[34] เพื่อนสนิท
“ไปโรงเรียนก่อนนะคะ คุณแม่พี่ชาย~”อลิซที่กินอิ่มแล้วหยิบจานของตัวเองไปวางไว้ที่อ่างจากนั้นก็ล้างมือล้างปาก ถึงความสูงของเคาท์เตอร์จะสูงกว่าอลิซค่อนข้างมาก แต่เธอก็ปีนไปเหยียบบนเก้าอี้ที่อดัมเตรียมไว้ให้ได้อย่างคล่องแคล่ว เธอใช้ผ้าเช็ดปากเช็ดมือจนแห้งแล้ววิ่งกลับมาจุ๊บแก้มแม่กับพี่ชาย“ไปดีมาดีตั้งใจเรียนนะอลิซ”“ค่า~”เซ็ทจุ๊บแก้มน้องสาวตอบ เด็กสาวตัวน้อยก็ยิ้มร่าวิ่งไปหยิบกระเป๋านักเรียนมาสะพาย จากนั้นก็วิ่งกลับมาหาอดัมเพื่อเตรียมไปโรงเรียนพร้อมกัน “ขับรถดีๆ นะคะอดัม”“คุณอยู่บ้านก็ระวังๆ ด้วยนะ”สองสามีภรรยารักใคร่กันหวานซึ้งแทบไม่เห็นหัวลูก เซ็ทรีบปิดตาอลิซไว้เมื่ออดัมอดใจไม่ไหวคว้าแม่อรเข้ามาจูบอย่างดูดดื่มก่อนไปทำงาน“ปิดตาหนูทำไมเหรอคะพี่?”“ภาพไม่น่าดู อลิซไม่ควรเห็นค่ะ”“ถ้าพี่ชายว่าอย่างนั้นอลิซจะไม่ดูค่ะ”แล้วมือเล็กก็ยกขึ้นปิดตาตัวเองทับมือหนาของเซ็ทอีกที แม่อรที่ได้ยินเสียงลูกคุยกันออกแรงทุบบ่าอดัมจนอดัมต้องปล่อย จากนั้นคำบ่นก็ตามมาเป็นชุด จนอดัมหน้าหงอเป็นหมาหงอย“คุณนี่ ลูกก็อยู่ตรงนี้แท้ๆ ทำอะไรรู้จักคิดบ้างสิ โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้ว ทำไมไม่ดูสถานการณ์รอบข้างบ้าง” “ก็คุณน่ารักเกินไปนี่นา...”“ไม่ต้องเถียงเลยนะไม่งั้นวันนี้นอนโซฟาไปเลย”“...คร้าบ”“แม่อร อดัมมีเข้าไปฟังประชุมไม่ใช่เหรอ ไว้ค่อยบ่นต่อเถอะครับ”แม่อรที่ได้เซ็ทช่วยเตือนยอมเลิกบ่น แต่จากที่จะได้ออกจากบ้านก่อนเพื่อที่จะได้ไม่ไปสาย ก็กลายเป็นว่าอดัมกับอลิซได้ออกจากบ้านไปพร้อมกับเซ็ทที่เจ๊เจสซี่มารับไปถ่ายรายการพอดี“งั้นไปก่อนนะครับ”...“น้องเซ็ทคะ รายการเราเป็นรายการสดก็จริง แต่ไม่ต้องคิดมากนะคะ เหมือนมาพูดคุยกันสบายๆ ไม่ต้องกังวลอะไรเลยค่ะ”“ครับ ขอบคุณมากนะครับ”เซ็ทยิ้มรับคำพลางอ่านสคริปในมือ สอบถามพิธีกรถึงขอบเขตของคำตอบที่จะต้องตอบ ซึ่งพิธีกรก็ให้ความร่วมมืออย่างดี ทั้งยังเห็นเซ็ทกระตือรือร้นมีมารยาทยิ้มแย้มแจ่มใสก็ยิ่งอยากเอาใจช่วย“งั้นเตรียมตัว...จะเริ่มตัดเข้ารายการแล้วนะครับ นับถอยหลัง...”“สวัสดีค่ะ / ครับ พบกับพวกเราในรายการเช้าสรรหาทุกวันจันทร์ถึงศุกร์ เวลาเดิมเจ็ดโมงสี่สิบห้ากันอีกแล้วนะคะ”“วันนี้พวกเราก็ได้เชิญแขกรับเชิญพิเศษที่จะมาสร้างรอยยิ้มและทำให้ทุกๆ คนในห้องส่งและผู้ชมทางบ้านอ่อนระทวยไปด้วยกันครับ”“เขาคนนั้นคือใครเหรอคะน้องพงศ์?”