เกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ

    ตอนที่ 147

    เวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ เมื่อผมเหลือบมองนาฬิกาอีกครั้งด้วยความเผลอไผล ก็พบว่าเข็มนาฬิกาบอกเวลาสี่ทุ่มครึ่งเข้าไปแล้ว

    ตอนนี้อลิสวางไมค์ลงและหยุดร้องเพลงไปได้สักพักใหญ่แล้ว เพราะดูเหมือนเธอจะใช้เสียงจนหมดก๊อก


    สรุปแล้วเครื่องดื่มกองโตที่เธอสั่งมาด้วยความมั่นใจในตอนแรก เธอกลับดื่มมันไปได้เพียงไม่เท่าไหร่ แต่ถึงอย่างนั้นปริมาณที่ดื่มเข้าไปก็เพียงพอที่จะทำให้เธอมึนเมา ใบหน้าของเธอขึ้นสีระเรื่อ ดวงตาคู่สวยคู่นั้นเริ่มฉ่ำปรือและเยิ้มหวานอย่างคนที่กำลังได้ที่


    ส่วนผมเองก็เป็นอย่างที่ลั่นวาจาไว้ คอทองคำอย่างผม ต่อให้ดื่มไปมากแค่ไหนก็ไม่มีวี่แววว่าจะเมาแม้แต่น้อย


    ผมทอดสายตามองอลิสด้วยความรู้สึกเอ็นดูอย่างปิดไม่มิด ไม่เคยนึกฝันเลยว่าจะมีวันที่เรามานั่งอยู่ในที่แบบนี้ วันที่เธอร้องเพลงให้ผมฟังอย่างมีความสุขและเป็นกันเองได้ขนาดนี้ มันช่างแตกต่างจากวันก่อน วันที่เรานั่งเถียงกันหน้าดำคร่ำเครียดจนแทบจะฆ่าฟันกันให้ตายไปข้างหนึ่ง


    “กลับกันเลยไหมครับ นี่ก็ดึกมากแล้ว...” ผมเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเรียบอ่อนโยน


    “คุณอยากกลับแล้วเหรอคะ...” อลิสถามย้อนกลับมาด้วยเสียงที่ลากยาวกว่าปกติ ดวงตาปรือฉ่ำของเธอมองสบตาผมอย่างคนกำลังหลงอยู่ในภวังค์ของความมึนเมา “ฉันยังไม่อยากกลับเลย... กลับไปก็ไม่มีอะไรให้ทำอยู่ดี”


    เมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น ผมก็หลุดหัวเราะร่าออกมาอย่างห้ามไม่ได้ ก่อนจะแกล้งถามกลับอย่างติดตลกโดยไม่ได้คิดอะไรลึกซึ้ง


    “นอกจากร้องเพลงแล้ว... คุณยังอยากจะทำอะไรที่นี่อีกล่ะครับ?”


    ผมทิ้งช่วงคำพูดไว้สักพัก พลางโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อยและสบตาเธอนิ่งเพื่อหยั่งเชิง 


    ทันใดนั้น ความคิดเจ้าเล่ห์ก็ผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง ผมจึงตัดสินใจแกล้งแหย่เธอต่อด้วยน้ำเสียงกระซิบที่ดูจริงจังขึ้น


    “อย่างเช่น... มานั่งใกล้ๆ ผมตรงนี้ เผื่อว่าเราจะได้ลองทำอย่างอื่น ที่มันสนุกกว่าการร้องเพลงล่ะครับ”


    อลิสกระตุกยิ้มที่มุมปาก แววตาที่ปรือฉ่ำด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์กลับทอประกายท้าทายอย่างปิดไม่มิด


    “นี่เหรอคะ... คำพูดที่คุณชอบใช้เวลาอยากมีอะไรกับผู้หญิง”


    ผมถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความตกใจ หัวใจกระตุกวูบไปชั่วขณะ ไม่คิดเลยว่าภายใต้ใบหน้าสวยหวานและความมึนเมานั้น เธอจะกล้าถามคำถามที่ตรงไปตรงมาและจู่โจมกันขนาดนี้ เล่นเอาผมที่คิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่าถึงกับไปไม่เป็นเหมือนกัน


    ผมยักไหล่ทำท่าทีไม่ยี่หระกับคำพูดจี้จุดของเธอ ก่อนจะคลี่ยิ้มออกมาอย่างใจเย็นแล้วเอ่ยตอบ


    “ก็ไม่เชิงนะครับ...” ผมตอบทิ้งท้ายไว้เพียงแค่นั้น เพราะรู้ดีว่าต่อให้เถียงอะไรออกไปตอนนี้ก็คงไม่ชนะผู้หญิงฉลาดอย่างเธอได้แน่ ผมจึงตัดสินใจเปลี่ยนเรื่องทันทีเพื่อเป็นฝ่ายกลับมาคุมเกมบ้าง


    “หรือจริงๆ แล้ว... คุณไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนกันแน่ครับ?”


