เทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว)

    ตอนที่ 114 สลับร่างเปลี่ยนวิญญาณ

    “ ตอบคำถามมา ถ้าพูดเท็จแม้แต่คำเดียวเจ้าได้ตายแน่  แม่ทัพม่งโฉวอยู่ที่ใดตอนนี้”

    “ แม่ทัพม่งโฉวเข้าเมืองไปแล้ว” ขันทีเกาซื่อเอ่ยด้วยความหวาดกลัว

    “ มันเป็นแม่ทัพประจำเมืองกง มันจะเข้าไปทำไม?”

    “ แม่ทัพเอาศรีษะของเจ้าเมืองกง ไปให้องค์ชายจ้าวเหยียน”  พอขันทีเกาพูดจบ

    กงเหมี่ยนเอ๋อ ถึงกับทรุดตัวร้องไห้โฮไปกับพื้น กงเส้าอิง กำหมัดกัดฟันแน่น น้ำตาไหลโอบกอดพี่สาวเอาไว้ เสี่ยวเทียนกวาดสายตามองปราดเดียวก็  เห็นได้ว่า เส้าอิงนั้นเข้มแข็งไม่น้อย นึกชมเด็กน้อยในใจ

    “ เจ้าพูดแต่ศรีษะเจ้าเมืองกง แล้วฮูหยินกงล่ะ?”  เสี่ยวเทียนเริ่มสงสัย

    “ ฮูหยินกง ยังมีชีวิตอยู่ เวลานี้ก็ถูกส่งไปเมืองหลวงเพื่อมอบให้กับ องค์ชายจ้าวเหยียนแล้ว”  เสี่ยวเทียนเริ่มสงสัยบางอย่าง

    “ ทำไมพวกเจ้าละเว้น ฮูหยินกง?”

    “ องค์ชายจ้าวเหยียน ทรงหลงไหลในตัว ฮูหยินกง เลยละเว้นชีวิต และจะนำไปเป็นนางสนมอีกด้วย”

    “ ไอ้พวกบ้า ข้าจะฆ่าแก เอาแม่ข้าคืนมานะ?” เส้าอิงเข้ามาทุบตีขันทีเกาซื่อ

    เสี่ยวเทียนต้องหิ้วออกไปก่อน  เพิ่งชมในใจว่าคุมสติได้ดี แปบเดียว สติหลุดซะแล้ว เด็กน้อย เส้าอิงเอ้ย !

    “ พวกมันไปนานแล้วหรือยัง”  เสี่ยวเทียนกลับมาถามต่อ

    “ ไปเมื่อสองวันแล้ว ป่านนี้คงจะใกล้ถึงแล้ว”

    “ แล้วเจ้ายังอยู่ที่นี่ทำไม?”

    “ ข้ารอรับทองคำล่าสุดที่ขุดจากทั้งสามเหมือง เพื่อนำไปให้องค์ชาย ตอนนี้ได้ครบแล้ว ท่านโปรดตรวจสอบดู”  ขันทีเกาซื่อ ถุงมิติใส่ทองก้อนนับได้ 20 ตัน

    โอ้โห เยอะขนาดนี้เลยหรือนี่ ถึงว่า ทำไมคิดฆ่าล้างบางกันเพราะสาเหตุนี้นี่เอง

    “ เหมี่ยนเอ๋อ เส้าอิง เตรียมตัว พวกเราจะเดินทางไปช่วยแม่ของเจ้าตอนนี้เลย”

    แล้วสั่งให้พ่อบ้านซา จัดการกับคนที่เหลือ ใครอยากอยู่ก็ให้อยู่ต่อ แต่ถ้าอยากไปก็ให้เงินทองเขาไปทั้ง คนรับใช้ และ ทหารทั้งหมด  เสี่ยวเทียนมอบเงินเอาไว้ให้ร้อยล้านเหรียญเพื่อไว้จ่ายให้กับ คนที่คิดจะจากไป   หากไม่พอ รอเขากลับมาค่อยมาจัดการต่อ เพราะทรัพย์สมบัติของ เจ้าเมืองถูกแม่ทัพม่งโฉวยึดไปให้องค์ชายหมดแล้ว 