“พี่ปลาอยากรู้แล้วล่ะสิ ผมว่าผู้ชมของเราก็น่าจะอยากรู้แล้วเหมือนกัน งั้นไปพบกับศิลปินชายหน้าใหม่ผู้ที่ไปรับบทพระเอกไกลถึงแดนกิมจิกันเลยดีกว่า เชิญพบกับน้องเซ็ท อคิราห์ครับ!”พิธีกรคู่ชื่อดังประจำช่องรับลูกส่งกันได้อย่างดี เสียงตบมือ เสียงกรี๊ด การรับมุกในห้องส่งก็เป็นไปตามจังหวะที่เตรียมไว้ กล้องแพลนไปที่แขกรับเชิญพร้อมกับเพลงประกอบละครที่เซ็ทเป็นคนร้อง“สวัสดีครับ เซ็ทครับ”“ตายแล้ว เชื่อว่าผู้ชมต้องกำลังอิจฉาพี่ ในซีรี่ย์ว่าหล่อแล้ว ตัวจริงหล่อกว่าอีก โอ๊ย อยากจะเป็นลม ยาดมไม่ต้อง ขออ้อมกอดอุ่นๆ ของน้องก็พอ”“พี่ปลาใจเย็นนะ น้องเขาพึ่งสิบหก เดี๋ยวก็ติดคุกหรอก”“อ้าว ก็ลืมไป เห็นน้องสูงยาวเข่าดีหุ่นนี่...อื้ม พี่ก็ลืมไปว่าน้องเซ็ทพึ่งสิบหก มองแขนนอกร่มผ้าน้องเขาสิ โอ้โห พงศ์อายรึเปล่า?”“พี่อย่าสะกิด มันเจ็บอยู่ในใจ”สองพิธีกรเล่นกันเองเพื่อคลายบรรยากาศให้เซ็ทไม่กดดัน พิธีกรสาวดึงแขนคู่หูของตัวเองจนเห็นเนื้อเหลวๆ ชายอกสามศอกก็หันหน้าหนีทำท่าร้องไห้“เล่นกันพอแล้วมาหาแขกรับเชิญของเราดีกว่า ปัจจุบันนี้พี่เชื่อว่าหลายๆ คนคงรู้จักน้องกันดี แต่พี่แอบได้ข่าวมาว่าการเปิดตัวน้อง เพลงที่น้องร้องไม่ใช่ผลงานชิ้นแรก”“ไม่ใช่ครับ ผลงานชิ้นแรกของผมคือเป็นตัวประกอบผ่านหน้ากล้อง เป็นลมแล้วก็จบ”เซ็ทว่าแล้วก็หัวเราะ ในระหว่างนั้นเองคลิปจากละครเรื่องดังกล่าวก็ถูกฉาย เป็นฉากสั้นๆ ที่เห็นหน้าไม่ชัด แต่ไม่ว่าใครดูก็ไม่คิดว่าเป็นการแสดง“อยากจะรู้ว่ามีสาวๆ สักกี่คนที่เชื่อมโยงระหว่างเซ็ทตัวประกอบที่ผอมแห้ง กับเซ็ทหนุ่มรูปงามดีกรีโอปป้าเกาหลีได้ พี่คนนึงทำไม่ได้ ไม่บอกคือไม่รู้จริงๆ ถ้าบอกว่าในจอนั่นเป็นน้องพงศ์ยังน่าเชื่อกว่า”“อ้าวพี่ คุยกันอยู่ดีๆ โยนมาให้ผมอีกแล้ว”“แล้วระยะเวลาไม่กี่เดือนเราเปลี่ยนตัวเองมาขนาดนี้ได้ยังไง?”“จริงๆ ก็ทั่วๆ ไปครับ ออกกำลังกาย คุมอาหาร มีวินัยในตัวเอง จริงๆ ตอนแรกก็ไม่ได้ขนาดนี้ แต่พอมีเป้าหมายเราก็พยายามมากขึ้นน่ะครับ”เซ็ทตอบด้วยรอยยิ้มธรรมดา หากเป็นในสายตาพวกแอนตี้คงมองว่าสร้างภาพซะมากกว่า“เป้าหมายนั่นคืองานในวงการรึเปล่าครับ?”“ใช่ครับแต่ไม่ทั้งหมด เพราะเป้าหมายแต่แรกคืออยากแข็งแรงขึ้นจะได้ไม่ทำให้ที่บ้านเป็นห่วงน่ะครับ อย่างที่เห็นว่าก่อนนี้ผมผอมมากเลยใช่มั้ยล่ะครับ จนกระทั่งได้รับการทาบทามถึงได้ฟิตหนักกว่าเดิม”เซ็ทหัวเราะแล้วเกาแก้มเหมือนคนเขิน ด้วยความที่ใส่เสื้อแขนสั้นง่ายๆ กล้ามแขนเลยโผล่ให้เห็นอยู่รำไร และหากติดตามซีรี่ย์ที่เซ็ทเล่นนั้น จะรู้ได้เลยว่ากล้ามใต้ร่มผ้านั่นน่าขบมาก“พี่อยากลองจับกล้ามแขนน้อง ขอนิดนึงได้มั้ยคะ?”