    ผมจงใจเน้นคำว่า แบบนี้ พร้อมกับส่งสายตาหยั่งเชิงกลับไป เพื่อดูว่าคนเก่งที่เพิ่งไล่ต้อนผมเมื่อครู่จะเสียอาการบ้างไหมเมื่อถูกสงสัยเรื่องประสบการณ์ของตัวเอง


    “หึ... ฉันน่ะเหรอคะไม่เคยทำอะไรแบบนั้น”


    อลิสแค่นหัวเราะในลำคอพลางยกขาขึ้นไขว่ห้าง ก่อนจะยกแขนขึ้นกอดอกวางท่าเป็นต่อ รอยยิ้มท้าทายยังคงประดับอยู่บนใบหน้าที่ขึ้นสีระเรื่อนั้น 

    “ก็บอกไปแล้วไงคะว่าฉันเองก็เคยมีแฟน... ฉันไม่ใช่เด็กใสซื่อขนาดที่จะไม่รู้ว่าอะไรเป็นอะไรหรอกนะ”


    สายตาของเธอที่จ้องมองมาดูเหมือนกำลังจะบอกผมว่า อย่ามาดูถูกกันหน่อยเลย แม้ว่าฤทธิ์แอลกอฮอล์จะทำให้ท่าทางของเธอดูโอนเอนไปบ้าง แต่มันกลับยิ่งทำให้ท่าทีกอดอกท้าทายนั้นดูมีเสน่ห์ขึ้นมา


    เมื่อเห็นรอยยิ้มอวดดีบวกกับท่าทางมั่นอกมั่นใจนั่น ผมก็เริ่มรู้สึกมันเขี้ยว เธอขึ้นมา ผู้หญิงคนนี้มักจะมีวิธีที่ทำให้ผมอยากเอาชนะได้เสมอ โดยเฉพาะเวลาที่เธอทำท่าเหมือนถือไพ่เหนือกว่าทั้งที่ตาปรือหวานเยิ้มอยู่ก็ตาม


    และตอนนั้นเองผมก็เลยเอ่ยกับระบบในใจว่า “ระบบใช้สกิลปั่นป่วนระดับสองกับอลิสหน่อยสิ”


    [รับทราบ สกิลปั่นป่วนระดับสองทำงาน ใช้งานได้อีกครั้งในวันพรุ่งนี้เวลา 10.29 น.]


    ทันทีนั้นเอง เธอก็สูดลมหายใจเข้าลึกๆ ราวกับจะเรียกสติที่เริ่มกระจัดกระจายให้กลับคืนมา พลางเผลอเลียริมฝีปากที่แห้งผากด้วยความประหม่า ใบหน้าขาวเนียนที่เคยนิ่งสนิท กลับเห่อร้อนและแดงก่ำขึ้นมาทันที 


    "งั้นเหรอครับ..." ผมกระซิบเสียงต่ำ "ที่บอกว่าเคยน่ะ... ลืมไปหมดหรือยังว่าเขาทำกันยังไง หรือต้องให้ผมช่วยทบทวนความจำให้ดีไหมครับ?"

    ผมสังเกตเห็นขาเรียวที่ไขว้กันอยู่ของเธอเริ่มบิดเร่าเล็กน้อย แม้อลิสจะพยายามวางท่าทางให้ดูนิ่งที่สุดเพื่อไม่ให้ผมจับพิรุธได้ แต่มันก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของผมไปได้เลย


    ความเงียบเข้าปกคลุมเราทั้งคู่อยู่ชั่วอึดใจ อลิสจ้องลึกเข้ามาในตาผมด้วยแววตาที่สั่นไหวเล็กน้อยจากการถูกรุกราน ก่อนที่เธอจะรวบรวมความกล้าแล้วเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา


    “ว่าแต่ฉันจังเลยนะคะ... ตัวคุณเองน่ะ เก่งแต่ปากหรือเปล่า? จริงๆ แล้วอาจจะทำอะไรไม่เป็นเลยสักนิดเดียวก็ได้”


