งไป แล้วร่างกายก็กลับมาอยู่ในสภาพร่างของมนุษย์ปกติ
เสี่ยวเทียนไม่สนใจร่างนี้อีก ใช้พลังตรวจความทรงจำเพื่อหา ฮูหยินกง ในทีสุดก็พบจนได้ เสี่ยวเทียนพาสองพี่น้องไปพบกับฮูหยินกง พอพบหน้าฮูหยินกงก็ได้แต่นิ่งเฉย ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้
“ ท่านแม่ ข้าเส้าอิง ข้าเป็นลูกของท่านนะ ท่านแม่จำข้าไม่ได้แล้วหรือ?”
“ ท่านแม่ข้าเป็นอะไร คุณชายเฉินได้โปรดหาวิธีช่วยท่านแม่ข้าด้วยเถิด”
เสี่ยวเทียนไม่ตอบ มองหน้าแล้ว จับชีพจร เพื่อตรวจดู
“ อาจารย์ ฮูหยินกงเป็นอะไร โดนยาพิษอะไรหรือเปล่า?”
“ นางถูกพิษสลายวิญญาณเข้าไป เวลานี้ร่างกายคงอยู่ วิญญาณสลายไปหมดแล้ว"
“ ช่วยนางได้ไหม?”
“ ข้าจำได้ว่า ในวิชาศาสตร์มืดของ เมอร์ลิน มีวิธีเรียกวิญญาณ เจ้าทำพิธีเรียกวิญญาณของนางให้กลับมารวมตัวกัน นางก็จะฟื้นสติกลับมาเอง”
เสี่ยวเทียนนึกถึงวิชาศาสตร์มืดแล้วก็ลืมตาขึ้นมาบอกว่า
“ เจ้าสองคนจับมือ แม่ของเจ้าเอาไว้ ข้าจะทำพิธีเรียกวิญญาณแม่ของเจ้ากลับมาเพราะแม่ของเจ้า ถูกพิษสลายวิญญาณ ไม่สามารถกลับเข้าร่างได้ พวกเจ้าต้องช่วยกัน แล้ว ร้องเรียกหาแม่ในใจ ให้นางรับรู้ ข้าจะช่วยเรียกนางกลับมา”
เสี่ยวเทียน ใช้นิ้วขวาเขียนยันต์เวทย์ไปรอบๆ ฮูหยินกง แล้วก็สวดคาถาตามที่วิชาในศาสตร์มืด แล้วนำมือขวามาวางไว้ที่บนศรีษะ ฮูหยินกง แสงจากยันต์เวทย์ส่องสว่างขึ้นไปทั่วพื้น แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีเงาวิญญาณเข้ามารวมตัวกันเป็นร่างของฮูหยิน พร้อมกับวิญญาณชายอีกคนหนึ่งปรากฏตัวด้านข้าง
กงเหมี่ยนเอ๋อกับ กงเส้าอิง เห็นร่างวิญญาณของพ่อกับแม่ที่มาปรากฏตัวให้เห็นทั้งสองคน
“ ท่านพ่อ ท่านแม่” ทั้งสองร้องไห้เรียกหาพ่อกับแม่ แต่เสี่ยวเทียนต้องเตือนไม่ให้ปล่อยมือจากฮูหยินกง
“ ฮูหยินกงรีบกลับเข้าร่างเดี๋ยวนี้เร็ว” เสี่ยวเทียนออกคำสั่งทันที
“ ลูกแม่ แม่ไม่อยากอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว แม่จะไปอยู่กับพ่อของเจ้า”
“ ไม่ได้นะ ลูกของเรายังเด็ก เจ้าจะทิ้งลูกไปอยู่กับข้าได้อย่างไร?” เจ้าเมืองกงรีบเอ่ยลูกทั้งสองคนก็ได้แต่ร่ำไห้ เรียกหาพ่อกับแม่ เสี่ยวเทียนก็ได้แต่ส่ายหัว
“ ท่านพี่ หากไม่มีท่านข้าอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมาย ข้าเชื่อว่า คุณชายผู้นี้ ต้องดูแลลูกทั้งสองของเราได้แน่” ฮูหยินกงหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนอีก ทำเอาเสี่ยวเทียนสะดุ้ง
“ อาจารย์ทำไงดี?” เสี่ยวเทียนไม่รู้จะพูดอย่างไรดี
“ เฮ้อ. ความสัมพันธ์ของพวกมนุษย์นี่ ช่างตัดขาดกันยากเสียเหลือเกิน ข้าจะจัดการเอง”
อาจารย์ลู่เอินเข้ามาในร่างของเสี่ยวเทียน แล้วก็ใช้มือดึงดวงวิญญาณของฮูหยินกงมาเข้าร่างของฮูหยินกงเอง จากนั้นก็นำดวงวิญญาณของเจ้าเมืองกงไปเข้าร่างขององค์ชายจ้าวเหยียนแทน แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์ ฟื้นหัวใจที่ถูกทำลายกลายเป็นดวงใหม่ให้
“ แค่นี้ก็เรียบร้อย” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็ออกจากร่างเสี่ยวเทียนไป
สร้างความตกตะลึงให้กับเสี่ยวเทียนยิ่งนัก
“ อา...จารย์ท่าน...ทำอย่างนี้ก็ได้เหรอ?”.....