“ได้แน่นอนครับ”พิธีกรสาวลุกไปจับกล้ามแขนใต้แขนเสื้อเซ็ทแล้วก็ทำหน้าว้าวๆ ฟินๆ พิธีกรชายก็เลยขออนุญาตมาลองจับเช่นกัน ซึ่งผลที่ได้นั้นก็ทำเอาหนุ่มใหญ่นั่งกอดเข่า“แน่นมากค่ะคุณผู้ชม อิจฉาพี่ล่ะสิ หึๆ” หญิงสาวหันไปเรียกเสียงกรีดร้องด้วยความอิจฉาจากผู้ชมในห้องส่งแล้วกลับมาคุยกับเซ็ทอีกครั้ง “หลังจากเปิดตัว ก็ไปออดิชั่นซีรี่ย์ที่เกาหลีเลย นั่นมันใจมากมั้ยคะว่าเราจะได้บทนั้น”“ไม่เลยครับ แต่ทางต้นสังกัดบอกว่าภาพลักษณ์เราเข้ากับบท และช่วงเวลามันก็มาได้ถูกเวลาพอดีเลยไปลองดู ก็แปลกใจที่ตัวเองได้บท แต่ก็ดีใจมากครับ”“แล้วที่สัมภาษณ์เปิดตัวซีรี่ย์ ฉากบู๊ในเรื่องเซ็ทเล่นเองทั้งหมดเลยเหรอครับ มีเจ็บตัวจริงบ้างมั้ย ไปห้อยโหนกระโดดเตะต่อยแบบนั้นน่าจะยากนะ”“ใช่ครับเล่นเองหมด ยากครับ แล้วก็มีครับมีเจ็บตัวบ้าง แต่ก็อยู่ภายใต้ความดูแลของผู้เชี่ยวชาญ เลยไม่ได้หนักหนาอะไร เรียกว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีมากครับ”“แล้วฉากจูบในตอนจบของเรื่องเนี่ย มีคำวิจารณ์ที่ไม่ดีมาบ้าง เราคิดมากมั้ย?”“ก็มีครับ แต่ก็คุยกับทางต้นสังกัดก่อนแล้ว แล้วก็มีการพูดคุยกับผู้กำกับและตัวพี่นาบีเองด้วย คือทุกอย่างเป็นงานก็เลยพยายามไม่คิดอะไรมากครับ ผมแค่ต้องทำหน้าที่ของผมให้ออกมาดีที่สุดน่ะครับ”เซ็ทว่าพลางยิ้มบางๆ ทำตาอ้อนๆ ขอให้คุณผู้ชมเข้าใจ ผู้ชมทางบ้านเป็นไงไม่รู้ แต่ในห้องส่งแทบจะปิดปากกลั้นเสียงกรี๊ดกันแทบไม่ทัน“แล้วทุกวันนี้มีเพลงเป็นของตัวเองแถมขึ้นท็อปชาร์จทั้งในไทยทั้งเกาหลี ได้เป็นพระเอกหนังแล้วเรตติ้งดีมาก เรียกว่าแค่เปิดตัวมาก็ไปได้ไกลสุดๆ ต่อไปจะทำงานอะไรที่สร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆ อีกมั้ยคะ?”“เอ่อ...มันเป็นเรื่องของโอกาสที่เข้ามาในจังหวะที่ผมพึ่งเริ่มงาน เลยอาจจะดูเหมือนว่าผมทำงานแบบข้ามขั้นไปบ้าง แต่จริงๆ ผมก็แค่หน้าใหม่คนหนึ่งนะ ต่อไปก็คงไปแบบเรื่อยๆ ไม่หวือหวาอะไรมากแล้วล่ะครับ แต่ถามว่าอยากทำอะไรที่ทำให้แฟนๆ ว้าวมั้ย ก็อยากครับ อยู่ที่ว่าจะทำได้รึเปล่านี่สิ” เซ็ททำมือเป็นขั้นบันไดแล้วยิ้มแห้งๆ ต่อให้เป็นหน้าใหม่ที่ประสบความสำเร็จสูงแค่ไหนในตอนต้น แต่ประสบการณ์ก็ไม่ได้มากขนาดสร้างความมั่นใจได้สูงเทียมฟ้า ยังไงเซ็ทก็ยังเป็นแค่วัยรุ่นคนหนึ่งการจะมีความประหม่าไม่มั่นใจอยู่บ้างนับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ทั้งยังทำให้แฟนคลับยิ่งอยากให้กำลังใจ“ไปเป็นพระเอกซีรี่ย์เกาหลีมาแล้ว คิดจะมาเป็นพระเอกในภาพยนตร์หรือละครไทยบ้างรึเปล่าเอ่ย?”