    เสี่ยวเทียนนำหุ่นเซียนออกมาเพื่อให้ดูแลความสงบในตอนที่เขาไม่อยู่ ทั้งสิบตัวพอออกมา เสี่ยวเทียนก็ตกใจ ที่บัดนี้ ร่างที่เป็นหุ่นศิลา กลายเป็นหุ่นทองคำไปทั้งตัว พลังเซียนที่เคยมีแค่ขั้นมนุษย์ระดับต้น กลับเลื่อนขึ้นเป็นขั้นเซียนจักรพรรดิทั้งหมด ไม่รู้ว่าอาจารย์กับ เจ้าศิลานักปราชญ์ใช้ทองคำของเขาทำไปเท่าไรกันแน่?  พอจัดการเรียบร้อย ก็พาสองพี่น้อง และ ขันทีเกาซื่อ นั่งเรือเหาะมุ่งหน้าเข้าเมืองหลวงทันที

    ณ เมืองหลวงของอาณาจักรจ้าว  มีชื่อว่าเมืองเหลียงซาน มีจักรพรรดิจ้าวซื่อชงปกครอง มีรัชทายาทคือองค์ชายใหญ่ชื่อว่าจ้าวอี้ซื่อ แต่ภายในราชสำนักเวลานี้มีคนหันไปเข้าเป็นพวกเดียวกับ องค์ชายจ้าวเหยียนกันเป็นจำนวนมาก เพราะว่า อาจารย์ขององค์ชายเหยียนคือ คุรุเทพสือฟงเต้า บัดนี้ได้สำเร็จเป็นเทียนจุนแล้ว จึงทำให้ เกิดการคาดหมายกันว่า หากว่า จักรพรรดิจ้าวซื่อชง หมดอายุขัย ไป

    คนที่จะมีอำนาจ และมีพลังมากที่สุด ก็คือ กลุ่มองค์ชายรองจ้าวเหยียนแน่ ถึงแม้ว่าจ้าวอี้ซื่อ จะเป็นทายาทถูกต้อง ก็ตาม

    ตำหนักองค์ชายจ้าวเหยียน

    “ โต้วหลันอวี้  ไม่เจอกันนาน เจ้ายังสวยเหมือนเดิมเลยนะ” องค์ชายจ้าวเหยียนเรียกชื่อเดิมของ ฮูหยินกง แสดงว่าเคยรู้จักกันมาก่อน  จากนั้นก็ใช้ฝ่ามือลูบไล้ ร่างกายและใบหน้า ของฮูหยินกง ที่อยู่ในวัยเพียง 29 ปี ที่ยังสดใสงดงาม อย่างลุ่มหลงงมงายยิ่ง

    ฮูหยินกงในเวลานี้ ดวงตานิ่งเฉย ไม่รู้สึกตัวใดใด ทั้งสิ้น เพราะถูกพิษสลายวิญญาณเข้าไป ทำให้ปราศจากความรู้สึกอีก องค์ชายจ้าวเหยียนเพียงต้องการนำร่างของฮูหยินกงมาระบายความใคร่เท่านั้น ไม่ได้หวังความรักอะไรทั้งสิ้น

    ด้านหน้ามีกล่องใส่หัว ของ เจ้าเมืองกง ที่ยังคงเบิกตาโพลง คล้ายคนที่มีความแค้นและความกังวลก่อนตาย

    ฮูหยิน พอถูกลูบไล้ร่างกาย ก็มีปฏิกิริยา ตอบสนองคือสั่นสะท้าน ตามสัญชาตญาณ  มีน้ำตาหลั่งไหลออกมาจากจิตใต้สำนึกที่ยังหลงเหลือเพียงน้อยนิดเท่านั้น

    “ แม่ทัพม่งโฉว เจ้าทำได้ดีมาก ต่อไปข้าแต่งตั้งเจ้า เป็นเจ้าเมืองกง แล้วเปลี่ยนชื่อเมือง เป็นเมืองม่งโฉวแทน”

    “ ขอบพระทัยพะยะค่ะ”  แม่ทัพม่งโฉวดีใจยิ่งนัก ถึงแม้ว่าจะรู้สึกแปลกๆก็ตาม เพราะคนที่สามารถแต่งตั้งเจ้าเมือง หรือเปลื่ยนชื่อเมืองนั้น มีเพียงจักรพรรดิเท่านั้น  องค์ชายรองกับกล้าเอ่ยเช่นนี้ออกมา คงมีความมั่นใจ ว่าแผ่นดินนี้ คงต้องตกอยู่ในกำมือของเขาอย่างแน่นอน !