    พอพูดจบ เธอก็คลี่ยิ้มเจ้าเล่ห์ออกมาทันที รอยยิ้มที่เป็นประกายของคนที่รู้ว่าสามารถจี้จุดและเอาคืนผมได้สำเร็จ ความมั่นใจที่กลับมาฉายชัดบนใบหน้าสวยเยิ้มนั่นทำให้เธอดูมีเสน่ห์ร้ายกาจกว่าเดิมหลายเท่า


    ผมไม่ปล่อยให้เธอได้ใจนานนัก คำพูดตรงไปตรงมาของเธอเหมือนเป็นการสาดน้ำมันเข้ากองไฟที่กำลังคุกรุ่นอยู่ข้างใน


    “ผมไม่ได้แค่เก่งแต่ปากหรอกครับ... เรื่องแบบนี้ผม เชี่ยวชาญกว่าที่คุณคิดเยอะ” ผมพูดพลางสบตาปรือฉ่ำของเธออย่างผู้เหนือกว่าก่อนจะทิ้งระเบิดลูกใหญ่ “อีกอย่าง... ผมเองก็ไม่ค่อยมั่นใจเหมือนกัน ว่าคนอย่างคุณจะไหวไหม... ถ้าหากผม ยัดมันเข้าไป จริงๆ”


    ผมจงใจเน้นคำพูดนั้นอย่างชัดถ้อยชัดคำ พร้อมกับจุดรอยยิ้มร้ายที่มุมปาก สายตาของผมเลื่อนลงมองริมฝีปากของเธอครู่หนึ่งก่อนจะกลับมาสบตาเธออีกครั้งเพื่อรอดูว่า คนเก่งจะยังรักษาท่าทีนิ่งสงบแบบนี้ได้อีกนานแค่ไหน


    อลิสกัดริมฝีปากล่างเบาๆ ราวกับกำลังใช้ความคิด แววตาสั่นระริกของเธอวาววับขึ้นขณะที่จ้องมองผมคืน "พูดตรงจังเลยนะคะ..." เธอยกยิ้มที่ดูเหมือนกำลังชั่งใจว่าควรจะถอยหรือจะสู้ต่อดี


    "ผมก็เป็นคนแบบนี้แหละครับ..." ผมตอบเสียงเข้ม "ไม่ใช่คนปากไม่ตรงกับใจแบบคุณ"


    ผมหยุดเว้นจังหวะไปครู่หนึ่ง ปล่อยให้ความเงียบทำงานและสายตาของผมทำหน้าที่ไล่ต้อนเธอจนมุม ก่อนจะเสริมต่อด้วยน้ำเสียงที่ลดต่ำลงจนเกือบเป็นเสียงกระซิบ "จริงๆ แล้วที่ชวนผมมา... ก็เพราะอยากจะทำแบบนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอครับ”


    อลิสขมวดคิ้วแน่น ดวงตาที่เคยปรือฉ่ำกลับวาวโรจน์ด้วยความท้าทายที่พุ่งพล่านขึ้นมา


    “ตอนแรกฉันก็ไม่ได้คิดหรอกนะคะ... แต่ตอนนี้เริ่มอยากจะคิดขึ้นมาจริงๆ แล้วสิ” เธอเว้นจังหวะพลางเลื่อนสายตาลงต่ำอย่างจงใจจ้องมองไปที่เป้ากางเกงของผม ซึ่งตอนนี้มันเริ่มพองตัวดันเนื้อผ้าออกมาจนเห็นร่องรอยความต้องการที่ปิดไม่มิด


    เธอยกยิ้มร้ายที่มุมปากก่อนจะเสริมขึ้นด้วยน้ำเสียงแหบพร่า “มาดูกันซิว่า... คุณจะเก่งเหมือนปากอย่างที่พูดไหม”


    ผมยกยิ้มร้ายที่มุมปากอย่างนึกสนุก ก่อนจะขยับตัวเอนหลังพิงพนักโซฟาในท่าทางที่ดูผ่อนคลาย ผมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นพาดไว้บนพนักโซฟาอย่างเปิดทาง ราวกับเป็นคำเชื้อเชิญที่อันตราย


    “จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีล่ะครับ...” ผมทิ้งคำถามไว้ด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ สายตาจ้องลึกเข้าไปในดวงตาของเธออย่างท้าทาย


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่กับระบบ คนขับราคะ ที่คุณอ่าน