“ขึ้นอยู่กับทางต้นสังกัดครับ แต่โดยส่วนตัวผมก็อยากนะ ต่อให้ไม่ใช่บทพระเอกก็อยากลองดูว่าแตกต่างจากกองถ่ายที่เกาหลีขนาดไหน”“ไม่ใช่บทพระเอกพี่ก็จะรอดูค่ะ นี่ผู้ชมในห้องส่งก็จะรอชมเหมือนพี่ใช่มั้ย?”“ใช่---!!!”“เอ้าพี่ปลาอย่าออกนอกเรื่องเดี๋ยวเวลาหมด ถามน้องเซ็ทกันต่อดีกว่าว่าผลงานต่อๆ ไปที่แฟนคลับเตรียมรอชมได้มีอะไรบ้าง?”“ถ้าเป็นตอนนี้ก็มีถ่ายแบบกับ JM ทุกฉบับครับ นอกเหนือจากนั้นก็มีถ่ายแบบ สัมภาษณ์ แล้วก็โฆษณา และสุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุดคือเตรียมคัมแบ็คซิงเกิ้ลถัดไปครับ”“ว้าว แนวเพลงเป็นยังไงคะ จะคัมแบ็คเมื่อไหร่ แล้วซีดีมีบัตรจับมือมั้ยคะ พี่จะเปย์หมดตัวเลย”“พี่ปลาๆ ตื่นเต้นเกินไปแล้ว”“ช่วยไม่ได้ พี่โดนน้องตก ตอนนี้เป็นแฟนคลับเต็มตัว ถ้าน้องเซ็ทสร้างด้อมเมื่อไหร่พี่จะย้ายไปอยู่ทั้งตัวและหัวใจทันที”“เอาเป็นว่า ไว้รอติดตามรายละเอียดทั้งหมดได้ในเว็บไซต์ของ JNr ครับ ส่วนชื่อแฟนคลับก็น่าจะมีประกาศเร็วๆ นี้ครับ”เซ็ทยิ้ม โค้งศีรษะขอบคุณพิธีกรสาวที่ออกตัวอย่างออกนอกหน้า กลัวว่าเสร็จจากงานวันนี้หญิงสาวคงได้โดนคนบางกลุ่มว่าเรื่องกิริยาไม่เหมาะสมอยู่บ้างแน่ๆ “รู้สึกเสียดายนิดๆ เลยเนอะ เรายังมีอีกหลายเรื่องที่อยากถามแท้ๆ แต่เวลาของวันนี้ก็จะหมดลงแล้ว ถ้ายังไงเรามาทิ้งท้ายกันที่ฟังเพลงประกอบซีรี่ย์เวอร์ชั่นภาษาเกาหลีที่น้องเซ็ทจะมาร้องให้ฟังสดๆ กันเลยดีกว่าครับ”เซ็ทเดินไปที่ขาตั้งไมค์ เปลี่ยนห้องส่งให้กลายเป็นเวทีคอนเสิร์ตเล็กๆ เสียงนุ้มทุ้มดังกังวาลไปทั่ว และเพราะกลัวจะมีเสียงครหาว่าลิปซิ้ง เซ็ทเลยเปลี่ยนบางท่อนเป็นภาษาไทย บางท่อนก็ยื่นไมค์ให้ผู้ชมในห้องส่งช่วยร้องแทน“ฝากติดตามและให้กำลังใจผมด้วยนะครับ”เซ็ทยิ้มแล้วโบกมือลา พอกล้องสัญญาณถูกตัดก็หันไปขอบคุณพิธีกรและผู้ชมอีกครั้ง ถึงได้ไปถ่ายรายการที่อื่นต่อ แล้วได้กลับไปโรงเรียนอีกครั้งตอนเกือบเที่ยง...