    “ พาพระสนม ไปอาบน้ำแล้วนำไปไว้ที่ตำหนักของข้าคืนนี้” องค์ชายจ้าวเหยียนพูดออกไปด้วยสายตาที่หลงไหล คล้ายกับว่า แอบชอบ ฮูหยินกงมานานแล้ว

    ในขณะเดียวกัน เสี่ยวเทียนบินมาอยู่น่านฟ้าเมืองเหลียงซาน อาณาจักรจ้าว

    “ สองคนรอบนนี้ ข้าจะไปช่วยแม่เจ้าก่อน” เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็หิ้วขันทีเกาซื่อ

    ลงมาจากฟากฟ้า แล้วโยนร่างของขันทีเกาซื่อ เข้าไปในห้องโถง เกาซื่อไปกองอยู่ต่อหน้า องค์ชายจ้าวเหยียน และ แม่ทัพม่งโฉว ทั้งสองคนได้แต่ยืนขึ้น ตะลึงไม่คิดว่าจะมีใครโผล่มาแบบนี้

    “ เกิดอะไรขึ้น” เกาซื่อรีบคลานเข้ามาที่ขาองค์ชายรองทันที

    “ ช่วยด้วย องค์ชายเจ้านี่มันเอาทองคำไปหมดเลยยี่สิบตัน แล้วมันยังหักคอรองแม่ทัพม่งฉีตายคามือ มันอีกด้วย !”

    “ อะไรนะ ม่งฉีตายแล้ว?”  แม่ทัพม่งโฉว โกรธหนวดกระดิก ตัวสั่น ชักดาบใหญ่ออกมา ถือสองมือ วิ่งเข้าใส่เสี่ยวเทียนทันที ไม่ได้ถามไถ่อะไรต่อทั้งนั้น

    เสี่ยวเทียน มองหน้า แม่ทัพม่งโฉวแล้วปล่อยพลังเทพเซียนกดดันออกไป ร่างแม่ทัพม่งโฉว ต้องลงไปนั่งคุกเข่า ที่พื้น เสี่ยวเทียนขยับมือเล็กน้อย กระบี่อัศนีปรากฏขึ้น แล้วเชือดไปที่คอ ขอแม่ทัพม่งโฉว ฉัวะ !  แล้วเดินผ่านไปมาหยุดต่อหน้า องค์ชายจ้าวเหยียน แล้วหัวของแม่ทัพม่งโฉว ก็ค่อยๆ ไหลลงมาขาดกระเด็น เลือดพุ่งกระฉูดร่าวน้ำพุ

    องค์ชายจ้าวเหยียนมองเสี่ยเทียนไม่กลัวเกรง ส่วน เกาซื่อบัดนี้กอดขาองค์ชายแน่นไปไม่ปล่อย

    “ ฮูหยินกงอยู่ไหน?” เสี่ยวเทียนถามเสียงเย็น

    “ แกนึกว่าฝีมือแค่นี้ จะมากำแหงในตำหนักของข้าได้หรือ  ศิษย์พี่โกโจ จัดการมันซะ”

    เงาของเสาต้นหนึ่งกลับกลายเป็นร่างคน แต่งชุดสีดำ กระโดดออกมาพร้อมดาบซามูไร ที่ฟันลงมาอย่างรวดเร็ว  เสี่ยวเทียนใช้กระบี่อัสนีออกมาต้านรับ ไปหลายกระบวนท่า จนต้องถอยไปหลายก้าว

    “ ดาบอะไรวะเนี่ย?”  ดาบซามูไรเล่มนี้ มีประกายมารร้ายออกมาด้วยเวลาฟัน

    “ มันเป็นดาบมารโบราณ เจ้าลองใช้ท่ากระบี่เซียนมายาสู้กับมันดู” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยออกมา

    โกโจ หลังจากที่ฟันไปอย่างเต็มที่แล้ว ไม่สามารถทำอะไรได้ ก็ลอบตื่นตระหนกอย่างยิ่ง ไม่คิดว่า เสี่ยวเทียนสามารถหลยท่าดาบที่ปล่อยมาอย่างรวดเร็ว แล้วรุนแรงที่สุด เพราะมาจากมุมที่อับตา ของเสี่ยวเทียน ยังสามารถรับได้อย่างสบาย  แต่โกโจ ยังไม่ยอมรีบวิ่งเข้าใส่ แล้วฟันบน ล่าง ข้าง ขา เอว แล้วกระโดดใส่เกลียวเข้าไปอีกรอบ ไม่รู้กี่สิบดาบ ฝ่ายตรงข้าม ยังรับได้อีก จึงหอบหายใจอย่างหนัก ขณะที่กำลังคิดจะทำอย่างไรต่อดี  ก็เห็นเสี่ยวเทียน  แทงกระบี่ ออกมา ได้ยินเสียงร้องว่า