“เหนื่อยหน่อยนะเซ็ท ไว้เจ๊มารับอีกทีตอนเย็นนะจ้ะ”“โอเคครับ ขอบคุณนะครับเจ๊”เซ็ทลงจากรถแล้วเดินเข้าโรงเรียน เพราะยังไม่ถึงช่วงพักกลางวันทางเดินเลยโล่งว่าง เซ็ทไม่ต้องเจอกับเป้าสายตา เขาเดินไปโรงอาหารเพื่อกินข้าวก่อนที่จะถึงเวลาปล่อยเด็กลงมา“ตายแล้ว เซ็ทใช่มั้ย ลูกสาวป้าชอบหนูมากเลยนะ”“ขอบคุณมากครับ” “ลูกสาวป้าบอกว่าจะตั้งใจเรียนภาษาเกาหลี แกอยากเป็นนักแสดงแบบหนู ถึงป้าจะมองว่ามันเพ้อฝันไปหน่อย แต่ก็ต้องขอบคุณหนูนะที่ทำให้แกมีสิ่งที่อยากทำแต่เด็กเลย”กว่าจะได้กินก็ต้องให้ป้าร้านข้าวถ่ายรูปไปอยู่หลายแชะ แถมไม่ว่าจะทั้งร้อนทั้งหิวแค่ไหนก็ต้องปั้นหน้ายิ้มจนเมื่อยแก้ม สำหรับเซ็ทที่เคยเป็นทั้งคนในมุมมืดกับปัจจุบันที่มาเป็นคนที่อยู่ในแสงสว่าง จริงๆ แล้วถ้าดูแค่ภายนอกมันก็ไม่ได้ต่างกันมาก แต่ในเรื่องของความรู้สึกนั้นต่างกันมากจริงๆ...พึ่งเคยมีใครสักคนที่คิดเอาเขาเป็นต้นแบบ“ฝากบอกน้องด้วยนะครับว่าผมจะเป็นกำลังใจให้”เซ็ทกินข้าวเที่ยงเสร็จก็หาที่หลบพักผ่อนเพราะอีกไม่นานก็จะปล่อยพักเที่ยงแล้ว เด็กชั้นประถมเริ่มทยอยลงมากันแล้วด้วย เซ็ทเลยหลบไปนอนพักสายตาใต้ต้นไม้ที่สนามหญ้า พักใหญ่ถึงได้เริ่มมีเด็กมาวิ่งเล่นส่งเสียงจอแจ“เฮ้ยคิว นั่นเพื่อนห้องมึงที่เป็นนักแสดงป่ะ?”“หืม? อ้าว...กลับมาเรียนแล้วเหรอ?”“ก็จะมาๆ ไปๆ นั่นแหละ”คิวทักเซ็ทง่ายๆ เซ็ทเองก็ตอบกลับง่ายๆ แต่คนรอบตัวที่เหลือสิเริ่มรู้สึกเกร็งนิดๆคิวที่เดินมาพร้อมเพื่อนผู้ชายโยนลูกฟุตบอลให้เพื่อนคนหนึ่ง แล้วบอกให้เพื่อนไปกันก่อนเลย ส่วนตัวเองก็เดินมานั่งใต้ต้นไม้ข้างเซ็ท เว้นระยะห่างไว้นิดหน่อย“ไม่ได้เจอกันนานเลยแหะ งานเป็นไงบ้างล่ะ?”“ก็ไปได้สวย ส่วนนายสีหน้าดูดีกว่าก่อนหน้านี้เยอะนะ ดีใจด้วยที่หลุดพ้นทั้งตัว”“เห็นหน้าก็รู้เลยรึไง แต่ก็นะ ยังไงก็ต้องขอบใจยาแรงของนายนั่นแหละ”เส้นผมของคิวกลับมายาวเป็นทรงแล้ว เขายกมือเสยหัวแกรกๆ พูดขอบคุณแบบตะกุกตะกักหน่อยๆ เซ็ทเป็นคนอัดเขาจนหมอบ จับเขาหั่นผม น่าแค้นอยู่บ้าง แต่ในขณะเดียวกันก็ต้องขอบคุณที่ช่วยทำให้เขาตัดสินใจไม่อยู่ใต้ใครแบบผิดๆ อีก แม้กระทั่งคำสั่งของพ่อแม่ก็ตาม...“สนิทกับทุกคนในห้องแล้วนิ แต่เมื่อกี้เหมือนจะเป็นเพื่อนห้องอื่นนะ”“เพื่อนในห้องคุยได้หมดแต่ไม่สนิทใจขนาดนั้น ยังไง...ฉันก็ชอบอยู่กับเพื่อนห้องอื่นมากกว่า”ทุกวันนี้เขาก็พูดคุยกับเพื่อนในห้องได้เกือบทุกกลุ่ม แต่ที่เรียกว่าเพื่อนสนิทได้จริงๆ คงยังไม่มี เพราะพวกนั้นบางคนก็ยังมีเคืองๆ ที่เคยโดนแกล้งอยู่บ้าง ถึงเขาจะไม่ได้เป็นคนทำแต่ก็ถือว่าเป็นคนในกลุ่มคนทำอยู่ดี แต่เพราะไปขอโทษแบบตรงไปตรงมาเลยเข้าหน้ากันใหม่ได้เกือบสนิทใจ ...อยู่ร่วมกันได้แต่เรียกเพื่อนสนิทไม่ได้นั่นแหละ“อยู่ตรงไหนแล้วเราสบายใจก็แค่อยู่ตรงนั้น มันก็เป็นเรื่องง่ายๆ ใช่มั้ยล่ะ”“พูดน่ะง่าย แต่กว่าจะทำได้มันก็ยากนะ” คิวหัวเราะเบาๆ ไม่รู้ทำไมช่วงไม่กี่เดือนที่เจอกันเซ็ทก็ดูจะเป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกแล้ว ...คิดไปเองรึเปล่าหว่า?“ก็ทำได้สบายแล้วไม่ใช่ไง?”“เฮ้อ ก็ใช่ ว่าแต่นายเถอะ กลับมาเรียนคราวนี้เตรียมโดนพวกผู้หญิงตามติดได้เลย เอ้อ แล้วมิ้วอ่ะ นายยังชอบเธออยู่มั้ยเนี่ย?”“กรุณาใช้สมองก่อนถามนะ” เซ็ทแสยะยิ้มมุมปาก คว่ำนิ้วโป้งลงตรงหน้าคิว“หูยแรง” คิวหน้าเบ้ แต่แล้วก็ยิ้ม “ลืมไปว่านายมันเปลี่ยนไปแล้ว แถมฉลาดขึ้นด้วย คงไม่เหมือนบูมที่ยังหลงมิ้วจนโงหัวไม่ขึ้นหรอก”“สองคนนั้นเลิกกันแล้วเหรอ?”“สักพักใหญ่ๆ ละ พวกผู้หญิงเอามานินทากันใหญ่ว่าที่มิ้วเทบูมเพราะจะจับนาย”“แล้วนายคิดว่าไง?” เซ็ทถามยิ้มๆ ด้วยรู้ดีว่าคิวเป็นคนที่เคยสนิทกับบูมและมิ้วมากที่สุดคนหนึ่ง เป็นไปไม่ได้ที่จะมองธาตุแท้ของสองคนนั้นไม่ออก บูมเป็นพวกขี้กร่าง ชอบใช้ความรุนแรง แถมยังโง่ดักดาน แต่ในความเป็นจริงแล้วถ้ารับมือให้เป็นก็ไม่ใช่พวกที่รับมือยากหรืออันตรายอะไร แต่มิ้วที่ภายนอกบอบบางอ่อนหวาน ภายในก็ไม่ต่างอะไรจากแอปเปิ้ลเน่า อันตรายกว่าพวกที่พยายามทำให้ตัวเองดูอันตรายเยอะ“จะเหลือเหรอ ถ้าสนิทกับนางจริงๆ แล้วมีสมองอยู่บ้างก็ดูไม่ยากหรอก มิ้วเป็นคนยังไงมีแค่บูมล่ะมั้งที่ดูไม่ออก ถ้านายตาสว่างไม่ได้ชอบเธอแล้วก็ดีไป ระวังนางไว้หน่อยละกัน เดี๋ยวจะงานเข้าเอา”“ขอบใจที่เตือน”“ที่เตือนไม่ใช่แค่มิ้ว หน้าอย่างนายต้องระวังผู้หญิงทั้งห้อง เดี๋ยวภาพลักษณ์เสียหายหมดไม่รู้ด้วย”“นี่ก็เตือนแต่เรื่องผู้หญิง ไม่คิดเตือนเรื่องผู้ชายบ้างไง อย่างบูมเงี้ย ฉันไม่คิดหรอกนะว่าหมอนั่นจะไม่มาหาเรื่องฉันข้อหาทำมิ้วหลงจนทิ้งมัน”เซ็ทถามไปอย่างนั้น แต่คำตอบที่ได้นั้นก็ชวนขำไม่ใช่น้อย“ถ้ามีใครมาหาเรื่องนาย หรือบูมไปหาเรื่องนาย ฉันจะซื้อกระเช้าไปเยี่ยมคนๆ นั้น เพราะดูแล้วไม่เละก็ปางตาย ฉันรู้รสมากับตัวนี่หว่า” คิวว่าพลางชี้ไปที่ต้นคอ แค่นึกถึงก็ยังเจ็บแปล๊บๆซีรี่ย์ที่เซ็ทเล่นเขาก็ได้ดู แล้วก็รู้ด้วยว่าไอ้ฉากบู๊นั่นไม่ใช่เมกขึ้นมาถ่ายทำแบบง่อยๆ หรอก ฝีมือไฟท์เจ้าตัวทั้งนั้น แถมยิงปืนก็แม่น ดีไม่ดีได้โดนกระสุนเจาะกระบานเอา เห็นสุภาพๆ แบบนี้ ตอนสู้จริงเก่งแค่ไหนเขานี่รู้ดีเลยแหละ...