    “ กระบี่เซียนมายาสังหาร”

    แล้ว ปรากฏเงาปราณกระบี่โผล่ออกมาอีกนับร้อย ตามติดมาด้วย โกโจใช้ดาบปัดออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ว่าไม่สามารถป้องกันได้ทั้งหมด เพราะมีเงาปราณกระบี่พุ่งมาจากด้านหลัง แทงทะลุเข้าร่าง  ทำให้พรุนไปทั้งร่าง ทรุดตัวคุกเข่า เลือดไหลนองไปทั่วตัว  เสี่ยวเทียนตวัดกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว   ฉัวะ   !   คอของโกโจ กระเด็นไปกองอยู่แทบเท้าองค์ชายจ้าวเหยียน 

    ขันทีเกาซื่อร้องเสียงดังลั่น  ทหารที่อยู่ด้านนอก วิ่งเข้ามาเป็นสิบๆ คน แต่เสี่ยวเทียน สะบัดกระบี่ออกไป ปราณกระบี่สิบกว่าเล่ม ก็พุ่งออกไปตัดหัวทหารที่เข้ามาตายเกลื่อนไปหมด

    “ องค์ชายจ้าวเหยียน เจ้าก่อเวรสร้างกรรม มาเยอะแล้ว  วันนี้ข้าเป็นตัวแทนฟ้าดินมาตัดสินประหารเจ้าเอง”        เสี่ยวเทียนเอ่ยจบก็ ชี้กระบี่ ไปที่ร่างของ องค์ชายจ้าวเหยียน ปราณกระบี่นับร้อย พุ่งออกไป หาอย่างรวดเร็ว 

    แต่ไม่ทันได้เข้าใกล้  ปราณกระบี่ทุกเล่มก็ถูกทำลายไปสิ้น  บรรยากาศรอบๆ ทุกสรรพสิ่งหยุดนิ่ง มีเงาร่างของชาย   วัยกลางคน ไว้หนวดเคราสีดำ ค่อยๆลอยมายืนขวางหน้า องค์ชายจ้าวเหยียนเอาไว้

    “ พลังเทียนจุน?”  เสี่ยวเทียนเอ่ยออกมาเบาๆ

    “ เจ้าหนุ่ม ช่างบังอาจนัก กล้าบุกมาในตำหนักองค์ชาย ฆ่าศิษย์ของข้า คิดสังหารองค์ชายจ้าวเหยียนอีก   เอ๊ะ ! นี่ร่างอมตะเสียด้วย ดีเลยข้ากำลังจะหาร่างที่จะใช้แทนร่างนี้อยู่พอดี เจ้าหนุ่มข้าจะทำลายวิญญาณของเจ้า แล้วนำร่างของเจ้ามาเป็นของข้า  ฮ่า ฮ่า” ทันทีที่ สือฟงเต้า เทียนจุน เอ่ยจบ ก็ใช้พลังเทียนจุน เข้ามากดดันเสี่ยวเทียนให้คุกเข่า  แต่ว่าพลังของเสี่ยวเทียนนั้นเป็นพลังเทพเจ้า ยากที่ใครจะมากดดันได้ จึงถูกกระแทกถอยหลังออกไปหลายก้าว

    “ ข้าจัดการกับมันเอง”  อาจารย์ลู่เอิน เข้ามารวมร่างกับเสี่ยวเทียน เพราะว่า ตัวตนระดับ เทียนจุนนั้น เสี่ยวเทียนยังมีพลังที่ห่างชั้น กันมากไป

    ร่างของเสี่ยวเทียนคล้ายมีขุมพลังอันมหาศาลเข้ามาภายในร่างกายทันที ซึ่งเมื่อก่อนเวลาที่ อาจารย์ลู่เอิน เข้ารวมร่าง เขาจะไม่รู้สึกถึงพลังอันลึกล้ำขนาดนี้

    แต่บัดนี้เขาสัมผัสได้แล้ว ว่าพลังที่แข็งแกร่งนี้ ต่อให้เทียนจุนมากันเป็นสิบ ก็ไม่อาจเทียบเท่ากับอาจารย์ลู่เอินได้   พลังของอาจารย์นี่อยู่ขั้นไหนกันแน่นะ !

    พอวิญญาณอาจารย์ลู่เอินมาเข้าร่าง พลังเทียนจุนที่กดดันมา ก็หายไปสิ้น 

    สือฟงเต้า ตกใจเพราะจู่ๆ พลังของเสี่ยวเทียนจากที่เห็นมีแค่ ขั้นเซียนฟ้า แต่เหตุไฉนจู่ๆ เขาก็ไม่สามารถสัมผัส พลังของเสี่ยวเทียนได้เลย

    “ เจ้า...เป็นใครกันแน่”  สือฟงเต้าเอ่ยถามด้วยความตื่นตระหนก

    “ ไอ้พวกเทียนจุนเทียม อย่างเจ้ากล้าคิดจะมาเอาร่างของข้าไปใช้เชียวรึ? โง่เง่าสิ้นดี ไม่เจียมตัวเสียเลย”  อาจารย์ลู่เอิน ยกมือแล้วใช้พลังที่เหนือกว่ากระชากร่างของ สือฟงเต้าจนลอยมาใกล้ แล้วใช้ฝ่ามือดูดพลังจากศรีษะออกมา สือฟงเต้าร่างสั่นไปทั้งตัว พูดอะไรออกมาไม่ได้ ดวงตาทอแววหวาดกลัวสุดขีด

    เขารู้ได้แต่เพียงว่า พลังนี้คือพลังเทียนจุนที่เหนือกว่าเขาหลายร้อยเท่า อยากจะเอ่ยคำขอขมา ลาโทษแต่ไม่มีโอกาสเสียแล้ว ร่างที่ยังมีเลือดเนื้อกลายเป็นซูบผอม แล้วก็ค่อยๆ หายไปแม้แต่กระดูกยังไม่มีเหลือ ดวงจิตเทียนจุนก็กำลังจะหนีไปกำเนิดใหม่อีกครั้ง แต่ว่าหนีไม่รอด ถูกอาจารย์ลู่เอินดูดวิญญาณเข้ามาเก็บเอาไว้ใน ไข่มุกวิญญาณ หมดสิทธิ์ไปกำเนิดใหม่ทันที

    “เหลือแค่เจ้าองค์ชายหน้าหม้อ เจ้าจัดการเองละกัน”

    “ ขอรับอาจารย์” เสี่ยวเทียนพุ่งร่างเข้ามาใกล้ องค์ชายจ้าวเหยียนที่บัดนี้ตกใจกลัวยิ่งนัก ก็เลยเผยร่างของมันออกมา กลายเป็นสุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ พุ่งเข้ามา หมายกัดลำคอ ของเสี่ยวเทียน

    “ มันเป็นสุนัขจิ้งจอกหรือนี่?”

    เสี่ยวเทียนไม่ได้หนี แต่ใช้ฝ่ามือสุญญตากระแทกเข้าไปที่กลางหน้าผากของมัน

    สุนัขจิ้งจอกตัวใหญ่ตัวนี้ ถึงกับทรุดลงไป แล้วมันก็ขยับลุกขึ้นมาจะต่อสู้ใหม่

    แต่ว่า หัวใจในร่างของมันถูกทำลายไปสิ้นแล้ว ก้าวเท้าออกมาเพียงสามก้าวก็ล้มลงไปนอนแน่นิ่งไป แล้วร่างกายก็กลับมาอยู่ในสภาพร่างของมนุษย์ปกติ

    เสี่ยวเทียนไม่สนใจร่างนี้อีก ใช้พลังตรวจความทรงจำเพื่อหา ฮูหยินกง ในทีสุดก็พบจนได้  เสี่ยวเทียนพาสองพี่น้องไปพบกับฮูหยินกง  พอพบหน้าฮูหยินกงก็ได้แต่นิ่งเฉย ไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้

    “ ท่านแม่ ข้าเส้าอิง ข้าเป็นลูกของท่านนะ ท่านแม่จำข้าไม่ได้แล้วหรือ?”

    “ ท่านแม่ข้าเป็นอะไร คุณชายเฉินได้โปรดหาวิธีช่วยท่านแม่ข้าด้วยเถิด”

    เสี่ยวเทียนไม่ตอบ มองหน้าแล้ว จับชีพจร เพื่อตรวจดู

    “ อาจารย์ ฮูหยินกงเป็นอะไร โดนยาพิษอะไรหรือเปล่า?”

    “ นางถูกพิษสลายวิญญาณเข้าไป เวลานี้ร่างกายคงอยู่ วิญญาณสลายไปหมดแล้ว"

    “ ช่วยนางได้ไหม?”