เก่งไม่พอบ้าอีกต่างหาก นี่ถ้าเซ็ทรู้ว่าเขาคิดงี้คงโดนอัดอีกแหง“นี่คิดว่าฉันจะใช้กำลังแก้ปัญหาอย่างเดียวเลยไง?” เซ็ททำหน้านิ่วคิ้วขมวด“หรือไม่จริง?”“ไม่จริงเหอะ ถ้าไม่มาหาเรื่องก่อนใครเขาจะเสียเวลาไล่อัดคนอื่นกัน ...แล้วอย่าเอาไปพูดล่ะ”“เหอะ พูดไปใครจะเชื่อ อีกอย่างถ้าจะพูดก็คงพูดไปนานละมั้ยล่ะ?”“คงงั้น ขอบใจที่ช่วยเก็บเป็นความลับ”“อ่าหะ แต่ยังไงฉันก็ไม่คิดว่าบูมจะพุ่งเข้าหานายแบบโง่ๆ หรอก โดนอัดกองพื้นไปตั้งสองรอบแล้วนี่หว่า” คิวว่าพลางนึกถึงตอนบูมเข้าไปหาเรื่องเซ็ทก่อน แล้วก็หน้าแตกต่อหน้ามิ้วกับเพื่อนร่วมห้องอีกต่างหาก“ก็ถ้าหมอนั่นไม่โง่จนเกินไปละนะ”เซ็ทไม่ใส่ใจต่อให้บูมจะเข้ามาหาเรื่องด้วยวิธีการไหน เซ็ทก็คิดว่าตัวเองสามารถรับมือได้ มันไม่ใช่คิดความประมาทศัตรู เซ็ทรอบคอบเสมอ ความมั่นใจที่ดูมีมากจนล้นมาจากความรอบคอบ ความสามารถ และประสบการณ์ต่างๆ ที่เซ็ทเคยผ่านมาต่างหาก...แค่เด็กคนหนึ่งควรกลัวอะไร เสียชื่อหมด ต่อให้บูมจ้างคนมารุมกระทืบเขา แต่ตราบใดที่ฝ่ายตรงข้ามไม่ใช่พวกมีกิ๊ฟที่แข็งแกร่ง ก็อย่าหวังว่าจะทำอะไรเซ็ทได้“ฉันจะไปเล่นบอลละ คราวหน้าที่นายเคยบอกว่าจะเล่นด้วยใช่คราวนี้รึยัง รึห้ามโดนแด?” คิวลุกขึ้นยืนปัดฝุ่นตรงก้นออก“ไม่ใช่ผู้หญิงนะเออ ให้ฉันเล่นด้วยนี่เตรียมตัวแพ้ยับแล้วสิ?”“เก่งขนาดนั้นเลยเหรอวะ งั้นทีมเดียวกันละกันนะ ฉันจะได้เล่นสบายๆ”เซ็ทที่ลุกขึ้นตามพูดข่ม แต่คิวไม่กลัวทั้งยังจะลากเซ็ทเข้าทีมตัวเองซึ่งๆ หน้าอีกต่างหาก คิวหัวเราะ เซ็ทก็หัวเราะ ..เห็นคิวที่เปลี่ยนไปในทางที่ดีได้แบบที่ต้องการแล้ว เซ็ทก็ยิ้มบางแล้วยื่นหมัดไปตรงหน้าคิว หากแต่คิวมองหมัดเซ็ทแบบงงๆ“อะไร?” “เราเป็นเพื่อนกันแล้วนะ”“อะไรของนาย เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่แล้วนี่?”“ไม่ใช่เพื่อนร่วมห้อง เพื่อนสนิทต่างหาก”คิวนิ่งไปพักใหญ่ มองหมัดเซ็ทที่ยื่นมาด้วยความหนักใจ คิวสามารถพูดคุยกับเซ็ทได้โดยไม่ต้องคิดอะไรเพราะเหมือนต่างฝ่ายต่างรู้นิสัยและภูมิหลังของกันและกัน แต่ถึงจะบอกว่าคิวรู้ความลับของเซ็ท แต่ในอดีตคิวนั้นก็เคยอยู่ในกลุ่มคนที่รังแกเซ็ทเช่นกัน ถึงตัวเองจะไม่ได้ลงมือก็เถอะ ยังไงก็...“คิดไรเยอะแยะ ก็บอกแล้วไงว่าอยู่ตรงไหนแล้วสบายใจก็แค่อยู่ตรงนั้น อยู่กับฉันมันทำให้นายไม่สบายใจรึไงหะ ที่นายต้องทำก็แค่ยอมรับสถานะเพื่อนสนิทฉัน แค่นั้นแหละ”“แต่ฉัน-”“เอาเป็นว่ายื่นหมัดมาข้างหน้า”คิวยกมือขึ้นมาตามคำสั่งแบบเอ๋อๆ เซ็ทหัวเราะในคอ แล้วจัดการชนหมดตัวเองเข้ากับหมัดของคิวเบาๆ“ตอนนี้นายเป็นเพื่อนสนิทฉัน จบ ไปเหอะ ไปเล่นบอลกัน”คิวยังคงยืนนิ่งแม้ว่าเซ็ทจะเดินออกไปแล้ว เขามองหมัดของตัวเองที่ยังคงกำอยู่แล้วก็มองตามแผ่นหลังคนที่ช่วยเปลี่ยนวิธีการดำเนินชีวิตของเขาให้ คิววิ่งออกจากใต้ร่มไม้ แล้วใช้มือพาดคอเซ็ท ถึงคิวจะสูงอยู่แล้วแต่ก็ยังสูงไม่เท่าเซ็ทเลยทุลักทุเลอยู่บ้าง“นายมันขี้บังคับว่ะ”“ใครใช้ให้นายคิดเยอะล่ะ” “นายมันพวกคิดน้อยต่างหาก”“ช่วยไม่ได้ ฉันมันเป็นคนไม่มีเพื่อนคบ นายก็มาเป็นเพื่อนฉันหน่อยก็แล้วกัน”“ก็ถ้านายไม่รังเกียจล่ะนะ เพื่อน”เซ็ทและคิวเดินไปที่สนามด้วยกัน ทั้งสองหัวเราะเหมือนไม่เคยเป็นอริกันมาก่อน ความสัมพันธ์ฉันท์เพื่อนสนิทที่เซ็ทมอบให้ แน่นอนว่าคิวจะรักษามันไว้ให้ดีที่สุด...ในขณะที่คิวปลาบปลื้มในมิตรภาพ เซ็ทนั้นก็กำลังยืดอกภูมิใจกับโรเช่นกัน‘เป็นไงล่ะ ฉันมีเพื่อนคบแล้ว เพื่อนสนิทด้วย เลิกล้อได้แล้วนะโร’{ดีใจด้วย คุณได้รับเพื่อนคนแรกจนได้}‘เพื่อนคนแรกจริงๆ ของฉันคือนายต่างหาก ถึงนายจะไม่ใช่มนุษย์ก็เถอะนะ’ เซ็ทว่าซื่อๆ แบบไม่ได้คิดอะไร แต่โรกลับเงียบไป{...}‘โร...โร? สุดยอดผู้ช่วยนี่เขินได้ด้วยเหรอ?’{หุบปากเซ็ท}
‘อยู่ตรงไหนแล้วเราสบายใจก็อยู่ที่ตรงนั้นแหละ มันไม่ได้ยากหรอก’
----------------------------- ย้ำอีกครั้งเรื่องนี้ไม่วาย มิตรภาพลูกผู้ชายจิ้นได้แต่อย่าคิดไกลนะเออ รึจิ้นเซ็ทโรดีกว่า โรเองก็เขินได้นะ ถถถถ - ประกาศรับสมัครชื่อด้อมของน้องเซ็ท แมวคิดไว้แล้วแหละแต่เผื่อมีที่เหมาะมากกว่าขอขอบคุณนักอ่านที่ช่วยเปย์ ช่วยให้อาหารแมว ช่วยคอมเม้นต์ให้กำลังใจ ติชม รีวิว ทุกๆ ขอบคุณมากจริงๆ ค่ะ //แล้วแมวก็ยังจะบอกต่อไป ถถถปล. ขออนุญาตนำเสนอนิยายเรื่องเก่าของตัวเองไว้อ่านฆ่าเวลา เป็นนิยายจีนย้อนอดีตที่เกือบจบแล้วและจบแน่นอน อาจจะมีคำผิดเยอะกว่าเรื่องนี้สักหน่อยเพราะเรื่องเก่าจริงๆ ติดเหรียญไม่เยอะอ่านข้ามก็ยังรู้เรื่อง หรือไปหาอ่านนิยายชื่อเดียวกันในเด็กดีก็ได้ค่ะอ่านฟรี แต่คนละไอดีกับอุ้งเท้าแมวนะ เพราะเป็นไอดีเก่า ชื่อเรื่องว่า 秘蜜 หฤทัยจอมนางค่ะ //เหมือนก็อปจากตอนที่แล้วมาวางปล. สุดท้าย เห็นเม้นต์ถามหาเพจ แมวมีเพจนะคะ ใช้ชื่อว่า อุ้งเท้าแมว ตรงๆ นี่แหละค่า แต่ไม่ได้เห็นหน้าแมวหรอกนะ แมวขี้อาย เขิลลลล >///<