    “ ข้าจำได้ว่า ในวิชาศาสตร์มืดของ เมอร์ลิน มีวิธีเรียกวิญญาณ เจ้าทำพิธีเรียกวิญญาณของนางให้กลับมารวมตัวกัน นางก็จะฟื้นสติกลับมาเอง”

    เสี่ยวเทียนนึกถึงวิชาศาสตร์มืดแล้วก็ลืมตาขึ้นมาบอกว่า

    “ เจ้าสองคนจับมือ แม่ของเจ้าเอาไว้ ข้าจะทำพิธีเรียกวิญญาณแม่ของเจ้ากลับมาเพราะแม่ของเจ้า ถูกพิษสลายวิญญาณ ไม่สามารถกลับเข้าร่างได้ พวกเจ้าต้องช่วยกัน แล้ว ร้องเรียกหาแม่ในใจ ให้นางรับรู้ ข้าจะช่วยเรียกนางกลับมา”

    เสี่ยวเทียน ใช้นิ้วขวาเขียนยันต์เวทย์ไปรอบๆ ฮูหยินกง แล้วก็สวดคาถาตามที่วิชาในศาสตร์มืด แล้วนำมือขวามาวางไว้ที่บนศรีษะ ฮูหยินกง  แสงจากยันต์เวทย์ส่องสว่างขึ้นไปทั่วพื้น  แล้วทันใดนั้นเอง ก็มีเงาวิญญาณเข้ามารวมตัวกันเป็นร่างของฮูหยิน พร้อมกับวิญญาณชายอีกคนหนึ่งปรากฏตัวด้านข้าง

    กงเหมี่ยนเอ๋อกับ กงเส้าอิง เห็นร่างวิญญาณของพ่อกับแม่ที่มาปรากฏตัวให้เห็นทั้งสองคน

    “ ท่านพ่อ  ท่านแม่”  ทั้งสองร้องไห้เรียกหาพ่อกับแม่ แต่เสี่ยวเทียนต้องเตือนไม่ให้ปล่อยมือจากฮูหยินกง

    “ ฮูหยินกงรีบกลับเข้าร่างเดี๋ยวนี้เร็ว” เสี่ยวเทียนออกคำสั่งทันที

    “ ลูกแม่  แม่ไม่อยากอยู่บนโลกนี้อีกแล้ว  แม่จะไปอยู่กับพ่อของเจ้า”

    “ ไม่ได้นะ ลูกของเรายังเด็ก เจ้าจะทิ้งลูกไปอยู่กับข้าได้อย่างไร?” เจ้าเมืองกงรีบเอ่ยลูกทั้งสองคนก็ได้แต่ร่ำไห้ เรียกหาพ่อกับแม่ เสี่ยวเทียนก็ได้แต่ส่ายหัว

    “ ท่านพี่ หากไม่มีท่านข้าอยู่ต่อไปก็ไร้ความหมาย ข้าเชื่อว่า คุณชายผู้นี้ ต้องดูแลลูกทั้งสองของเราได้แน่” ฮูหยินกงหันมามองหน้าเสี่ยวเทียนอีก ทำเอาเสี่ยวเทียนสะดุ้ง

    “ อาจารย์ทำไงดี?” เสี่ยวเทียนไม่รู้จะพูดอย่างไรดี

    “ เฮ้อ. ความสัมพันธ์ของพวกมนุษย์นี่ ช่างตัดขาดกันยากเสียเหลือเกิน ข้าจะจัดการเอง”

    อาจารย์ลู่เอินเข้ามาในร่างของเสี่ยวเทียน แล้วก็ใช้มือดึงดวงวิญญาณของฮูหยินกงมาเข้าร่างของฮูหยินกงเอง จากนั้นก็นำดวงวิญญาณของเจ้าเมืองกงไปเข้าร่างขององค์ชายจ้าวเหยียนแทน  แล้วใช้พลังเทพบริสุทธิ์ ฟื้นหัวใจที่ถูกทำลายกลายเป็นดวงใหม่ให้

    “ แค่นี้ก็เรียบร้อย” อาจารย์ลู่เอินเอ่ยจบก็ออกจากร่างเสี่ยวเทียนไป

    สร้างความตกตะลึงให้กับเสี่ยวเทียนยิ่งนัก

    “ อา...จารย์ท่าน...ทำอย่างนี้ก็ได้เหรอ?”.....

    คล้ายกับเรื่องเทียนนักรบยอดคุณหมอ ภาคสี่ ตอนราชันเก้าพิภพ (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน